บันทึกขุดหอยที่ เกาะกลาง จังหวัดกระบี่ - National Geographic Thailand

บันทึกขุดหอยที่เกาะกลาง

บันทึกขุดหอยที่ เกาะกลาง จังหวัดกระบี่

แพะ 2 ตัว กับไก่ตัวผู้และตัวเมีย เดินมาหาผม (Robert Reid) ที่เปลญวน ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไรที่จะแบ่งปันพื้นที่บนหาดของ เกาะกลาง จังหวัดกระบี่ นี้ร่วมกัน

มันเป็นช่วงเวลาน้ำขึ้นของทะเลอันดามัน และตอนนี้คลื่นก็ซัดเข้ามาใกล้ แต่ผมไม่ได้สนใจมันเท่าไหร่นัก ตรงกันข้ามกลับไกวเปลไปมาอยู่ในร่มเงาของดอกราชพฤกษ์ (Cassia fistula) ซึ่งเป็นดอกไม้ประจำชาติไทย หรือที่เรียกกันว่า “golden rain tree” เนื่องจากดอกสีเหลืองสว่างที่บานสะพรั่งของมัน หลังผ่านไปราว 1 ชั่วโมง ผมมองดูอีกทีคลื่นลดระดับลงแล้ว ในหมู่บ้านไทยที่เกาะกลางเป็นวิถีชีวิตปกติที่ชาวประมงจะออกมาเมื่อกระแสน้ำลดระดับลง

บาว, พ่อของเด็กผู้ชายซุกซน 2 คนค่อยๆเดินย่ำทรายด้วยรองเท้าแตะมาหาผม เขาเป็นผู้ดูแลบ้านพักบนเกาะที่ผมอาศัยอยู่ มันคือบังกะโลเรียบๆ ติดทะเลพร้อมบริการอาหาร 3 มื้อต่อวัน ทว่าได้คลุกคลีกับวิถีชีวิตของคนท้องถิ่นอย่าง คนต่อเรือ, ชาวนา และศิลปิน

บาวถือคราดยาวกับสายรัดที่ดูหลวมๆ เรากำลังจะไปหาหอยกัน…

เกาะกลาง
ดอกไม้ประจำชาติไทย ดอกราชพฤกษ์สีทองสว่างกำลังบานสะพรั่ง
ภาพถ่ายโดย Pradeep Soman

ผมเดินเท้าเปล่าบนผืนทรายที่ยังคงมีเศษเปลือกไม้เล็กๆ น้อยๆ จากทะเลกองอยู่ เราเดินผ่านเสาไม้ค้ำ 4 เสา ที่ยื่นออกมาจากทราย มีลักษณะเหมือนเสาโกลฟุตบอล ดูเหมือนว่าเสาเหล่านี้จะแช่อยูในน้ำไปแล้วครึ่งวัน ไกลออกไปบนผืนทรายสีน้ำตาล เสามากมายตั้งเรียงรายเป็นจุดๆ ใต้ท้องฟ้าเปิดโล่ง มันยาวออกไปเป็นไมล์ และปรากฏเป็นรอยขรุขระตัดกับเส้นขอบฟ้า ระหว่างนั้นเองเสียงละหมาดดังขึ้นมาจากสุเหร่าที่มองไม่เห็นทางด้านหลังผม

แตกต่างจากรีสอทที่คึกคักในตัวเมืองกระบี่ซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่กี่ไมล์ การเดินทางมายังเกาะกลางที่มีขนาด 26 ตารางไมล์ซึ่งมีแค่หมู่บ้านชาวมุสลิม 3 หมู่บ้านแห่งนี้ไม่ได้มีแค่ชายหาด แต่สิ่งที่น่าจดจำคือวิถีชิวิตดั้งเดิมของชาวบ้าน เกือบ 5,000 คน ผู้ที่ส่วนใหญ่ยังคงดำรงชีพด้วยการหาปลา

ผมมาถึงเกาะเมื่อคืนก่อนหน้าด้วยเรือหางยาว ต่อด้วยมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างของบาว เราขับผ่านถนนเลนเดียวที่เรียงรายด้วยบ้านที่มีเสาค้ำอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหยุดยืนกินขนมอยู่ใต้แสงของโคมไฟ “ไม่มีรถยนต์บนเกาะ” บาวกล่าว “มีแค่มอเตอร์ไซค์และจักรยาน แถมยังไม่มีเอทีเอ็ม และปั้มแก๊สที่ตั้งอยู่โดดๆ ก็โดนล้อมไปด้วยควายหมดแล้ว”

