กระเป๋ากล้อง สำหรับนักเดินทาง ที่เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกคัดเลือกมาแล้ว

สุดยอดกระเป๋ากล้องสำหรับนักเดินทาง

สุดยอด กระเป๋ากล้อง สำหรับนักเดินทาง

ไม่ว่าจะเดินทางไปต่างทวีปหรือแค่ต่างเมือง กระเป๋ากล้อง ดีๆ สักใบไม่ควรสร้างภาระให้คุณ เลือกใบที่เหมาะกับการเดินทางของคุณ และถ้าจะให้ดีใส่ของได้มากกว่าแค่กล้องน่าจะเป็นตัวเลือกที่ดี วิศวกรด้านการถ่ายภาพของ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ทอม โอไบรอัน จึงเสาะหาและทดสอบกระเป๋ากล้องมากกว่า 40 ใบจากผู้ผลิต 15 ราย ไม่ว่าคุณกำลังวางแผนเดินทางไปลุยทริปสุดหิน หรือท่องเที่ยวตามเมือง ลองดูตัวเลือกเหล่านี้

กระเป๋าแนวแอดเวนเจอร์ (adventure bag) เหมาะสำหรับทริปขึ้นเขาลงห้วยที่ต้องการความทนทานสมบุกสมบัน ปกป้องกล้องและอุปกรณ์ถ่ายภาพของคุณได้หายห่วง กระเป๋า 5 รุ่นนี้เหมาะกับทริปสุดหิน เช่นเดินป่า ปีนเขา บางรุ่นมีโครงแข็งภายในเพิ่มการป้องกัน สายรัดหรือเข็มขัดคาดเอวที่กระชับคล่องตัว วัสดุบุกันกระแทกภายใน และช่องใส่อุปกรณ์ถ่ายภาพที่ปรับเปลี่ยนได้

กระเป๋ากล้อง 1. F-STOP: LOTUS 32L

กระเป๋ากล้อง 2. MINDSHIFT: ROTATION180° HORIZON 34L

กระเป๋ากล้อง 3. ATLAS: ATHLETE

กระเป๋ากล้อง 4. MINDSHIFT: BACKLIGHT 26L

กระเป๋ากล้อง 5. SHIMODA DESIGNS: EXPLORE 40L


เรื่องแนะนำ

มองโลกผ่านสายตาสตรี : รวมภาพถ่ายสารคดีจากช่างภาพหญิงของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก

“ผู้หญิงมักมองเห็นสิ่งต่างๆ ที่ผู้ชายไม่เห็น” บรรณาธิการคนแรกของนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก กล่าว คลังภาพถ่ายโดยช่างภาพหญิงของเราเผยให้เห็นถึงความกล้าหาญและความเห็นอกเห็นใจในภาพถ่ายสารคดีของพวกเธอ ในอดีต เรื่องราวของช่างภาพหญิงในเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก เป็นสิ่งแปลกประหลาด แต่ไม่ใช่กับสมัยนี้ เรามาไกลกว่ายุคที่ผู้หญิงถูกเปรียบเทียบว่าเป็นภาพไม้ประดับท่ามกลางคลื่นผ้าไหมที่ถ่ายโดยช่างภาพชาย ภาพที่ถ่ายเมื่อปี 1967 ภาพนี้มีคำบรรยายว่าเป็น “ทีมช่างภาพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก” ซึ่งเป็นภาพชายใส่เสื้อโค้ต 25 คนยืนล้อมรอบเมลวิลล์ เบลล์ โกรฟเนอร์ บรรณาธิการนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ในขณะนั้น นักประวัติศาสตร์ นาโอมิ โรเซนบลุม กล่าวว่า “ภาพนี้มีความหมายเบื้องหลังว่า สื่อสิ่งพิมพ์นี้ (และสื่อสิ่งพิมพ์อื่น) พึ่งพาเนื้อหาที่มาจากและควบคุมผ่านสายตาและความคิดของผู้ชาย” “เมื่อไหร่ช่างภาพจะมาหรือ” ซิสซี บริมแบร์ก ช่างภาพหญิงของเรา เคยถูกถามคำถามนี้ในช่วงทศวรรษ 1980 ตอนที่เธอขนอุปกรณ์ถ่ายภาพมากมายผ่านประตูพิพิธภัณฑ์เพื่อถ่ายภาพศิลปวัตถุที่อยู่ในพิพิธภัณฑ์ “เธอมาถึงแล้วค่ะ” เธอตอบคำถามไปห้วนๆ ในปี 2000 เมื่อฉันพูดคุยกับทีมงานช่างภาพชายว่าฉันเป็นผู้เขียนหนังสือ ช่างภาพหญิงของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ร่วมกับเคที โมราน ผู้ที่ตอนนี้เป็นรองบรรณาธิการภาพถ่ายของนิตยสาร เขาทำท่าสะบัดปกคอเสื้อแล้วตอบว่า “ช่างภาพหญิงงั้นเหรอ หนังสือคงสั้นน่าดู” แต่คุณผู้อ่านคะ […]

