SCG GREEN CHOICE คุณเลือก เพื่อโลกได้ - National Geographic Thailand

SCG GREEN CHOICE คุณเลือก เพื่อโลกได้

“จากสภาวะภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรง การขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติและปัญหาโรคภัยไข้เจ็บ ที่กระทบการดำเนินการใช้ชีวิตของผู้คนยุคปัจจุบันและลูกหลาน เอสซีจี ในฐานะผู้นำด้านการอยู่อาศัยเชื่อว่า หากทุกคนร่วมมือกันจะสามารถเปลี่ยนแปลงปัญหาเหล่านี้ไปสู่สภาวะที่ดีขึ้นได้ เราจึงมุ่งมั่นพัฒนาโซลูชันผลิตภัณฑ์และบริการด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี ผนวกกับแนวทาง ESG 4 Plus เพื่อตอบสนองต่อรูปแบบการดำเนินชีวิตและความต้องการของลูกค้าโดยยืนหยัดที่จะรักษาสิ่งแวดล้อมและสร้างผลกระทบต่อโลกให้น้อยที่สุด”

SCG Green Choice

 

เป้าหมายคาร์บอนเป็นศูนย์ และฉลาก SCG Green Choice

Net Zero คือเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ ผ่านกระบวนการใช้พลังงานที่สะอาด การเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน การใช้พลังงานให้น้อยลง ตลอดจนการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นด้านเทคโนโลยี หรือการใช้ทรัพยากรให้มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

ฉลาก SCG Green Choice คือการรับรองผลิตภัณฑ์และบริการจากเอสซีจี ที่ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเลือกผลิตภัณฑ์ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมได้ง่ายขึ้น การสร้างมาตรฐาน SCG Green Choice ขึ้นมา ไม่เพียงสื่อสารกับผู้ใช้เท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างมาตรฐานเพื่อบอกเล่าต่อสาธารณะ และสร้างแรงขับเคลื่อนในการสร้างความยั่งยืนให้กับสิ่งแวดล้อมและสังคม

ปัจจุบัน สินค้าของเอสซีจีที่ได้รับรองฉลาก SCG Green Choice มีราว 32% ของสินค้าทั้งหมด และจะมีเพิ่มสัดส่วนเป็น 2 เท่าคือ 67% ภายในปี 2030

 

สินค้า SCG Green Choice ดีกับเรา ดีกับโลกอย่างไร

ผลิตภัณฑ์ที่ติดฉลาก SCG Green Choice สังเกตเห็นได้ง่าย จาก 2 องค์ประกอบสำคัญ คือ ใบไม้สีเขียว ที่แสดงถึงความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและผู้บริโภค และคำว่า Green Choice ที่แสดงถึงการประหยัดพลังงาน การไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และเป็นมิตรต่อสุขอนามัย

ซึ่งฉลาก SCG Green Choice ในกลุ่มธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ของเอสซีจี นั้น เกิดขึ้นเพื่อจุดประกายความคิดและสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้บริโภคในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พร้อมกับดีต่อสุขภาพอนามัยของผู้ใช้ไปในเวลาเดียวกัน ผลิตภัณฑ์ภายใต้ฉลาก SCG Green Choice ได้ผ่านการตรวจสอบจากคณะกรรมการถูกต้องตามหลักมาตรฐานสากล โดยให้การรับรองที่ครอบคลุมถึง 3 ด้าน ได้แก่ 

  1. ด้านการประหยัดพลังงานและลดโลกร้อน (Climate Resilience)
  2. ด้านการประหยัดทรัพยากรธรรมชาติและยืดอายุการใช้งาน (Circularity)
  3. ด้านส่งเสริมสุขอนามัยที่ดี (Well-Being)

 

SCG Green Choice

ด้านการประหยัดพลังงานและลดโลกร้อน (Climate Resilience)

