อลังการงานสร้าง ความงามของ สถานีรถไฟใต้ดินในมอสโก - NGThai.com

อลังการงานสร้าง ความงามของสถานีรถไฟใต้ดินในมอสโก

อลังการงานสร้าง ความงามของ ” สถานีรถไฟใต้ดินในมอสโก “

ทุกๆ วันในเมืองหลวงของรัสเซีย ผู้คนเดินทางด้วยเครื่องจักรที่พาพวกเขาลัดเลาะผ่านใต้ดินไปยังจุดหมายปลายทาง  สถานีรถไฟใต้ดินในมอสโก แห่งนี้ตกแต่งด้วยผนังหินอ่อนอย่างดี รายล้อมด้วยรูปปั้นของอดีตผู้นำ และตกแต่งด้วยภาพเขียนอันวิจิตรตระการตาบอกเล่าประวัติศาสตร์ของรัสเซีย ใต้แสงไฟจากโคมแชนเดอเลีย นี่ไม่ใช่พระราชวัง และแตกต่างจากสถานที่เดียวกันในอีกหลายประเทศ สถานีรถไฟใต้ดินในกรุงมอสโก ได้ชื่อว่าสะอาด และสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในโลก

ระบบรถไฟใต้ดินของกรุงมอสโกเริ่มต้นเปิดใช้งานเป็นครั้งแรกเมื่อปี 1935 ในฐานะส่วนหนึ่งของโครงการโฆษณาชวนเชื่อโดยสหภาพโซเวียต ภาพของฝูงชนเดินขบวนพาเหรดและร้องรำทำเพลงเฉลิมฉลองให้แก่สถานี 13 แห่งแรกมีขึ้นเพื่อแสดงแสนยานุภาพทางเทคโนโลยีของประเทศสังคมนิยมแห่งนี้ว่าเหนือชั้นแค่ไหน

กาลเวลาล่วงเลยผ่านไป มาวันนี้เครือข่ายสถานีรถไฟใต้ดินของกรุงมอสโกแตกแขนงทอดยาวออกไปถึง 354 กิโลเมตร ผ่าน 212 สถานี ส่งผลให้ระบบรถไฟใต้ดินของรัสเซียเป็นระบบรถไฟใต้ดินที่ยาวที่สุดในโลกลำดับที่หก ทั้งยังสะอาดสะอ้านปราศจากร่องรอยของกราฟฟิตี้เช่นสถานีรถไฟในประเทศอื่นๆ หากเต็มเปี่ยมไปด้วยศิลปะความงามและอารยธรรม นี่คือความภาคภูมิใจของชาวรัสเซีย และหมุดหมายปลายทางของบรรดานักท่องเที่ยวทั่วโลกที่ต้องการมายลความสวยงามโอ่อ่าของสถานีรถไฟด้วยตา และพร้อมที่จะหลงทางไปในเขาวงกตอันวิจิตรตระการตานี้ เพราะไม่ว่ารถไฟจะหยุดที่สถานีใดประวัติศาสตร์ของประเทศนี้ก็ควรค่าแก่การรับชม

