Sustainability Archives - Page 2 of 8 - National Geographic Thailand

เปลี่ยน กรุงเทพ ให้ดีขึ้นได้ ใช้ข้อมูลขับเคลื่อนเมือง กับงานวิจัยโดย UDDC

เปลี่ยน 4 จุดเจ็บปวดของคนกรุงเทพฯ เป็น Data เพื่อแก้ปัญหาเมืองในอนาคต นิทรรศการ “ขับเคลื่อนเมืองด้วยข้อมูล Data Driven Urbanism” โดย UDDC ใน งาน SUSTAINABILITY EXPO 2022 นำเสนอ การอ่านกรุงเทพและทำความเข้าใจเมืองด้วย “ข้อมูลสามมิติ” ที่เล่าเรื่องพฤติกรรมการเคลื่อนที่ ความหนาแน่น ของชุมชนเมือง และการเข้าถึง บริการเพื่อสาธารณะ (Public Facility) ในรูปแบบเทคโนโลยีฉายภาพลงบนวัตถุ หรือ Projection Mapping ที่สามารถนำไปออกแบบและฟื้นฟูเมืองทำได้ด้วยการแปลงข้อมูลเชิงพื้นที่เป็นภาพที่เห็นได้ชัด ก่อนที่จะไปดูนิทรรศการนี้ เราอยากชวนคุยกับ UDDC ผู้จัดทำโครงการ “ขับเคลื่อนเมืองด้วยข้อมูล Data Driven Urbanism” UDDC หรือ ศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง สสส. และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งมีเป้าหมายสำคัญในการนำเสนอความรู้แขนงต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเมือง ผลักดันให้เกิดโครงการฟื้นฟูเมืองอย่างเป็นรูปธรรม และสร้างพื้นที่นำร่องต้นแบบการฟื้นฟูเมืองประเภทต่างๆ (Urban Renewal Prototype)  Nat […]

โตโยต้า เดินหน้าสู่เป้าหมายสร้างความเป็นกลางทางคาร์บอน ปลูกต้นไม้ 600,000 ต้น ในโอกาสครบรอบ 60 ปี

พื้นที่สีเขียวกับชีวิตผู้คนสัมพันธ์จนแยกจากกันไม่ออก และพวกเราทุกคนคือกำลังสำคัญที่จะลงมือเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อช่วยโลกใบนี้ร่วมกัน ความยั่งยืนเป็นประเด็นใหญ่ของโลกที่จะต้องเดินหน้าไปด้วยกัน ตั้งแต่สองมือเล็กๆ ของทุกคน ไปจนถึงการสร้างพันธกิจยิ่งใหญ่ในระดับองค์กร เช่นเดียวกันกับวิสัยทัศน์ใหม่ของโตโยต้า กับการเป็น “ผู้นำพาการขับเคลื่อนยุคใหม่ เพื่อเสริมสร้างความสุขของผู้คน และความยั่งยืนของสังคม” ในโอกาสครบรอบ 60 ปีการดำเนินงานในประเทศไทยของโตโยต้า หากแต่เป้าหมายนี้จะสำเร็จลุล่วงไปถึงปลายทางอย่างที่วาดฝันไว้ได้ จำเป็นจะต้องประสานพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในสังคม เช่นเดียวกันกับโครงการ “โตโยต้า ครบรอบ 60 ปี ปลูกป่า 600,000 ต้น” ที่ตั้งเป้าเป็นโครงการระยะยาวร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่น กรมป่าไม้ และพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อร่วมแรงร่วมใจกันเพิ่มพื้นที่สีเขียวอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่โตโยต้าได้ทยอยปลูกป่าจนครบล้านต้นสำเร็จไปแล้วในปี 2012 และต่อเนื่องครบ 2 ล้านต้นทั้งป่าบกและป่าชายเลนจนถึงปัจจุบัน สำหรับในปีนี้ การเพิ่มพื้นที่สีเขียวด้วยการปลูกต้นไม้จากความร่วมมือของทุกภาคส่วนเริ่มต้นจาก 200,000 ต้นภายในพื้นที่โรงงานของโตโยต้าทั้ง 3 แห่ง นำมาซึ่งกิจกรรมเป็นการปลูกป่านิเวศที่โรงงานโตโยต้าบ้านโพธิ์จำนวน 18,000 ต้น ก่อนขยายการดำเนินงานสู่พื้นที่ภายนอกอีก 400,000 ต้น เพื่อให้บรรลุเป้าหมายร่วมกันที่โลกใบนี้ของทุกคน ความน่าภาคภูมิใจของชาวไทยและชาวโตโยต้า คือโรงงานโตโยต้าบ้านโพธิ์แห่งนี้เป็นพื้นที่นำร่องที่ได้รับมอบหมายจากบริษัทแม่ โตโยต้า มอเตอร์ คอร์เปอร์เรชั่น ประเทศญี่ปุ่น ให้เป็นต้นแบบโรงงานแห่งความยั่งยืน 1 ใน […]

