ผู้คนเหล่านี้ยังคงใช้ ชีวิตในถ้ำ ของสเปน - National Geographic Thailand

ผู้คนเหล่านี้ยังคงใช้ชีวิตในถ้ำของสเปน

ผู้คนเหล่านี้ยังคงใช้ ชีวิตในถ้ำ ของสเปน

ถ้ำคือที่อยู่อาศัยของมนุษย์ทั่วโลกมานาน ในถ้ำทางตอนใต้ของสเปน บ้านที่สร้างขึ้นจากหินและน้ำตามธรรมชาตินี้คือสถานที่หลบภัยจากพายุและสัตว์ร้าย ผ่านกาลเวลามาหลายปี ถ้ำกลายมาเป็นสถานที่หลบหนีการประหัตประหารจากความแตกต่างทางเชื้อชาติและศาสนา ปัจจุบันที่นี่คือบ้านอันแสนภาคภูมิใจของผู้คนที่หลีกหนีจากชีวิตแบบสมัยใหม่ และโหยหาความสันโดษที่โอบล้อมไปด้วยขุนเขา

สำหรับ Tamara Merino ช่างภาพชาวชิลี ถ้ำคือความหลงใหล ตัวเธอเดินทางถ่ายภาพวิถีชีวิตของผู้คนที่อาศัยอยู่ในถ้ำทั่วโลก เรื่องราวเหล่านี้บอกเล่าประวัติศาสตร์, วัฒนธรรม และความสัมพันธ์อันน่าทึ่งระหว่างมนุษย์และภูมิศาสตร์ “ฉันมักหลงใหลไปกับความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ และวิถีที่พวกเขาใช้ชีวิต” เธอกล่าว

ชีวิตในถ้ำ ถ้ำในสเปน
ถ้ำมากมายของภูเขา Guadix ทางตอนใต้ของสเปน ประมาณกันว่าในภูมิภาคนี้มีถ้ำเกือบ 2,000 แห่งที่ถูกใช้เป็นที่อยู่อาศัย

การออกสำรวจถ้ำในสเปนนี้เป็นชุดภาพถ่ายที่สองของโปรเจค หลังเสร็จสิ้นการบันทึกภาพของผู้คนที่อาศัยอยู่ในเมือง Coober Pedy ในออสเตรเลีย Merino ใช้เวลาสองสัปดาห์ในภูมิภาคอันดาลูเซีย เพื่อบันทึกชีวิตของผู้คนที่อาศัยอยู่ในถ้ำชนบท “สำคัญเลยคือคุณต้องโยนอคติทิ้งไปให้หมด” เธอเล่าถึงการทำงาน “ฉันใช้เวลาไปกับการนั่งคุยกับพวกเขา ฟังเรื่องที่เขาเล่า และเล่าเรื่องของตัวเองเป็นการแลกเปลี่ยน”

ที่เมือง Guadix เธอพบกับผู้คนที่ใช้ชีวิตแบบกสิกรรมอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ 500 ปีก่อน “พวกเขายังคงอาศัยอยู่กับสัตว์ในถ้ำ” Merino กล่าว อีกชุมชนหนึ่งไกลออกไปในหุบเขา Sacromonte ของเมือง Granada สถานที่แห่งนี้คือเบ้าหลอมทางวัฒนธรรมและเชื้อชาติอย่างแท้จริง บรรดาผู้คนที่แยกตัวจากสังคมอาศัยอยู่อย่างโดดเดี่ยวนี้ส่วนใหญ่แล้วเป็นผู้ตั้งถิ่นฐานผิดกฎหมาย และผู้อพยพที่ไม่มีเอกสาร ในขณะที่ส่วนล่างของถ้ำคือผู้อยู่อาศัยจริงที่มีเอกสารรับรอง พวกเขาคือผู้รักษาวัฒนธรรมนี้ให้คงอยู่สืบไป

ชีวิตในถ้ำ
Piedad Mezco และ Antonio Ortiz ผู้อยู่อาศัยในถ้ำ Guadix พวกเขาเองก็เกิดในถ้ำและโตมากับเทือกเขานี้ ในอดีต Antonio เคยทำงานในฟาร์ม และเป็นช่างทำเก้าอี้มาก่อน
ชีวิตในถ้ำ
การตกแต่งผนังบ้านอันเป็นเอกลักษณ์ ภายในถ้ำหนึ่งของเมืองกรานาดา
ชีวิตในถ้ำ ห้องนอนในถ้ำ
Tocuato Lopez เกิดและอาศัยอยู่ในถ้ำ Guadix มาทั้งชีวิต ในการแต่งงานครั้งที่สอง เขาซื้อถ้ำใหม่ให้แก่ภรรยาและลูกอีกสองคน ห้องของเขาอยู่ลึกเข้าไปและไม่มีหน้าต่าง หรือช่องรับแสงอาทิตย์

