หมู่บ้านชาวประมง ร้างในจีน แหล่งท่องเที่ยวใหม่สะท้อนพลังของธรรมชาติ

สำรวจหมู่บ้านชาวประมงร้างในจีน

สำรวจ หมู่บ้านชาวประมง ร้างในจีน

หากคุณเดินทางออกจากเซี่ยงไฮ้ไปทางตะวันออกเฉียงใต้ราว 40 ไมล์ จะพบกับเกาะเล็กๆ ที่มีชื่อว่า Shengshan ตั้งอยู่บนทะเลจีนตะวันออก สถานที่แห่งนี้ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่ตั้งของหมู่บ้าน Houtouwan หมู่บ้านชาวประมง ที่บัดนี้กลายมาเป็นสีเขียวชอุ่มจากบรรดาพืชนานาพรรณที่เข้ายึดครองแทนที่อารยธรรม

ในปี 1990 หมู่บ้านแห่งนี้มีชาวประมงอาศัยอยู่มากถึง 2,000 ครอบครัว แต่แล้วในวันหนึ่งสถานการณ์ก็เริ่มเปลี่ยนไปเมื่อชาวประมงบนเกาะไม่อาจสู้กับการประมงขนาดใหญ่ของเซียงไฮ้ได้ ดังนั้นประชาชนบนเกาะเหล่านี้จึงค่อยๆ ย้ายเข้าไปอาศัยและทำงานบนจีนแผ่นดินใหญ่แทนเพื่อชีวิตที่ดีกว่า และเมื่อเวลาผ่านไปสิบปี เกาะทั้งเกาะก็กลายเป็นสีเขียว ผลจากการที่แทบไม่มีมนุษย์อาศัยอยู่

หมู่บ้านชาวประมง หมู่บ้านชาวประมง

บ้านเรือนหลายสิบหลังที่หันหน้าออกสู่ทะเลกลายเป็นสีเดียวกันกับทัศนียภาพของหุบเขา ผนังบางส่วนพังทลายลงจากรากพืชที่ชอนไชไปทั่ว อย่างไรก็ตามยังคงมีร่องรอยบางอย่างที่บ่งบอกว่าสถานที่แห่งนี้เคยเป็นหมู่บ้านของชาวประมง หากคุณมีโอกาสได้ไปเที่ยวยังสถานที่แห่งนี้ ลองออกสำรวจยังบ้านเรือนแต่ละหลังจะพบกับข้าวของที่ผู้คนทิ้งเอาไว้

ทุกวันนี้มีคนอาศัยอยู่บนเกาะแห่งนี้เพียงไม่กี่สิบคน แต่แทนที่พวกเขาจะหาปลาเช่นบรรพบุรุษ พวกเขาใช้ประโยชน์จากธรรมชาติด้วยการเปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยว และขายของเล็กๆ น้อยๆ แก่ผู้ที่มาเยี่ยมชม

หมู่บ้านชาวประมง หมู่บ้านชาวประมง

เมื่อปีที่ผ่านมา นักสร้างภาพยนตร์นาม Joe Nahis จากเซียงไฮ้เดินทางไปเยี่ยมชมเกาะแห่งนี้เพื่อถ่ายทำสารคดี ปกติแล้วใช้เวลาเดินทางเพียงแค่ 5 – 6 ชั่วโมงเท่านั้นจากจีนแผ่นดินใหญ่ แต่ Nahis ใช้ไปถึง 36 ชั่วโมงเพื่อเดินทางไปยังหมู่บ้าน เนื่องจากเรือเฟอร์รี่ที่เขาจ้างวานนั้นพาไปผิดทาง ซึ่งคุณผู้อ่านสามารถชมความสวยงามของหมู่บ้านแห่งนี้ได้ผ่านวิดีโอของ Nahis ที่ใช้เทคโนโลยีโดรนในการเก็บภาพ

สำหรับการเดินทาง จากเซียงไฮ้คุณสามารถนั่งเรือเฟอร์รี่มายังเกาะ Shengshan แห่งนี้ จากนั้นโบกแท็กซี่มายังหมู่บ้านชาวประมง Houtouwan ซึ่งก่อนถึงจะมีวัดขนาดใหญ่เป็นแลนด์มาร์คให้สังเกต นอกเหนือจากจะได้ชมความงามของธรรมชาติบนเกาะแล้ว ชาวบ้านยังขายอาหารทะเลอีกด้วย แต่อย่าลืมว่าไม่สามารถเข้าพักในบ้านเรือนแต่ละหลังได้แม้มันจะถูกทิ้งร้างก็ตาม หากต้องการหาที่พักให้เดินทางไปยังหมู่บ้านข้างเคียงแทน

