ซากุระ ในสหรัฐอเมริกาที่สวยงามไม่แพ้ญี่ปุ่น พร้อมสถานที่ยอดเยี่ยมสำหรับชมดอกซากุระ

สถานที่ยอดเยี่ยมสำหรับเยี่ยมชม ซากุระ ในสหรัฐอเมริกา

นี่คือเวลาและสถานที่สำหรับชมดอก ซากุระ สีชมพูและขาวอันแสนละเอียดอ่อนในสหรัฐฯ

ตั้งแต่เริ่มมีการปลูกซากุระในช่วงต้นศตวรรษที่ยี่สิบ ทำให้เห็นว่าต้นซากุระปรับตัวตามฤดูกาลในสหรัฐอเมริกา เช่น Yoshino Kwanzan และ Akebono ถือเป็นปรากฏการณ์อันน่าทึ่งของซากุระสีชมพูและสีขาว ซึ่งจะมีให้เห็นเพียงสองสัปดาห์ในแต่ละปี เมื่อซากุระที่ร่วงโรยลงคลุมพื้นล่างจนดูคล้ายหิมะปกคลุมตามพิ้นที่อุทยานฯ สวนสาธารณะ และเมืองต่างๆ เมื่อช่วงเทศกาลชมซากุระผ่านไป ความหนาวเย็นในฤดูหนาวจะค่อยๆ จางลง เพื่อต้อนรับเข้าสู่ฤดูร้อนอันแสนยาวนาน

เทศกาลซากุระนานาชาติในสหรัฐอเมริกา เริ่มต้นอย่างจริงจังในปี 1935 เพื่อแสดงถึงการให้เกียรติแก่ญี่ปุ่นที่ส่งต้นซากุระมาเป็นของขวัญเพื่อเจริญสัมพันธไมตรีถึง 3,000 ต้น ในปี 1912 นอกจากนี้ การเฉลิมฉลองในประเพณีชมซากุระของสหรัฐอเมริกายังเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงสันติภาพและมิตรภาพระหว่างสองประเทศ ทั้งนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงต้นกำเนิดของการชมดอกซากุระ หรือที่เรียกว่าฮานามิ คือการเฉลิมฉลองภายใต้ต้นซากุระ เพื่อชมดอกซากุระบานสะพรั่ง โดยญี่ปุ่นได้จัดเทศกาลนี้ขึ้นตั้งแต่ปลายศตวรรษที่แปด ซึ่งซากุระจะบานในระยะเวลาอันแสนสั้น การชมดอกซากุระยังสื่อให้เห็นถึงการอุปมาอุปไมยทางจิตวิญญาณเพื่อเป็นเครื่องเตือนใจให้ใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบันอย่าปล่อยให้เวลาผ่านไปอย่างไร้ค่า

การทำนายช่วงเวลาการผลิบานของดอกซากุระ

ภายในหนึ่งสัปดาห์ ซากุระ จะบานสะพรั่งอย่างเต็มที่ ในขณะเดียวกัน ช่วงระยะเวลาสองวันสุดท้ายของสัปดาห์ซากุระจะค่อยๆ โรยรา การทำความเข้าใจกับการคาดการณ์ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะคุณสามารถเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับเข้าร่วมงานเทศกาลชมความงามของธรรมชาติในวันหยุดสุดสัปดาห์ได้ เมืองหลวงอย่างวอชิงตัน ดี.ซี. ซากุระจะผลิบานในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนมีนาคมและสัปดาห์แรกของเดือนเมษายน ในนิวอิงแลนด์ ต้นซากุระจะบานสะพรั่งอีกครั้งใน 20 วันต่อมา ในส่วนของรัฐทางตอนใต้ เช่น จอร์เจีย เทนเนสซี และเทกซัส ซากุระจะผลิบานในช่วงหนึ่งสัปดาห์ครึ่งถึงสองสัปดาห์ก่อนหน้านี้ เพื่อการคาดการณ์ที่แม่นยำยิ่งขึ้นจะต้องพิจารณาจากการเปรียบเทียบความสัมพันธ์ระหว่างสภาพอากาศในช่วงปัจจุบันและสภาพภูมิอากาศที่ซับซ้อนของปีที่ผ่านมาทั้งปี รวมถึงปัจจัยอื่นๆ เช่น เมฆมาก ฝน หิมะ และอุณหภูมิ