คือ กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ช่วยด้านการใช้พลังงานหมุนเวียน และการนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่ ตั้งแต่กระบวนการผลิตตลอดจนการใช้งาน เพื่อลดการใช้พลังงาน อาทิ ปูนงานโครงสร้าง เอสซีจี สูตรไฮบริด เป็นผลิตภัณฑ์ปูนซีเมนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่กระบวนการผลิตที่ผลิตด้วยพลังงานทดแทน (Alternative Fuel) การใช้พลังงานชีวมวล และ Waste Heat Generator (WHG) โดยการนำลมร้อนที่ได้จากกระบวนการผลิตมาปั่นไฟฟ้าและพลังงานแสงอาทิตย์ มาทดแทนการใช้พลังงานจากไฟฟ้า ทำให้ลดการใช้พลังงานในการผลิตไปได้ถึง 38%

อีกทั้งปูนงานโครงสร้าง เอสซีจี สูตรไฮบริด ยังนำเทคโนโลยี Materials Science และนวัตกรรมมาปรับใช้พัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วย Active Ingredient ที่ให้คุณภาพความแข็งแรง ได้รับรองมาตรฐาน มอก. จึงทำให้นอกจากจะได้ผลลัพธ์ด้านงานก่อสร้างคอนกรีตที่ให้กำลังอัดสูงแล้ว ยังช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศได้ตั้งแต่กระบวนการผลิต อย่างน้อย 50 กิโลกรัมต่อตันปูนซีเมนต์ หรือ อย่างน้อย 2.5 กิโลกรัมต่อปูนซีเมนต์ 1 ถุง (50 kg/ถุง)

 

ด้านการประหยัดทรัพยากรธรรมชาติและยืดอายุการใช้งาน (Circularity) 

คือ กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ ใช้ซ้ำ หรือสามารถสลายเป็นอินทรียวัตถุโดยไม่เป็นอันตรายต่อธรรมชาติ อาทิ ฉนวนกันความร้อน เอสซีจี รุ่น STAY COOL ฉนวนสำหรับบ้านพักอาศัยที่ติดตั้งบริเวณฝ้าเพดาน มีอายุการใช้งานยาวนานกว่า 10 ปี ด้วยความหนาพิเศษจึงมีประสิทธิภาพในการกันความร้อนได้ดี ช่วยประหยัดพลังงานไฟฟ้าอย่างยั่งยืน

ตัวผลิตภัณฑ์ผลิตจากแก้วรีไซเคิล 100% ซึ่งผ่านกระบวนการทำใยแก้วที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด ต่างจากเดิมซึ่งใช้ทรายธรรมชาติในการผลิต โดยจะผลิตเป็นฉนวนใยแก้วขนาด 6-7 ไมครอน ซึ่งเป็นขนาดใหญ่เกินกว่าจะเข้าสู่ปอดได้ ต่างจากแร่ใยหิน หรือหากมีกรณีที่เข้าสู่ร่างกาย ก็จะสามารถย่อยสลายเองได้ จึงทำให้ตัวผลิตภัณฑ์ไม่ส่งผลกระทบต่อทั้งสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของผู้ใช้งานตลอดอายุการใช้งาน

 

SCG Green Choice

ด้านส่งเสริมสุขอนามัยที่ดี (Well-Being) 

คือ กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ช่วยส่งเสริมให้มีสุขอนามัยที่ดีและมีสภาพแวดล้อมที่มีความเหมาะสมต่อการทำงาน อาทิ กระเบื้องเซรามิก รุ่น Hygienic Tile (ไฮจีนิก ไทล์) ที่มีคุณสมบัติในการป้องกันและยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย ด้วยการผสมสารซิลเวอร์นาโนลงในเนื้อกระเบื้องตั้งแต่ขั้นตอนการผลิต ตัวกระเบื้องสามารถกรุได้ทั้งพื้นและผนังของทุกห้องในบ้าน หรือจะเลือกแค่ห้องที่มีโอกาสเกิดเชื้อแบคทีเรียได้ง่าย อย่างห้องครัว ห้องน้ำ และพื้นที่ซักล้างก็ได้เช่นกัน

 

เพราะเราลดการสร้างบ้านไม่ได้ แต่เราเลือกสร้างบ้านให้อยู่อย่างมีความสุข และรบกวนโลกให้น้อยลงได้

รู้จักฉลาก SCG Green Choice เพิ่มเติมได้ คลิก

หรือดาวน์โหลด สินค้าและบริการ 

SCG HOME Contact Center  ​​​​​​​02-586-2222 

 