เรื่อง Elaina Zachos

ภาพ Weibo.cn

หมู่บ้านชาวประมง หมู่บ้านชาวประมง

 

อ่านเพิ่มเติม

ยานร้างกลางทะเลทราย

เรื่องแนะนำ

เที่ยวชุมชน ไทยพวน จังหวัดนครนายก

จากประวัติศาสตร์ของประเทศไทย กระแสประชากรไหลเวียนเปลี่ยนถ่ายเป็นพลวัต เกิดขึ้นมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ผู้คนเหล่านั้นได้ทิ้งร่องรอยทางวัฒนธรรม บ้างก็ลงหลักปักฐาน และนำวัฒนธรรมที่เคยถือปฏิบัติมาเผยแพร่จนเป็นเอกลักษณ์อย่างที่เราเห็นในทุกวันนี้ ประเทศไทยจึงประกอบด้วยประชากรที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม อันเป็นเอกลักษณ์และเป็นเสน่ห์ที่น่าภาคภูมิใจ วันนี้ ผู้เขียนมีโอกาสเดินทางไปที่ตำบลเกาะหวาย อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก เพื่อไปเรียนรู้วิถีชีวิตของชาว ไทยพวน โดยเข้าพักที่ “โฮมเสตย์บ้านสะเภาทอง” ของคุณลุงประทีป-คุณป้าสุรีย์ มากคำ นอกจากนี้ สถานที่แห่งนี้ยังเป็น “ศูนย์การเฮียนฮู้วัฒนธรรมไทย-พวน” อีกด้วย ทันทีที่ถึง คุณลุงกับคุณป้าปฏิบัติตัวกับผู้มาเยือนเสมือนเป็นญาติมิตร เราจึงรู้สึกอบอุ่นเสมือนได้กลับมาเยี่ยมญาติเช่นกัน และยังมีเจ้ามอมแมม สุนัขตัวโตขนฟูสีขาว (ที่มีประวัติไม่ธรรมดา) เดินสมทบออกมาต้อนรับ พวกเราเริ่มจากการนั่งสนทนาถามสารทุกข์สุขดิบกันอย่างสนุกสนาน คุณลุงประทีปเล่าว่า “ไทยพวน” เป็นชื่อเรียกคนพวนที่อพยพมาจากเมืองเชียงขวาง ประเทศลาว ที่มาตั้งถิ่นฐานตามจังหวัดต่างๆ ในไทย เช่น ลพบุรี สุพรรณบุรี และสุโขทัย เป็นต้น โดยอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม มีการตั้งชมรมไทยพวนแห่งประเทศไทยเพื่อเป็นศูนย์กลางในการติดต่อระหว่างชาวไทยพวนที่อาศัยอยู่ในไทย มีงานประจำปี 2 งาน คืองานร้อยใจไทยพวน และงานผ้าป่าชมรมไทยพวนแห่งประเทศไทย ซึ่งคุณลุงคุณป้าได้เข้าร่วมกิจกรรมกับชมรมฯ เป็นประจำ สำหรับจังหวัดนครนายก ชาวไทยพวนอาศัยอยู่อย่างหนาแน่นในตำบลหนองแสง ตำบลเกาะโพธิ์ ตำบลท่าเรือ และตำบลเกาะหวาย […]

