เมืองเกียวโต เสน่ห์ที่น่าหลงใหลทางด้านวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น

สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับ เมืองเกียวโต

เมืองเกียวโต เต็มไปด้วยวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ชวนให้นักท่องเที่ยวต้องหลงใหล

เมืองเกียวโตเป็นหนึ่งในเมืองของญี่ปุ่นที่ทำให้การเดินทางข้ามเวลาสามารถเป็นไปได้ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เกียวโตได้รับการยกเว้นจากการถูกทำลายล้างครั้งใหญ่ ซึ่งไม่เพียงแต่รักษาแหล่งท่องเที่ยวอันงดงามไว้เท่านั้น แต่ยังรักษาสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์และชั้นเชิงของยุคสมัยจักรวรรดิ แม้ว่ามีการพัฒนาความทันสมัยมากมาย แต่ความเก่าแก่ของเกียวโตยังคงมีเสน่ห์น่าหลงใหลแบบญี่ปุ่น และประเพณีแบบโบราณ เกียวโตเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันสมบูรณ์ เหมาะสำหรับการผ่อนคลายและโอบกอดศิลปะแห่งการใช้ชีวิตแบบไม่รีบร้อน

โคโย, ญี่ปุ่น, ฤดูใบไม้ร่วง, เมืองเกียวโต
เมืองเกียวโต ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ใบไม้จะผลัดใบเพื่อเป็นการต้อนรับสู่ฤดูหนาว ซึ่งก่อนจะผลัดใบนั้นจะเปลี่ยนสีเป็นสีเหลือง สีแดง ซึ่งการที่ใบไม้เปลี่ยนสี หรือเปลี่ยนสภาพแบบนี้ ในภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า “โคโย”

ช่วงเวลาที่เหมาะสม

เกียวโตยังคงเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่ผู้คนนึกถึง โดยนักท่องเที่ยวนิยมมาเยี่ยมชมเมืองในช่วงฤดูใบไม้ผลิ (เดือนเมษายน) เพื่อดื่มด่ำกับความงามของดอกซากุระ หรือในช่วงฤดูใบไม้ร่วง (เดือนพฤศจิกายน) เพื่อชมความงามของโคโย หรือใบเมเปิ้ลซึ่งสวยงามไม่แพ้กัน ฤดูร้อนเป็นช่วงเวลาเหมาะสมที่สุดในการเพลิดเพลินไปกับเทศกาลคาวาโดโกะ ซึ่งเป็นประเพณีการรับประทานอาหารบนลานเสื่อทาทามิที่ทอดยาวเหนือแม่น้ำแลดูเย็นสบาย ฤดูหนาวเป็นช่วงที่มีนักท่องเที่ยวไม่มากนัก นั่นหมายความว่าคุณไม่จำเป็นต้องเดินเบียดเสียดฝ่าฝูงชนเพื่อเพลิดเพลินไปกับอัญมณีทางวัฒนธรรมในเมืองที่ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ

การเฉลิมฉลอง

ไม่มีเทศกาลใดในเมืองจะเทียบเท่าความยิ่งใหญ่ของเทศกาลกิออนได้ เทศกาลกิออนถือเป็นหนึ่งในเทศกาลมีชื่อเสียงที่สุดในญี่ปุ่นคือ เทศกาลกิออน มัตสึริ งานประจำปีของศาลเจ้ายาซากะ จัดขึ้นในวันที่ 17 กรกฎาคมและสิ้นสุดลงวันที่ 24 กรกฎาคม โดยมีการแห่แท่นปะรำ หรือเรียกกันว่า ยามาโบโกะ จังโกะ ได้รับการตกแต่งอย่างประณีตเพื่อแห่ขบวนไปตามถนนสายหลัก เป็นช่วงเวลาเหมาะแก่การเดินเล่นในเมืองเกียวโต สวมชุดยูกาตะสีสันสดใส ลิ้มลองอาหารริมถนนสไตล์ญี่ปุ่นแสนอร่อย และสังสรรค์รื่นเริงจนกว่าจะถึงช่วงพบค่ำ

ไคเซกิ, อาหารญี่ปุ่น, ฤดูกาล, เมืองเกียวโต
ไคเซกิ ถือเป็นอาหารที่สุดยอดของญี่ปุ่น มีความประณีตทั้งวิธีการเตรียมอาหารและการตกแต่ง ส่วนสำคัญที่สุดของอาหารประเภทนี้ คือ การใส่ความรู้สึกถึงฤดูกาลและการดึงรสธรรมชาติของวัตถุดิบต่างๆ ออกมา ซึ่งจะใช้เฉพาะวัตถุดิบตามฤดูกาล