เรื่องแนะนำ

ตามหาความงามที่ส่งเสียงได้ ใจกลางป่าฝนเขตร้อน

เมื่อฤดูฝนมาเยือน หมู่ไม้ต่างพร้อมใจกันแตกใบอ่อน พร้อมหมอกขาวที่ลอยขึ้นจากป่าราวกับแมกไม้กำลังปล่อยลมหายใจออกพร้อม ๆ กัน สรรพชีวิตดำเนินไปภายใต้ร่มสีเขียวขนาดใหญ่ หยดน้ำหลั่งไหลรวมกันเป็นเป็นแม่น้ำสายใหญ่ ส่งเสียงกระทบหินดังซาบซ่านอยู่กลางป่า น้ำตกกรุงชิง ความงดงามของธรรมชาติเป็นสิ่งที่หลายคนถวิลหา การระบาดครั้งใหญ่ได้แยกมนุษย์ออกจากพื้นที่ธรรมชาติ ฉันก็เป็นหนึ่งในมนุษย์เหล่านั้น ที่เฝ้ารอได้กลับไปสัมผัสความธรรมดาของธรรมชาติอีกครั้ง น้ำตกกรุงชิง สายฝนที่หล่นลงจากฟ้าชวนให้นึกถึงสถานที่ที่ชุ่มฉ่ำ ความเขียวชอุ่มของใบไม้หลังได้รับน้ำฝน และแสงแดดที่ส่องกระทบกับหยดน้ำหลังฝนซา นานแค่ไหนแล้วที่ภาพเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นในชีวิตจริง เมื่อสถานการณ์ต่าง ๆ เริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น ผู้คนก็เริ่มเดินทางอีกครั้ง ฉันไม่รอให้โอกาสนี้ผ่านไป การเดินทางไปตามความต้องการของหัวใจจึงเริ่มขึ้น เยือนแดนหลังคาสีเขียว จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นหนึ่งในจังหวัดทางภาคใต้ของไทยที่ฉันเดินทางมาเยือนหลายครั้ง ทั้งภารกิจเรื่องการงาน และภารกิจส่วนตัว ครั้งนี้ ฉันมาพร้อมกับเพื่อนร่วมทางเจ้าเก่า ที่ได้ชักชวนฉันไปสัมผัสประสบการณ์บนเส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกกรุงชิง ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาหลวง พวกเรามาถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติฯ ในช่วงเช้าของวัน แดดแรง ก้อนเมฆลอยประปรายตัดกับสีฟ้าและป่าสีเขียว อากาศอบอ้าวสมกับเป็นป่าฝนเขตร้อน เจ้าหน้าที่อุทยานฯ พร้อมด้วยนักสื่อความหมาย นำพวกเราเดินเท้าเข้าไปในเส้นทางศึกษาธรรมชาติฯ บรรยากาศสองข้างทางเต็มไปด้วยพันธุ์พืชที่โดดเด่น อย่างเฟิร์นต้น หรือมหาสดำ พืชในตระกูลเฟิร์นที่คงวิวัฒนาการไว้ตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์ ตลอดทางเดิน เรือนยอดของต้นไม้ใหญ่คอยบังแดดให้กับพวกเรา และยังปกคลุมเส้นทางศึกษาธรรมชาติฯ คล้ายเป็นหลังคาสีเขียวขนาดใหญ่ ระหว่างทางมีป้ายสื่อความหมายเป็นระยะ ซึ่งจัดทำโดยมูลนิธิไทยรักษ์ป่า องค์กรสาธารณกุศลที่ก่อตั้งและสนับสนุนการดำเนินงานโดย บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด […]