ขับเคลื่อนความยั่งยืน ผ่านมุมมอง 3 ช่างภาพสารคดี

ภาพถ่ายคือบันทึกแห่งกาลเวลาและความเปลี่ยนแปลงชั้นดี แล้วกับภาพธรรมชาติ คุณได้สังเกตเห็นอะไรบ้างไหม? หากพูดถึงภาพถ่ายธรรมชาติ ถ้าเป็นเมื่อก่อนเรามักจะคิดถึงมุมมองอันสวยงาม สัตว์ป่าน้อยใหญ่ท่ามกลางแมกไม้เขียวขจี วิถีชีวิตที่เกื้อกูลระหว่างธรรมชาติกับผู้คน แล้วในยุคนี้ล่ะ การปรากฏตัวของธรรมชาติผ่านภาพถ่ายแสดงให้เห็นถึงร่องรอยและร่วงโรย ภาพถ่ายเหล่านี้บอกอะไรกับเรา มุมมองของช่างภาพสารคดีและนักเดินทาง ในฐานะผู้สังเกตการณ์เรื่องราวเหล่านี้ด้วยตัวเอง หน้าที่ของพวกเขาจึงไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่การส่งต่อภาพถ่ายที่บันทึกถึงสายตาของผู้ชม หากเป็นการชวนให้มองเห็นความเป็นไปของโลกกว้าง และมุ่งหมายให้สารเหล่านี้ช่วยสร้างความตระหนักว่ามนุษย์อยู่นิ่งไม่ได้อีกต่อไป เพราะพวกเราคือกำลังหลักที่จะช่วยสร้างความยั่งยืนให้กับโลกร่วมกัน นี่คือบทบาทหลักของ National Geographic ที่ใช้ภาพถ่ายให้ผู้ชมได้ยินเสียงของโลก โลกซึ่งทุกสิ่งเชื่อมโยงสัมพันธ์กัน และทุกการกระทำของเราส่งผลกับสิ่งแวดล้อมทั้งหมด เป็นความมุ่งมั่นเดียวกันกับที่ Volvo มี คือการดำเนินธุรกิจองค์รวมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมีเป้าหมายสู่การปล่อยคาร์บอนสุทธิให้เป็นศูนย์ และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม ผ่านกรอบความยั่งยืน 3 แนวทาง คือ สภาพภูมิอากาศ (Climate) ทรัพยากร (Resources) และผู้คน (People) ภายในปี พ.ศ. 2583 สิ่งนี้สอดคล้องกับที่พวกเราอยากสื่อสารผ่านนิทรรศการภาพถ่ายที่ Volvo Studio Bangkok ซึ่งจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 9 – 24 ตุลาคมนี้ เราเชิญ 3 ช่างภาพผู้สื่อสารงานใน 3 แนวทางคือ […]

เพราะศูนย์ไม่ใช่แค่เป้าหมาย แต่คือเส้นชัยของทุกคน GC Circular Living Symposium 2022

เพราะการลดคาร์บอนสุทธิให้เป็นศูนย์ (Net Zero) ไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นทางรอดเดียวที่จะช่วยรักษาโลกนี้เพื่อทุกคนไปนานๆ และการไปสู่ผลสำเร็จได้นั้น ต้องอาศัยการลงมือทำจริง และร่วมมือกันทุกภาคส่วน ทุกหน่วยสังคม การลดคาร์บอนและไม่ให้อุณหภูมิโลกร้อนไปกว่านี้ จึงจะเป็นจริงได้   เพราะศูนย์ไม่ใช่แค่เป้าหมาย แต่คือเส้นชัยของทุกคน GC Circular Living Symposium 2022 งานประชุมระดับนานาชาติที่ทาง GC จัดขึ้นเป็นปีที่ 3 เมื่อวันที่ 25 – 26 สิงหาคม ที่ผ่านมา ชวนทุกคนมาอัพเดทความรู้ ร่วมคิด แบ่งปันไอเดีย และต่อยอดไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำไปด้วยกัน ปีนี้มาในธีม Together To Net Zero ภายในงานมีทั้งนิทรรศการและเวทีเสวนาในหัวข้อที่ครอบคลุมหลายมิติ นิทรรศการได้ถ่ายทอดผ่านเมืองจำลอง Net Zero City ทำให้เราเห็นภาพรวมของสังคมที่จะเดินหน้าไปสู่ Net Zero ด้วยกัน ตั้งแต่ Net Zero Living การจำลองภาพบ้าน ที่มีรายละเอียดการใช้ผลิตภัณฑ์ซึ่งผ่านการคิดเพื่อลดคาร์บอนตั้งแต่กระบวนการผลิต เช่น มีการใช้พลังงานหมุนเวียน […]

ชวนระดมไอเดีย แฮคกรุงเทพฯ ให้เขียวไปด้วยกัน กับโครงการ Greener Bangkok Hackathon 2022

‘สวน 15 นาที’ ที่ต้องการไอเดียของคนเมืองมาร่วมคิด ร่วมสร้าง และร่วมเปลี่ยนกรุงเทพฯ​ เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ระดับย่านและเมือง เพราะคุณภาพชีวิตที่ดีคือสิทธิ์ขั้นพื้นฐานของพวกเราทุกคน นอกจากภาครัฐจะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยพัฒนาความต้องการในชีวิตประจำวันของผู้คนให้เกิดขึ้นได้จริงแล้ว เสียงจากประชาชนทุกคนยังเป็นพลังที่จะช่วยให้การแก้ปัญหาทำได้ถูกจุด โครงการ Greener Bangkok Hackathon 2022 : แฮคกรุงเทพเพื่อเมืองที่เขียวกว่า จึงเกิดขึ้นเพื่อเปิดข้อมูลความเป็นไปได้ในการเพิ่มพื้นที่สีเขียวของกรุงเทพมหานคร ไปพร้อมกับการระดมสมองเพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหาเมืองร่วมกันผ่านการสร้างสรรค์ Inclusive Cities หรือเมืองที่ทุกคนร่วมมือกันอย่างเกื้อกูล โดย UddC ร่วมกับกรุงเทพมหานคร และภาคีพัฒนาเมือง ก่อนที่จะเข้าสู่โครงการ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิรมล เสรีสกุล ผู้อำนวยการ UddC-CEUS ได้บอกเล่าเรื่องราวของความสำคัญของการพัฒนาเมือง กระบวนการและปัจจัยสู่การสร้างพื้นที่แห่งคุณภาพชีวิต พร้อมกับการนำเสนอความเป็นไปได้ในการพัฒนาพื้นที่สีเขียวจากการ “เปิดข้อมูลเพื่อช่วยกันเปลี่ยนเมือง” และการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ในระดับย่านและเมือง เมืองของความร่วมมือ เสียงของทุกคนมีค่า เพราะเป็นแหล่งข้อมูลชั้นดีสำหรับการพัฒนาและสร้างสรรค์โครงการที่เหมาะกับผู้อยู่ กระบวนการวิจัย “เปิดข้อมูลเพื่อช่วยกันเปลี่ยนเมือง” จึงเกิดขึ้นผ่านกระบวนการรวบรวม-สังเคราะห์-สร้างเครือข่าย จนได้ข้อสรุปที่ว่าต้นตอของปัญหาเกิดจาก ‘ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการสาธารณะของเมือง’ ทั้งการเข้าถึงพื้นที่สวนสาธารณะ การใช้ชีวิตในย่านที่เดินได้ การเข้าถึงบริการสาธารณสุข และการเข้าถึงพื้นที่การเรียนรู้ตามลำดับ คำถามใหญ่ที่ตามมาจึงอยู่ที่ว่า “แล้วเขียวแค่ไหนถึงจะพอ?” แนวทางคำตอบซึ่งเป็นไปตามทฤษฎีคือ บนพื้นที่ใช้งานได้จริง 9 ตารางเมตรต่อคน […]

แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนของเอสซีจี กับการลดโลกร้อนและเป้าหมาย Net Zero 2050

เนื่องจากเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals – SDGs) ส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงวิถีการบริหารจัดการทั้งด้านสังคม การบริหารธุรกิจ แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนจึงเป็นหนึ่งกลไกที่รัฐบาล และภาคเอกชน ได้นำมาประยุกต์ใช้ เพื่อสร้างโอกาสทางนวัตกรรมที่จะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ในระบบเศรษฐกิจแบบเส้นตรง วัตถุดิบที่มาจากทรัพยากรธรรมชาติถูกผลิตขึ้นเป็นผลิตภัณฑ์ และถูกกำจัดทิ้งเมื่อเสร็จสิ้นการใช้ประโยชน์ ในทางกลับกัน ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนมีเป้าหมายเพื่อปิดช่องว่างระหว่างการกระบวนการผลิตและวัฏจักรของระบบนิเวศตามธรรมชาติ ซึ่งมนุษย์เป็นส่วนหนึ่งในวัฏจักรนี้ด้วย World Economic Forum นิยามเศรษฐกิจหมุนเวียน ว่าเป็นระบบอุตสาหกรรมที่ได้รับการบูรณะ หรือสร้างใหม่ อย่างมีเจตนาร่วมกับการออกแบบ โดยเข้ามาแทนที่แนวคิดเรื่องหมดอายุการใช้งานด้วยการฟื้นฟู เปลี่ยนไปสู่การใช้พลังงานหมุนเวียน ขจัดการใช้สารเคมีที่เป็นพิษ ซึ่งทำให้เกิดการนำกลับมาใช้ซ้ำ และเข้าสู่นิเวศการผลิตอีกครั้ง และมีเป้าหมายเพื่อกำจัดของเสียผ่านการออกแบบวัสดุ ผลิตภัณฑ์ ระบบ รวมไปถึงแผนธุรกิจ ในประเทศไทย รัฐบาลได้พยายามผลักดันนโยบายเรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียนผ่าน BCG Economy หรือ เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy) BCG Economy  เป็นโมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน เป็นแนวคิดการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ไปยกระดับความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืนให้กับ 4 อุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-curves) ได้แก่ […]

ปักหมุดเพื่อไปต่อ ล้อหมุนสู่ความยั่งยืนที่จับต้องได้ของ Grab ประเทศไทย

“แกร็บทำเรื่องความยั่งยืนด้วยหรือ ?” เมื่อบริการจัดส่งต้องใช้พลังงานและพลาสติกมากมาย แกร็บจัดการเรื่องนี้อย่างไร? นี่คือคำถามแรกที่ผู้เขียนสงสัยเมื่อติดต่อกับทีมงานของแกร็บ ประเทศไทย เนื่องจากเป็นธุรกิจแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้องกับการขนส่ง ซึ่งใช้ทรัพยากรด้านพลังงานสูง รวมทั้งบริการจัดส่งอาหารที่ขยายตัวแบบก้าวกระโดดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ขยะพลาสติกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แล้วจะปรับรูปแบบการทำธุรกิจสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนได้อย่างไร? คำตอบอาจเริ่มต้นจากการเปิดใจรับฟังและเปิดกว้างสำหรับข้อมูลใหม่ๆ ทศวรรษแรกของแกร็บผ่านไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับการก้าวขึ้นมาเป็นแพลตฟอร์มทรงพลังในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปัจจุบันแกร็บดำเนินธุรกิจในสิงคโปร์ มาเลเซีย กัมพูชา อินโดนีเซีย เมียนมา ฟิลิปฟินส์ ไทย และเวียดนาม โดยมีศูนย์กลางการพัฒนาเทคโนโลยีที่สำคัญในจีน สหรัฐอเมริกา อินเดีย และโรมาเนีย จากบริการด้านการขนส่ง ต่อยอดไปถึงบริการจัดส่งสินค้า อาหาร และผู้ช่วยอเนกประสงค์ มาวันนี้แกร็บก้าวสู่การเป็นผู้ให้บริการทางการเงินด้วย นับว่าเดินมาไกลกว่าจุดเริ่มต้นที่เรารู้จักพอสมควร วรฉัตร ลักขณาโรจน์ กรรมการบริหาร แกร็บ ประเทศไทย เล่าเส้นทางของการทำธุรกิจโดยคำนึงถึงผลกระทบด้านสังคม สิ่งแวดล้อมและมีธรรมภิบาลที่ดี (ESG) ให้เราฟังอย่างละเอียด ทั้งหลักยึดสำคัญที่ทุกประเทศที่แกร็บประกอบกิจการต้องปฏิบัติตาม รวมถึงโครงการต้นแบบที่โดดเด่นจากประเทศไทยที่ช่วยสร้างหมุดหมายใหม่ๆและทำให้การทำธุรกิจดูจะสนุกมากขึ้น เรียนรู้เรื่องของร้านข้าว คาร์บอนจากท่อไอเสีย และชีวิตที่ขึ้นของไรเดอร์ได้จากบทสัมภาษณ์นี้ ESG ในมุมของแกร็บเป็นอย่างไรและเริ่มต้นจากจุดไหน? ผมว่าคนยังสับสนระหว่างความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (CSR) กับการดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงผลกระทบด้านสังคม สิ่งแวดล้อมและธรรมาภิบาล (ESG) นะ  บ้านเรามีบริษัทขนาดใหญ่เยอะ มีกำไรมากๆ แล้วเอาเงินไปบริจาคในโครงการอะไรสักอย่าง […]