นอกจากนั้นหุบเขา Sacromonte ยังเป็นสถานที่ให้กำเนิดการเต้นรำสไตล์ฟลาเมงโก ศิลปะและวัฒนธรรมอันเก่าแก่ของสเปนใต้ นั่นทำให้ชาวบ้านในชุมชนที่อาศัยอยู่ในถ้ำ อย่าง Henrique Amaya ยังคงอาศัยอยู่ที่นี่ “ผมเกิดในถ้ำนี้พร้อมกับพวกสัตว์” Amaya เล่า ครอบครัวของเขาอาศัยอยู่ในถ้ำ Sacromonte มานานกว่า 6 ชั่วอายุคน และบรรพบุรุษของเขาคือส่วนหนึ่งของผู้คิดค้นการเต้นรำแซมบ้าฟลาเมงโก ซึ่งทำการแสดงเป็นครั้งแรกในถ้ำ เมื่อ 500 ปีก่อน

Amaya เรียนรู้ทักษะการเต้นตั้งแต่อายุได้ 3 ขวบ สำหรับเขาการเต้นฟลาเมงโก และการร่ายบทกวีแบบชาวคีตาโนส (gitano) คือวิถีชีวิตสำคัญที่ช่วยเชื่อมโยงตัวเขากับบรรพบุรุษ “มันบริสุทธิ์และสดใสมาก” เขากล่าว “เหมือนไปที่น้ำตกตอนตีสี่ แล้วยื่นหัวไปรับน้ำ”

Tocuato Lopez คือชาวบ้านอีกคนที่อาศัยอยู่ที่นี่มานาน ครอบครัวของเขาอยู่ที่ถ้ำ Guadix มาแล้ว 4 ชั่วรุ่น ถ้ำให้ที่คุ้มภัยจากความร้อนที่เหลือทนในฤดูร้อน แต่สิ่งสำคัญก็คือความเป็นชุมชนที่หยั่งรากลึกต่างหาก แม้จะต้องเติบโตขึ้นมากับความยากจนก็ตาม ตัวเขาและน้องสาวต้องเดินไปขออาหารยังชุมชนที่ใกล้ที่สุด ซึ่งตั้งห่างออกไป 4 กิโลเมตร แต่ถึงกระนั้นเขาก็รักและภูมิใจในบ้านเกิดอย่างมาก

“ผมภูมิใจที่เกิดในถ้ำ และยังคงอาศัยอยู่ในถ้ำ” Lopez ผู้เป็นพ่อของลูกทั้ง 4 คนกล่าว “และผมจะตายในถ้ำด้วย”

