การปั่นจักรยาน : 10 อันดับเมืองยอดนิยมที่นักปั่นน่องเหล็กไม่ควรพลาด

การปั่นจักรยาน : 10 เมืองยอดนิยมที่นักปั่นน่องเหล็กไม่ควรพลาด

การปั่นจักรยาน จัดเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมยอดฮิตสำหรับคนรักสุขภาพ อีกทั้งยังถือว่าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยวันนี้ทางเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกได้ทำการรวบรวม 10 เมืองทั่วโลกที่จัดว่ามีความเหมาะสมสำหรับการปั่นจักรยานมากที่สุดมาไว้ในบทความนี้

การปั่นจักรยาน ถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการกินลมชมวิวในสถานที่ต่างๆ บนโลก จริงอยู่ที่การขับรถยนต์สามารถเดินทางได้ในระยะทางที่ไกลและรวดเร็วกว่า แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าไม่มีการเดินทางรูปแบบไหนที่มอบประสบการณ์ในรูปแบบของการมองเห็น การได้กลิ่น การได้ยิน และสัมผัสของเมืองแต่ละเมือง ได้ดีไปกว่าการปั่นจักรยานอีกแล้ว

ทั้งนี้เกณฑ์การตัดสินมาจาก ระบบโครงสร้างพื้นฐานการขนส่ง ว่ามีเลนสำหรับการปั่นจักรยานโดยเฉพาะ และมีบริการเช่าจักรยานครอบคลุมหรือไม่ อีกทั้งยังคำนึงถึงทัศนียภาพของเมืองแต่ละเมืองอีกด้วย ว่าสภาพการจราจรมีความเหมาะต่อการปั่นจักรยานมากน้อยเพียงใด

อัมสเตอร์ดัม, เนเธอร์แลนด์ 

หากพูดถึงการปั่นจักรยาน คงไม่มีสถานที่ไหนบนโลกเหมาะไปกว่าเมืองหลวงของประเทศเนเธอร์แลนด์อย่าง อัมสเตอร์ดัม อีกแล้ว จริงอยู่ที่เมืองเพื่อนบ้านอย่างยูเทรกต์จะมีโครงสร้างสาธารณูปโภคในส่วนของการปั่นจักรยานค่อนข้างดีกว่าอัมสเตอร์ดัม แต่ถ้าเทียบกันแบบตัวต่อตัวแล้ว อัมสเตอร์ดัมกินขาดในเรื่องของความสวยงามด้านสถาปัตยกรรม อีกทั้งยังมีพื้นที่สำหรับจอดจักรยานที่หาง่าย และมีปริมาณมากโขราวกับจำนวนเสาไฟฟ้าในเมืองไทย

การปั่นจักรยาน
อัมสเตอร์ดัม, ประเทศเนเธอร์แลนด์

โคเปนเฮเกน, เดนมาร์ก 

เช่นเดียวกับประเทศเนเธอร์แลนด์ การปั่นจักรยาน ถือว่าเป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในหมู่ผู้คนแถบประเทศสแกนดิเนเวีย มีรายงานออกมาเปิดเผยว่า เมื่อปี 2016 จำนวนผู้คนที่ปั่นจักรยานไปทำงานมีตัวเลขที่สูงถึงร้อยละ 62 ของประชากรทั้งหมดในเมืองโคเปนเฮเกน นอกจากนี้ ทางเมืองยังได้สร้างทางด่วนและสะพานสำหรับการปั่นจักรยานโดยเฉพาะอีกด้วย เพื่อความสงบและปลอดภัยของตัวนักปั่น

เบอร์ลิน, เยอรมนี

ถึงแม้ว่าเมืองหลวงของประเทศเยอรมนี จะไม่ได้เป็นที่รู้จักมากนักในเรื่องของการปั่นจักรยาน แต่ด้วยเลนจักรยานที่มีความยาวมากกว่า 800 กิโลเมตร (พอๆ กับอัมสเตอร์ดัม) บวกกับสถาปัตยกรรมของเมืองที่มีความเกี่ยวเนื่องกับประวัติศาสตร์สำคัญของโลก ทำให้เยอรมนีจัดเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่เหมาะกับการปั่นจักรยาน กินลมชมวิว เป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งสภาพภูมิประเทศของเบอร์ลินที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ราบ ทำให้นักปั่นสามารถรับชมทัศนียภาพของเมืองได้อย่างเต็มที่ไม่มีอะไรบดบัง