ENERGY FOCUS ยุคใหม่ของพลังงาน สู่กระบวนการที่ยั่งยืน

กระแสปัจจุบันของภาคอุตสาหกรรมที่หันมาให้ความสนใจในหัวเรื่องการใช้พลังงานในกระบวนการผลิตและขนส่งอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม สอดคล้องไปกับเทรนด์ของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในทุกมิติ โดยเฉพาะกับธุรกิจอุตสาหกรรมก่อสร้างที่นับว่าเป็น 1 ใน 4 อุตสาหกรรมที่ปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกสู่ชั้นบรรยากาศมากที่สุด การพัฒนานวัตกรรมการใช้พลังงานจึงเป็นโจทย์สำคัญที่ภาคอุตสาหกรรมจะต้องเร่งคิดค้นและดำเนินการเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดทั้งกับกระบวนการภายในสายพานการผลิต และการปลดปล่อยออกสู่สังคมภายนอก ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี ดำเนินการเชื้อเพลิงทดแทนและพลังงานหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง โดยดำเนินการพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานและเลือกใช้ให้เหมาะสมสำหรับรูปแบบการทำงาน พร้อมกับปรับปรุงกระบวนการผลิตให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยเน้นภาพรวมในเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก พร้อมผลลัพธ์ในการลดใช้พลังงานจากถ่านหินและไฟฟ้า เป้าหมายที่พลังงานทางเลือกสมบูรณ์แบบ การใช้เชื้อเพลิงทดแทนไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วนที่ทุกภาคส่วนต้องลงมือทำ ภารกิจที่เอสซีจีจำเป็นต้องทำจึงเป็นเรื่องของการมองหาเทคโนโลยีและสร้างสรรค์นวัตกรรมที่คุ้มค่ากับการลงทุน และเหมาะสมกับกระบวนการภายในโรงงาน เพื่อให้สามารถใช้งานพลังงานทางเลือกเหล่านี้ได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยและเต็มประสิทธิภาพ เส้นทางสู่เป้าหมายของการใช้เพิ่มการใช้เชื้อเพลิงทดแทนและพลังงานหมุนเวียนของเอสซีจี เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2544 จากการนำยางรถยนต์ใช้แล้วมาเป็นเชื้อเพลิงทดแทน พร้อมกับพัฒนาพลังงานทดแทนในรูปแบบอื่นๆ เช่น การผลิตไฟฟ้าจากความร้อนเหลือทิ้งในกระบวนการผลิต (Waste Heat Power Generation, WHG) พลังงานชีวมวล การผลิตก๊าซชีวภาพจากการบำบัดน้ำเสีย  โดยเฉพาะการใช้โซลาร์เซลล์ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ภายในพื้นที่โรงงานอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ทั้งแบบโซลาร์ฟาร์มบนบก โซลาร์รูฟทอปบนหลังคา และโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำ เพื่อทดแทนการใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิลให้มากขึ้น จนปัจจุบัน สัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงทดแทนและพลังงานหมุนเวียนของเอสซีจีคิดเป็น 35% ของพลังงานที่ใช้ทั้งหมด การเริ่มต้นใหม่ย่อมมาพร้อมกับความท้าทาย ทั้งเรื่องค่าความเสถียรของความร้อนที่ไม่คงที่ ต่างจากการใช้ถ่านหินแบบเดิม ปริมาณความร้อนที่แตกต่างกันไปตามแหล่งทรัพยากรพลังงาน การจัดสรรพื้นที่จัดเก็บทรัพยากร และเครื่องจักรที่จะต้องปรับเปลี่ยนให้เข้ากับการใช้งานเชื้อเพลิงทดแทนแต่ละรูปแบบ แต่ความพยายามปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้เกิดการเริ่มต้น และดำเนินการต่อไปได้ คือความหมายสำคัญที่ซ่อนอยู่ในความมุ่งมั่นครั้งนี้ ปัจจุบัน โรงงานปูนซีเมนต์สามารถเพิ่มการใช้เชื้อเพลิงทดแทนในบางโรงงานได้ถึง 50% แล้ว โดยโรงงานปูนซีเมนต์ในประเทศมีแผนจะเลิกใช้ถ่านหิน (Zero […]

รวมพลังความร่วมมือของภาคเอกชน สู่การสร้างสังคมคาร์บอนต่ำ

[PARTNER CONTENT] เพียงช่วงระยะเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา เรารู้สึกถึงอาการป่วยของโลกใบนี้ผ่านประสาทสัมผัสทุกส่วน ถึงเวลาแล้วที่หัวหอกจากภาคเอกชนจะต้องจับมือกัน เพื่อผลักดันสังคม Low Carbon Society โลกร้อน โลกรวน ปัญหาที่โลกแจ้งเตือนกับทุกคนว่าวิกฤตกำลังมาถึง ย่อมต้องอาศัยพลังจากทุกภาคส่วนของสังคม ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อช่วยชีวิตโลกใบนี้ให้อยู่กับทุกคนอย่างยั่งยืน อ้างอิงจากระบบเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าบทบาทของผู้ประกอบการนับเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการสร้างพฤติกรรมในการบริโภค ก่อนส่งไม้ต่อสู่ผู้บริโภคเพื่อสร้างความตระหนักและจิตสำนึกต่อไป การผลักดันสังคมคาร์บอนต่ำจึงเป็นหัวเรื่องจำเป็นที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้ประกอบการภาคธุรกิจจากหลากหลายแขนง เพื่อผนึกรวมความถนัดและความตั้งใจในการสร้างสังคมคาร์บอนต่ำอย่างที่วาดปลายทางไว้ได้ครบทุกมิติของสังคม ESG Forum 2022 จึงเป็นโอกาสดีที่มีการรวมตัวซีอีโอจากกว่า 60 องค์กร มาร่วมระดมสมอง หาทางรอด เพื่อโลกที่ยั่งยืนต่อไป ผ่านการขับเคลื่อนเรื่อง ESG หรือ Environment – สิ่งแวดล้อม, Social – สังคม และ Governance – บรรษัทภิบาล จนสรุปออกมาเป็นแนวคิดในการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศผ่านการลดคาร์บอน และความร่วมมือในการจัดการปัญหาดังกล่าวร่วมกัน สามมิติทางสังคม ปรับเปลี่ยนเพื่อโลกยั่งยืน จาก CEO ทั้ง 60 องค์กร ครอบคลุมหลายภาคส่วนอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นการผลิต […]

