มรดกโลกของไทย : 5 สถานที่ที่ได้รับการคัดเลือกจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลก

5 สถานที่ มรดกโลกในประเทศไทย

มรดกโลกในด้านทางธรรมชาติของประเทศไทย 

  • เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร-ห้วยขาแข้ง (Thungyai-Huai Kha Khaeng Wildlife Sanctuaries)
มรดกโลกในประเทศไทย
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้ง เป็นบ้านของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่หลากหลายสายพันธุ์ โดยเฉพาะช้างและเสือ

ด้วยพื้นที่กว่า 6000 ตารางกิโลเมตร ห้วยขาแข้งเป็นบ้านของสัตว์ป่าหลากหลายชนิด โดยเฉพาะสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมสายพันธุ์ใหญ่อย่าง ช้างและเสือ อีกทั้งเป็นแหล่งอาศัยของนกหลายสายพันธุ์ และสัตว์มีกระดูกสันหลังอีกหลายชนิด โดยปกติแล้วเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่านี้ไม่ได้มีการเปิดให้ประชาชน ในเชิงนันทนาการเหมือนกับอุทยานแห่งชาติ แต่มีพื้นที่ที่อนุญาตให้เข้าไปศึกษาธรรมชาติแบบไม่ค้างคืนได้ 3 จุด ได้แก่ บริเวณสำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง บริเวณหน่วยพิทักษ์ป่าไซเบอร์ และ บริเวณหน่วยพิทักษ์ป่าห้วยแม่ดี สำหรับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแห่งนี้ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของไทย และของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อ พ.ศ. 2534

  • พื้นที่กลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ (Dong Phayayen-Khao Yai Forest Complex)
มรดกโลกในประเทศไทย
พื้นที่กลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์กว่า 800 ชนิด มีระบบนิเวศป่าเขตร้อนที่สำคัญซึ่งสามารถเป็นที่อยู่อาศัยเพื่อการอยู่รอดในระยะยาวของสัตว์สายพันธุ์เหล่านี้
ขอขอบคุณภาพจาก Ko Hon Chiu Vincent

เป็นผืนป่าแห่งที่สองของประเทศไทย และแห่งที่ 5 ของโลกที่ได้ถูกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติเมื่อ พ.ศ. 2548 ภายในฝืนป่า จะประกอบไปด้วยอุทยานแห่งชาติทั้งหมด 4 แห่งและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอีก 1 แห่ง ได้ครอบคลุมพื้นที่ 6 จังหวัด นับว่าเป็นพื้นป่าที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง มีป่าหลากหลายชนิด อาทิเช่น ป่าดิบชื้น ป่าดงดิบ ป่าเพญพรรณ และทุ่งหญ้า อีกทั้งยังมีการสำรวจพบสัตว์ป่าจำนวนมากที่มีแนวโน้มต่อการสูญพันธุ์อาศัยอยู่ในฝืนป่าแห่งนี้

***แปลและเรียบเรียงโดย รชตะ ปิวาวัฒนพานิช
โครงการนักศึกษาฝึกงาน กองบรรณาธิการ นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย 


อ่านเพิ่มเติม :

สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำในจังหวัด กาญจนบุรี

เรื่องแนะนำ

ค้นพบไฮไลท์และเสน่ห์ที่ซ่อนเร้น 10 อย่างในเกียวโต

นักท่องเที่ยวที่สวมชุดแบบดั้งเดิมกำลังรออาหาร การเช่าชุดกิโมโนในหน้าหนาวและยูกาตะในหน้าร้อนเป็นที่นิยมสำหรับผู้มาเยือนที่ต้องการสัมผัสกับวัฒนธรรมท้องถิ่นของ เกียวโต อย่างใกล้ชิด ภาพถ่ายโดย MARC STAPELBERG, NATIONAL GEOGRAPHIC YOUR SHOT ในเมืองสำคัญทางประวัติศาสตร์อย่าง เกียวโต ประเพณีอายุหลายชั่วคนผสมปนเปกับมหานครสมัยใหม่ ด้วยความงดงาม ความสงบ และการอยู่เหนือกาลเวลา จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ เกียวโต ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากนานาประเทศได้มากกว่าสี่ล้านคนในแต่ละปี เมืองที่เคยเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่นตั้งแต่ศตวรรษที่แปดถึงสิบเก้านี้รอดจากความเสียหายครั้งใหญ่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง และยังรักษามรดกทางสถาปัตยกรรมและเสน่ห์ของเมืองเก่าไว้ได้ ในเกียวโตทุกวันนี้ ประเพณีที่ฝังรากลึกยังคงรุ่งเรืองในมหานครยุคศตวรรษที่ 21 ธรรมชาติอันงดงามจับใจ ตลาดที่คึกคัก ย่านศิลปะร่วมสมัย และวัฒนธรรมทางอาหาร เรียกร้องให้นักท่องเที่ยวทุกประเภทมาสำรวจสมบัติที่ซุกซ่อนอยู่ในเมืองนี้ อ่านเพิ่มเติม โตเกียว : เดินเท้าท่องมหานคร