ภารกิจหาหอยของเราเริ่มต้นขึ้นหลังเจอจุดที่เหมาะสมบนทราย พูดตามตรง ผมคิดไม่ออกเลยว่าบาวจะเก็บหอยจากชายหาดที่กว้างใหญ่เช่นนี้ได้อย่างไร ผมมองเขาขยับสายรัดให้ถนัด และค่อยๆ ครูดคราดช้าๆ ตามเส้นยาวบนผืนทราย ซึ่งบางครั้งคราดกระแทกกับบางสิ่งบางอย่างจนเกิดเสียงขึ้น ทันใดนั้นบาวหยุดค้นหาและครูดคราดยังบริเวณนั้นไปมาเพื่อเขี่ยเอาหน้าทรายออก ทว่าสิ่งที่ปรากฏกลับเป็นแค่เปลือกหอยเก่าเท่านั้น ก่อนที่เขาจะยังคงมองหาหอยต่อไป

(ชีวิตบนเกาะซึ่งหนาแน่นที่สุดในโลก)

เกาะกลาง
จังหวัดกระบี่ในภาคใต้ของไทยคือสถานที่ที่ไม่ควรพลาดสำหรับนักเก็บหอย
ภาพถ่ายโดย Eugene Tang

ในที่สุดหอยก็โผล่ออกมา พวกมันมีขนาดเท่าฝ่ามือ และมีสีน้ำตาลอ่อนตัดกับเส้นสีฟ้าสดใส บาวจับหอยที่เก็บได้ลงในกระเป๋า ผมลองทำตาม สายรัดของคราดร่วงลงมาที่ขาผมราวกับกำลังใส่กางเกงหลวมเกินตัว แล้วผมก็หาองศาที่เหมาะสมเจอจนได้ มันยากในช่วงแรก แต่ต่อมาผมต้องก็รู้สึกประหลาดใจ บาวเองก็ด้วย เพราะผมหาหอยได้ถึง 8 ตัว ในเวลาแค่ 15 นาที

การเก็บหอยถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมของคนท้องถิ่นที่เติมเต็มผมตลอดสองวันของที่นี่ เรานั่งเรือหางยาวผ่านคลองป่าชายเลน และเจอกับคนต่อเรือผู้ที่สามารถเอาชีวิตรอดจากคลื่นสึนามี ในปี 2004 ได้ “ผมควรจะอยู่ที่ทะเลในวันนั้น” เขากล่าว “แต่เพื่อนจากภูเก็ตเรียกให้เราไปที่สุเหร่าเพื่อหลบภัย เลยไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ โชคดีมากๆ”

ต่อมาเราเดินผ่านควายบนคันนาแคบๆ ผมยังมีโอกาสได้ลองทำผ้าบาติก ซึ่งเป็นศิลปะโบราณแบบหนึ่ง โดยใช้เทียนปิดบริเวณที่ไม่ต้องการลงสี ซึ่งมันสนุกมาก และสิ่งที่ดีที่สุดคืออาหาร บรรดาปูที่แกะมาแล้ว กุ้ง และปลาต่างๆ ถูกเสิร์ฟในทุกวันด้วยฝีมือของคนท้องถิ่น

กลับมาที่หาด หลังจากที่บาวและผมเก็บหอยได้เต็มกระเป๋าแล้วสำหรับมื้อค่ำ เราเดินไปยังตาข่ายดักปลาที่อยู่ห่างออกไป เมื่อคลื่นลดลงแล้วผมเห็นสัตว์ทะเลมากมายไม่ว่าจะเป็นหอย ดาวทะเล, อีแปะทะเล และ แมงดาทะเล ให้ความรู้สึกราวกับกำลังเดินชมพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำอยู่ก็ไม่ปาน ตอนนี้น้ำขึ้นมาถึงแค่ข้อเท้าและครอบคลุมพื้นที่ที่ห่างออกไปถึง 1 กิโลเมตร ที่ด้านหน้าคือแถวของเสาความยาว 12 ฟุต ที่เรียงรายเป็นเขาวงกตไว้สำหรับดักปลายามน้ำขึ้น บาวเดินไปสำรวจ แต่น่าเสียดายที่วันนี้ไม่มีปลาติดกับ

ผมเดินเตร็ดเตร่ต่อไปอีกสักพัก บัดนี้ท้องฟ้าที่เคยแจ่มใสกลายมาเป็นสีน้ำเงินเข้มเมื่อใกล้ค่ำ เสียงบาวตะโกนเรียกให้ช่วยถือกระเป๋า “ได้เวลาไปกินหอยแล้ว!”