เคล็ดลับการเที่ยวคนเดียวให้สนุกจากนักเดินทางหญิงลุยเดี่ยว

เหล่าผู้อ่านเปิดเผยกลยุทธ์การสร้างมิตรภาพ เที่ยวคนเดียว อย่างปลอดภัย และค้นพบวัฒนธรรมท้องถิ่น เมื่อต้องเป็นนักเดินทางลุยเดี่ยว “คุณกล้าหาญมาก!” เมื่อฉันบอกใครหลายคนว่าเป็นนักเดินทางลุยเดี่ยว นี่เป็นคำตอบที่ฉันได้รับอยู่บ่อยครั้ง แม้ว่านั่นจะเป็นการแสดงความปรารถนาดี แต่ในขณะเดียวกัน ฉันก็เบื่อใครก็ตามที่ยังคิดว่าผู้หญิงที่เดินทางคนเดียวจะต้องรู้สึกโดดเดี่ยวหรือหวาดกลัว ซึ่งในโลกอุดมคติ นักเดินทางหญิงลุยเดี่ยวไม่ได้เป็นสิ่งที่กล้าหาญอะไรนัก หากเป็นแค่ความชอบส่วนบุคคลแบบหนึ่งเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เมื่อเราถามผู้อ่านและชุมชนออนไลน์ว่าพวกเขาได้เรียนรู้อะไรจากการเดินทางคนเดียว คำตอบจากผู้หญิงกว่าครึ่งหนึ่งคือการหลีกเลี่ยงภัยอันตราย ซึ่งก็เป็นความจริงเช่นกันที่บางครั้งพวกเธอต้องพบเจอภาวะสุ่มเสี่ยงระหว่างทาง ฉันเองก็เป็นเหมือนเพื่อนหลายๆคนที่ไปเรียนวิชาป้องกันตัวเพื่อให้รู้สึกอุ่นใจ และเราก็ได้เรียนรู้วิธีการหลีกเลี่ยงสถานการณ์อันตรายไปพร้อมกันด้วย ริต้า เพียร์สัน ผู้อ่านคนหนึ่ง ได้ให้ข้อสรุปที่ดีที่สุดว่า “ข้อแรก ปลอดภัยไว้ก่อน ข้อสอง ไปเลย” จากคำตอบนับพัน เราได้รวบรวมคำตอบที่ทั้งชาญฉลาดและให้กำลังใจมานำเสนอดังต่อไปนี้ รู้วิธีทำให้ตัวเองปลอดภัย เอเลนา เบอร์เน็ตต์ ผู้ใช้เวลาหลายปีเดินป่าและถ่ายภาพในพื้นที่ห่างไกลในอุทยานแห่งชาติหลายแห่ง มีวิธีเตรียมตัวอย่างจริงจังเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง “การซื้อแผนที่ภูมิประเทศเป็นสิ่งที่ฉันทำก่อนออกเดินทางค่ะ” เธอกล่าวและเสริมว่า “นั่นทำให้ฉันรู้เส้นทางและจุดสังเกต” นอกจากนี้ เธอยังแนะนำให้นักเดินป่าเตรียมตัวสำหรับสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง เตรียมน้ำให้เพียงพอ และอุปกรณ์ปฐมพยาบาลให้พร้อม รู้ว่าควรขอความช่วยเหลือจากผู้รู้เมื่อใด การเดินทางคนเดียวไม่ได้หมายความว่าคุณโดดเดี่ยวโดยสิ้นเชิง หลายบริษัททัวร์กระตุ้นให้ผู้หญิงมองหาประสบการณ์ส่วนตัวของตัวเองจากความช่วยเหลือเล็กๆน้อยๆของคนท้องถิ่น เช่น ในทุ่งหญ้าซาฟารีที่ประเทศบอตสวานา เรเชลล์ เอเคน ได้รับความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญด้านการถ่ายภาพสัตว์ป่า ทำให้เธอได้มีโอกาสถ่ายภาพดีๆ และเรียนรู้เกี่ยวกับภูมิภาคนั้น เคล็ดลับเพิ่มเติม: เข้าร่วมกรุ๊ปทัวร์หญิงล้วน แล้วคุณจะได้รับประสบการณ์ร่วมกับนักเดินทางที่มีจิตใจเดียวกันซึ่งอาจกลายมาเป็นเพื่อนกันได้ […]

โบสถ์ไม้รัสเซียสร้างโดยไม่ใช้ตะปู

โบสถ์ไม้รัสเซีย สร้างโดยไม่ใช้ตะปู ณ เกาะ Kizhi กลางทะเลสาบ Onega ทางตอนเหนือของรัสเซีย คือสถานที่ตั้งของสิ่งก่อสร้างที่มีความงามเฉพาะตัว มันคือ โบสถ์ไม้ นิกายออร์โธด็อกซ์ที่สร้างในศตวรรษที่ 18 โดยมีจุดเด่นก็คือสถานที่สักการะบูชาขนาดใหญ่นี้ถูกสร้างโดยไม่ใช้ตะปูแม้แต่ตัวเดียว โบสถ์แห่งนี้ประกอบด้วยอาคารสองหลังและหอคอยความสูง 37 เมตร ด้านบนประกอบด้วยโดมทั้งหมด 22 โดม ซึ่งภายในมีบันไดวนที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินขึ้นไปได้ถึงยอดเพื่อชมวิว แม้กาลเวลาจะผ่านมานานหลายปีแล้ว แต่โบสถ์ไม้ยังคงมีสภาพดีอยู่ ซึ่งทางองค์กรยูเนสโกได้ประกาศให้โบสถ์แห่งนี้เป็นมรดกโลกในปี 1990   อ่านเพิ่มเติม อดีตเหมืองเกลือที่ปัจจุบันกลายเป็นสวนสนุก