บ้านดินถู่โหลวแห่งฝูเจี้ยน

บ้านดินถู่โหลวแห่งฝูเจี้ยน มองจากมุมมองทางอากาศนี่ไม่ใช่โดนัทขนาดยักษ์ แต่คือกลุ่มอาคารรูปทรงวงแหวนที่สร้างจากไม้และโคลน ยินดีต้อนรับเข้าสู่ชุมชนบ้านดินถู่โหล่ว ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของมณฑลฝูเจี้ยน สถานที่แห่งนี้ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกโดยองค์กรยูเนสโก และเป็นหมุดหมายการเดินทางของนักท่องเที่ยวมากมายที่หลั่งไหลมาชมความแปลกและความยิ่งใหญ่ของบ้านดินในทุกปี ถู่โหลวเริ่มต้นก่อสร้างในช่วงศตวรรษที่ 15 – 20 ภายในประกอบด้วยบ้านจากหลายๆ ครอบครัวรวมกัน ประมาณผู้อาศัยร้อยคนค่อหนึ่งถู่โหลว โดยที่กำแพงหลังบ้านของแต่ละหลังจะทำหน้าที่เป็นกำแพงของถู่โหลวด้วย กำแพงเหล่านี้ถูกสร้างจากโครงสร้างที่แข็งแรงไม่ว่าจะเป็นดิน หิน ไม้หรือท่อนซุง โดยมีจุดประสงค์เพื่อป้องกันการโจมตีด้วยปืนใหญ่จากผู้รุกราน ทั้งยังช่วยป้องกันความเสียหายจากแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในภูมิภาคนี้อีกด้วย   อ่านเพิ่มเติม เสามังกร: ความภาคภูมิแห่งลูกหลานชาวจีนโพ้นทะเล

ยลสะพานเชือกชาวอินคาที่ทำจากหญ้าล้วนๆ

สะพานแขวนความยาว 36 เมตรของชาวอินคาแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่ามานานกว่า 5 ศตวรรษ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโกไปเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา

ชมกระเบื้องโรมันที่ยังคงสภาพดี แม้จะผ่านมาหลายร้อยปี

ชมกระเบื้องโรมันที่ยังคงสภาพดี แม้จะผ่านมาหลายร้อยปี มาชมความงดงามของกระเบื้องโมเสกจากคฤหาสน์โรมานาเดลคาซาเล (Villa Romana del Casale) ที่ตั้งอยู่ใกล้กับจัตุรัสอาร์เมอรินา ในแคว้นซิซิลี ของอิตาลี สถานที่แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 3 – 4 ในช่วงที่อาณาจักรโรมันยังคงเรืองอำนาจ ก่อนที่จะพังทลายลงจากเหตุแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในศตวรรษที่ 12 อย่างไรก็ตามแม้ตัวคฤหาสน์จะได้รับความเสียหาย แต่บนความโชคร้ายยังมีความโชคดีเมื่อดินโคล่นที่ถล่มในภัยพิบัติครั้งนั้นได้เก็บรักษากระเบื้องโมเสกเอาไว้ จนกระทั่งนักโบราณคดีมาพบมันเข้าในอีก 700 ปีต่อมา ซึ่งสีสันและลวดลายยังคงเห็นได้ชัดเจนปรากฏภาพของสิงสาราสัตว์, ภาพของชาวบ้าน และตำนานเทพต่างๆ มากมาย เรียกได้ว่ากระเบื้องโมเสกเหล่านี้เป็นผลงานศิลปะจากยุคโรมันที่ดีที่สุดเท่าที่ยังเหลืออยู่ในปัจจุบัน   อ่านเพิ่มเติม เจ้าของกะโหลกศีรษะทรงยาว คือเจ้าสาวจากต่างแดน