เรื่อง Alexandra Genova

ภาพถ่าย Tamara Merino

ชีวิตในถ้ำ โบสถ์ในถ้ำ
บรรยากาสในโบสถ์ Nuestra Señora de Gracia โบสถ์คาทอลิกที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 16
ชีวิตในถ้ำ
แสงไฟเตรียมสำหรับโชว์เต้นรำฟลาเมงโกที่จัดขึ้นทุกเย็น วัฒนธรรมนี้เป็นที่นิยมทำการแสดงในงานแต่งงานตามแบบชาวคีตาโนส ทว่าถูกแบนในศตวรรษที่ 16 แต่บรรดานักเต้นยังคงทำการแสดงของพวกเขาต่อไปอย่างหลบซ่อนในถ้ำ Sacromonte
ชีวิตในถ้ำ เต้นรำสไตล์ฟลาเมงโก ในถ้ำ
สองนักแสดงเต้นรำสไตล์ฟลาเมงโก ในถ้ำ Sacromonte วัฒนธรรมการเต้นแบบนี้เกิดขึ้นในภูมิภาคมานานกว่า 500 ปี และชาวบ้านท้องถิ่นยังคงสืบสานมันทุกๆ คืน
ชีวิตในถ้ำ
Sergine Mourtalla Mbacke ผู้อพยพชาวเซเนกัล ทอดสายตามองไปยังเมืองกรานาดา และพระราชวังอาลัมบรา
ชีวิตในถ้ำ
Malik ผู้อพยพชาวเซเนกัลมองไปยังภาพที่ประดับไว้ในบ้านของเขา มันคือถ้ำในภูเขา Sacromonte
ชีวิตในถ้ำ
Mbacke กำลังสูบบุหรี่ในบ้าน ตัวเขาเลือกอาศัยอยู่ในถ้ำเพราะเงื่อนไขทางเศรษฐกิจ
ชีวิตในถ้ำ หมู่บ้านถ้ำ Benalúa ตอนใต้ของสเปน
ท้องฟ้ามืดครึ้มเหนือทางเข้าหมู่บ้านถ้ำ Benalúa หมู่บ้านในภูเขาที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของสเปน
ชีวิตในถ้ำ ห้องนั่งเล่นในถ้ำ
Manuel Gonzales และ Encarna Sanchez โพสต์ท่าถ่ายภาพในห้องนั่งเล่น ถ้ำนี้คือบ้านของ Encarna และเป็นสถานที่ที่เธอเกิด ส่วน Manuel เกิดที่ถ้ำ Guadix ปัจจุบันพวกเขาอาศัยอยู่ด้วยกันพร้อมสุนัขอีกหนึ่งตัว
ชีวิตในถ้ำ
Eric ผู้อพยพชาวเยอรมัน อาศัยอยู่ในถ้ำ Sacromonte มาตั้งแต่ปี 1998 ตัวเขาหาเลี้ยงชีพด้วยการเล่นดนตรีคลาสสิกตามท้องถนนของเมืองกรานาดา
ชีวิตในถ้ำ
Judith วัย 12 ปี ผู้อยู่อาศัยในถ้ำ Guadix เดินผ่านบ้านหลังอื่นๆ สถานที่แห่งนี้เป็นบ้านใต้ดินของผู้คนมานานหลายศตวรรษ
ชีวิตในถ้ำ
วิวหน้าบ้านของ Mbacke เห็นความสวยงามของเมืองกรานาดาทั้งเมือง
ชีวิตในถ้ำ ห้องนั่งเล่นในถ้ำ
บรรดาผู้อพยพชาวเซเนกัลนั่งเล่นอยู่ในถ้ำส่วนบนของภูเขา แม้จะเป็นที่รู้กันดีว่าถ้ำเป็นที่อยู่อาศัยของชาวคีตาโนส แต่ทุกวันนี้มีผู้คนจากทั่วโลกเดินทางมาที่นี่
ชีวิตในถ้ำ
ห้องนอนของ Mbacke ในถ้ำของภูเขา Sacromonte สถานที่ที่เขาอาศัยอยู่มาสองปีแล้ว
ชีวิตในถ้ำ บ้านในถ้ำ
ประตูทางเข้าถ้ำแห่งหนึ่งของภูเขา Sacromonte ถ้ำหลายแห่งถือเป็นที่อยู่อาศัยผิดกฎหมาย และเอื้อให้ผู้ไม่มีเอกสารรับรองเข้ามายึดครอง

 

อ่านเพิ่มเติม

ถ้ำหลวงในเวียดนามที่แสนลึกล้ำยากหยั่งถึง

เรื่องแนะนำ

ชมกรรมวิธีการผลิตซีอิ๊วแบบญี่ปุ่น ที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ไว้กว่า 750 ปี

ย้อนกลับไปในศตวรรษที่ 13 พระภิกษุชาวญี่ปุ่นเดินทางกลับมาจากจีนแผ่นดินใหญ่ และตัดสินใจอาศัยอยู่ในเมืองท่าเล็กๆ แห่งหนึ่งที่มีชื่อว่า ยุอะสะ ในจังหวัดวะกะยะมะ ท่านได้นำองค์ความรู้ใหม่จากประเทศจีนติดตัวกลับมาด้วยหลายอย่าง และหนึ่งในนั้นก็คือการผลิตซีอิ๊ว หรีอซอสถั่วเหลือง เครื่องปรุงรสยอดนิยมสำหรับอาหารเอเชีย ที่เมืองยุอะสะ กรรมวิธีการผลิตซอสถั่วเหลืองยังคงถูกรักษาและสืบทอดต่อกันมา นั่นจึงทำให้ซอสถั่วเหลืองจากเมืองแห่งนี้มีชื่อเสียง มาชมกันว่าภูมิปัญญาแบบชาวญี่ปุ่นที่มีอายุกว่า 750 ปีนี้ พวกเขาทำกันอย่างไร   อ่านเพิ่มเติม : รู้จักกับเครื่องเทศที่มีราคาแพงที่สุดในโลก, ล่าน้ำผึ้งหิมาลัยไปพร้อมกัน! ด้วยวิดีโอแบบ 360 องศา

