พิชิตขุนเขาด้วยมือเปล่า - National Geographic Thailand

พิชิตขุนเขาด้วยมือเปล่า

เรื่อง มาร์ค เอ็ม ซินนอท

เมื่อวันเสาร์ที่ 3 มิถุนายนที่ผ่านมา อเล็กซ์ ฮอนโนลด์ นักปีนผาคนดังกลายเป็นบุคคลแรกที่สามารถพิชิตเอล คาพิทัน ภูเขาหินความสูง 3,000 ฟุตเหนือระดับน้ำทะเล ที่ตั้งตระหง่านคล้ายกำแพงขนาดยักษ์ได้สำเร็จ โดยปราศจากเชือก หรืออุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยใดๆทั้งสิ้น ซึ่งความสำเร็จครั้งนี้ อาจเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเกิดขึ้นมาในวงการปีนผา

อเล็กซ์ ฮอนโนลด์ฝึกฝนการปีนผาด้วยมือเปล่า ที่ภูเขาเอล คาพิทัน ในอุทยานแห่งชาติโยเซมิตี เขาเอาชนะภารกิจนี้ได้ เมื่อวันเสาร์ที่ 3 มิถุนายนที่ผ่านมา ความสำเร็จครั้งนี้ถูกบันทึกไว้โดยสารคดีจากเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก

ตัวเขาใช้เวลาในการปีนทั้งสิ้น 3 ชั่วโมง 56 นาที ภารกิจท้าทายขีดจำกัดของตัวเองนี้เสร็จสิ้นลงในเวลา 9.28 นาฬิกา ตามเวลาท้องถิ่น ภายใต้ท้องฟ้าสดใส ที่มีเมฆบางเบา ฮอนโนลด์ทิ้งร่างกายลงบนโขดหินของยอดเขาที่มีขนาดราวห้องนอนของเด็กเท่านั้น

ฮอนโนลด์ หรือเป็นที่รู้จักในฐานะนักปีนผาด้วยมือเปล่า เริ่มภารกิจนี้ในตอนที่อรุณแตะขอบฟ้า เมื่อเวลา 5.32 นาฬิกา หลังใช้เวลาทั้งคืนในรถตู้ เขาแต่งกายด้วยเสื้อยืดตัวโปรดสีแดง และกางเกงไนลอน เติมเต็มท้องที่ว่างเปล่าด้วยมื้อเช้า ซึ่งประกอบไปด้วยข้าวโอ๊ต, เมล็ดเจีย, เมล็ดแฟลกซ์ และบลูเบอร์รี่

เมื่อเดินทางมาถึง ฮอนโนลด์จอดรถตู้และเดินขึ้นไปตามทางเดินกรวด มุ่งตรงสู่กำแพงหินขนาดยักษ์ เขาดึงรองเท้าปีนเขาคู่ใจออกมา คาดถุงเล็กๆบรรจุผงชอล์กไว้รอบเอว ซึ่งจะช่วยให้มือของเขานั้นแห้งอยู่เสมอ และเมื่อพบรอยแยกแรก ฮอนโนลด์ก็เริ่มต้นสร้างตำนานใหม่ ด้วยการปีนขึ้นไป

ฮอนโนลด์ฝึกฝนการปีนผามานานหลายปี ทั้งในหุบเขา Yosemite และสถานที่อื่นๆทั่วโลก

เป็นเวลามากกว่าหนึ่งปี ที่ชายผู้นี้ฝึกฝนการปีนป่ายในหลายสถานที่ ไม่ว่าจะเป็นในสหรัฐอเมริกา, จีน, ยุโรป และโมร็อกโก มีเพียงเพื่อน และนักปีนผาไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้เกี่ยวกับโปรเจคนี้ และทั้งหมดสัญญาว่ามันจะเป็นความลับ

ทีมงานผู้ผลิตสารคดีนี้นำโดย จิมมี่ ชิน หนึ่งในคู่หูนักปีนของฮอนโนลด์ และ อลิซาเบธ ชาย วาซาเฮลยี ทีมงานผลิตสารคดีจากเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ย้อนกลับไปในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ฮอนโนลด์เคยเริ่มต้นการปีนยังสถานที่แห่งนี้มาแล้ว แต่หลังจากผ่านไปเพียง 1 ชั่วโมงจำต้องยกเลิก เนื่องจากสภาพอากาศนั้นไม่เอื้ออำนวย

