สัมผัสประสบการณ์เดินทางบน รถไฟสายทรานส์-ไซบีเรีย

ภาพทิวทัศน์ของรัสเซียนั้นดูเลือนราง เมื่อมองผ่านหน้าต่างของรถไฟสุดหรูอย่าง โกลเด้น อีเกิล ทรานส์–ไซบีเรีย

เรื่องราวและภาพ: DANIELLE AMY

ฝนโปรยปรายขณะที่เราขึ้นรถไฟใน เมืองวลาดีวอสตอค หรือเมืองสถานีปลายทางทรานส์-ไซบีเรียอันห่างไกลที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกของรัสเซีย ซึ่งเดินทางโดยการนั่งเรือจากเกาหลีเหนือใช้เวลานานถึงเก้าชั่วโมง รถไฟถูกทาด้วยสีเทาและน้ำเงิน โดยแต่ละขบวนจะประดับตราสัญลักษณ์ “Golden Eagle Trans-Siberian Express” เป็นตัวอักษรแบบทองคำอันแวววาว

เส้นทางรถไฟแล่นผ่านทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ของมองโกเลีย และเทือกเขายูรัลที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะ รถไฟแล่นผ่านกระท่อมไม้ในไซบีเรียไปยังแหล่งสถาปัตยกรรมอันโอ่อ่าแห่งมอสโก กลุ่มของเราได้ร่วมเดินทางรถไปกับ National Geographic Expeditions เป็นเวลา 16 วัน จากการสังเกตพบว่ามีคู่รักที่เกษียณอายุราชการเป็นส่วนใหญ่ คือชาวอเมริกันห้าคน ชาวแคนาดาหนึ่งคน หัวหน้าทัวร์รัสเซีย นักประวัติศาสตร์ และฉันที่เป็นผู้ประสานงานภาพถ่ายที่ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก

มีพนักงานรถไฟประมาณ 50 คน ตั้งแต่พนักงานต้อนรับผู้โดยสาร ผู้เข้าร่วมประชุม บริกร บาร์เทนเดอร์ ผู้จัดการ ไปจนถึงวิศวกร คนทำอาหาร หัวหน้าพ่อครัว คนทำขนม คนอบขนมปัง หรือแม้แต่นักเล่นฮาร์ปและนักเปียโน เมื่อรถไฟเร่งความเร็วผ้าม่านสีเบจกลายเป็นกระจกเงาสะท้อนภาพห้องโดยสารแต่ละห้องที่ถูกตกแต่งด้วยเครื่องเรือนแบบโบราณ รวมถึงการเลือกใช้พรมและผนังสีแดงเพื่อเพิ่มความหรูหราแบบมีระดับ

นี่เป็นระยะทางกว่าเก้าพันกิโลเมตร จนกว่าจะถึงมอสโกซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางรถไฟที่ยาวที่สุดในโลก

รถไฟสายทรานส์-ไซบีเรีย
รูปปั้นนักรบผู้ยิ่งใหญ่แห่งมองโกล หรือเจงกิสข่าน ในเมืองอูลานบาตอร์ ประเทศมองโกเลีย มีความสูง 130 ฟุต และหนักถึง 260 ตัน

ตลอดระยะเวลา 12 วัน 13 คืน รถไฟข้ามผ่านชุมชน 51 แห่ง รวมทั้งสองพรมแดน เราถึงจุดแวะพักที่ 8 สถานีรถไฟอูลานบาตอร์ เมืองหลวงของมองโกเลีย เราแวะชมรูปปั้นนักขี่ม้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีความสูง 130 ฟุต และทำจากเหล็กหนักถึง 260 ตัน เมื่อเดินผ่านอุทยานแห่งชาติคุณอาจเพลิดเพลินไปกับทุ่งหญ้าสเตปป์และการก่อตัวของหินที่ช่างสมบูรณ์แบบ

เป็นเวลาสามวันเต็มแล้ว ที่เราข้ามผ่านประเทศอันห่างไกลที่สุดของรัสเซีย และไม่ลงจากรถไฟแม้แต่ครั้งเดียว ซ้ำเรายังเปลี่ยนเขตเวลาถึงเจ็ดครั้ง โดยใช้การกรอเข็มนาฬิกา