เปลี่ยนห้องขังที่ว่างเปล่าให้เป็นบ้านของผู้อพยพ

เปลี่ยนห้องขังที่ว่างเปล่าให้เป็นบ้านผู้อพยพ เมื่อวิกฤติการณ์ผู้อพยพในยุโรปเริ่มขึ้นเมื่อปี 2015 มุฮัมมัด มุเฮเซน ช่างภาพของสำนักข่าวเอพี ตัดสินใจรอคอยบนชายหาดในประเทศกรีซ เฝ้ามองคลื่นผู้ลี้ภัยหลั่งไหลมาจากซีเรีย ตะวันออกกลาง และบางส่วนของแอฟริกาที่ย่อยยับจากสงคราม “คนส่วนใหญ่คิดว่า เมื่อผู้ลี้ภัยมาถึง เรื่องราวก็จบสิ้นลง แต่สำหรับผม นั่นคือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวครับ” เขาบอก มุเฮเซนเน้นการเก็บภาพในเนเธอร์แลนด์ ประเทศที่ทั้งเต็มใจจะรับผู้อพยพและกำลังลดระดับอาชญากรรมลง ห้องขังว่างเปล่าจำนวนมากทำให้รัฐบาลเนเธอร์แลนด์มองหาวิธีใช้ประโยชน์อื่นๆ ดังนั้นพวกเขาจึงเริ่มให้ผู้อพยพเข้าไปอยู่ในนั้น ที่เรือนจำ Bijlmerbajes ในกรุงอัมสเตอร์ดัม เมืองหลวงของเนเธอร์แลนด์ ผู้ลี้ภัยที่เหนื่อยล้ากว่า 600 คนได้รับเตียงนอน อาหารอุ่นๆ และหลังคาคุ้มศีรษะ ทั้งหมดเป็นสิ่งชั่วคราว จนกว่าพวกเขาจะได้ที่อยู่อาศัยในเนเธอร์แลนด์ ได้อยู่ในบ้านที่แท้จริง และมีงานทำ (ผลการศึกษาใหม่ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศจะยิ่งขับให้วิกฤติผู้อพยพย่ำแย่ลง) ตลอดปีที่ผ่านมา มุเฮเซนกลับไปเรือนจำ Bijlmerbajes เป็นครั้งคราวเพื่อถ่ายภาพชีวิตครอบครัวในนั้น ทั้งช่วงเวลาที่เคร่งเครียด ช่วงเวลาเล่นสนุก และการหมดความอดทนในการรอคอยการตัดสินใจครั้งต่อไปของรัฐบาลที่จะทำให้พวกเขามีชีวิตใหม่ ล้วนเผยให้เห็นเบื้องหน้ากล้องถ่ายภาพของเขา สิ่งเดียวที่ดูเหมือนไม่ได้สร้างปัญหาให้ใครเลยก็คือสถานที่ “เราไม่สนใจหรอกค่ะ” หญิงคนหนึ่งบอกเขาถึงการใช้ชีวิตในที่ซึ่งเคยเป็นเรือนจำ “สิ่งสำคัญก็คือเราปลอดภัย” เรื่อง แดเนียล สโตน ภาพถ่าย มุฮัมมัด มุเฮเซน