หลังผ่านหลักสูตรการปีนผาจากยิมแห่งหนึ่ง ในนครแซคราเมนโต ของรัฐแคลิฟอร์เนีย ฮอนโนลด์ในวัย 31 ปี เริ่มมีชื่อเสียงขึ้นมา เมื่อเขาปีนผาด้วยสองมือเปล่า ที่ภูเขาฮาร์ฟ โดม และ มูนไลท์ บัทเทรส ในอุทานแห่งชาติไซออน ของรัฐยูทาห์ เมื่อปี 2008

ฮอนโนลด์ฝึกกำลังแขนด้วยอุปกรณ์ที่เขาติดตั้งเพิ่มในรถตู้ เป็นเวลาหลายปีที่ตัวเขาออกเดินทางด้วยรถตู้ ซึ่งทำหน้าที่เป็นที่พักเคลื่อนที่ของเขา เพื่อฝึกฝนการปีนผาจากภูเขาหลายแห่งในสหรัฐ

บรรดานักปีนมากมายใฝ่ฝันที่จะพิชิตภูเขาเอล คาพิทัน ด้วยมือเปล่า แต่มีเพียงสองคนเท่านั้นที่ออกมาประกาศต่อสาธารณชนว่าพวกเขากำลังพิจารณาที่จะพิชิตภารกิจนี้อย่างจริงจัง หนึ่งในนั้นคือ ไมเคิล เรียร์ดอน นักปีนผามือเปล่าผู้เสียชีวตจากการจมน้ำในปี 2007 หลังพลัดตกหน้าผาริมทะเล ในไอซ์แลนด์ และอีกคน ดีน พอตเตอร์ ผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุกระโดดร่มในชุดวิงสูท ที่อุทยานแห่งชาติโยเซมิตี เมื่อปี 2015

แม้แต่ จอห์น บาคาร์ นักปีนผามือเปล่าผู้เป็นตำนานในปี 1970 และเสียชีวิตจากการปีนผามือเปล่า ในวัย 52 ปี เมือปี 2009 ก็ไม่เคยพิจารณาที่จะลองปีนเนื่องจากในตอนที่ตัวเขาโด่งดังนั้น ยังไม่เคยมีใครลองปีนภูเขานี้ด้วยมือเปล่ามาก่อน ด้าน ปีเตอร์ ครอฟต์ นักปีนผาวัย 58 ปี ผู้พิชิตภูเขาแอสโตแมน ในปี 1980 เชื่อว่าสักวันจะมีคนทำได้

เมื่อสิ้นปี 2014 ฮอนโนลด์กลายเป็นคนดังอย่างแท้จริง ภาพถ่ายของเขาได้ปรากฏอยู่บนปกของนิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก, นิวยอร์ก ไทม์, เอ้าไซด์ และ 60 มินนิท นอกจากนั้นตัวเขายังก่อตั้งมูลนิธิไม่แสวงผลกำไร เพื่อช่วยปรับปรุงความเป็นอยู่ของผู้ด้อยโอกาสทั่วโลก แต่ตัวเขายังรู้สึกว่าตนยังไม่ได้สร้างประวัติศาสตร์ให้กับการปีนผาของตัวเอง

ในเดือนมกราคม ปี 2015 เมื่อ ทอมมี คาลด์เวลล์ และ เควิน จอร์เกสัน สามารถพิชิตการปีนภูเขาดอร์น วอร์ได้สำเร็จ หลังฝึกฝนมาเป็นปีๆ นั่นทำให้ฮอนโนลด์ตั้งคำถามถึงภารกิจของตัวเขาเอง และ เอล คาพิทัน คือคำตอบ

ในส่วนของการฝึกอบรม ฮอนโนลด์ปีนภูเขา Yosemite ด้วยมือเปล่า ผ่านเส้นทางที่เขาเรียกว่า “Excellent Adventure”

เส้นทางที่ฮอนโนลด์เลือกที่จะปีนขึ้นไปยังยอดของ เอล คาพิทันนั้นเป็นที่รู้จักกันดีในชื่อ ฟรีไรเดอร์ ตัวเส้นทางถูกแบ่งออกเป็น 30 ระดับ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับการปีนขึ้นไป และตลอดหลายปีที่ผ่านมานักปีนเขายังคงต้องใช้เชือกช่วยเพื่อที่จะขึ้นไปให้ถึงยอดผาอย่างปลอดภัย