มอนทรีออล, แคนาดา

ด้วยความที่ได้รับอารยธรรมมาจากประเทศฝรั่งเศส ไม่ว่าจะเป็นในด้านสถาปัตยกรรม หรือภาษา ทำให้มอนทรีออลถูกจัดว่าเป็นเมืองที่มีกลิ่นอายความเป็นยุโรปมากที่สุดแห่งหนึ่งของทวีปอเมริกาเหนือ ความยาวของเลนในการปั่นจักรยานมีมากกว่า 1,600 กิโลเมตร บวกกับบริการเช่าจักรยานที่มีมากกว่า 5,000 จุด ทำให้มอนทรีออลถือเป็นอีกหนึ่งเช็กพอยต์ที่นักปั่นไม่ควรพลาด

โตเกียว, ญี่ปุ่น 

แม้ว่าทวีปเอเชียจะไม่ได้มีชื่อเสียงในแวดวงของวงการนักปั่นมากนัก เนื่องจากระบบสาธารณูปโภคที่ไม่เอื้ออำนวย แต่เมืองที่ถูกได้รับการขนามนามว่าเป็นเมืองที่มีความหนาแน่นของประชากรมากที่สุดอย่างโตเกียว กลับเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดจากบรรดานักปั่นอย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งนี้เป็นเพราะฟุตบาทของเมืองโตเกียว ได้มีการจัดแบ่งไว้อย่างชัดเจนว่าเลนไหนมีไว้สำหรับเดินเท้า เลนไหนสำหรับปั่นจักรยาน

บัวโนสไอเรส, อาร์เจนตินา 

เมืองหลวงของประเทศอาร์เจนติน่า (และเมืองที่มีนักท่องเที่ยวมากที่สุดของทวีปอเมริกาใต้) ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเมืองที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในเรื่องของสาธารณูปโภคที่เอื้อต่อการปั่นจักรยาน โดยตอนนี้ความยาวของเลนสำหรับปั่นจักรยานมีมากกว่า 300 กิโลเมตร ยิ่งไปกว่านั้นยังได้มีบริการให้เช่าจักรยานฟรีสำหรับการปั่นจักรยานรอบเมืองอีกด้วย

การปั่นจักรยาน
บัวโนสไอเรส, ประเทศอาร์เจนตินา

ลูบลิยานา, สโลวีเนีย

ลูบลิยานา ถือเป็นเมืองที่มีกลิ่นอายของยุคเรอเนซองส์ และจัดเป็นอีกหนึ่งเมืองที่เหมาะกับการปั่นจักรยานเป็นอย่างยิ่ง ไม่ใช่แค่เฉพาะเลนปั่นจักรยานที่มีความยาวมากกว่า 250 กิโลเมตร แต่มีกฎหมายห้ามไม่ให้รถยนต์ที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงทุกชนิดให้เข้าตัวเมืองเป็นอันขาด โดยจะเปิดให้เฉพาะทางเท้า ทางปั่นจักรยาน และรถแท็กซี่ไฟฟ้าบางส่วนเท่านั้นที่ได้รับอนุญาต นอกจากนี้บริการเช่ารถจักรยานยังมีมากกว่า 20 จุด และค่าบริการ 30 นาทีแรกยังฟรีอีกด้วย

แซนแฟรนซิสโก, สหรัฐอเมริกา 

ช่วงสิบปีที่ผ่านมา แซนแฟรนซิสโกได้ทุ่มเงินจำนวนกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 3,128 ล้านบาท) ไปกับการพัฒนาสาธารณูปโภคที่รองรับการปั่นจักรยาน ปัจจุบันความยาวของเลนปั่นจักรยานมีมากกว่า 320 กิโลเมตร บวกกับสภาพอากาศที่ไม่หนาวและไม่ร้อนจนเกินไปตลอดทั้งปี ทำให้การปั่นจักรยานในแซนแฟรนซิสโกเป็นกิจกรรมที่สามารถทำเมื่อไหร่ก็ได้