เปิดแนวคิดนวัตกรรมของคนรุ่นใหม่ สู่สิ่งแวดล้อมยั่งยืนในอนาคต

ปัญหาสิ่งแวดล้อม โลกรวน อุณหภูมิโลกที่สูงขึ้น ส่งผลให้เกิดกลุ่มคนรวมตัวกันเรียกร้องให้ภาครัฐ และเอกชนตระหนัก และเร่งให้เรื่องนี้เป็นวาระสำคัญ ในช่วง 5 ปีหลังที่ผ่านมา เราจะเห็นภาพของเยาวชนคนรุ่นใหม่ออกมาพูดเรื่องประเด็นปัญหาสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการเรียกเรื่องให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางสังคมเสมอ เพราะคนรุ่นใหม่มองว่าประเด็นสังคมและสิ่งแวดล้อมไม่สามารถแยกออกจากกันได้ พวกเขาได้ส่งเสียงผ่านทางโซเชียลมีเดีย อย่างการติด # (Hashtag) จนขึ้นเทรนด์ทวิตเตอร์ เช่น #LetTheEarthBreathe ที่เกิดจากกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ในอังกฤษสร้างแคมเปญประท้วงการสร้างโรงงานเชื้อเพลิงฟอสซิล และต่อมาแฮชแท็ก Let The Earth Breathe ก็ได้กลายเป็นแคมเปญรณรงค์ให้คนตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมไปทั่วโลก รวมทั้งคนรุ่นใหม่ในไทยเช่นเดียวกัน บทสนทนาของพวกเขาไม่ได้คุยเรื่องนี้กันอย่างผิวเผิน หากแต่จริงจัง หาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องภาวะโลกร้อน และความปลอดภัยของสิ่งมีชีวิตมากขึ้น เชื่อหรือไม่ว่า คนรุ่นใหม่มีบทสนทนาเกี่ยวกับภาวะฉุกเฉินด้านสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มขึ้นถึง 200% การข้อความทวิตเตอร์เรื่องขยะ คุณภาพอากาศที่เลวร้าย กลายเป็นเรื่องปกติที่ทุกคนต้องพูดถึง พลังเยาวชนใน ESG Symposium 2022 เราได้คุยกับน้องๆ วัยมัธยมที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของงาน ESG Symposium 2022: Achieving ESG and Growing Sustainability การรวมพลังจากภาคธุรกิจ องค์กรต่างๆ กลุ่มพลังหญิง และคนรุ่นใหม่ ที่มีบทบาทสำคัญต่ออนาคตโลกและอนาคตของพวกเขาเอง […]

Climate Change Conversation บทสนทนาสู่การสรรค์สร้างโลกร่วมกันอย่างยั่งยืน

เพราะเรื่องราวความรักโลกไม่ใช่กระแส แต่เป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกคนต้องลงมือทำ เอสซีจีออกเดินทางบนเส้นทางสาย Circular Economy มาตั้งแต่ปี 2016 และครั้งนี้คือหมุดหมายสำคัญที่จะก้าวไปสู่การปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 ผลจากความสำเร็จที่ผ่านมาโดยตลอด นับเป็นความท้าทายครั้งสำคัญสำหรับองค์กรอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ซึ่งเริ่มต้นจากภาคนโยบายที่ต้องการร่วมแก้ไขปัญหาการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดวงจรตั้งแต่ภาคการผลิตถึงการบริโภค ก่อนนำไปสู่การปฏิบัติจริงผ่านโครงการและมาตรการมากมายกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกคน เราชวนคุณมาพูดคุยกับหัวเรือใหญ่ของเอสซีจี คุณรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี ในบทบาทของภาคนโยบายองค์กร และ คุณนิธิ ภัทรโชค กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี ถึงการสร้างพันธกิจของห่วงโซ่คุณค่าที่ยั่งยืนผ่านนวัตกรรมและการปฏิบัติจริงในอุตสาหกรรมก่อสร้าง จุดเดือดของประเด็นสิ่งแวดล้อม และการทำธุรกิจยั่งยืนของเอสซีจี แน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลต่อตัวเราทุกคนและทุกภาคอุตสาหกรรม ในฐานะที่เอสซีจีเป็นสมาชิกของ World Business Council for Sustainable Development องค์กรระดับโลกที่ทำงานเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะกับประเด็น Climate Emergency หรือความเร่งด่วนด้านสภาพภูมิอากาศ ดังนั้น การเริ่มต้นขยับก่อน ยิ่งทำได้เร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งดีเท่านั้น โดยเฉพาะกับอุตสาหกรรมที่ใช้ทรัพยากรและพลังงานมากอย่างอุตสาหกรรมก่อสร้าง คุณรุ่งโรจน์เริ่มต้นเกริ่นถึงอุตสาหกรรมก่อสร้าง “เอสซีจีเป็นผู้บุกเบิกการทำธุรกิจซีเมนต์ในประเทศไทยมามากกว่าร้อยปี ตลอดเวลาเรามีการพัฒนากระบวนการผลิตให้มีความทันสมัย ไม่ก่อให้เกิดมลพิษ หรือมลภาวะกับสิ่งแวดล้อมและชุมชนมาโดยตลอด อย่างไรก็ตาม ผลของปริมาณคาร์บอนจากกระบวนการผลิตและขนส่งของเรา ก็ส่งผลให้เกิดก๊าซเรือนกระจกขึ้น ” […]

