Explorer Awards 2018: กรุณา บัวคำศรี - National Geographic Thailand

Explorer Awards 2018: กรุณา บัวคำศรี

กรุณา บัวคำศรี

ผู้สื่อข่าวและผู้ผลิตรายการ “The World with Karuna”

จากนักข่าวผู้มากประสบการณ์สู่การเป็นผู้ผลิตรายการที่ต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ตั้งแต่การค้นคว้าข้อมูล ออกภาคสนาม ถึงการเป็นพิธีกรรายการที่พาผู้ชมเยือนดินแดนต่างๆ ที่มีประเด็นน่าสนใจ กรุณา บัวคำศรี ได้รับการยอมรับในฐานะคนทำงานสื่อมากฝีมือผู้บากบั่นทุ่มเททำงานเพื่อนำเสนอเรื่องราวของผู้คนทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นซ่องโสเภณีเก่าแก่ในบังกลาเทศ หรือพื้นที่สงครามอย่างโมซูล ในอิรัก นอกเหนือจากสถานที่ที่เกี่ยวข้องแล้ว เธอยังเป็นนักสำรวจผู้คนและสถานการณ์ที่นำเสนอเรื่องราวได้อย่างโดดเด่นและไม่เหมือนใคร

 

บทบาทของการสำรวจในงาน

งานที่ทำเป็นรายการข่าวที่ต้องไปต่างประเทศเพื่ออธิบายปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก  เราอยากหาคำอธิบายข่าวต่างประเทศที่เกิดขึ้น ทางเดียวคือต้องออกไปสำรวจ ออกไปหาคน เรื่องราวของเราอยู่ที่มนุษย์  การเดินทางของเราไม่ใช่การสำรวจสถานที่ แต่เป็นการสำรวจผู้คน จะเป็นคนที่อยู่ในสถานการณ์สู้รบ ผู้ลี้ภัยที่อยู่ในความขัดแย้ง โสเภณี LGBT คนคิดสิ่งใหม่ๆ  เราอยากสำรวจสภาพแนวคิด ชีวิต ปรัชญาของคนเหล่านั้น  แทบทุกกรณี ตัวละครที่เราตามหามักอยู่ในสถานที่ที่เข้าถึงยาก

กรุณา บัวคำศรี

(อ่านเรื่องราวของชะตากรรมของเจ้าสาวใต้เงากลุ่มก่อการร้ายโบโกฮารามได้ที่นี่)

 

นิยามของ “การสำรวจ”

คำจำกัดความของคำว่า “การสำรวจ” สำหรับเราอาจจะกว้างขวางกว่าการสำรวจที่หมายถึงการออกไปสำรวจสถานที่ที่มนุษย์ไม่เคยไปถึง สถานที่ลึกลับหรือเร้นลับ  ในทัศนะเรา การสำรวจจึงไม่ใช่เพียงสถานที่ แต่เป็นการสำรวจชีวิตผู้คน  เราดูว่ามีเรื่องใดที่น่าสนใจน่าสำรวจที่สุด เราจะหาเรื่อง หาตัวละคร และไปที่นั่น

กรุณา บัวคำศรี

คำว่า “การสำรวจ” เป็นคำที่กว้างขวางมากกว่างานของนักธรณีวิทยา นักโบราณคดี หรือนักผจญภัย แต่เป็นงานที่ทุกคนต้องทำ  ถ้าเป็นนักข่าว หน้าที่ของเราคือไปสำรวจเรื่อง สำรวจคน สำรวจสถานการณ์ หรืออะไรก็ตามที่มีคุณค่ากับการเรียนรู้ บอกต่อ แล้วนำมาเล่าสู่กันฟัง  ประสบการณ์ที่เป็นนิยามการสำรวจของเราเลยคือตอนไปทำสารคดีเรื่องหญิงบริการที่บังกลาเทศ ซึ่งเป็นประเทศแรกๆ ที่ทำให้เรื่องโสเภณีถูกกฎหมาย ซึ่งเกิดขึ้นไม่บ่อยนักในสังคมอนุรักษ์นิยมอย่างสังคมมุสลิม นับเป็นจุดแรกที่เราสนใจและอยากสำรวจว่าคนที่นั่นเขาคิดอย่างไร ทำไมจึงยอมรับได้กับการที่รัฐบาลให้อาชีพนี้ถูกกฎหมาย  อะไรคือปรัชญาของการออกกฎหมายนี้  อยากสำรวจถึงชีวิตผู้หญิงในอาชีพนี้ในสังคมอนุรักษ์นิยม อยู่กินกันอย่างไร คิดอย่างไรกับเรื่องนี้