รถไฟสายทรานส์-ไซบีเรีย
Paul Riley และ Trista Bowman ชนแก้วเพื่อให้เกิดเสียงก่อนดื่มวอดก้าพายนัต (Pine-Nut Vodka) ระหว่างรับประทานมื้อกลางวันบนรถไฟ
รถไฟสายทรานส์-ไซบีเรีย
George Munro และ Gloria Shelton ขณะเดินขึ้นบันไดของสถานีในไซบีเรีย
รถไฟสายทรานส์-ไซบีเรีย
หลังจากรับประทานอาหารที่ถูกปรุงแต่งด้วยวัตถุดิบในท้องถิ่น หรืออาหารที่ปรุงแต่งรสชาติขึ้นมาเอง ซึ่งถือเป็นวิถีของคนในหมู่บ้าน Old Believers กลุ่มหนึ่งที่สืบเชื้อสายมาจากผู้ลี้ภัยทางศาสนาในศตวรรษที่สิบเจ็ด พวกเขาต่างเชิญชวน Paul Riley และ Colleen Angelucci ให้สวมเสื้อผ้าแบบชาวพื้นเมือง เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงที่่สนุกสนาน

รวมๆ เรากินอาหารไป 43 มื้อ สี่เวลาตามความเหมาะสมและความต่างของสถานที่ เช่น ภัตตาคาร บ้านส่วนตัว แน่นอนต้องมีบนรถไฟ เราดื่มวอดก้าไป 86 ช็อต (ซึ่งจริงๆ ฉันไม่ได้นับมันหรอก) หากนี่เป็นการเดิมพันไม่แน่ฉันอาจได้สัก 10 ปอนด์ (ประมาณ 400 บาทไทย)

มีเพียงสองคู่สามีภรรยาที่ลงว่ายน้ำเพียงครั้งเดียวเท่านั้น เพราะอากาศที่เริ่มเย็นและฟ้ามืดสลัว เหตุจากฝนตกทำให้คนบนรถไฟต่างทิ้งตัวลงเพื่อทานมื้อกลางวัน โดยทั้ง Paul Riley และ Trista Bowman จากแคนาดา ส่วนนี่คือ Curtis และ Emalee Burton จากเทกซัส ตัดสินใจกระโดดลงไปในโพรงน้ำแข็งที่เย็นจัดของทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในโลก คือ ทะเลสาบไบคาล เราได้เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์มากกว่าสิบแห่งซึ่งเกือบทั้งหมดมีจุดเด่นในเรื่องการศึกษาเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิต

เรามีไกด์นำเที่ยวเก้าคน ซึ่งจริงๆ เราฟังพวกเขาพูดไม่กี่ชั่วโมงหรอก มีนักดนตรีที่มาร่วมแสดงมากกว่า 15 คน เป็นการแสดงเกี่ยวกับวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพียงแต่พวกเราส่วนใหญ่มักจะนั่งลงและฟังเสียงมากกว่า

รถไฟสายทรานส์-ไซบีเรีย
Robert Botte สำรวจภาพสามมิติตลอดเส้นทางในพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ทางธรรมชาติ
รถไฟสายทรานส์-ไซบีเรีย
Emalee Burton และ Paul Riley สวมเสื้อคลุมหลังจากลงว่ายน้ำในทะเลสาบไบคาลที่เย็นจัด ซึ่งขบวนรถไฟจอดใกล้กับน่านน้ำทำให้พวกเขาเข้าถึงชายฝั่งได้ง่าย
รถไฟสายทรานส์-ไซบีเรีย
ช่วงหนึ่งวันสุดท้ายของการเดินทาง Augusto และ Colleen Angelucci เดินสำรวจรอบๆ พระราชวังเครมลิน (Grand Kremlin Palace) หรือที่เรียกว่าจัตุรัสแดงแห่งมอสโก ประเทศรัสเซีย

ผู้โดยสารต่างขอยืดเวลาสำหรับค่ำคืนอันยาวนาน เพื่อพักผ่อนในบาร์และร้านอาหาร โดยบทสนทนาจะเริ่มตรงที่มีการพูดเกี่ยวกับตัวเองสักเล็กน้อย ก่อนจะแบ่งปันประสบการณ์และความทรงจำของพวกเขา

