กระเป๋ากล้อง สำหรับนักเดินทาง ที่เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกคัดเลือกมาแล้ว

สุดยอดกระเป๋ากล้องสำหรับนักเดินทาง

สุดยอด กระเป๋ากล้อง สำหรับนักเดินทาง

ไม่ว่าจะเดินทางไปต่างทวีปหรือแค่ต่างเมือง กระเป๋ากล้อง ดีๆ สักใบไม่ควรสร้างภาระให้คุณ เลือกใบที่เหมาะกับการเดินทางของคุณ และถ้าจะให้ดีใส่ของได้มากกว่าแค่กล้องน่าจะเป็นตัวเลือกที่ดี วิศวกรด้านการถ่ายภาพของ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ทอม โอไบรอัน จึงเสาะหาและทดสอบกระเป๋ากล้องมากกว่า 40 ใบจากผู้ผลิต 15 ราย ไม่ว่าคุณกำลังวางแผนเดินทางไปลุยทริปสุดหิน หรือท่องเที่ยวตามเมือง ลองดูตัวเลือกเหล่านี้

กระเป๋าแนวแอดเวนเจอร์ (adventure bag) เหมาะสำหรับทริปขึ้นเขาลงห้วยที่ต้องการความทนทานสมบุกสมบัน ปกป้องกล้องและอุปกรณ์ถ่ายภาพของคุณได้หายห่วง กระเป๋า 5 รุ่นนี้เหมาะกับทริปสุดหิน เช่นเดินป่า ปีนเขา บางรุ่นมีโครงแข็งภายในเพิ่มการป้องกัน สายรัดหรือเข็มขัดคาดเอวที่กระชับคล่องตัว วัสดุบุกันกระแทกภายใน และช่องใส่อุปกรณ์ถ่ายภาพที่ปรับเปลี่ยนได้

กระเป๋ากล้อง 1. F-STOP: LOTUS 32L

กระเป๋ากล้อง 2. MINDSHIFT: ROTATION180° HORIZON 34L

กระเป๋ากล้อง 3. ATLAS: ATHLETE

กระเป๋ากล้อง 4. MINDSHIFT: BACKLIGHT 26L

กระเป๋ากล้อง 5. SHIMODA DESIGNS: EXPLORE 40L


เรื่องแนะนำ

ภาพถ่ายที่เผยให้เห็นชีวิตภายในห้องพักทรงลูกบาศก์ขนาดจิ๋วแห่งอนาคต

ภาพถ่ายที่เผยให้เห็นชีวิตภายในห้องพักทรงลูกบาศก์ขนาดจิ๋วแห่งอนาคต [ ตึกแคปซูลนะกะงิน ] นอกเขตย่านกินซาอันหรูหราของกรุงโตเกียวเป็นที่ตั้งของ ตึกแคปซูลนะกะงิน (Nakagin Capsule Tower) สิ่งก่อสร้างแปลกตาซึ่งเคยเป็นวิสัยทัศน์แห่งอนาคตของญี่ปุ่น ตึกนี้ออกแบบโดยคิโช คุโระกะวะ ผู้บุกเบิกสถาปัตยกรรมแนว “metabolist” ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวในช่วงทศวรรษ 1960 ที่เน้นแนวคิดเรื่องอาคารแบบพลวัตและสามารถปรับให้เหมาะกับอนาคตที่ก้าวย่างอย่างรวดเร็วและค่อยๆพัฒนากลายเป็นเมืองอย่างต่อเนื่อง เมื่อมองจากด้านนอก ตึกนี้ดูเหมือนเครื่องซักผ้าที่กองซ้อนกัน โดยประกอบด้วยแกนคอนกรีตสองแกน สูง 11 และ 13 ชั้น ยึดติดกับลูกบาศก์ที่ “สามารถเคลื่อนย้ายได้” ห้องทรงลูกบาศก์แต่ละห้องมีพื้นที่ราว 10 ตารางเมตร ซึ่งสร้างสำเร็จรูปมาจากโรงงาน จากนั้นนำมาติดกับแกนโดยใช้สลักเกลียวแรงดันสูง 4 ตัว ห้องที่เรียกว่าห้องแคปซูลเหล่านี้ตกแต่งด้วยข้าวของเครื่องใช้พื้นฐานที่จำเป็นและห้องน้ำขนาดเท่ากับห้องน้ำบนเครื่องบิน ตึกแคปซูลนะกะงินก่อสร้างขึ้นเมื่อปี 1972 และวางแผนว่าจะมีอายุการใช้งาน 25 ปี เมื่อคุโระกะวะเสียชีวิตในปี 2007 ผู้อยู่อาศัยในตึกนี้ที่รู้สึกเหนื่อยหน่ายกับการที่คอนกรีตกะเทาะและท่อน้ำรั่ว จึงลงคะแนนให้รื้อตึกทิ้ง แล้วสร้างอพาร์ตเมนต์แบบดั้งเดิมขึ้นแทน แต่พอถึงปี 2008 แผนการต้องหยุดชะงักเพราะตลาดหลักทรัพย์ล่ม ช่างภาพ โนะริตะกะ มินะมิ เริ่มบันทึกเรื่องราวชีวิตและชะตากรรมของตึกนะกะงินในปี 2010 ในช่วงเจ็ดปีต่อมา เขากลับไปที่ตึกนี้เกือบ […]