การเดินทางยังเป็นการสำรวจความเข้มแข็ง ความมุ่งมั่นของเราด้วยว่า เราจะไปถึงสิ่งที่เราเห็นได้หรือเปล่า  เราสำรวจตัวเราทุกครั้ง หลายครั้งที่เข้าไปในที่ที่เราสงสัยว่าคุ้มหรือเปล่าถ้าเราเป็นอะไรไป ทุกครั้ง ความอยากรู้อยากเห็นของเราจะชนะความกลัวเสมอ

“การสำรวจสำหรับเรากว้างขวางกว่าการสำรวจแบบเดิม แต่เป็นการสำรวจชีวิตของผู้คน สำรวจสถานการณ์ ซึ่งอาจอยู่ในสถานที่ที่ไปยากหรือไม่ยากก็ได้”

 

ความสุขของการสำรวจ

คนได้ดูสิ่งที่เราไปทำมาเป็นความสุขที่สุด  สุขรองลงมาคือคนบอกว่าเขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ามีแบบนี้ด้วย ไม่คิดมาก่อนว่าที่นั่นจะดีขนาดนี้ หรือไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเมืองไทยจะดีกว่าที่อื่น  ความชื่นใจคือเรื่องบางเรื่องที่เราเอากลับมา คนบอกว่าเขาไม่เคยรู้มาก่อน  เขาได้ความรู้เพิ่มขึ้น ได้ตระหนักว่าโลกมีอะไรที่เขาไม่รู้ไม่เห็นมากมาย

 