World Economic Forum กับความยั่งยืน ในวันที่สงครามบดบังความเป็นไปของสิ่งแวดล้อม

เรากำลังใช้ชีวิตอยู่ในโลกที่อลหม่านและสับสนจนไม่รู้ว่าวาระไหนคือวาระใหญ่กันแน่ เพราะทุกเรื่องดูจะคอขาดบาดตายกันหมด ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ วิกฤติเศรษฐกิจที่บอบช้ำจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ต่อเนื่องหลายปี หรือสงครามที่คร่าชีวิตผู้คนในยูเครน การประชุมใหญ่ประจำปีของ World Economic Forum เป็นอีกหนึ่งเวทีที่พอจะตอบคำถามนี้ได้ ผู้นำสูงสุดของเขตเศรษฐกิจต่าง ๆ ซีอีโอ ผู้บริหารจากกลุ่มผู้มั่งคั่ง 1% ของโลก ผู้ทรงอิทธิพลทางความคิดและจิตวิญญาณ กลุ่มคนรุ่นใหม่รวมทั้งนักเคลื่อนไหวทางสังคมนับพันคนจะรวมตัวกันทุกปีที่ Davos Congress Centre เมืองดาวอส เมืองตากอากาศเล่นสกีอันแสนจะเรียบง่ายทางภาคตะวันออกของสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเวทีนี้จัดต่อเนื่องมายาวนานมากกว่า 50 ปีแล้ว ผู้เขียนในฐานะนักเขียนของ NG Thai และนักข่าวไทยเพียงรายเดียวที่ลากกระเป๋าเดินทางหนักอึ้งจากสนามบินสุวรรณภูมิไปเดินว่อนในเมืองดาวอสเพื่อเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ ปลายทางคือการค้นหาแรงบันดาลใจที่ตื่นเต้นจากวิถีของบุคคลระดับโลกที่มานั่งถกกันเพื่อร่วมกำหนดทิศทางนโยบายด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมของประชากรอีกหลายพันล้านคนบนดาวดวงนี้ และยินดีที่จะบอกเล่าเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย รวมทั้งความยั่งยืนที่จับต้องได้จากงานนี้ด้วยตัวเอง   สวิตเซอร์แลนด์เปิดประเทศ วิถีชีวิตเดิมที่ไม่เหมือนเดิม แม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด19 จะ ’ดูเบาลง’ โดยเฉพาะในประเทศโลกตะวันตกที่ตอนนี้ไม่ได้ให้น้ำหนักกับเรื่องนี้เท่าไหร่แล้ว แต่ก็พูดได้ไม่เต็มปากนักว่าตอนนี้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ เพราะทางผู้จัดงานยังขอให้ผู้เข้าร่วมงานทุกคนส่งผลตรวจ RT-PCR ก่อนเข้าร่วมงาน 72 ชั่วโมง และต้องตรวจเชื้อโควิด-19 ก่อนรับบัตรเข้างานเพื่อความปลอดภัยสูงสุด ขณะที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองของสวิตเซอร์แลนด์เอง (เดือนพฤษภาคม) ไม่ได้ขอให้ผู้เดินทางแสดงเอกสารใดๆเกี่ยวกับการรับวัคซีนหรือการรักษาโรคโควิต-19 ทั้งสิ้น เดินทางเข้าประเทศได้ตามปกติ […]

SCG GREEN CHOICE คุณเลือก เพื่อโลกได้

“จากสภาวะภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรง การขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติและปัญหาโรคภัยไข้เจ็บ ที่กระทบการดำเนินการใช้ชีวิตของผู้คนยุคปัจจุบันและลูกหลาน เอสซีจี ในฐานะผู้นำด้านการอยู่อาศัยเชื่อว่า หากทุกคนร่วมมือกันจะสามารถเปลี่ยนแปลงปัญหาเหล่านี้ไปสู่สภาวะที่ดีขึ้นได้ เราจึงมุ่งมั่นพัฒนาโซลูชันผลิตภัณฑ์และบริการด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี ผนวกกับแนวทาง ESG 4 Plus เพื่อตอบสนองต่อรูปแบบการดำเนินชีวิตและความต้องการของลูกค้าโดยยืนหยัดที่จะรักษาสิ่งแวดล้อมและสร้างผลกระทบต่อโลกให้น้อยที่สุด”   เป้าหมายคาร์บอนเป็นศูนย์ และฉลาก SCG Green Choice Net Zero คือเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ ผ่านกระบวนการใช้พลังงานที่สะอาด การเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน การใช้พลังงานให้น้อยลง ตลอดจนการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นด้านเทคโนโลยี หรือการใช้ทรัพยากรให้มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพมากขึ้น   ฉลาก SCG Green Choice คือการรับรองผลิตภัณฑ์และบริการจากเอสซีจี ที่ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเลือกผลิตภัณฑ์ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมได้ง่ายขึ้น การสร้างมาตรฐาน SCG Green Choice ขึ้นมา ไม่เพียงสื่อสารกับผู้ใช้เท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างมาตรฐานเพื่อบอกเล่าต่อสาธารณะ และสร้างแรงขับเคลื่อนในการสร้างความยั่งยืนให้กับสิ่งแวดล้อมและสังคม ปัจจุบัน สินค้าของเอสซีจีที่ได้รับรองฉลาก SCG Green Choice มีราว 32% ของสินค้าทั้งหมด และจะมีเพิ่มสัดส่วนเป็น 2 เท่าคือ […]

ตามหาความงามที่ส่งเสียงได้ ใจกลางป่าฝนเขตร้อน

เมื่อฤดูฝนมาเยือน หมู่ไม้ต่างพร้อมใจกันแตกใบอ่อน พร้อมหมอกขาวที่ลอยขึ้นจากป่าราวกับแมกไม้กำลังปล่อยลมหายใจออกพร้อม ๆ กัน สรรพชีวิตดำเนินไปภายใต้ร่มสีเขียวขนาดใหญ่ หยดน้ำหลั่งไหลรวมกันเป็นเป็นแม่น้ำสายใหญ่ ส่งเสียงกระทบหินดังซาบซ่านอยู่กลางป่า น้ำตกกรุงชิง ความงดงามของธรรมชาติเป็นสิ่งที่หลายคนถวิลหา การระบาดครั้งใหญ่ได้แยกมนุษย์ออกจากพื้นที่ธรรมชาติ ฉันก็เป็นหนึ่งในมนุษย์เหล่านั้น ที่เฝ้ารอได้กลับไปสัมผัสความธรรมดาของธรรมชาติอีกครั้ง น้ำตกกรุงชิง สายฝนที่หล่นลงจากฟ้าชวนให้นึกถึงสถานที่ที่ชุ่มฉ่ำ ความเขียวชอุ่มของใบไม้หลังได้รับน้ำฝน และแสงแดดที่ส่องกระทบกับหยดน้ำหลังฝนซา นานแค่ไหนแล้วที่ภาพเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นในชีวิตจริง เมื่อสถานการณ์ต่าง ๆ เริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น ผู้คนก็เริ่มเดินทางอีกครั้ง ฉันไม่รอให้โอกาสนี้ผ่านไป การเดินทางไปตามความต้องการของหัวใจจึงเริ่มขึ้น เยือนแดนหลังคาสีเขียว จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นหนึ่งในจังหวัดทางภาคใต้ของไทยที่ฉันเดินทางมาเยือนหลายครั้ง ทั้งภารกิจเรื่องการงาน และภารกิจส่วนตัว ครั้งนี้ ฉันมาพร้อมกับเพื่อนร่วมทางเจ้าเก่า ที่ได้ชักชวนฉันไปสัมผัสประสบการณ์บนเส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกกรุงชิง ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาหลวง พวกเรามาถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติฯ ในช่วงเช้าของวัน แดดแรง ก้อนเมฆลอยประปรายตัดกับสีฟ้าและป่าสีเขียว อากาศอบอ้าวสมกับเป็นป่าฝนเขตร้อน เจ้าหน้าที่อุทยานฯ พร้อมด้วยนักสื่อความหมาย นำพวกเราเดินเท้าเข้าไปในเส้นทางศึกษาธรรมชาติฯ บรรยากาศสองข้างทางเต็มไปด้วยพันธุ์พืชที่โดดเด่น อย่างเฟิร์นต้น หรือมหาสดำ พืชในตระกูลเฟิร์นที่คงวิวัฒนาการไว้ตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์ ตลอดทางเดิน เรือนยอดของต้นไม้ใหญ่คอยบังแดดให้กับพวกเรา และยังปกคลุมเส้นทางศึกษาธรรมชาติฯ คล้ายเป็นหลังคาสีเขียวขนาดใหญ่ ระหว่างทางมีป้ายสื่อความหมายเป็นระยะ ซึ่งจัดทำโดยมูลนิธิไทยรักษ์ป่า องค์กรสาธารณกุศลที่ก่อตั้งและสนับสนุนการดำเนินงานโดย บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด […]