 

จะไปทริปนี้ได้อย่างไร?

มันค่อนข้างยากในการหาที่พักบนเกาะกลางด้วยตัวเอง มีคนท้องถิ่นไม่มากที่เข้าใจภาษาอังกฤษ ผมได้ที่พัก 2 คืนผ่านทาง Andaman Discoveries ซึ่งครอบคลุมบริการไกด์ทัวร์ที่พูดภาษาอังกฤษได้

บังกะโลไม้ไผ่ที่ผมเข้าพักจะประกอบไปด้วยห้องน้ำส่วนตัว ที่นอนเป็นบางๆ ปูบนพื้นพร้อมกับมุ้งกันยุง มีพัดลมและกำแพงที่ไม่แตะเพดานเพื่อถ่ายเทอากาศ อาหารจะเสิร์ฟในพื้นที่ส่วนกลาง ซึ่งบางครั้งใช้เป็นที่ให้ความรู้หรือประชุมสำหรับคนในหมู่บ้าน และมีเรือคายัคให้บริการด้วย ถ้าคุณสนใจ

เรื่อง Robert Reid

 

อ่านเพิ่มเติม

สำรวจหมู่บ้านชาวประมงร้างในจีน

เรื่องแนะนำ

ภูกระดึง ความงามที่ไม่เคยเลือนหาย

ภูกระดึง ประติมากรรมทางธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ กับเส้นทางเดินป่าสุดคลาสสิคและความสวยงามของทิวสนตัดกับสีสันบนท้องฟ้าที่เปลี่ยนไปตามเวลาและฤดูกาล เป็นสิ่งที่เหล่านักท่องเที่ยวหัวใจธรรมชาติยกให้เป็นหนึ่งในภูเขาที่ต้องไป แต่ทว่าเหตุการณ์ไฟป่าที่ผ่านมา เชื่อว่าหลายคนคงกังวลไม่น้อยถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อทั้งผืนป่า สัตว์น้อยใหญ่ และบรรดาเจ้าหน้าที่ร่วมทั้งจิตอาสาที่ร่วมกันดับไฟ แต่ท้ายที่สุดด้วยความร่วมมือร่วมแรงกันอย่างสุดความสามารถก็เป็นผล ทำให้ไฟสงบลงในเวลาต่อมา แน่นอนว่าทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ นอกจากเราจะช่วยส่งกำลังใจไปช่วยแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่เราสามารถทำได้เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในการอนุรักษ์ธรรมชาติก็คือการสร้างความเข้าใจต่อ ภูกระดึง สันฐานภูกระดึง “ภูกระดึง” เป็นภูเขาหินทรายยอดตัด มีที่ราบบนยอดภูเขาเป็นพื้นที่กว้างประมาณ 60 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 8,522 สนามฟุตบอลขนาดมาตราฐาน มีความสูงอยู่ระหว่าง 1,200 เมตรจากระดับทะเลปานกลาง หรือสูงจากพื้นที่โดยรอบประมาณ 950 เมตร เทียบคร่าวๆก็ประมาณ 3 เท่าของตึกใบหยก-2 ด้วยความสูงระดับนี้จึงทำให้อากาศบนยอดภูเย็นสบายตลอดทั้งปี อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 26 °C ภูกระดึงขุนเขาแหล่งจินตนาการ มองจากด้านที่ราบหรือด้านข้างภูเขา ภูกระดึงจะมีลักษณะคล้ายกับกระดึงห้อยคอวัว (ภาษาท้องถิ่น แปลว่า กระดิ่ง) สันนิษฐานว่าจากลักษณะรูปร่างดังกล่าวจึงกลายเป็นที่มาของชื่อภูเขาที่ชาวบ้านเรียกขานกัน แต่เมื่อมองจากมุมสูงโดยเฉพาะในภาพถ่ายจากดาวเทียม ภูกระดึงจะมีลักษณะคล้ายรูปหัวใจ ยิ่งเน้นย้ำให้ภูกระดึงเป็นสถานที่สุดแสนโรแมนติกสำหรับคู่รัก    บ้างก็มองว่าเป็นรูปใบบอน โดยมีส่วนปลายใบอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ และส่วนเว้าด้านในอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งเกิดจากการกัดเซาะโดยธรรมชาติ โดยเฉพาะกระแสน้ำ ที่มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการเปลี่ยนแปลงรูปร่างของภูเขาลูกนี้ ซึ่งเราจะสามารถมองเห็นทางน้ำไหลจากบนยอดภูสู่พื้นล่างอย่างชัดเจนบนภาพถ่ายจากดาวเทียมผ่านร่องเขาดังกล่าว ภูมินามสู่ความเข้าใจ ตลอดเส้นทางขึ้นสู่ยอดภูกระดึงเราจะเจอกับสาระพัดซำ […]