บริเวณที่เขาเลือกปีนนั้นเต็มไปด้วยรอยแยก และรอยแตกหลายรอย ตลอดเส้นทางการปีนเขาพยายามเบียดร่างกายเข้าไปยังรอยแยกแคบๆ บางครั้งชะง่อนที่ยื่นออกมาก็มีขนาดความกว้างเพียงแค่กล่องไม้ขีดไฟเท่านั้น และในบางช่วงเวลาตัวของเขายื่นออกมารับลมด้านนอก มีเพียงนิ้วมือเท่านั้นที่ยังคงยึดเกี่ยวกับขุนเขาเอาไว้

เส้นทางฟรีไรเดอร์นี้เป็นบททดสอบสำหรับนักปีนผาในทุกๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นความแข็งแรงของร่างกาย ตลอดจนความยึดหยุ่น และความอดทน นอกจากนั้นยังต้องเผชิญกับปัจจัยทางธรรมชาติที่เช่น แสงแดด, ลม หรือฝนฟ้าคะนองที่มาแบบไม่ทันตั้งตัว ซึ่งเป็นอะไรที่ฮอนโนลด์จำต้องระมัดระวัง

อย่างไรก็ตามบททดสอบที่ยากที่สุดสำหรับเขานั้นคือการสร้างความสงบนิ่งในจิตใจตัวเอง ท่ามกลางความสูงหลายร้อย หลายพันฟุต ที่การก้าวเท้าเพียงแค่ต่ำไป หรือสูงไปอาจหมายถึงชีวิต นักปีนผาระดับแนวหน้าพากันมองว่าฮอนโนลด์โดดเด่นในความสามารถดังกล่าวนี้ จากประสบการณ์การปีนผาที่ตัวเขามีตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ฮอลโนลด์ยังคงสามารถสงบนิ่งได้ แม้เผชิญกับสถานการณ์อันตราย ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นผลสะท้อนจากการฝึกฝนร่างกายอย่างหนัก และสม่ำเสมอ

อเล็กซ์ ฮอนโนลด์ยืนอยู่บนยอดของภูเขาเอล คาพิทัน หลังผ่านการปีนนาน 4 ชั่วโมงโดยไม่มีอุปกรณ์ใดๆช่วย

นักปีนผาที่มีร่างกายแข็งแรงแบบฮอนโนลด์นั้นมีมากมาย แต่นักปีนผาที่สามารถควบคุมความกลัวได้แบบตัวเขานั้นหาได้ยาก กรณีของเขาน่าสนใจเสียจนนักประสาทวิทยาสนใจที่จะทำการศึกษาสมองของฮอนโนลด์ว่ามีความแตกต่างจากสมองของคนทั่วไปหรือไม่

“ในการปีนแบบมือเปล่า แน่นอนผมรู้ว่าตนเองกำลังเสี่ยงอันตราย แต่ความกลัวไม่ได้ช่วยให้ขึ้นไปยังเป้าหมายได้” เขากล่าว “ยิ่งมีมันยิ่งกีดขวางการทำงานของผม ดังนั้นผมเลยกักมันไว้ข้างใน และปล่อยให้มันเป็นไป”