เสามังกร: ความภาคภูมิแห่งลูกหลานชาวจีนโพ้นทะเล

ภารกิจตามรอยบรรพชนของสมาชิกตระกูลเซียว หรือ "สีบุญเรือง" สู่บ้านเกิดของบรรพชนในอำเภอหนานจิ้ง มณฑลฝูเจี้ยน พร้อมร่วมประกอบพิธีศักดิ์สิทธิ์ "ยกเสามังกร" เพื่อเป็นเกียรติแก่ ดร.อรรชกา สีบุญเรือง

ลมหายใจจากรุ่นสู่รุ่นของชนเผ่าบาจาว ยิปซีแห่งท้องทะเล

ชนเผ่าบาจาว ผู้อาศัยในท้องทะเลตลอดชีวิต จนเกิดลักษณะพิเศษทางกายภาพ พวกเขากำลังเผชิญความเปลี่ยนแปลง ชนเผ่าบาจาว – ในมหาสมุทรแปซิฟิค มีพื้นที่พิเศษที่นักวิทยาศาสตร์ให้คำจำกัดความว่า “สามเหลี่ยมปะการัง”    เป็นทะเลที่มีอาณาเขตเชื่อมต่อระหว่างสามประเทศ ด้านบนคือฟิลิปปินส์ ทางตะวันตกเป็นเกาะบอร์เนียวของมาเลเซียจรดอินโดนีเซีย ส่วนด้านตะวันออกคลุมพื้นที่จนสุด ปาปัวนิวกินี      จากการศึกษาบริเวณนี้มีปะการังกว่า 76% ของชนิดที่พบในโลกพบในบริเวณนี้    ปริมาณและชนิดของสัตว์น้ำมีความหลากหลายทางชีวภาพมากกว่าแหล่งอื่นๆ บนโลก และมีพื้นที่ครอบคลุมกว่า 6 ล้านตารางกิโลเมตร ด้วยความหลากหลายของทรัพยากรสัตว์น้ำอันอุดมสมบูรณ์ บริเวณนั้นมีชาติพันธุ์พิเศษเร่ร่อนอยู่ในท้องทะเล หลายคนเรียกพวกเขาว่า ‘ยิปซีแห่งท้องทะเล’  หรือ ‘ ชนเผ่าบาจาว ’ นั่นเอง แต่เดิมชนเผ่าบาจาวอาศัยอยู่แต่ในเรือไม่ได้ลงหลักปักฐานสร้างบ้านอยู่แต่อย่างใด ชนเผ่าพิเศษนี้อาศัยท้องทะเลตลอดทั้งชีวิต  บรรพบุรุษของพวกเขาล้วนอาศัยอยู่ในท้องทะเล อาศัยตัวเปล่าและการกลั้นลมหายใจโดยไร้อุปกรณ์ดำน้ำจับสัตว์น้ำ  อาศัยเพียงลมหายใจเดียวในการดำน้ำ จากการศึกษาของนักวิทยาศาสตร์พบว่า เนื่องจากชาวบาจาวใช้เวลาหลายชั่วโมงของแต่ละวันในการดำน้ำ ทำให้พวกเขามี DNA พิเศษไม่เหมือนผู้คนผู้อาศัยอยู่บนแผ่นดินใหญ่ DNA ที่ว่าส่งผลให้ม้ามของชนเผ่าบาจาวมีขนาดใหญ่กว่าผู้อาศัยบนบกในพื้นที่ใกล้เคียงกันถึง 50% ชาวบาจาวจึงสามารถดำน้ำได้นานถึง 13 นาที และลงไปได้ลึกกว่า 60 เมตรด้วยตัวเปล่า เมื่อเทียบกับคนทั่วไปที่สามารถกลั้นหายใจได้ราวหนึ่งนาทีเท่านั้น ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงลักษณะทางกายภาพนี้ อาศัยการวิวัฒนาการในช่วงหลายพันปีที่ผ่านมา จากการศึกษาหลักฐานของชนเผ่าบาจาวย้อนกลับไปได้ถึง 15,000 […]