เรื่อง Christine Blau

ภาพถ่าย Jeff Heimsath

สถานีรถไฟใต้ดินในมอสโก
สถานี Komsomolskaya: เสาหินอ่อนจำนวน 68 ต้น ประดับประดาด้วยโคมไฟระย้าขนาดใหญ่ นี่คือหนึ่งในสถานีที่มีผู้โดยสารพลุกพล่านที่สุดของกรุงมอสโก
ภาพถ่ายโดย Jeff Heimsath
สถานีรถไฟใต้ดินในมอสโก
สถานี Elektrozavodskaya: สถาปัตยกรรมแบบสตาลินสไตล์ Art Deco โดยใช้ธีมการต่อสู้ในสงครามโลกครั้งที่สองเป็นตัวบอกเล่าเรื่องราว
ภาพถ่ายโดย Jeff Heimsath
สถานีรถไฟใต้ดินในมอสโก
สถานี Novoslobodskaya: สถานีแห่งนี้เป็นที่รู้จักดีจากแผ่นกระจกสีจำนวน 32 แผ่น ออกแบบโดยศิลปินชาวลัตเวีย
ภาพถ่ายโดย Jeff Heimsath
สถานีรถไฟใต้ดิน
สถานี Belorusskaya: ขบวนรถไฟขบวนนี้ตกแต่งด้วยสไตล์แบบเบราลุสดั้งเดิม
ภาพถ่ายโดย Jeff Heimsath
สถานีรถไฟใต้ดินในมอสโก
สถานี Kiyeskaya: แผ่นกระเบื้องโมเสกบนเพดานเล่าเรื่องราวความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของรัสเซียและยูเครน และในส่วนท้ายของสถานีปรากฏรูปของวลาดิมีร์ เลนิน อดีตผู้นำ
ภาพถ่ายโดย Jeff Heimsath
สถานีรถไฟใต้ดินในมอสโก
สถานี Barrikadnaya: สถานีแห่งนี้เปิดให้บริการในปี 1972 หินอ่อนสีชมพูและแดงตกแต่งในสไตล์ล้ำสมัยของทศวรรษ 1960
ภาพถ่ายโดย Jeff Heimsath
สถานีรถไฟใต้ดินในมอสโก
สถานี Arbatskaya: นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสวิถีชีวิตของชาวมอสโกผ่านชั่วโมงเร่งด่วนในสถานีรถไฟ หรือชมความงามของหลายสถานีด้วยตนเอง
ภาพถ่ายโดย Jeff Heimsath
สถานีรถไฟใต้ดินในมอสโก
สถานี Ploshchad RevolutysII: สถานีแห่งนี้ตกแต่งด้วยรูปปั้นหินอ่อนสีดำที่แกะสลักเป็นภาพของชาวสหภาพโซเวียต
ภาพถ่ายโดย Jeff Heimsath
สถานีรถไฟใต้ดินในมอสโก
สถานี Komsomolskaya: ณ จัตุรัส Komsomolskaya สถานีที่ใช้ในการเปลี่ยนหรือต่อเส้นทางที่ใหญ่ที่สุด วลาดีมีร์ เลนิน กำลังจับจ้องคุณอยู่
ภาพถ่ายโดย Jeff Heimsath
สถานีรถไฟใต้ดิน
สถานี Prospekt Mira: ผนังหินอ่อนสีขาวที่ประดับประดาไปด้วยลวดลายดอกไม้ สถานีแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้กับสวนพฤกษศาสตร์ของมหาวิทยาลัยมอสโก
ภาพถ่ายโดย Jeff Heimsath

 

อ่านเพิ่มเติม : ภาพถ่ายชีวิตบนรถไฟอินเดียเส้นทางยาวที่สุด

เรื่องแนะนำ

กล้าเดินไหม? สะพานแขวนยาวที่สุดในโลก

สะพานแขวนแห่งนี้ทอดตัวยาวเชื่อมระหว่างหุบเขาที่สูงชันในเทือกเขาแอลป์ ของสวิสเซอร์แลนด์ และได้ชื่อว่าเป็นสะพานแขวนที่มีความยาวมากที่สุดในโลก ด้วยระยะทาง 494 เมตร และสูงถึง 85 เมตรเหนือพื้นดิน สะพานแห่งนี้เพิ่งจะเปิดให้ผู้คนทดลองมาวัดความกล้ากันไปเมื่อ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งใครก็ตามที่เป็นโรคกลัวความสูงไม่อนุญาตให้เดินข้ามสะพานดังกล่าว ว่าแต่คุณผู้อ่านล่ะ กล้าพอไหมที่จะเดินข้ามสะพานแขวนยาวที่สุดในโลกเส้นนี้!   อ่านเพิ่มเติม : ไปเที่ยวเกาหลีเหนือกัน! พักในโรงแรมสุดหรูพร้อมเล่นสกีหิมะ, 5 แหล่งผจญภัยตามสไตล์ Game of Thrones