อ่านเพิ่มเติม : ประติมากรรมแห่งลาวาภาพเนินทะเลทรายที่น่าตื่นตาของญี่ปุ่น

เรื่องแนะนำ

หนึ่งวันกับการเสพงานศิลป์

งานศิลปะ สามารถบ่งบอกถึงความรู้สึกนึกคิดของมนุษย์ หากพูดถึง งานศิลปะ ใจกลางกรุงก็คงหนีไม่พ้นงาน  Bangkok Art Biennale 2018 (BAB 2018)  งานนี้รวม 75 ศิลปินจาก 33 ประเทศทั่วโลกมาจัดแสดงในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคม 2018 – 3 กุมภาพันธ์ 2019 วันนี้ นิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก มีโอกาสมาชมงานศิลปะในย่านสยาม ทางหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC), Siam Discovery, Siam Center, Siam Paragon และ Central World ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงาน BAB 2018 ถือเป็นการเชิญชวนให้คนทั่วไปหันมาสนใจงานศิลปะได้อย่างอิสระ และเปิดกว้างให้ผู้พบเห็นงานศิลปะได้วิจารณ์งานกันตามประสบการณ์ของแต่ละคน เมื่อเดินเข้ามาในตัวอาคารของหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร บริเวณโถงด้านล่างคุณจะได้พบกับงานศิลป์ “Basket Tower”  ผลงานที่นำตะกร้าลักษณะแตกต่างกันมาผสมผสานและเชื่อมต่อกันได้อย่างลงตัว ด้วยสีสันสดใสตระการตา จากการสัมภาษณ์นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติท่านหนึ่งที่เข้ามาชมงานศิลปะ เธอกล่าวว่า ผลงานชิ้นนี้สามารถดึงดูดความสนใจจากเธอได้มากเลยทีเดียว เป็นเพราะเธอไม่ค่อยได้พบงานศิลปะในลักษณะเช่นนี้บ่อยครั้งนัก […]

เที่ยว 3 เขื่อน ชม 3 หมู่บ้านในกาญจนบุรี เมื่อสายน้ำพัดพา…ชีวิตและความเป็นอยู่ทรงคุณค่าจึงเกิดขึ้น

เสียงพื้นรองเท้าสัมผัสหิน ดิน ทราย สายน้ำ และธรรมชาติครั้งล่าสุด เมื่อไรกันนะ?… เส้นทางเดินป่า กาญจนบุรี หลายคนพร่ำถามตัวเองว่า อีกนานเเค่ไหนที่จะได้ออกไปให้ธรรมชาติช่วยบำบัด ทั้งความเครียด ความเหงา และความเศร้าที่สะสมในช่วงโควิด-19 เเพร่ระบาด เเต่คล้ายว่า สัญญาณที่ดีใกล้จะดังขึ้น ก่อนสวมรองเท้าคู่ใจและออกไปสำรวจธรรมชาติอีกครั้ง กางสมุดและหยิบดินสอขึ้นมาวางแผนเตรียมตัวท่องเที่ยวกันดีกว่า เส้นทางเดินป่า กาญจนบุรี หากนึกถึงธรรมชาติ โดยเฉพาะการเที่ยวเขื่อน “กาญจนบุรี” มักเป็นตัวเลือกเเรก ๆ ที่หลายคนนึกถึง เเต่หากถามถึงหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่อยู่คู่กับเขื่อนเหล่านี้มาอย่างยาวนาน มีวัฒนธรรมเก่าแก่และอัตลักษณ์แห่งวิถีชีวิตที่ดีงาม อาจมีคนจำนวนไม่มากที่รู้ความลับของเรื่องราวในแต่ละชุมชน ออกไปสัมผัสความอบอุ่น กอดธรรมชาติ และทำความรู้จักชีวิตของ “คนที่อยู่คู่เขื่อน” จาก 3 หมู่บ้านใกล้ 3 เขื่อนในกาญจนบุรี อย่างหมู่บ้านไกรเกรียงในเขื่อนศรีนครินทร์ หมู่บ้านช่องสะเดาใกล้เขื่อนท่าทุ่งนา และหมู่บ้านโบอ่องในเขื่อนวชิราลงกรณ ประสบ “กาญจน์” ใหม่ ให้มากกว่าการแค่มากางเต็นท์ หรือเล่นกิจกรรมทางน้ำ หมู่บ้านไกรเกรียง เริ่มต้นที่เเรก “หมู่บ้านไกรเกรียง” ที่ตั้งอยู่ท้ายเขื่อนศรีนครินทร์ เขื่อนหินถมแกนดินเหนียวที่ใหญ่ที่สุดในไทย ความกว้างใหญ่นี้มีชุมชนเล็ก ๆ […]

โลกร้อนกับวิกฤติน้ำแข็งขั้วโลกละลาย

ในช่วง 20 ถึง 30 ปีที่ผ่านมาน้ำในบริเวณแอนตาร์กติกอุ่นขึ้นกว่าครึ่งองศาเซลเซียสจากภาวะโลกร้อน ส่งผลให้น้ำแข็งขั้วโลกละลาย และเพิ่มการแตกตัวขึ้นถึงสี่เท่า