เพศ-ภาพ ในมุมมองใหม่

ช่างภาพสารคดีตามหาผู้คนที่มีอัตลักษณ์ทางเพศต่างกันไปเพื่อสื่อสารให้ผู้คนได้มองเพศสภาพในมุมมองใหม่ และทลายพรมแดนทางเพศที่เป็นเพียงมายาคติในปัจจุบัน ปัจจุบัน การก้าวข้ามพรมแดนทางเพศเป็นทั้งปรากฏการณ์และความท้าทายย้อนหลังไปในยุค “สร้างชาติ” รัฐไทยเคยสร้างขนบทางวัฒนธรรมเพื่อก่อร่างสังคมไทยให้มีรูปแบบเฉพาะขึ้นมา หนึ่งในนั้นคือกฎเกณฑ์ว่าด้วยการกำหนดเพศผลักให้แวดวงความหลากหลายทางเพศเป็นเพียงดอกไม้ที่หลบซ่อนจากแสงสว่าง แต่ทุกวันนี้ดอกไม้นั้นผลิบาน และพรมแดนเรื่องเพศค่อยๆคลายตัวส่วนหนึ่งมาจากแสงสว่างใหม่บนพื้นที่แสดงตัวตนในแต่ละแวดวง และการขยายตัวของสื่อสมัยใหม่ แฟชั่นและเสื้อผ้าไร้เพศ “ลีฟ” ภวพล บุญญวินิจ เป็น Production Manager ให้ค่ายเพลงแห่งหนึ่ง เขาเป็นชายหนุ่มวัย 30 ที่แวดล้อมด้วยเพื่อนฝูงในวงการสร้างสรรค์ และแฟนสาวของเขาเป็นแฟชั่นสไตลิสต์ให้กับนิตยสารผู้หญิงฉบับหนึ่ง ด้วยนิสัยชอบแต่งเนื้อแต่งตัว วันหนึ่งเขาจึงทดลองนำเสื้อผ้าผู้หญิงมาสวมใส่ “เราชอบรื้อของแฟนมาใส่ดู วันหนึ่งเจอชุดสวย ลองใส่ดูแล้วรู้สึกสบายดี ไม่รุ่มร่ามด้วย” เขาหมายถึงกระโปรงหรือชุดเดรสของสุภาพสตรี ลีฟบอกว่านิสัยจากแม่เป็นส่วนหนึ่งที่มีอิทธิพลต่อเขาให้สนใจรายละเอียดของการแต่งกาย “คุณแม่ชอบแต่งตัว ชอบซื้อเสื้อผ้า เคยขายเสื้อผ้าสมัยวัยรุ่นครับ บางทีก็ชอบไปซื้อของด้วยกัน” เขาบอกว่าการได้ไปช็อปปิ้งกับแม่บ่อยๆ ทำให้เขาซึ่งเป็นลูกชายคนโตจากบรรดาลูกชายสี่คนในบ้านมีรสนิยมชอบข้าวของคล้ายๆ กับแม่ ทว่ากลับมีพื้นที่ไม่มากนักที่เขาสามารถสวมชุดผู้หญิงได้อย่างมั่นใจ  และมักไม่พ้นงานเลี้ยงหรือปาร์ตี้  “ครั้งหนึ่งมีปาร์ตี้ธีมชุดนอนที่ออฟฟิศ เลยไปรื้อชุดนอนคลุมของแม่มา แล้วข้างในใส่สายเดี่ยวสีดำของแฟน ตอนนั้นเอามันเอาสนุกมากกว่า ผมคิดว่างานสนุกสนานแบบนี้เป็นพื้นที่ที่ง่ายต่อการยอมรับมากกว่าครับ” ทุกวันนี้มีดีไซเนอร์เสื้อผ้ามากมายออกแบบผลงานที่สามารถสวมใส่ได้ทั้งสองเพศ แฟชั่นไร้เพศนี้เติบโตอย่างรวดเร็ว และชี้ให้เห็นถึงการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมที่ไร้พรมแดน ลีฟบอกว่า เขาสามารถสวมใส่เสื้อผ้าผู้หญิงได้โดยปราศจากข้อกังขาว่าเขาเป็นเกย์ “ผมว่าเรื่องเพศเปลี่ยนไปแล้วครับ เราแค่อยากใส่อะไรก็ใส่ แค่นั้นเอง” โลกหลากเพศไร้ขอบเขต ตอนที่ “ไบค์”  มนัสวิน  มลิวงค์ […]