บันทึกประวัติศาสตร์ “โชคดีที่ได้เกิดในรัชกาลที่ 9”

เรื่อง วรลักษณ์ ผ่องสุขสวัสดิ์ ภาพถ่าย จันทร์กลาง กันทอง หลังมีประกาศให้ประชาชนที่จะเข้าร่วมในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 26 ตุลาคม 2560 สามารถเข้าพื้นที่รอบมณฑลพิธีท้องสนามหลวงได้ตั้งแต่เวลา 05.00น. ของวันที่ 25 ตุลาคม สิ่งที่ฉันเห็นผ่านภาพข่าวและจากการตระเวนสำรวจรอบพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 24 ตุลาคม คือภาพประชาชนทุกเพศทุกวัยจากทั่วทุกสารทิศหอบหิ้วเสื้อผ้าสัมภาระที่จำเป็นเข้ามาจับจองพื้นที่ใกล้เคียงจุดคัดกรองทั้งเก้าจุดเพื่อหวังจะมีโอกาสเข้าไปกราบถวายสักการะเป็นครั้งสุดท้าย บางคนตั้งใจมารอตั้งแต่ช่วงดึกของวันที่ 22 ก็มี ไม่นานนัก ตลอดแนวบาทวิถีและหน้าอาคารพาณิชย์บริเวณนั้นก็คลาคล่ำไปด้วยผู้คนในชุดสีดำ…ที่มีหัวใจดวงเดียวกัน นอกจากต้องลดขั้นตอนการใช้ชีวิตให้ง่ายที่สุด กินน้อย นอนน้อย เข้าห้องน้ำน้อยแล้ว พวกเขายังต้องเผชิญกับบททดสอบจากธรรมชาติมากมาย ตั้งแต่อากาศร้อนอบอ้าว แสงแดดที่แผดเผาจนผิวแทบไหม้และสายฝนที่กระหน่ำเป็นระยะๆไปจนถึงอาการอ่อนเพลียลมแดด และไข้หวัดที่เริ่มเล่นงานหลายคน แต่ทุกคนก็ยัง “ยิ้มสู้” และยืนหยัดรอต่อไป ภาพเหล่านั้นทำให้ฉันคิดในใจว่าจะต้องใช้ความรักมากแค่ไหนกันกว่าที่คนคนหนึ่งจะยอมเสียสละตัวเองได้ถึงเพียงนี้แต่คำถามเดียวกันนี้ก็ทำให้ฉันอดคิดถึงสิ่งที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงทำเพื่อปวงชนชาวไทยตลอด 70 ปีที่ผ่านมาไม่ได้ เพราะความรักที่ทรงมีต่อบ้านเมืองและประชาชนของพระองค์นั่นเอง จุดเริ่มต้นของการมีทุกอย่างทีดีในวันนี้คือการต่อสู้กับความยากจนอันเป็นศัตรูตัวฉกาจของคนไทยเมื่อหลายทศวรรษก่อน ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินไปยังถิ่นทุรกันดารต่างๆตั้งแต่ดอยสูงเสียดฟ้าจรดชายเลนปากทะเลเพื่อทรงรับฟังปัญหาตรวจตราพื้นที่ และเก็บข้อมูลด้วยพระองค์เอง แม้ข้าราชบริพารหลายคนจะเคยกราบทูลว่าพระองค์ไม่จำเป็นต้องลำบากพระวรกายเช่นนั้น แต่ก็ทรงทำเพราะต้องการให้ประชาชนได้รู้ว่าพวกเขาไม่ได้ถูกทอดทิ้งและอยู่ในสายพระเนตรของพระองค์เสมอ  จนมีคำกล่าวในเวลาต่อมาว่า “ไม่มีที่ใดในผืนแผ่นดินไทยที่พระองค์เสด็จฯไปไม่ถึง” เช้ามืดวันแห่งประวัติศาสตร์  26 ตุลาคม 2560 […]