ความงดงามของเทศกาล ดิวาลี เทศกาลแห่งไฟ

ดิวาลี คือหนึ่งในเทศกาลของชาวฮินดูที่เลื่องชื่อ และกำลังได้รับความนิยมมากขึ้นในหมู่นักท่องเที่ยว ในช่วงเวลาแห่งความชุลมุนวุ่นวายนี้ เราต่างก็ต้องการความเชื่อมั่นว่าความดีจะสยบความชั่วร้ายทั้งปวง เทศกาล ดิวาลี เป็นวันหยุดสำคัญของอินเดีย และมีการเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ (ชมภาพความงามของเทศกาลดิวาลีจาก เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก) จุดกำเนิดของเทศกาลมีที่มาแตกต่างกันไปตามตำรา แต่ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เป็นตำนานของพระราม เทพเจ้าองค์หนึ่งของฮินดู ปรากฏในบันทึกเรื่องรามายนะ เป็นเหตุการณ์ที่พระรามทรงยกทัพไปปราบทศกัณฑ์ และทรงได้รับชัยชนะกลับมา ดังความตอนหนึ่งว่า “ในที่สุด พระราม สีดา พระลักษณ์ และเหล่าขุนพลวานร เดินทางถึงกรุงอโยธยาในวันแรม 13 ค่ำ ของเดือนอัศวินันท์ตามปฏิทินจันทรคติฮินดูชนที่เรียกว่า “กฤษณปักษ์” โดยใช้เวลาเกือบ 3 สัปดาห์ ชาวเมืองดีใจสุดขีดต้อนรับเฉลิมฉลองโดยจุดประทัดปึงปังดังสนั่น และจุดเทียนสว่างไสวไปทั้งเมือง” นอกจากนี้ยังเชื่อมโยงถึงพระลักษมี เทพเจ้าแห่งความร่ำรวย โชคดี และมั่งคั่ง แต่ทุกความแตกต่างของเทสกาลนี้ มีจุดร่วมทางสัญลักษณ์ที่เหมือนกันอย่างหนึ่งคือ ชัยชนะของแสงสว่างเหนือความมืด ความรู้เหนือความเขลา และความดีเหนือความชั่วร้าย เทศกาลดิวาลีจัดขึ้นในช่วงปีใหม่ตามปฏิทินฮินดู คือเดือนแห่งอัศวินันท์ หรือกฤษณปักษ์ (ช่วงปลายเดือนตุลาคม – ต้นเดือนพฤศจิกายน) ประชาชนทั่วประเทศอินเดีย (และเนปาล) จะเฉลิมฉลองเทศกาลดิวาลี (อีกชื่อหนึ่งคือ ดีปาวาลี […]

นั่งรถไฟไปหัวหิน

ถ้านับการนั่งรถไฟไปเที่ยวหัวหิน ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 3 ในชีวิต โดย 2 ครั้งแรก เป็นการเดินทางในวัยเรียน กับขบวนรถธรรมดา ๆ ราคาเด็ก ๆ การเดินทางเป็นไปอย่างเนิบช้า ขณะที่ความตื่นตาตื่นใจในวัยนั้น คือการตื่นเต้นไปกับวิวสองข้างทาง ซึ่งชวนให้ต้องหันเหลียวมองตลอดเวลา รถไฟไปหัวหิน และสำหรับการเดินทางด้วยรถไฟเส้นทางนี้ แม้จะอีกครั้ง! แต่ผมก็ยังไม่หายตื่นเต้นกับวิวสองข้างทางที่เปลี่ยนไป เพิ่มเติมคือการได้รับความรู้จากวิทยากร ที่คอยบอกเล่าเรื่องราวระหว่างที่รถไฟเคลื่อนขบวนผ่านสถานที่สำคัญต่าง ๆ ให้ได้รับฟังเพิ่มสีสันเป็นระยะ ๆ จากการเชื้อเชิญจากคุณนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ให้ร่วมเดินทางไปยังหัวหินด้วยการนั่งรถไฟอีกครั้ง แต่ขบวนรถคราวนี้ไม่ใช่ขบวนรถธรรมดาอย่างที่เคยนั่งในวัยเด็ก แต่เป็นขบวนรถพิเศษที่ทางการรถไฟฯ ขอนำเสนอ สำหรับให้เช่าบริการแบบเหมาตู้แก่บุคคลทั่วไปที่ประสงค์จะเดินทางเป็นหมู่คณะ ซึ่งตู้รถไฟดังกล่าวมีชื่อว่า “ตู้ SRT Prestige” เป็นรถโดยสารชุดใหม่ของการรถไฟฯ มีจำนวน 4 คัน ลักษณะจะต่างจากตู้รถไฟทั่วไปคือ มีห้องประชุม ครัวร้อน ครัวเย็น และห้องนอน ราคาค่าเช่าต่อเที่ยว เที่ยวละ 17,000 บาท ไม่เกิน 500 กิโลเมตร แต่ถ้าระยะทางเกิน 500 […]