กรมบริการอุทยานแห่งชาติสหรัฐอเมริกา ได้รับมอบหมายให้คาดการณ์ถึงช่วงเวลาที่ซากุระจะเบ่งบานก่อนถึงเทศกาลชมซากุระแห่งชาติ กล่าวได้ว่า มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะคาดการณ์ได้อย่างแม่นยำในช่วง 10 วันก่อนถึงเทศกาล เพราะการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศซึ่งไม่คงที่อยู่ตลอดเวลาทำให้ไม่สามารถคาดการณ์ได้อย่างแม่นยำ Bart Connors Szczarba ซึ่งเป็น “Chief Bloomologist” แห่งเมืองนิวเฮเวน รัฐคอนเนตทิคัต ตั้งข้อสังเกตว่า “จนกว่าคุณจะเห็นดอกตูมสีเขียว ถ้าหากมันเป็นเช่นนั้นซากุระจะไม่มีทางบานได้เลย!” เขายังกล่าวอีกว่าฤดูหนาวช่างเหมาะสมสำหรับซากุระ “สิ่งที่เลวร้ายคือความอบอุ่นของฤดูร้อนที่มาเร็วกว่าปกติในกรุงวอชิงตันเมื่อปีที่แล้วหรือปีก่อน”

แม้ว่ากรมอุทยานฯ จะไม่มีการคาดการณ์ที่แน่นอนในปีนี้ แต่วันที่ 6 มีนาคม ทางกรมอุทยานทราบผลการทำนายที่แน่ชัด ซึ่งการคาดการณ์คุณสามารถคาดเดาจากการศึกษาของคุณเอง โดยดูช่วงเวลาที่ซากุระเริ่มผลิบานบริเวณศาลากลางในช่วงหลายปีที่ผ่านมาหรือสังเกตเกสรของดอกซากุระในอุทยานฯ

เรื่องแนะนำ

เยือนดินแดนซึ่งคนตายไม่เคยหลับใหลบนเกาะ ซิซิลี

เยือนดินแดนซึ่งคนตายไม่เคยหลับใหลบนเกาะ ซิซิลี ซิซิลี – ณ วัดของบาทหลวงคณะกาปูชินในเมืองปาแลร์โม เมืองหลวงของแคว้น ซิซิลี ซึ่งตั้งอยู่ ณ จัตุรัสอันเงียบสงัดใกล้กับสุสาน หากเดินลงบันไดผ่านรูปสลักไม้ของแม่พระมหาทุกข์ เราจะพบประตูที่นำไปสู่ห้องเก็บศพใต้ดิน ห้องนี้มีขนาดใหญ่โตมโหฬาร พร้อมเพดานโค้งและทางเดินที่ทอดยาวไปทางมุมด้านขวา อากาศภายในห้องเย็นเยียบ อับชื้น และเหม็นเปรี้ยวจากกลิ่นฝุ่นและเสื้อผ้าที่เปื่อยยุ่ย ตามหิ้งบนผนังมีศพร่วม 2,000 ศพตั้งเรียงรายอยู่ในหีบที่ผุพัง พวกเขาแต่งองค์ทรงเครื่องด้วยเสื้อผ้าที่ดีที่สุดหรือเครื่องแบบชุดเก่งราวกับจะแต่งตัวไปอวดใคร เรื่อง        เอ. เอ. กิลล์ ภาพถ่าย วินเซนต์ เจ. มูซี ในยุโรป การผึ่งศพให้แห้งและการรักษาสภาพศพเป็นธรรมเนียมปฏิบัติอันเป็นเอกลักษณ์ของซิซิลี แม้จะพบในพื้นที่อื่นๆของอิตาลีบ้างก็ตาม แต่ส่วนใหญ่อยู่ในซิซิลีที่ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างคนเป็นกับคนตายเหนียวแน่นเป็นพิเศษ ปรากฏการณ์นี้ก่อให้เกิดคำถามว่า พวกเขาทำเช่นนี้ไปเพื่ออะไร และเพราะเหตุใดจึงนำซากศพเหล่านี้มาจัดแสดง ร่างไร้วิญญาณเหล่านี้อยู่ในอากัปกิริยาต่างๆที่บ่งบอกถึงบุคลิกและอุปนิสัยใจคอของแต่ละคน ขากรรไกรของพวกเขาอ้าค้างราวกับกำลังกรีดร้องแต่ไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา ฟันที่ผุกร่อนแสยะยิ้มคุกคาม เบ้าตาจ้องมองออกมาอย่างสิ้นหวัง ผิวหนังหยาบกร้านหุ้มกระดูกแก้มที่แห้งตอบและข้อนิ้วที่หลุดลุ่ย ซากศพเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นของคนร่างเล็ก แขนทั้งสองข้างอยู่ในท่ากอดอก ขณะที่ลำตัวถูกรั้งให้ตั้งตรงด้วยลวดและตะปู ศีรษะตกพับอยู่บนไหล่ ร่างกายค่อยๆเสื่อมสภาพลงพร้อมๆกับท่วงท่าฝืนสังขารลอกเลียนคนเป็น คูหาเก็บศพเหล่านี้แบ่งแยกชัดเจนระหว่างนักบวชกับฆราวาส ด้านหนึ่งเราจึงพบบรรดาแพทย์ ทนาย และตำรวจในเครื่องแบบ แล้วยังมีคูหาสำหรับสตรีที่มัคคุเทศก์บอกว่า เราสามารถชื่นชมแฟชั่นของวันวานได้ แต่ซากศพเหล่านั้นสวมเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง ขะมุกขะมอม […]