อาหารแนะนำ

ในฐานะเมืองหลวงเก่าของญี่ปุ่นเกียวโตยังเป็นบ้านเกิดของ ไคเซกิเรียวริ หรืออาหารชั้นสูงของญี่ปุ่น มีความซับซ้อนและหรูหราเป็นอาหารค่ำแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม มีต้นกำเนิดมาจากพิธีดื่มชาในศตวรรษที่สิบหก เมนูจะเปลี่ยนไปตามฤดูกาล แต่ละสูตรเป็นลักษณะการผสมผสานด้วยรสชาติแสนอร่อยอย่างลงตัว มันเป็นประสบการณ์การทำอาหารที่ไม่เหมือนใครและคุณควรจะลองสัมผัสมันสักครั้ง

ของที่ระลึกเหมาะแก่การซื้อกลับบ้าน

ทำไมไม่ลองนำรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์และวัฒนธรรมอาหารของเกียวโตกลับไปบ้านของคุณล่ะ มีทั้งขนมเค้กรสมัตฉะและขนมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมให้คุณได้เลือกสรรมากมาย หรือของฝากสามารถหาซื้อได้ตามร้านค้าท้องถิ่น หากต้องการซื้อของฝากที่สามารถเก็บได้ในระยะยาว ลองไปเดินเล่นตลาดนิชิกิ เพื่อเลือกซื้องานหัตถกรรมเครื่องปั้นดินเผาจากร้านช่างฝีมือท้องถิ่นหรือมีดทำด้วยมือของเชฟ โดยสามารถสลักชื่อของคุณลงไปโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

เคล็ดลับการเดินทางอย่างยั่งยืน

แม้ว่าจะเป็นเมืองใหญ่ แต่เกียวโตก็ให้ความรู้สึกเหมือนเมืองขนาดเล็ก เหมาะแก่การเดินเท้าเป็นที่สุด ไม่มีอะไรเทียบได้กับการเดินคดเคี้ยวผ่านเขาวงกตอันงดงามของตรอกหินกรวด ซึ่งเหมือนกับฉากที่ย้อนกลับไปในยุคเอโดะ ทำให้คุณรำลึกถึงช่วงเวลาในอดีตขึ้นมาได้ในชั่วขณะ

ศาลเจ้า, เทพเจ้าจิ้งจอก, ประตูโทริ, เกียวโต, ลัทธิชินโต, เมืองเกียวโต
ประตูโทริ (Torii) เกิดขึ้นจากลัทธิชินโต สร้างไว้เพื่อแบ่งอาณาเขตให้รู้ว่า เมื่อผ่านโทริเข้าไปจะเป็นเขตศักดิ์สิทธิ์หรือเขตของเทพเจ้า ส่วนมากจะสร้างไว้ทางเข้าวัด โทริที่มีชื่อเสียงมากที่สุด อยู่ที่เมืองเกียวโต

มุมเรียกยอดไลก์บนอินสตาแกรม

ถ้าหากคุณมีความต้องการไปท่องเที่ยวกับเพื่อนและครอบครัว ให้คุณมุ่งหน้าไปยังแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิต ศาลเจ้าอินาริ หรือศาลเทพเจ้าจิ้งจอกอินาริ ศาลเจ้าที่อุทิศแด่เทพเจ้าแห่งข้าวชินโต ข้าวสาเก รวมถึงความเจริญรุ่งเรืองทางธุรกิจ ซุ้มประตูโทริอิ สีแดงสดหลายร้อยแบบเป็นเหมือนอุโมงค์ที่ไหลผ่านป่าอันเขียวชอุ่มเป็นระยะทางหลายกิโลเมตร

เคล็ดลับสำหรับมืออาชีพ: ยิ่งคุณสูงเท่าไหร่คุณก็จะยิ่งเห็นฝูงชนน้อยลง ดังนั้นหากคุณต้องการหลีกเลี่ยงการถูกแย่งมุมสวยๆแนะนำให้เดินขึ้นไปตามทางด้านบน

***แปลและเรียบเรียงโดย ปุณยวีร์ เฉลียววงศ์เจริญ
โครงการนักศึกษาฝึกงาน กองบรรณาธิการ นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย 