อ่านเพิ่มเติม

ชีวิตท่ามกลางซากปรักหักพังของเมืองโมซูล

เรื่องแนะนำ

ชีวิตที่ถูกปล้นไป – สู่วงจรค้า โสเภณี ในเอเชียใต้

การลักลอบค้ามนุษย์ หรือ โสเภณีเพื่อใช้แรงงานทางเพศ เป็นภัยคุกคามร้ายแรงทั่วโลกที่ล่อลวงกักขังเด็กนับล้าน นี่คือเรื่องราวของเด็กสาวสองคนที่ถูกบังคับให้ค้าประเวณี คนหนึ่งมาจากอินเดีย อีกคนจากบังกลาเทศ ก่อนถูกขายเข้าซ่องเดียวกัน ซาย์อีดาและอันจาลีคือเด็กวัยรุ่นทั่วๆ ไปที่เติบโตในสภาพคล้ายคลึงกัน แต่อยู่ห่างกันไม่กี่ร้อยกิโลเมตร ซาย์อีดาอยู่ในเมืองขุลนา ประเทศบังกลาเทศ ส่วนอันจาลีอยู่ที่เมืองสิลิคุรี รัฐเบงกอลตะวันตกของอินเดีย พวกเธอฟูมฟักความมุ่งมาดปรารถนาแบบเดียวกับวัยรุ่นทุกแห่งหน นั่นคือเป็นอิสระจากอ้อมอกพ่อแม่แสวงหาความรัก และเริ่มใช้ชีวิตตามความฝัน ทั้งคู่ยังอ่อนต่อโลกและคงไม่อาจคาดคิดถึงความโหดร้ายทารุณที่รออยู่ข้างหน้าได้ ซาย์อีดาเติบโตในบ้านขนาดสองห้องหลังเล็กตั้งอยู่ในย่านเสื่อมโทรม เธอใช้เวลาส่วนใหญ่ในวัยเด็กตามลำพังแม่ของเธอจะตื่นแต่เช้าและออกจากบ้านไปทั้งวันเพื่อรับจ้างทำความสะอาดร้านรวงต่าง ๆ ในนิวมาร์เก็ต ซึ่งเป็นย่านการค้าในขุลนา พ่อของซาย์อีดาเป็นคนขับสามล้อรับส่งผู้โดยสารแลกกับค่าจ้างน้อยนิด ความที่เป็นเด็กเรียนไม่เก่ง ซาย์อีดาจึงออกจากโรงเรียนตั้งแต่ก่อนย่างเข้าวัยรุ่น ซาย์อีดาเป็นผู้หญิงหน้าตาสะสวย ใบหน้าคมคายสมส่วน ดวงตาเรียวยาว และชอบแต่งหน้า เธอเริ่มไปช่วยงานที่ร้านเสริมสวย เรียนรู้เกี่ยวกับทรงผมต่างๆ การบำรุงผิวพรรณ และเครื่องสำอาง ด้วยห่วงว่าจะมีเด็กหนุ่ม ๆ มาวอแวลูกสาว พ่อแม่จึงจัดการให้เธอแต่งงานตอนอายุ 13 ประเพณีการคลุมถุงชนในเด็กพบได้ทั่วไปแม้จะผิดกฎหมายในพื้นที่ส่วนใหญ่ของเอเชียใต้ก็ตาม ปรากฏว่าสามีที่พ่อแม่เลือกให้เป็นคนโหดร้าย ซาย์อีดาจึงกลับมาอยู่กับครอบครัวตามเดิม เมื่อกลับมาอยู่บ้านอีกครั้ง ซาย์อีดาอ้อนวอนขอแม่สมัครเข้าเรียนที่สถาบันสอนเต้นรำแห่งหนึ่ง “หนูจะได้ไปแสดงตามงานต่าง ๆ จะได้มีรายได้บ้าง” เธอว่า แม่เธอใจอ่อนยอมตาม แล้วซาย์อีดาก็เริ่มไปเต้นตามงานแต่งและงานอื่น ๆ ช่วงนี้เองที่ซาย์อีดาเริ่มรักใคร่ชอบพอกับเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่เคยไปที่โรงเรียนเต้นรำของเธอ เขาบอกเธอว่าจะพาไปอินเดียซึ่งเธอจะหาเงินได้เยอะกว่ามากในฐานะนักเต้น ซาย์อีดาผู้นึกภาพอนาคตอันสดใสตัดสินใจหนีตามเขาไป […]