มอเตอร์ไซค์ทริป บนเส้นทางที่สูงที่สุดในโลก

ในปี 2015 โรเบิร์ต ยาน แวน เดอ กาอิจ นักขับมอเตอร์ไซค์ เริ่มต้น มอเตอร์ไซค์ทริป เป็นระยะเวลาสามเดือนจากเนเธอร์แลนด์สู่อินเดีย โรเบิร์ต ยาน แวน เดอ กาอิจ มีเลือดนักผจญภัยตั้งแต่วัยเด็ก วันหนึ่ง ขณะนั่งชมรายการโทรทัศน์เกี่ยวกับชายผู้หนึ่งที่เดินทางข้ามประเทศ แวน เดอ กาอิจ ตัดสินใจทำในสิ่งเดียวกัน และตั้งใจว่าอยากเริ่ม มอเตอร์ไซค์ทริป สิบกว่าปีให้หลัง เขาสอบใบขับขี่ผ่านและในปี 2013 เขาซื้อรถจักรยานยนต์คันแรกในชีวิต สองปีหลังจากนั้น แวน เดอ กาอิจ ผลักดันตัวเองให้เริ่มออกเดินทางจากบ้านในเนเธอร์แลนด์สู่ประเทศอินเดีย โดยมีระยะทางกว่า 16,000 กิโลเมตร ภายในระยะเวลาสามเดือน แวน เดอ กาอิจ ในวัย 30 ปี เป็นนักออกแบบกราฟิก เขาเริ่มวางแผนทริปของเขาในเดือนกันยายน ปี 2014 หลังจากจบการศึกษาไม่นาน เขาศึกษาการเดินทางด้วยรถจักรยานยนต์จากผู้มีประสบการณ์อย่าง กอร์ดอน จี. เมย์ และพอล แวน […]