อ่านเพิ่มเติม: สำรวจสถานที่ดีที่สุดในเมือง เกียวโต

เรื่องแนะนำ

เยือนช็อกโกแลตฮิลส์ เนินเขาแปลกในฟิลิปปินส์

เยือน ช็อกโกแลตฮิลส์ เนินเขาแปลกในฟิลิปปินส์ มองเผินๆ เนินเหล่านี้คล้ายกับซากอารยธรรมโบราณ แต่นี่คือสิ่งปลูกสร้างที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ สถานที่แห่งนี้มีชื่อเรียกว่า “ช็อกโกแลตฮิลส์” เนินเขาความสูงราว 400 ฟุตหลายลูกที่ตั้งอยู่บนเกาะโบฮอล ในฟิลิปปินส์ นักธรณีวิทยาเชื่อว่าเนินเขาเหล่านี้เกิดมานานหลายล้านปี โดยในอดีตบริเวณนี้น่าจะถูกน้ำทะเลท่วมถึง ช็อกโกแลตฮิลส์คือร่องรอยของแนวปะการังโบราณ และต่อมาเมื่อน้ำทะเลลดระดับลงจึงปรากฏเป็นเนินเขาดังที่เห็น ที่พิเศษไปกว่านั้นก็คือช็อกโกแลตฮิลส์เปลี่ยนสีไปตามฤดูกาล ในฤดูฝนเนินเขาจะเขียวชอุ่ม และจะกลายเป็นสีเหลืองอ่อนจนถึงสีน้ำตาลช็อกโกแลตในฤดูร้อน ปัจจุบันกลายมาเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของฟิลิปปินส์ ซึ่งตามตำนานความเชื่อของชาวฟิลิปปินส์นั้น ช็อกโกแลตฮิลส์เหล่านี้เกิดจากการต่อสู้กันของยักษ์สองตัว ตัวที่แพ้ได้ร้องไห้ออกมา และหยดน้ำตาของมันจึงกลายมาเป็นเนินเขานั่นเอง   อ่านเพิ่มเติม สำรวจหมู่บ้านชาวประมงร้างในจีน

สำรวจป่าชายเลนที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ออกเดินทางเพื่อเอาชนะเส้นทางใน ป่าชายเลน ซุนดาบันส์ บังกลาเทศ จากทางเหนือของ ป่าชายเลน ซุนดาบันส์ มีลักษณะคล้ายเขาวงกตที่มีสีของเนื้อดินละเอียดสวยงาม ท้องฟ้าใสของอ่าวเบงกอลกำลังคืบคลานเข้าไปในน่านน้ำมืดสลัวของแม่น้ำที่ไหลสลับไปมาเรียงรายไปด้วยใบไม้สีเขียวมรกต “การล่องไปตามแม่น้ำสักสองสามวันก็เปรียบเสมือนการหนีไปในโลกที่แตกต่าง” ซาบีน โรเออร์ ผู้ก่อตั้ง บริษัท ท่องเที่ยว ชิลลี่ ไรเซน กล่าว พื้นที่กว้างใหญ่อันเขียวชอุ่มในอินเดียและบังกลาเทศนั้นเต็มไปด้วยความเชื่อปรัมปรา ตลอดประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาชาวบ้านได้สักการะเทพนารีบอนบิบิ หรือ “อิสตรีแห่งป่า” จากเรื่องราวหนึ่งเล่าว่า บอนบิบิ เป็นลูกสาวของ ซุลฟี ฟาร์เคีย นำพาเธอมาจากซาอุดิอาระเบียสู่ป่าแห่งเอเชียใต้ เธอได้รับการคัดเลือกจากพระเจ้าให้ต่อสู้กับสัตว์ประหลาด ด็องคิง ไร เป็นเสือที่จ้องจะทำร้ายชาวบ้าน เธอเลือกที่จะไม่ฆ่า ด็องคิง ไร แต่บอนบิบิ กลับต่อรองกลับไปว่า ด็องคิง ไร ไม่สามารถทำร้ายใครที่บูชาเธอได้ ทุกวันนี้ชาวบ้านบางคนยังคงสวดอ้อนวอน ขอให้เทพนารี บอนบิบิ คุ้มครองก่อนเข้าไปในป่า ซ้ำยังมีเสือเบงกอล – ชนิดเดียวเท่านั้นที่สามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมของป่าชายเลน – ป่าแห่งนี้มีสัตว์ป่าหลากหลายรวมถึงสายพันธุ์หายาก เช่น งูเหลือมอินเดียและโลมาอิรวดี เนื่องจากสัตว์ป่าและระบบนิเวศที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นของซุนดาบันส์ ทางองค์การยูเนสโกจึงประกาศให้เป็นมรดกโลกในปี 2530 อย่างไรก็ตามที่อยู่อาศัยของสัตว์ยังคงอยู่ภายใต้การคุกคามทางธรรมชาติ ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นกำลังกลืนกินพื้นที่ในป่าและความเค็มของน้ำที่เพิ่มขึ้นยังเป็นอันตรายต่อพืชและสิ่งมีชีวิตในทะเล […]

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2019 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.