ภาพความกลัวจากในบ้านผีสิงเหล่านี้ ทำอดขำไม่ได้

เรื่อง เรเชล บราวน์ กล้องดักถ่ายภาพเป็นอุปกรณ์สำคัญสำหรับบรรดานักวิทยาศาสตร์ผู้ทำการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับสัตว์ป่า พวกเขามักจะติดตั้งกล้องเหล่านี้ไว้ตามเส้นทางเดินของสัตว์ เพื่อให้ได้ภาพถ่ายตามธรรมชาติของมัน กล้องเหล่านี้ถูกควบคุมด้วยรีโมทเซ็นเซอร์ระยะไกล จึงใช้ได้ดีกับผู้ล่าอันตรายอย่างเสือจากัวร์ หรือใช้ในการติดตามพฤติกรรมโดยไม่ต้องรบกวนสัตว์ เช่นการรุมกินซากสัตว์ของฝูงอีแร้ง และเช่นเดียวกัน เทคโนโลยีนี้กำลังถูกนำมาใช้จับภาพความหวาดกลัวของผู้คน ที่บ้านผีสิง The Nightmares Fear Factory บ้านผีสิงชื่อดังในเมืองไนแอการาฟอลส์ ของแคนาดา ผู้เปิดให้บริการความขนหัวลุกมานานกว่า 30 ปี ในกลางทศวรรษที่ 20 Frank LaPenna เจ้าของกิจการได้แรงบันดาลใจจากกล้องถ่ายภาพบนรถไฟเหาะ เขาจึงตั้งใจว่าจะนำไอเดียเดียวกันนี้มาบันทึกภาพความหวาดกลัวของบรรดาลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการเอาไว้ “ในตอนแรกผมยืนอยู่ในความมืด มีกล้องดิจิตอลตัวจิ๋วในมือคอยจับภาพผู้คนที่กำลังหวาดกลัว” เขาอธิบาย “จากนั้นผมจะวิ่งลงไปที่ลอบบี้ เอาเมมการ์ดออกจากกล้องเสียงเข้าคอมพิวเตอร์ และโชว์ภาพที่ถ่ายได้ขึ้นจอมอนิเตอร์ให้คนที่เพิ่งออกมาจากบ้านผีสิงได้เห็น” LaPenna ทำแบบนี้จนเมื่อเขาได้รู้จักกับเทคโนโลยีใหม่นั่นคือกล้องดักถ่ายภาพ ซึ่งจะบันทึกภาพอัตโนมัติ ด้วยเซนเซอร์ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อสัตว์ตัวนั้นๆ เดินผ่านอินฟาเรดที่ดักไว้ เขาออกแบบในรูปแบบที่คล้ายกันเพียงแต่ว่าเปลี่ยนจากอินฟาเรดเป็นปฏิกิริยาของผู้คนที่ตกใจเป็นสิ่งกระตุ้นให้กล้องทำงานแทน ด้วยวิธีนี้ช่วยให้เขาได้ภาพถ่ายของผู้คนกว่า 550 ภาพต่อวัน และบ้านผีสิงนี้เปิดทุกวันฉะนั้นในแต่ละปีเขาจึงมีภาพถ่ายที่รวบรวมเอาไว้หลายแสนภาพเลยทีเดียว ซึ่งในปี 2011 ภาพถ่ายเหล่านี้ถูกอัพโหลดขึ้นเว็บไซต์ของบ้านผีสิง เพื่อดึงดูดผู้ที่สนใจอยากลิ้มลองความสยองขวัญให้เข้ามาใช้บริการกันมากขึ้น แม้ว่าจะแตกต่างจากกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ที่ให้ประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์ แต่คิดดูอีกที มองไปที่รูปถ่ายเหล่านี้ เราทุกคนล้วนคือสัตว์ที่เมื่ออะดรีนาลีนพลุ่งพล่านจากความกลัว ปฏิกิริยาที่แสดงออกมาผ่านภาพถ่ายจึงเป็นสัญชาตญาณล้วนๆ […]