สวนสวรรค์เหนือ แมนแฮตตัน

ทางฝั่งตะวันตกตอนล่างของเกาะ แมนแฮตตัน ภาพที่คุณเห็นเป็นอันดับแรกกลับเป็นสิ่งที่สวนสาธารณะในเมืองพยายามหลีกเลี่ยงมาตั้งแต่ต้น นั่นคือโครงสร้างเหล็กกล้าสีดำหนัก และแข็งทื่อที่รองรับทางรถไฟลอยฟ้า สวนสาธารณะตามเมืองใหญ่ๆ มักถูกมองว่าเป็นแหล่งพักพิง เป็นดั่งเกาะเขียวชอุ่ม ท่ามกลางทะเลคอนกรีตและเหล็กกล้า ทว่าเมืองเมื่อเข้าใกล้สวนสาธารณะไฮไลน์ (High Line) ในย่านเชลชี ทางฝั่งตะวันตกตอนล่างของเกาะ แมนแฮตตัน ภาพที่คุณเห็นเป็นอันดับแรกกลับเป็นสิ่งที่สวนสาธารณะในเมืองพยายามหลีกเลี่ยงมาตั้งแต่ต้น นั่นคือโครงสร้างเหล็กกล้าสีดำหนัก และแข็งทื่อที่รองรับทางรถไฟลอยฟ้า ซึ่งครั้งหนึ่งเคยใช้ในการขนส่งขบวนตู้สินค้าไปยังโรงงานและโกดังต่างๆ และอย่างน้อยที่สุด เมื่อมองจากระยะไกล สิ่งนี้ก็ดูคล้ายเศษซากที่ถูกทิ้งร้างมากกว่าจะเป็นโอเอซิสกลางใจเมือง กระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ ไฮไลน์ยังเป็นเพียงเศษซากกลางเมืองที่กำลังผุพังไปตามกาลเวลา ผู้คนส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่ในละแวกใกล้เคียง รวมถึงรูดอล์ฟ จูลีอานี นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์กระหว่างปี 1994-2001 ต่างรอวันที่จะรื้อทางรถไฟสายนี้แทบไม่ไหว คณะบริหารของจูลีอานีซึ่งตระหนักดีว่า สำหรับย่านเชลซีที่กำลังได้รับการแปลงโฉมเป็นหอศิลป์ ร้านอาหาร และเขตที่พักอาศัยหรูหราแล้วเศษซากที่หลงเหลืออยู่ของไฮไลน์ซึ่งทอดตัวคดเคี้ยวเป็นระยะทางราว 2.4 กิโลเมตรจากถนนแกนส์โวร์ตจนถึงถนนสายที่ 34 คือภาระอัปลักษณ์อันหนักอึ้ง พวกเขามั่นใจว่าเศษซากอันแปลกแยกของเมืองต้องถูกขจัดออกไปเพื่อให้ย่านโดยรอบได้พัฒนาอย่างเต็มที่ เจ้าหน้าที่ทางการไม่เคยทำพลาดขนาดนี้มาก่อน เพราะเป็นเวลาเกือบสิบปีหลังจากคณะบริหารของจูลีอานีพยายามรื้อถอนไฮไลน์ แต่มันกลับกลายเป็นหนึ่งในพื้นที่สาธารณะที่สร้างสรรค์และดึงดูดผู้คนได้ดีที่สุดในมหานครนิวยอร์กและอาจดีที่สุดในประเทศด้วยซ้ำ เสาเหล็กกล้าสีดำที่ครั้งหนึ่งเคยรองรับทางรถไฟร้าง ปัจจุบันกำลังโอบอุ้มสวนสาธารณะลอยฟ้า ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นทางเดิน ส่วนหนึ่งเป็นจัตุรัสกลางเมือง และอีกส่วนเป็นสวนพฤกษศาสตร์ เส้นทางหนึ่งในสามซึ่งอยู่ทางด้านใต้เริ่มตั้งแต่ถนนแกนส์โวร์ตยาวไปจนถึงถนนสายที่ 20 ตะวันตกตัดผ่านถนนเทนท์อเวนิว เปิดใช้งานเมื่อฤดูร้อนปี 2009 เส้นทางช่วงที่สองจะเปิดในฤดูใบไม้ผลิปีนี้ โดยขยายสวนสาธารณะออกไปอีกสิบช่วงตึก หรือเป็นระยะทางราว 0.8 กิโลเมตรไปจนถึงถนนสายที่ 30  ผู้สนับสนุนต่างหวังว่า ในที่สุด สวนสาธารณะจะครอบคลุมส่วนที่เหลือทั้งหมดของไฮไลน์ อ่านต่อหน้า 2