ออกผจญภัยจากนิวยอร์กด้วย แคมเปอร์แวน

ขับ แคมเปอร์แวน จากนิวยอร์กขึ้นเหนือไปปีนผา ตามล่าใบไม้เปลี่ยนสี วิถีค่ำไหนนอนนั่นที่ New Hamshire (แล้วปิดทริปด้วยการเดินขึ้นเขาสูงสามพันฟีตเหนือระดับน้ำทะเล)  Leaving New York CIty / ขับ แคมเปอร์แวน ออกนอกเมือง นับจากต้นปี 2020 มาเชื่อว่าหลายๆคนทั่วทั้งโลกคงมีความเครียดสะสมจากสถานการณ์ต่างๆเรื่อยมาไม่มากก็น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเราชาวเมืองนิวยอร์กกับตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิดที่นำโด่งแซงหน้าทุกประเทศ ต้องเผชิญกับการล็อคดาวน์ที่สิ่งอำนวยความสะดวกหลายอย่างถูกปิด เมืองนิวยอร์กที่เคยมีชีวิตชีวาตลอด 24 ชั่วโมงกลับกลายเป็นเมืองร้างเงียบเหงา แผนการขับ campervan เที่ยวอเมริกาช่วงเดือนพฤษภาคมของเราก็ล่มอย่างไม่ต้องสงสัย แต่แล้วเมื่อสถานการณ์ดีขึ้น ผู้ว่าการรัฐทั้งนิวยอร์กและใกล้เคียงเริ่มทะยอยให้เปิดเมืองโดยเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติต่างๆ เพื่อให้ผู้คนได้ไปบำบัดความเครียดบ้าง เราจึงตัดสินใจนำแผนการเที่ยวกลับมา เพียงแต่ว่าต้องเปลี่ยนจุดหมายปลายทางให้ใกล้ขึ้นกว่าเดิมเท่านั้นเอง ผลจากการที่ Climbing gym เจ้าประจำถูกปิดชั่วคราวตั้งแต่กลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ก๊วนปีนผาเล็กๆอย่างพวกเราก็ต้องออกไปเสาะหาที่ปีนผาจริงที่ไม่ไกลจากนิวยอร์กมากนัก หลังจากปีนผาใกล้ๆเมืองมาได้สักพักเพื่อนคนหนึ่งก็ชักชวนว่าเราน่าจะออกไปไกลจากนิวยอร์กอีกนิดเพื่อจะได้ไปปีนในสิ่งแวดล้อมที่แปลกออกไปบ้าง แผนการขับรถ แคมเปอร์แวน เที่ยวเปิดหูเปิดตาก็ถูกสรุปลงมาทันที จุดหมายปลายทางของเราครั้งนี้จะเริ่มต้นที่ Rumney, New Hamshire จุดปีนผาอันขึ้นชื่อว่าเป็นสวรรค์ของเหล่านักปีน เราเช่ารถจาก Escape Campervans* โดยไปรับรถจาก Jersey City ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองนิวยอร์ก ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองที่เราเช่ารถกับที่นี่ทำให้ช่วยย่นระยะเวลาการดำเนินการต่างๆไปได้บ้าง เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยเราก็มุ่งหน้าสู่ New […]