ภาพถ่ายจากหลายมุมมองใน คิวบา

คิวบา เกาะที่เต็มไปด้วยสีสันแห่งทะเลแคริบเบียน  เพียง 150 กิโลเมตรจากปลายสุดของแหลมฟลอริดา ดินแดนของประเทศ คิวบา ที่มีพื้นที่ 109883 ตารางกิโลเมตร เป็นบ้านของผู้คนและสัตว์ป่านานาชนิด ทั้งนก สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก และจระเข้ ดินแดนนี้เป็นพื้นที่เกาะ ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในทะเลแคริบเบียน ภายในเต็มไปด้วยสีสันของทั้งตึกรามบ้านช่อง และสีสันของวิถีชีวิตที่สดใส ตั้งแต่โคลัมบัสค้นพบเกาะแห่งนี้ในปี 1492 คิวบาผ่านประวัติศาสตร์ต่างๆ มามากมาย มีเรื่องเล่าให้บรรพบุรุษได้ส่งต่อมายังลูกหลาน ธรรมเนียมดั้งเดิมบางอย่างยังสืบทอดมาถึงปัจจุบัน ภาพถ่ายเพียงใบเดียวไม่อาจบอกเล่าความหลากหลายในคิวบาได้ทั้งหมด ทั้งกิจกรรมและสถาปัตยกรรม รถยนต์สัญชาติอเมริกันคันเก่าที่ปรับสีสันให้ฉูดฉาดแล่นไปตามถนน จากเอลมาเลกอนถึงฮาวานา คลื่นซัดฝั่งแตกฟองโปรยละอองน้ำทะเลสู่ผิวถนน ในเมืองวีญาเลส ชาวไร่ยังคงควบม้าเพื่อดูแลผลผลิตในไร่ยาสูบ เด็กนักเรียนแต่งชุดประจำโรงเรียนเดินอยู่บนถนนที่นำพวกเขากลับบ้าน ผู้ใหญ่นั่งล้อมวงกันข้างทางเพื่อเล่นเกมโดมิโนที่พวกเขาโปรดปราน ภาพเหล่านี้ คุณสามารถพบเห็นได้ทั้งหมดบนเกาะสวรรค์แห่งแคริบเบียน ในขณะที่บางคนรู้จักคิวบาในแง่ของประเทศแห่งเสียงเพลง ซิการ์คุณภาพดี และการเต้นรำอย่างแมมโบและรุมบา คิวบายังเป็นสถานที่ที่มีอะไรมากมายจนคุณคาดไม่ถึง ตั้งแต่การปีนเขาบนพื้นที่เพาะปลูกยาสูบ จนถึงการดำดิ่งชมโลกใต้ทะเล             อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเทศ คิวบา เพชรยอดมงกุฎแห่งทะเลแคริบเบียน คลื่นนักท่องเที่ยวมาแล้ว    

แล ทะเลน้อย แลชีวิต แลความงดงาม

แล ทะเลน้อย แลชีวิต แลความงดงาม ในอ้อมกอดแห่งทะเลสาบสงขลา -1- ….เวลาเช้ากำลังพองาม … แสงแดด กำลังกำดัด-ไม่ร้อนแรงเกินไป ปุยเมฆขาว เป็นฝอย ลอยล่องฟ่องฟูอยู่คู่กับฟ้าคราม งามตามความเหมาะสม เสมือนโทรมาสั่งล่วงหน้าไว้ได้ เมื่อเราเดินทางมาถึง “เขตห้ามล่าสัตว์ป่า ทะเลน้อย” เรื่อง เจนจบ ยิ่งสุมล ภาพถ่าย อิสรชน พงไพร เบื้องหน้า ดอกบัวแดงนับหมื่นนับแสนดอก ชูช่อดารดาษ ราวกับจะอวดศักดาให้ก้องไกร ว่าที่นี่คือสัญลักษณ์สำคัญที่สวยที่สุดของทะเลน้อย และแน่นอน ย่อมไม่มีบึงบัวที่ไหน ในโลกนี้ อลังการด้วยความงาม เทียบเท่าที่นี่ได้อีกแล้ว คนที่เพิ่งมีโอกาสมาเห็นทะเลน้อยเป็นครั้งแรก แน่นอนต้องตะลึงตามติดมาด้วยอาการตื่นตาตื่นใจแทบทุกคน ทะเลสาบสงขลา ที่กว้างใหญ่ หลายสิบล้านไร่นั้น หากเปรียบไปให้เห็นภาพ ทะเลสาบทั้งหมดทั้งมวล หากเป็นคล้ายดั่งกระเพาะอาหารในตัวตนของคนเรา ทะเลน้อย ในความรู้สึกของผมก็คือ”ไส้ติ่ง” นั่นเองเพราะทะเลน้อยมีพื้นที่ 17,500 ไร่ ซุกซ่อนตัวเองอย่างเจียมเนื้อเจียมตน เป็นส่วนหนึ่งของทะเลสาบสงขลา  ที่มีพื้นที่ถึง 5.31 ล้านไร่ ส่วนของทะเลสาบสงขลาส่วนนี้ นอกจากจะเป็นส่วนที่เล็กที่สุดแล้ว ผมว่าเธอยังงามงดที่สุด […]