Kathy Carrithers เติบโตขึ้นในเมืองเล็กๆ แถบชานเมืองของรัฐวอชิงตัน และออกจากบ้านตอนอายุ 18 เธอแบ่งปันประสบการณ์ชีวิตของเธอว่า ในบ่ายวันหนึ่ง “ฉันเริ่มออกเดินทางเป็นครั้งแรก เมื่อฉันอายุ 58” เธอเล่าว่า เธอเริ่มต้นอาชีพของเธอในฐานะพนักงานเก็บเงิน ซึ่งทำหน้าที่นับยอดรวมเงินฝากรายวันทั้งหมด จนกว่าจะถึงวันปลดเกษียณในฐานะรองประธานอาวุโสแผนกการเงินที่ธนาคารแห่งอเมริกา

Colleen Angelucci เติบโตมาในเมืองชิคาโก และพบกับ Augusto Angelucci เมื่อตอนเธออายุยี่สิบปลายๆ ซึ่งแทบจะทุกวันที่เขาจะมาช่วยทำงาน และจะพาเธอออกไปทานมื้อกลางวัน เขาชอบพูดว่า “ไปเม็กซิโก ไปอิตาลีกันเถอะ” เธอตัดสินใจเลิกกับเขา “ทุกวันนี้ชีวิตของฉันมันคือวันหยุดพักผ่อน” เธอเล่าพร้อมหัวเราะ

ภาพทิวทัศน์ป่าสนสีเขียวถูกตัดผ่านไปอย่างรวดเร็ว เปรียบเสมือนฉากที่ซ่อนอยู่หลังหน้าต่างกระจกที่มีกรอบหน้าต่างของรถไฟล้อมรอบ เสียงล้อเหล็กกระทบกับรางรถไฟราวกับทำหน้าที่เป็นร่องเสียงของเบสไปจนถึงท่วงทำนองอันไพเราะของฮาร์ป

John Chott อาศัยอยู่ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ตลอด 40 ปีที่ผ่านมาเธอพูดภาษารัสเซียในการขอเครื่องดื่ม “vody, pozhaluysta” (ขอน้ำเปล่าหนึ่งแก้ว) จากบริกร “ฉันเข้าเรียนที่รัสเซียก่อนจะเริ่มออกเดินทาง” เขากล่าว

“เรากำลังเดินทางไปดำน้ำรอบโลก” Riley และ Bowman ชี้แจงขณะที่เรากำลังจิบไวน์หลังอาหารเย็นว่าในช่วงฤดูหนาวพวกเขาจะบินไปบ้านที่ Cozumel และบอกอีกว่าพวกเขาจะดำน้ำไปจนกว่าร่างกายจะทรยศตัวของพวกเขาเอง

Augusto Angelucci ที่อพยพมายังสหรัฐอเมริกาในวัยสามสิบต้นๆ เขาทำงานอย่างหนักเพื่อทรัพย์สินมรดกของเขา เขาเชื่อเรื่องการเสี่ยงโชคเพื่อหวังจะเปลี่ยนชีวิตให้ต่างไปจากเดิม เขาบอกฉันระหว่างการสนทนาที่ยาวนานถึงหลายคราว่า “สิ่งสำคัญที่ฉันเรียนรู้ในชีวิตคือการเป็นผู้สร้างและการสร้างสิ่งที่เท่าเทียมกัน”

ไอร้อนจางๆ ของควันจากแก้วคาปูชิโนเพิ่งชงเสร็จใหม่ๆ และเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์เล็กน้อย แก้วไฮบอลทรงสูงถูกแกว่งก่อนดื่มทำให้เม็ดคาเวียร์ดำแดงเกิดการปะทุพุ่งเข้าสู่ปากของคุณอย่างรวดเร็วและได้รสสัมผัสที่แผ่ซ่านไปทั่วปาก ส้อมและมีดทำจากเครื่องเงินกระทบกับจานสีขาวและผ้าปูโต๊ะ ทำให้เกิดเสียงกริ๊ง!