Lightyear 0 รถยนต์พลังงานแสงอาทิตย์ ประสิทธิภาพสูง

Lightyear 0 รถยนต์พลังงานแสงอาทิตย์ ประสิทธิภาพสูง ชาร์จหนึ่งครั้งขับได้หลายเดือน บริษัทสัญชาติเนเธอร์แลนด์เปิดตัว รถยนต์พลังงานแสงอาทิตย์ ในสไตล์ล้ำยุค ซึ่งมีแผงโซลาร์เซลล์ห้าตารางเมตรอยู่บนหลังคาและฝาครอบเครื่องยนต์ จากการชาร์จพลังด้วยแสงอาทิตย์ทำให้ขับรถได้ระยะไกลถึง 70 กิโลเมตร โดยต้นทุนของรถหนึ่งคันอยู่ที่ 250,000 ยูโร หรือประมาณ 9.3 ล้านบาท ทาง Lightyear ต้องการพัฒนารถรุ่นที่สามารถขายได้ในตลาดกระแสหลักภายในสามปี ซึ่งมีราคาลดลงมาอยู่ที่คันละ 30,000 บาท หรือประมาณ 1.1 ล้านบาท การออกแบบสไตล์ “องค์รวม” ทำให้รถขับได้นานหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนโดยไม่ต้องเสียบปลั๊กชาร์จ ระหว่างที่แผงโซลาร์เซลล์ชาร์จแบตเตอรี่ไฟฟ้าในขณะที่ขับหรือจอดรถอยู่ข้างนอก .จากการทดสอบขับรถ เมื่อสภาพอากาศมีเมฆปกคลุมหรือแสงอาทิตย์น้อย รถยนต์มีแบตเตอรี่ไฟฟ้าเป็นแหล่งพลังงานสำรองได้ จากระยะทางที่ใช้เดินทางเฉลี่ยวันละ 35 กิโลเมตร รถสามารถขับได้นานถึงสองเดือนโดยการชาร์จหนึ่งครั้ง ส่วนประเทศที่มีสภาพอากาศสดใส อาจจะชาร์จพลังงานแค่หนึ่งครั้งในเจ็ดเดือน ในอนาคต รถยนต์จาก Lightyear จึงอาจเป็นวัตกรรมทางเลือกแทนรถยนต์ที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ สืบค้นและเรียบเรียง กานต์ ศุภนภาโสตถิ์ Photograph by lightyear.one  

SCG ROUTE TO NET ZERO – เอสซีจี เส้นทางสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์

เอสซีจี ดำเนินธุรกิจด้วยความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมด้วยกลยุทธ์การพัฒนาอย่างยั่งยืน มานับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท โดยมีโครงการต่างๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง ในปี 2016 เอสซีจีได้ริเริ่มแนวคิด Circular Way หรือ เศรษฐกิจหมุนเวียน ในชื่อ SCG Circular Way ซึ่งเป็นแนวทางธุรกิจที่เอสซีจีนำมาใช้ทั้งกับภายในองค์กรเอง และกับการทำงานกับคู่ค้า รวมถึงลูกค้าผู้บริโภคของเรา โดยเอสซีจี นับเป็นหน่วยงานเอกชนเจ้าแรกๆ ของเมืองไทยที่ขับเคลื่อนแนวทางนี้อย่างเป็นรูปธรรม แนวทางของ SCG Circular Way เป็นแนวทางธุรกิจใหม่โดยการหมุนเวียนใช้ทรัพยากรธรรมชาติในห่วงโซ่การผลิตให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยการใช้ทรัพยากรต้นทางให้เกิดประโยชน์สูงสุด และหมุนเวียนของเสียทั้งรูปแบบวัตถุดิบและพลังงานกลับมาเป็นทรัพยากรในกระบวนการผลิตอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งแนวทางธุรกิจนี้เป็นกุญแจสำคัญที่ไขออกสู่ประตูแห่งเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกมิติ ครอบคลุมทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ไปพร้อมกับการสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ และขับเคลื่อนการแข่งขันทางเศรษฐกิจให้ไปในแนวทางของการถนอมรักษาและลดการพึ่งพาทรัพยากร การเดินทางของเอสซีจี สู่เส้นทางการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 จากภาคปฏิบัติทั้งหมดที่เกิดขึ้นภายในองค์กรเอง นำมาซึ่งองค์ความรู้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง และการมองเห็นปัญหาระหว่างทาง จนนำมาสู่การแก้ไขและป้องกันปัญหาในภาคปฏิบัติให้เกิดประสิทธิผลสูงสุดกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม เส้นทางของ SCG Circular Way ผลิดอกออกผล ปลูกเป็นจิตสำนึกของคนภายในองค์กรเอง ผ่านกิจวัตรเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน อย่างการคิดก่อนใช้ การแยกขยะ และการคำนึงถึงสภาพแวดล้อม ซึ่งจากจุดเริ่มต้นในมือของพวกเราทุกคน […]

คาดการณ์ยอดซื้อรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกเพิ่มขึ้นร้อยละ 33 ภายในปี 2028