โต๋เต๋ ทะเลมัลดีฟส์ ออกไปฟรีไดฟ์สัมผัสโลกใต้ทะเล

ผมชอบดำน้ำครับ ก็ดำไปเรื่อยตั้งแต่ดำเล่นๆ จนมาเป็นผู้ฝึกสอน ถ้านับรวมเวลาก็ประมาณ 25 ปีแล้ว ปกติคนทั่วไปรู้จักกิจกรรมดำน้ำในรูปแบบใช้ถัง หรือสกูบา (Scuba diving) กับการดำน้ำแบบลอยเท้งเต้งอยู่บนผิวน้ำพร้อมชูชีพ หรือสนอร์เกิล (Snorkeling diving) ตอนนี้ มีการดำน้ำรูปแบบใหม่ที่พัฒนาจากกีฬา ด้วยการกลั้นหายใจใต้น้ำ เสริมเทคนิคต่างๆให้อยู่ในน้ำได้นานขึ้น ใกล้ชิดกับธรรมชาติมากขึ้น โดยไม่ต้องแบกอุปกรณ์ หรือที่เรียกว่า ฟรีไดฟ์ (Free diving) มัลดีฟส์เป็นจุดหมายยอดฮิตสำหรับนักดำน้ำ และเป็นสถานที่สุดโปรดของเหล่าฟรีไดฟ์ ด้วยเหตุผลที่ว่า แต่ละจุดดำน้ำมีทัศนียภาพแตกต่างกัน เราไม่จำเป็นต้องลงลึกเท่ากับสกูบา และไม่ได้ลอยอยู่บนผิวน้ำแบบสนอร์เกิล  เรียกว่าอยู่ในระดับกลางๆ ไม่ยากไม่ง่าย การมองหาสัตว์ทะเลอย่างฉลามวาฬก็ทำได้ง่าย เมื่อเราพบตัวอะไรก็สามารถพุ่งเข้าไปด้วยฟิน (ตีนกบ) ถ้ากลั้นหายใจได้นานก็สามารถเข้าใกล้สัตว์ทะเลได้ใกล้ชิดมากขึ้น ทั้งเต่าทะเลและปลาเก๋า นับเป็นเสน่ห์ของฟรีไดฟ์ที่หลายคนหลงใหล การเดินทางไปมัลดีฟส์ควรพิจารณาเรื่องที่พักด้วยนะครับ เพราะในประเทศนี้มีเกาะเป็นร้อยแห่ง บางแห่งที่พักสวยและราคาถูก ซึ่งเราอาจพบฝูงปลามากมาย หรือเดินทางไปช่วงตั๋วเครื่องบินราคาถูก เราอาจไม่เจอกระเบนราหูก็ได้ นอนรีสอร์ตหรูก็ใช่ว่าจะเจอพี่จุด (ฉลามวาฬ) ที่ผมพยายามสื่อคือ อย่าไปเลือกที่พักเพราะราคาหรือแค่ความสวยงาม ถ้าคุณตั้งใจไปฟรีไดฟ์ ลองถามคนเคยไปฟรีไดฟ์มาแล้วดีกว่า ที่มัลดีฟส์มีรีสอร์ตหลายแห่งที่เปิดบริการสำหรับนักฟรีไดฟ์โดยเฉพาะ นึกตามง่ายๆคือ คุณตื่นขึ้นจากเตียง แล้วสามารถกระโดดลงทะเลจากหน้าที่พักของคุณได้เลย หรืออย่างน้อยก็นั่งเรือออกจากที่พักเพียงไม่กี่นาทีก็ลงดำน้ำได้แล้ว […]