ยามอาทิตย์ส่องสว่าง ขณะลงจากรถไฟในเมืองที่แสนวุ่นวายของมอสโก รอยยิ้ม การกอด และคำขอบคุณจากพนักงานถือเป็นจุดสิ้นสุดการเดินทางของ รถไฟสายทรานส์-ไซบีเรีย

***แปลและเรียบเรียงโดย ปุณยวีร์ เฉลียววงศ์เจริญ
โครงการนักศึกษาฝึกงาน กองบรรณาธิการ นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย


อ่านเพิ่มเติม: อลังการงานสร้าง ความงามของสถานีรถไฟใต้ดินในมอสโก

สถานีรถไฟใต้ดิน

เรื่องแนะนำ

สาร (กำลังใจ) จาก บ้านลวงเหนือ เชียงใหม่

ในยามที่ทุกคนต่างได้รับผลกระทบจากการระบาดใหญ่ กำลังใจระหว่างเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเป็นเหมือนยาบำรุงใจชั้นดี ที่เราสามารถมอบให้กันและกันได้ บ้านลวงเหนือ ในห้วงเวลาของการระบาดใหญ่ที่กินเวลาต่อเนื่องเกือบ 2 ปี ส่งผลให้ผู้คนทั้งโลกต้องแยกจากันทางกายภาพ และด้วยพื้นฐานของมนุษย์ที่เป็นสังคมแห่งการอยู่ร่วมกันมาตั้งแต่ยุคบรรพบุรุษ ทำให้เราต่างโหยหาที่จะกลับมาเจอหน้ากันในชีวิตจริงอีกครั้ง บ้านลวงเหนือ เช่นเดียวกับธุรกิจเพื่อสังคม ที่ทำงานด้านการท่องเที่ยวชุมชนมากว่า 10 ปี อย่างโลเคิลอไลค์ พวกเขาได้ร่วมทำงานกับชุมชนหลายแห่งทั่วประเทศ จึงเกิดความรักและผูกพันกับคนในชุมชน และช่วงสถานการณ์ที่ถูกปิดกันการเดินทาง ชาวบ้านก็คิดถึงพวกเขาเช่นกัน หลายปีที่ผ่านมา โลเคิลอไลค์ได้ทำงานร่วมกับ “วิสาหกิจชุมชนกลุ่มท่องเที่ยวโดยชุมชนไตลื้อเมืองลวงเหนือ” ชุนชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่โดดเด่นด้วยอัตลักษณ์การแต่งกาย ประเพณี ผลิตภัณฑ์ชุมชน เช่น ผ้าทอไทลื้อ กระดาษสา ไม้แกะสลัก รวมไปถึงอาหารถิ่นเหนือของชาวไทลื้อ เช่น “แอ่งแถะ” ซุปผักเข้มข้นจากเครือเถาคล้ายใบโพธิ์ น้ำปู ปูน้ำจืดหรือปูนาเคี้ยวข้นจนเป็นน้ำพริกรสเค็มหอมปูทานกับข้าวนึ่ง หรือของทานเล่นขึ้นชื่อ “ข้าวแรมฝืน” หรือเรียกว่า “ข้าวแคบ” คล้ายข้าวเกรียบแผ่นบางรสเค็ม บ้านลวงเหนือจึงเป็นชุมชนท่องเที่ยวครบทุกด้าน จากการบอกเล่าและบันทึกทางประวัติศาสตร์พบว่า ชาวไตลื้อมีประวัติการอพยพหนีสงครามมาจากสิบสองปันนา ทางใต้ของมณฑลยูนาน ประเทศจีน โดยเดินทางแยกออกมาตั้งรกรากตามจุดต่างๆ ยังดินแดนสุวรรณภูมิ หนึ่งในนั้นคือ บ้านลวงเหนือในปัจจุบัน เดิมจากถิ่นฐานเก่าคำว่า “ลวง” มาจากบ้านเมืองเดิมจากสิบสองปันนา อันหมายถึงสัตว์ประเสริฐอย่างคล้ายมังกร หรือนาค […]

ฤดูหนาว : มนตร์สะกดแห่งแดนหนาวเหน็บ

ความหนาวเหน็บจับขั้วหัวใจมีอะไรน่าดึงดูดอย่างนั้นหรือ ต่อไปนี้คือเรื่องราวของนักเขียนผู้หลงใหลในแดนเหน็บหนาว "จากการฝ่าน้ำแข็งทะเลอาร์กติกในเรือตัดน้ำแข็ง ถึงการต้านพายุกระหน่ำในแอนตาร์กติกา จากการพักแรมในกระท่อมที่อะแลสกาถึงการไปยืนอยู่ที่ขั้วโลกเหนือ  เหตุการณ์สำคัญส่วนใหญ่ในชีวิตผมล้วนเกี่ยวข้องกับความหนาวเย็นจับขั้วหัวใจ ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสถานที่และสิ่งแวดล้อมที่ผมรู้สึกว่าเป็นบ้านมากที่สุด เป็นที่ที่ผมเลือกใช้ชีวิตและตั้งตาคอยที่จะได้ไปเยี่ยมเยือน และเป็นถิ่นที่ผมต้องกลับไปเสมอ"