สุดยอดภาพถ่ายจากโดรน

ด้วยเทคโนโลยีโดรน ช่างภาพได้พาเราไปชมภาพในมุมมองอันน่าทึ่งของเมืองและธรรมชาติในแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

ขอต้อนรับสู่เมืองหลวงแห่งโดนัทในสหรัฐอเมริกา

ลูกค้าขับรถลอดรูปปั้น โดนัท ขนาดยักษ์อันเป็นสัญลักษณ์ของร้านโดนัทโฮล์ในเมืองลาปวนเต มลรัฐแคลิฟอร์เนียเพื่อสั่งโดนัท มาถลำลึกไปกับแป้งทอดรูปวงกลมมีรูตรงกลางเคลือบน้ำตาลที่อร่อยเกินห้ามใจอย่าง โดนัท ในลอสแอนเจลิส อย่าให้อาหารเพื่อสุขภาพอย่างสลัดหรือผลไม้แห้งอบใส่ถ้วยมาขัดขวางการกินอาหารที่น่าหลงใหลอย่าง โดนัท ลอสแอนเจลิสเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของเหล่านักแสวงหาโดนัท ที่นี่มีร้านโดนัทที่บริหารงานอย่างอิสระเกือบ 1,500 แห่ง ให้บริการขนมแป้งทอดรสหวาน นั่นหมายความว่า ในเมืองนี้มีโอกาสในการแสวงหาความหวานจากโดนัทมากกว่าเมืองอื่นๆ ในสหรัฐอเมริกา แอล.เอ. กลายเป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรมโดนัทเมื่อ เท็น งอย (Ten Ngoy) ผู้อพยพชาวกัมพูชาได้เดินทางมาที่แคลิฟอร์เนียในช่วงทศวรรษที่ 1970 หลังจากที่ได้เริ่มต้นธุรกิจร้านขายของหวานเป็นของตัวเองแล้ว เขาก็ช่วยให้บรรดาผู้อพยพเพื่อนร่วมชาติที่หลบหนีมาจากการปกครองของเขมรแดงได้มีอาณาจักรขนมอบเป็นของตัวเอง ร้านของงอยเป็นเจ้าแรกที่ทำแพ็กเกจ โดนัทกล่องสีชมพูสว่าง ซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์ที่แพร่หลายของร้านโดนัททั่วไปเสียแล้ว คนเชื้อสายเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้สร้างวัฒนธรรมแห่งโดนัทให้เกิดขึ้นในเมืองนี้ และตำนานในเรื่องนี้ยังคงอยู่ ร้านโดนัทส่วนใหญ่ของเมืองยังคงมีคนอเมริกันเชื้อสายกัมพูชาเป็นเจ้าของ “ร้านโดนัทเป็นสิ่งที่คนเชื้อสายกัมพูชาสามารถทำได้ในอเมริกา และเป็นกุญแจสู่โอกาสที่ดีในชีวิต” เมย์ลี เทา (Mayly Tao) ผู้บริหารและเจ้าของร้านโดนัทดีเค กล่าวและเสริมว่า “ฉันชอบโดนัทตรงที่มันสามารถหลอมรวมชุมชนโดยไม่เกี่ยวข้องกับดินแดน เชื้อชาติ จะชอบกินที่ร้าน หรือชอบสั่งกลับบ้าน” เช่นเดียวกับประชากรที่อยู่ในลอสแอนเจลิส โดนัทก็มีการพัฒนาทางวัฒนธรรมในแบบของตัวเอง โดนัทเริ่มจากการเคลือบน้ำตาล โดนัทแบบปราศจากโปรตีนกลูเตน โดนัทสอดไส้แยม ไปจนถึงโดนัทแบบสอดไส้คุกกี้เนย การเพลิดเพลินไปกับโดนัทกลายเป็นสิ่งที่เปรียบเทียบได้กับกิจกรรมทางศาสนาในเมืองแห่งเทพธิดา (ฉายาของเมืองลอสแอนเจลิส) แห่งนี้ ซึ่งต้องยกเครดิตให้กับชาวอเมริกันเชื้อสายกัมพูชา […]