เหตุผลที่เราไม่อาจเลี่ยงหายนะ

ความล้มเหลวของเราในการจัดการกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กำลังสร้างความเสียหายแก่โลก นวัตกรรมอาจช่วยเราไว้ได้ แต่โลกคงไม่น่าดูอีกต่อไป “วันพิเศษยิ่งในประวัติศาสตร์อเมริกากำลังสิ้นสุดลง” วอลเตอร์ ครองไคต์ กล่าวอย่างเคร่งขรึมในรายการซีบีเอสอีฟนิ่งนิวส์ เมื่อวันที่ 22 เมษายน ปี 1970 การเฉลิมฉลองวันคุ้มครองโลก (Earth Day) ครั้งแรกในวันนั้นดึงดูดผู้คนให้ออกมาชุมนุมตามท้องถนนราว 20 ล้านคน เกินความคาดหมายของวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ เกย์ลอร์ด เนลสัน ผู้ปลุกปั้นงานนี้ไปมาก ผู้ร่วมเฉลิมฉลองแสดงความห่วงใยต่อสิ่งแวดล้อมในรูปความรื่นเริงอันเป็นเอกลักษณ์ พวกเขาร้องรำทำเพลง สวมหน้ากากป้องกันก๊าซพิษ เก็บขยะที่ถูกทิ้งเรี่ยราด ในนิวยอร์ก พวกเขาลากซากปลาไปตามท้องถนนในบอสตัน พวกเขาประท้วงโดยการแสร้งตายในสนามบินนานาชาติโลแกน ส่วนที่ฟิลาเดลเฟีย พวกเขาร่วมลงนามใน “คำประกาศแห่งการพึ่งพาอาศัยกัน” ของสิ่งมีชีวิตทุกเผ่าพันธุ์ฉบับใหญ่ยักษ์ ฉันเองก็เป็นผลผลิตจากช่วงเวลา “พิเศษยิ่ง” ครั้งนั้น ทั้งการประท้วงแบบแกล้งตายและคำประกาศต่างๆ ฉันใช้เวลาในช่วงทศวรรษ 1970 ไปกับการประท้วงกลางสายฝนพยายามชักชวนเพื่อนร่วมชั้นให้รีไซเคิลกระป๋องนํ้าอัดลม ใส่กางเกงขาบานพิมพ์ลายดอกไม้สีม่วงดอกโต ๆ และเป็นห่วงอนาคตของโลก ย้อนหลังไปเมื่อปี 1970 คำว่า “ภาวะโลกร้อน” ยังไม่ถูกคิดค้นขึ้นมา นักวิทยาศาสตร์รู้ว่าก๊าซกลุ่มหนึ่งซึ่งมีคาร์บอนไดออกไซด์รวมอยู่ด้วย กักความร้อนใกล้พื้นผิวโลกเอาไว้ เราเข้าใจปรากฏการณ์นี้ตั้งแต่ยุควิกตอเรีย แต่มีไม่กี่คนที่พยายามคำนวณว่าการเผาผลาญเชื้อเพลิงฟอสซิลก่อให้เกิดผลกระทบอย่างไรบ้าง และแบบจำลองสภาพภูมิอากาศยังเป็นเหมือนทารกแรกเกิด นับแต่นั้นมา แบบจำลองต่าง ๆ […]