ใกล้ถึงยุคเปลี่ยนผ่าน! คาดการณ์ยอดซื้อรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกเพิ่มขึ้นร้อยละ 33 ภายในปี 2028 สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ยอดซื้อรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกอาจเพิ่มขึ้นสูงถึงร้อยละ 33 ภายในปี 2028 และสูงถึงร้อยละ 54 ในปี 2035 เนื่องจากอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นในตลาดขนาดใหญ่เกือบทั้งหมด โดยเมื่อปีที่ผ่านมารถยนต์ไฟฟ้าขายได้ร้อยละ 8 ของการขายทั่วโลก และต่ำกว่าร้อยละ 10 ในไตรมาสแรกของปี 2022 ด้านผู้ผลิตรถยนต์และชิ้นส่วนซัพพลายเออร์มีแนวโน้มลงทุนอย่างน้อย 526 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 18 ล้านล้านบาท) กับรถยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ช่วงปี 2022-2026 เพื่อรับมือกับความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งมีจำนวนสูงกว่าการคาดการณ์การลงทุนในระยะห้าปีซึ่งคิดเป็นเงินจำนวน 234 พันล้านดอลลาร์ (ราว 8 ล้านล้านบาท) จากปี 2020-2024 โดยการลงทุนที่เพิ่มสูงขึ้นเหล่านี้ ทำให้การเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้าเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้อีกต่อไป อุตสาหกรรมรถยนต์ยังประสบกับความท้าทายด้านเศรษฐกิจและห่วงโซ่อุปทานระหว่างการเปลี่ยนจากรถยนต์เผาผลาญเชื้อเพลิงเป็นรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่โมเดลการทำงานจนไปถึงโรงงานและผู้คน วัสดุสำหรับรถยนต์ไฟฟ้ายังมีราคาสูงเกือบสองเท่าเมื่อเทียบกับรถยนต์ทั่วไป โดยค่าใช้จ่ายโดยรวมในการเปลี่ยนย้ายนี้อยู่ที่ประมาณ 70 พันล้านดอลลาร์ (ราว 2.5 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2030 สืบค้นและเรียบเรียง กานต์ ศุภนภาโสตถิ์ […]

6 วิธีเก็บน้ำหน้าฝนเพื่อใช้ในหน้าแล้ง ของชุมชนรอบเขายายดา จ. ระยอง

จากความต้องการแก้ไขปัญหาน้ำป่าไหลหลากในช่วงฤดูฝน และน้ำขาดแคลนในฤดูแล้ง ในวันนี้ ชุมชนรอบเขายายดา จ. ระยอง สามารถสร้างขั้นตอนการบริหารจัดน้ำด้วย 6 วิธี ซึ่งเกิดจากการศึกษาร่วมกันกับ เอสซีจี เคมิคอลส์ หรือ SCGC จนพลิกสถานะสู่ชุมชนที่มีน้ำใช้ได้อย่างเพียงพอในตลอดทั้งปี เมื่อราว 20 ปีก่อน ณ บริเวณชุมชนรอบเขายายดา ที่กินพื้นที่ในบริเวณอำเภอเมืองและอำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง เป็นพื้นที่ตั้งของหมู่บ้าน ราว 10 หมู่บ้าน ซึ่งชาวบ้านประกอบอาชีพทำสวนผลไม้และยางพารา ต้องประสบปัญหาเรื่องน้ำที่รุมเร้าและยืดเยื้อ จากปัญหาพื้นที่ป่าที่เริ่มเสื่อมโทรมจากการปรับเปลี่ยนพื้นที่ป่าไม้ไปเป็นการปลูกพืชเศรษฐกิจเชิงเดี่ยว ดินในพื้นที่ไร้ซึ่งความสามารถในการดูดซับน้ำ ประกอบกับเขายายดายังเป็นพื้นที่ที่ติดกับทะเล ด้วยลักษณะธรณีวิทยาที่มีลักษณะเป็นดินทรายซึ่งมีคุณสมบัติการกักเก็บน้ำที่ต่ำ ปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมามากในช่วงหน้าฝน แปลงสภาพกลายเป็นน้ำผิวดินไหลลงสู่ลำธารและไหลลงสู่ทะเลอย่างรวดเร็ว เมื่อถึงหน้าแล้งจึงไม่มีน้ำในดินหล่อเลี้ยงลำธารของพื้นที่ ก่อให้เกิดปัญหาขาดแคลนน้ำใช้ เกษตรกรโดยรอบจึงได้รับความเดือดร้อนจากการที่ไม่มีน้ำรดพืชผลการผลิตอย่างต่อเนื่อง พื้นดินที่ถูกแปลงสภาพจากป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์กลายเป็นพื้นที่เปิดโล่งเกือบหมด แรงตกกระทบของเม็ดฝนจากฝนในหน้าฝนทำให้ผิวดินถูกอัดแน่น และความสามารถในการดูดซับน้ำฝนของดินลดลง ดังนั้นฝนที่ตกลงมาส่วนใหญ่จึงแปลง ไปเป็นน้ำผิวดินและไหลลงสู่ลำธารอย่างรวดเร็วตามลักษณะของพื้นที่ที่มีความลาดชัน ก่อให้เกิดเป็นน้ำไหลบ่าในขณะที่ฝนตก และเมื่อไม่มีน้ำฝนซึมลงไปในดิน ก็จะไม่มีน้ำในดินเอื้ออำนวยให้กับลำธารช่วยกักเก็บน้ำในพื้นที่หลังจากฝนหยุดตก หรือในช่วงฤดูแล้ง ยิ่งไปกว่านั้น ผิวดินที่ถูกกัดเซาะและพัดพาไปโดยน้ำผิวดิน จะทำให้ชั้นดินบางลงและเก็บกักน้ำฝนสะสมได้น้อยลง  จึงทำให้น้ำฝนสะสมในชั้นดินที่ควรจะเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับลำธารหลังจากฝนหยุดตกในช่วงฤดูแล้งลดน้อยลงตามไปด้วย  ปัญหาการขาดแคลนน้ำใช้ของเขายายดาก็ยิ่งรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ด้วยเหตุนี้ ชาวบ้านรอบชุมชนเขายายดาจึงตัดสินใจที่จะเรียนรู้และสร้างระบบการจัดการน้ำขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาน้ำของพื้นนี้ให้ดีขึ้น ด้วยการสร้างโครงการ “เก็บน้ำดี มีน้ำใช้ ด้วยโมเดล […]