ภาพความสนิทสนมของคนรักงูกับสัตว์เลี้ยงแสนรัก

โดย อเล็กซานดรา เกโนวา ภาพถ่าย จาน่า โรมาโนว่า งูเป็นที่น่าหลงใหลและน่ารังเกียจผ่านสายตามนุษย์มานานนับสหัสวรรษ ในอารยธรรมกรีกโบราณ งูคือสัญญาณแห่งความอุดมสมบูรณ์และการเกิดใหม่ ในขณะที่บรรดาชาวคริสต์มองว่างูคือสัญลักษณ์ของการหลุดพ้น ทุกวันนี้งูไม่ใช่แค่อยู่ในวัฒนธรรมป๊อป แต่พวกมันคือสัตว์เลี้ยงประจำบ้าน จาน่า โรมาโนว่า ช่างสาวภาพชาวรัสเซียผู้เป็นโรคกลัวงู เริ่มต้นโปรเจคเก็บภาพระยะยาวของงูและเจ้าของตามบ้าน ซึ่งการเลี้ยงงูกลายมาเป็นเรื่องปกติธรรมดา เมื่อสหภาพโซเวียตล่มสลายลง “ฉันต้องการสำรวจความหวาดกลัวของตนเองและหาคำตอบว่าทำไมผู้คนถึงเก็บสิ่งมีชีวิตนี้ไว้เป็นสัตว์เลี้ยง” เธอกล่าว แต่ภาพถ่ายของโรมาโนว่าไม่ใช่ภาพถ่ายของงูแบบทั่วๆ ไป “ภาพถ่ายของงูในสิ่งแวดล้อมต่างๆ” ผลักการมีส่วนร่วมของผู้ชมออกไป เธอกล่าว ในบรรดารูปที่น่าสนใจของเธอ งูโบอาตัวอ้วนเลื้อยไปมารอบๆ ตู้ไม้, งูเหลือมเลื้อยพันเตารีดที่ตั้งเอาไว้ และงูข้าวโพดเลื้อยไปมาระหว่างแม่เหล็กที่ติดบนตู้เย็นลายเสือดาว   แก้ปัญหาความกลัวงู การถ่ายภาพให้งูกลมกลืนไปกับลวดลายและพื้นหลังไม่ได้แค่เป็นเรื่องน่าสนใจ แต่ยังเป็นการท้าทายตัวเธอเองอีกด้วย “ในตอนแรกเริ่ม ฉันไม่แม้แต่จะมองภาพของพวกมันด้วยซ้ำ” เธอกล่าว “ทุกวันนี้ถ้าให้เลี้ยงสักตัวเป็นสัตว์เลี้ยง ก็โอเคนะ” จากการสำรวจผ่านโปรเจคดังกล่าว เธอสามารถวิเคราะห์จุดเริ่มต้นของความกลัวงูออกมาได้ “ความกลัวงูส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากประสบการณ์ผ่านวัฒนธรรม” เธอกล่าว “เช่นในหนังสยองขวัญ, พ่อแม่ที่เตือนลูกๆ ว่างูเป็นสัตว์อันตรายหรือแม้กระทั่งข่าวปลอมๆ ที่ว่างูกลืนเจ้าของลงท้องไป” โรมาโนว่ายังประหลาดใจมากที่พบว่าผู้ชายจำนวนมากเลี้ยงงูเป็นสัตว์เลี้ยง “ฉันคิดมาตลอดว่าผู้หญิงน่าจะเลี้ยงงูเยอะกว่า เพราะภาพถ่ายจำนวนมากของงูที่กำลังพันรอบตัวพวกเธอ”   สเตอริโอไทป์แบบโซเวียต อีกหนึ่งความท้าทายของเธอในการทำโปรเจคนี้คือ “การแสวงหาความงดงามของยุคหลังโซเวียต” “มันมีความเชื่อหรือภาพลักษณ์ที่มองว่าชาวรัสเซียและบรรดาอดีตประเทศโซเวียตเป็นคนยังไง” […]