ปารีส, ฝรั่งเศส

แม้ว่าชื่อเสียงหลักของเมืองหลวงของวงการแฟชั่นอย่างปารีสจะเป็นการที่ผู้คนนิยมเดินทางโดยการเดินมากกว่า แต่ระบบสาธารณูปโภคก็มีคุณภาพที่อยู่ในเกณฑ์ที่ดีพอต่อการปั่นจักรยานเช่นกัน

รีอูดีจาเนรู, บราซิล

สืบเนื่องจากทิวทัศน์เมืองที่สวยงาม ทำให้รีอูดีจาเนรูเป็นหนึ่งในเมืองที่นักปั่นน่องเหล็กไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง ด้วยความยาวของเลนปั่นจักรยานที่มีมากกว่า 450 กิโลเมตร อีกทั้งภูมิประเทศของเมืองยังเหมาะสำหรับการชมวิวโดยการปั่นจักรยานอีกด้วย เงินเพียงแค่ไม่ถึงหนึ่งร้อยบาท ก็เพียงพอต่อการเช่าจักรยานมาปั่นรอบเมืองได้ทั้งวันแล้ว

การปั่นจักรยาน
รีอูดีจาเนรู, ประเทศบราซิล

นอกจาก 10 เมืองข้างต้นแล้ว ยังมีอีกหนึ่งสถานที่ที่ไม่ได้ถูกกล่าวถึงในการจัดอันดับอย่างเมืองทูซอน ในรัฐแอริโซนา ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีเลนปั่นจักรยานที่มีความยาวกว่า 1,120 กิโลเมตร อยู่ในโอเอซิส ท่ามกลางป่าต้นกระบองเพชรที่ถือว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

***แปลและเรียบเรียงโดย รชตะ ปิวาวัฒนพานิช
โครงการนักศึกษาฝึกงาน กองบรรณาธิการ นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย 


เรื่องแนะนำ

โบสถ์ไม้รัสเซียสร้างโดยไม่ใช้ตะปู

โบสถ์ไม้รัสเซีย สร้างโดยไม่ใช้ตะปู ณ เกาะ Kizhi กลางทะเลสาบ Onega ทางตอนเหนือของรัสเซีย คือสถานที่ตั้งของสิ่งก่อสร้างที่มีความงามเฉพาะตัว มันคือ โบสถ์ไม้ นิกายออร์โธด็อกซ์ที่สร้างในศตวรรษที่ 18 โดยมีจุดเด่นก็คือสถานที่สักการะบูชาขนาดใหญ่นี้ถูกสร้างโดยไม่ใช้ตะปูแม้แต่ตัวเดียว โบสถ์แห่งนี้ประกอบด้วยอาคารสองหลังและหอคอยความสูง 37 เมตร ด้านบนประกอบด้วยโดมทั้งหมด 22 โดม ซึ่งภายในมีบันไดวนที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินขึ้นไปได้ถึงยอดเพื่อชมวิว แม้กาลเวลาจะผ่านมานานหลายปีแล้ว แต่โบสถ์ไม้ยังคงมีสภาพดีอยู่ ซึ่งทางองค์กรยูเนสโกได้ประกาศให้โบสถ์แห่งนี้เป็นมรดกโลกในปี 1990   อ่านเพิ่มเติม อดีตเหมืองเกลือที่ปัจจุบันกลายเป็นสวนสนุก