เที่ยว เขื่อนบางลาง นอนค้างบน เกาะป็อบคอร์น

ถ้าเพื่อนชวนคุณไปเที่ยว เขื่อนบางลาง จังหวัดยะลา คุณจะไปไหม? มันอันตรายหรือเปล่า กับข่าวสารที่รับรู้มา ถ้าถามว่ากลัวไหม ก็ต้องตอบว่า “ไม่”  แต่ในใจลึก ๆ เราคิดว่า ถ้าคนจะตาย อยู่ที่ไหนก็ตายได้ ไม่ต้องไปถึงยะลาหรอก คนที่นั่นเขายังใช้ชีวิตประจำวันกันได้ แล้วทำไมเราจะไปเที่ยวสักครั้งไม่ได้ละ แล้วในที่สุดเราก็ตัดสินใจล่องใต้ โดยมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ เขื่อนบางลาง จังหวัดยะลา จนได้ ครั้งแรกที่ออกเดินทางผมเจอด่านตรวจระหว่างทางเยอะมาก บอกตามตรงว่าตื่นเต้น เพราะเราไม่เคยเจอแบบนี้ แต่ก็เหมือนได้รับรางวัลปลอบใจนั่นคือวิวสวย ๆ ตลอดสองข้างทาง ไม่ว่าจะเป็นบ้านเรือนของผู้คน สลับกับวิวทะเลขณะที่รถกำลังเคลื่อนผ่านบนเส้นทางระหว่างจังหวัดปัตตานีกับยะลา ถนนเส้นนี้มีโค้งเยอะมาก เสียจนเรานึกว่ากำลังขับรถขึ้นเหนือ เรียกว่าใครขี้เมารถละก็ แนะนำให้กินยาแก้เมารถรอไว้ได้เลย แต่ถ้าหลับคุณอาจจะพลาดชมวิวสวย ๆ ได้นะ สำหรับความปลอดภัยของที่นี่ ขอเล่าว่าช่างแตกต่างจากข่าวในทีวีและหนังสือพิมพ์อย่างสิ้นเชิง เพราะเราได้พบเจอแต่ผู้คนที่มีน้ำใจ ยิ้มแย้มแจ่มใส พร้อมช่วยเหลือนักท่องเที่ยวอย่างเรา นี่คือสิ่งที่ผมประทับใจตั้งแต่ครั้งแรกที่ไปเยือนยะลา และขอสัญญากับตัวเองว่าจะกลับมาที่นี้อีกครั้งแน่นอน และนี่คือการกลับมายังจังหวัดยะลา จังหวัดสุดท้ายปลายด้ามขวานของประเทศไทย อีกครั้งสำหรับผม… ทริปนี้ผมออกเดินทางมากับเพื่อน ๆ ซึ่งก่อนหน้านั้นผมและเพื่อนได้มีโอกาสไปเที่ยวที่เบตงมาแล้ว  แต่รอบนี้พวกเราขอแวะมาเที่ยวที่บันนังสตาเพิ่มเติมดูบ้าง เพราะทราบมาว่าที่นี่มีแหล่งท่องเที่ยวเปิดใหม่อยู่ที่ “เขื่อนบางลาง” การเดินทางมายังเขื่อนบางลาง เราสามารถมาได้ง่าย […]

ซาปา : เดินป่าตามหาเครื่องเทศในตำนาน

ซาปา : เดินป่าตามหาเครื่องเทศในตำนาน เมืองในสายหมอกกลางหุบเขาของเวียดนาม ไม่เพียงขึ้นชื่อในเรื่องธรรมชาติอันสวยสดงดงาม ที่นี่ยังเป็นแหล่งเพาะปลูก "ชะโก" หรือกระวานดำ (black cardamom)  เครื่องเทศที่สร้างรายได้งามให้แก่คนในท้องถิ่น