Covid Relief Bangkok ภารกิจเยียวยาผู้มีรายได้ต่ำและกลุ่มเปราะบางในกรุงเทพฯ

Covid Relief Bangkok กลุ่มอาสาสมัครเพื่อเยียวยากลุ่มเปราะบางในกรุงเทพฯ โดยไม่ได้เป็นเพียงตัวแทนการบริจาคสิ่งของ แต่มีการวางแผนระยะยาวต่อเนื่องเป็นหลายระยะ ปฏิเสธไม่ได้ว่าโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อทุกคนไม่มากก็น้อย ในแต่ละด้านแตกต่างกันไป รวมถึงผู้คนในพื้นที่ชุมชนแออัด พวกเขาล้วนเป็นฟันเฟืองหนึ่งที่ช่วยให้กลไกในระบบสังคมไทยก้าวไปได้ แต่กลับกลายเป็นว่าผู้คนจำนวนมากในพื้นที่ดังกล่าวต้องกลายเป็นคนนอกระบบที่โอกาสต่าง ๆ อาจเข้าไปไม่ถึง แต่กระนั้นพวกเขายังคงพยายามฝ่าวิกฤติโควิด-19 ไปให้ได้เหมือนดังที่ทุก ๆ คนก็พยายามอยู่เช่นกัน ภายใต้วิกฤติยังมีโอกาสก่อเกิดเป็นโครงการ Covid Relief Bangkok ของกลุ่มอาสาสมัครหลากหลายภาคส่วน เพื่อเยียวยาผู้มีรายได้ต่ำและกลุ่มเปราะบางในกรุงเทพฯ โดยไม่ได้เป็นเพียงตัวแทนการบริจาคสิ่งของ แต่มีการวางแผนระยะยาวต่อเนื่องเป็นหลายระยะ ผ่านการเข้าไปให้ความรู้ เข้าไปทำงานร่วมกันกับพื้นที่ชุมชนแออัด และพยายามสร้างระบบให้เข้าถึงทุกคน เพื่อไม่ให้มีใครที่ต้องอยู่ภายนอกระบบอีก Covid Relief Bangkok ก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนมีนาคม 2563 จากการรวมตัวกันของมูลนิธิสติ (SATI Foundation), มูลนิธิ Scholars of Sustenance, Urban Studies Lab, มูลนิธิครีเอทีฟไมเกรชั่น (อีส) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ซึ่งร่วมทำงานที่ Bangkok 1899 และศูนย์การเรียนรู้ฟอร์ดเพื่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม (FREC Bangkok) มีจุดประสงค์เข้าช่วยเหลือผู้คนในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยมุ่งเน้นที่กลุ่มคนในชุมชนแออัด ผู้สูงวัย และผู้มีรายได้ต่ำ ผู้คนเหล่านี้จำนวนมากคือประชากรแฝงในกรุงเทพมหานคร ซึ่งได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เช่นเดียวกันกับประชากรกลุ่มอื่น […]

ประกาศรางวัล Greener Bangkok Hackathon 2022 สวน 15 นาที สู่การปฏิบัติจริง

Greener Bangkok Hackathon 2022 ประกาศผลผู้ชนะรางวัล ที่ไม่ได้สิ้นสุดเพียงแค่โครงการในกระดาษ แต่ก้าวสู่การผลักดันสวน 15 นาทีให้เกิดขึ้นจริงร่วมกันกับ กทม.​ และภาคีพัฒนาเมือง ‘สวน 15 นาที’ วลีที่คุ้นหูกันอย่างยิ่งในช่วงครึ่งปีให้หลัง กับความเข้าใจถึงความสำคัญของการสร้างเมืองที่เป็นมิตรกับทุกคน จากภาคนโยบายเดินทางมาสู่การลงมือปฏิบัติจริงโดยความร่วมมือของทุกภาคส่วนในสังคม ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคีเครือข่ายนักพัฒนาเมือง จนมาวันนี้ที่ได้ผู้ชนะรางวัลจากโครงการ Greener Bangkok Hackathon 2022 เรียบร้อยแล้ว หลังผ่านการนำเสนอโครงการและระดมสมองอย่างเข้มข้นมาเป็นเวลากว่าสองเดือน โดยตลอดกระบวนการมีการจัดสรรกิจกรรมที่ช่วยพัฒนาแนวคิดโดยผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขามาร่วมเปิดมุมมองของเมืองในแง่มุมที่แตกต่าง พร้อมกับการระดมสมองและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างทีมผู้เข้าแข่งขันที่มีความถนัดที่แตกต่าง งอกเงยกลายเป็นผลสรุปจากข้อเสนอที่น่าสนใจ และสามารถต่อยอดเป็นโครงการใหม่เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนได้อีก ข้อสรุปจากนักแฮก ผศ.ดร.นิรมล เสรีสกุล ผู้อำนวยการ Uddc-CEUS หนึ่งในเจ้าภาพใหญ่ของโครงการนี้ ได้ทำการวิเคราะห์ผลสรุปจากทั้ง 66 ข้อเสนอที่ส่งเข้าร่วมประกวด ถึงความเป็นไปได้ที่ส่งโครงการเหล่านี้ลงสู่สนามจริงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยหากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา ภาคประชาสังคม และประชาชน ร่วมกันขับเคลื่อนข้อเสนอสู่การปฏิบัติได้จริง มีความเป็นไปได้ที่กรุงเทพมหานครจะมีพื้นที่สีเขียวเป็นไปตามที่ปรารถนาจากจากปัจจุบัน 7.6 ตารางเมตร/คน เป็น 24.5 ตารางเมตร/คน รวมถึงลดระยะการเข้าถึงจาก […]