ชมกระเบื้องโรมันที่ยังคงสภาพดี แม้จะผ่านมาหลายร้อยปี

ชมกระเบื้องโรมันที่ยังคงสภาพดี แม้จะผ่านมาหลายร้อยปี มาชมความงดงามของกระเบื้องโมเสกจากคฤหาสน์โรมานาเดลคาซาเล (Villa Romana del Casale) ที่ตั้งอยู่ใกล้กับจัตุรัสอาร์เมอรินา ในแคว้นซิซิลี ของอิตาลี สถานที่แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 3 – 4 ในช่วงที่อาณาจักรโรมันยังคงเรืองอำนาจ ก่อนที่จะพังทลายลงจากเหตุแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในศตวรรษที่ 12 อย่างไรก็ตามแม้ตัวคฤหาสน์จะได้รับความเสียหาย แต่บนความโชคร้ายยังมีความโชคดีเมื่อดินโคล่นที่ถล่มในภัยพิบัติครั้งนั้นได้เก็บรักษากระเบื้องโมเสกเอาไว้ จนกระทั่งนักโบราณคดีมาพบมันเข้าในอีก 700 ปีต่อมา ซึ่งสีสันและลวดลายยังคงเห็นได้ชัดเจนปรากฏภาพของสิงสาราสัตว์, ภาพของชาวบ้าน และตำนานเทพต่างๆ มากมาย เรียกได้ว่ากระเบื้องโมเสกเหล่านี้เป็นผลงานศิลปะจากยุคโรมันที่ดีที่สุดเท่าที่ยังเหลืออยู่ในปัจจุบัน   อ่านเพิ่มเติม เจ้าของกะโหลกศีรษะทรงยาว คือเจ้าสาวจากต่างแดน

สีสันฤดูร้อน ณ ทะเลสาบบอลอโตนอันเป็นที่รักของฮังการี

สถานที่ท่องเที่ยวที่เคยโด่งดังของบรรดาชาวฮังกาเรียน และครอบครัวชาวเยอรมันที่ถูกพลัดพรากจากกำแพงเบอร์ลิน มาวันนี้ทะเลสาบบอลอโตนกลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้งในหมู่คนรุ่นใหม่

แสงแรกในแดนอาทิตย์อุทัยบนยอดภูเขาไฟฟูจิ

ฟูจิซัง ยอดเขาศักดิ์สิทธิ์ ภูเขาไฟฟูจิหรือ ฟูจิซัง เป็นสัญลักษณ์สำคัญ และยังเป็นภูเขาที่มียอดสูงที่สุดในญี่ปุ่น (3,776 เมตร) ชาวญี่ปุ่นยกย่องให้เป็น 1 ใน 3 ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของประเทศ เส้นทางปีนเขาบนฟูจิจึงกลายเป็นที่นิยมของทั้งชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เรื่อง : สุวิมล สงวนสัตย์ ภาพถ่าย : ชุตยาเวศ สินธุพันธุ์ ทางการญี่ปุ่นเปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินขึ้นภูเขาไฟฟูจิได้เฉพาะช่วงฤดูร้อน เนื่องจากในช่วงอื่นของปีมีอากาศหนาวเย็นและมีหิมะปกคลุม ซึ่งอาจเป็นอันตรายแก่นักท่องเที่ยวได้ สำหรับปี 2019 เส้นทางปีนเขาเปิดให้นักท่องเที่ยวสัมผัสประสบการณ์บนยอดภูเขาไฟตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม ถึง 10 กันยายน หากคุณอยากหลีกเลี่ยงความหนาแน่นของนักท่องเที่ยว แนะนำให้วางแผนเดินทางมาในวันธรรมดา เพราะช่วงวันหยุดเนืองแน่นไปด้วยผู้คน บางช่วงของเส้นทาง คนเบียดกันจนแทบเดินต่อไม่ได้ เส้นทางที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือโยชิดะ (Yoshida Trail) เพราะเป็นเส้นทางที่เดินค่อนข้างง่าย เหมาะกับคนทั่วไปที่ไม่มีประสบการณ์ในการปีนเขา อีกทั้งมีสิ่งอำนวยความสะดวกตามจุดต่างๆ ทั้งห้องน้ำ ห้องปฐมพยาบาล หรือบ้านพักที่มีให้เลือกตลอดเส้นทางตั้งแต่สถานีที่ 7 ขึ้นไป เส้นทางโยชิดะเริ่มจากฟูจิซูบารุไลน์ หรือสถานีที่ 5 (5th Station) เราวางแผนมาตั้งหลักและพักค้างคืนที่คาวากูจิโกะหนึ่งคืนเพื่อนั่งรถรอบ […]