ความลับของดินแดนแห่งความสุข

เรื่อง แดน บิวต์เนอร์ ภาพถ่าย คอรี ริชาร์ดส์ และแมตทิว เพลีย์ คนที่มีความสุขที่สุดในโลกคือใครกันนะ อาจเป็นอาเลคันโดร ซูญีกา พ่อวัยกลางคนผู้มีสุขภาพดีและเข้าสังคมอย่างน้อยวันละหกชั่วโมง เขานอนหลับอย่างน้อยเจ็ดชั่วโมงในคืนส่วนใหญ่ เดินไปทำงาน และกินผักผลไม้เกือบทุกวัน อาเลคันโดรทำงานที่เขารักกับเพื่อนร่วมงานที่เขารู้สึกดีสัปดาห์ละไม่เกิน 40 ชั่วโมง อีกสองสามชั่วโมงในแต่ละสัปดาห์เขาจะทำงานอาสาสมัคร ช่วงสุดสัปดาห์ เขาเข้าโบสถ์และเอาใจตัวเองด้วยการดูฟุตบอลซึ่งเป็นกีฬาโปรด โดยสรุปแล้ว เขาเลือกทำสิ่งที่เอื้อให้ตัวเองมีความสุขทุกวัน ตัวเลือกก็ไม่ยากเพราะเขาอาศัยอยู่ท่ามกลางคนแบบเดียวกันในหุบเขาเซนทรัลแวลลีย์อันเขียวชอุ่มและอบอุ่นของคอสตาริกา ซิดเซ เคลมเมนเซน คือคู่แข่งอีกคนที่เป็นไปได้ เธออยู่กับสามีที่เอาใจใส่และลูกเล็กๆสามคนในชุมชนแบบเคหะรวม (cohousing community) ที่ผูกพันใกล้ชิดกับครอบครัวอื่นๆ เธอเป็นนักสังคมวิทยาซึ่งเป็นงานที่ท้าทายและปลุกเร้าเธอให้ลุกขึ้นมาทำอะไรได้ทุกวัน เธอกับครอบครัวขี่จักรยานไปทำงาน ซื้อของ และไปโรงเรียน ซึ่งช่วยให้เด็กๆแข็งแรง เธอจ่ายภาษีสูงจากเงินเดือนที่ไม่สูงนัก แลกกับบริการทางสาธารณสุขและการศึกษาสำหรับครอบครัว รวมทั้งเป็นหลักประกันรายได้หลังเกษียณ ในเมืองออลบอร์ก ประเทศเดนมาร์ก ที่เธออาศัยอยู่ ผู้คนเชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะคอยดูแลไม่ให้พวกเขาประสบกับเรื่องร้ายๆที่หนักหนาสาหัสเกินไป แล้วยังมีดักลาส ฝู ผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จอีกคน เขาขับรถบีเอ็มดับเบิลยูราคา 750,000 ดอลลาร์สหรัฐ อยู่บ้านราคา 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เขาแต่งงานแล้ว มีลูกกิริยามารยาทเรียบร้อยสี่คนที่เรียนหนังสือเก่งเข้าขั้นยอดเยี่ยม เขาทำงานสี่อย่างเพื่อส่งตัวเองเรียน […]

สุสานหุ่นยนต์สุนัขอันเป็นที่รัก

สุสานหุ่นยนต์สุนัขอันเป็นที่รัก บริษัทโซนี่ของญี่ปุ่นเปิดตัว AIBO หุ่นยนต์สุนัขในปี 1999 เจ้าหุ่นยนต์ตัวนี้สามารถเคลื่อนไหวเลียนแบบสุนัขจริงๆ ได้ประมาณหนึ่ง และกลายเป็นของเล่นยอดนิยมในเวลาต่อมา ปี 2006 บริษัทโซนี่ยุติการผลิตหุ่นยนต์ AIBO และในปี 2014 ทางบริษัทก็หยุดการผลิตอะไหล่และแบตเตอร์รี่สำหรับหุ่นยนต์อย่างสมบูรณ์ สิ่งที่เกิดขึ้นสร้างความเศร้าโศกเสียใจให้แก่เจ้าของที่ผูกพันกับพวกมันมาก และนั่นคือที่มาของสุสานหุ่นยนต์สุนัข ที่สร้างขึ้นโดยบริษัท A-Fun บริษัทซ่อมแซมหุ่นยนต์ สุสานแห่งนี้มีไว้สำหรับบรรดาหุ่นยนต์ที่เสียอย่างถาวร ภายในมีการประกอบพิธีกรรมทางพุทธศาสนาโดยพระสงฆ์ไม่ต่างจากพิธีศพจริงๆ เพื่อให้เกียรติแก่สัตว์เลี้ยงจักรกลเหล่านี้ ทั้งยังช่วยให้บรรดาเจ้าของได้รู้สึกสบายใจขึ้นอีกด้วย   อ่านเพิ่มเติม ชุดภาพถ่ายความละมุนของสุนัขพิทบูล