6 วิธีจุดประกาย ความคิดสร้างสรรค์ - National Geographic

6 วิธีจุดประกายความคิดสร้างสรรค์

6 วิธี จุดประกาย ความคิดสร้างสรรค์

บางครั้งสถานที่บางแห่ง ณ ช่วงเวลาหนึ่งในประวัติศาสตร์ได้กลายมาเป็นแหล่งฟูมฟัก ความคิดสร้างสรรค์ อันชาญฉลาดมากมาย เช่น กรุงลอนดอนในสมัยเอลิซาเบท หรือกรุงปารีสในช่วงทศวรรษ 1920

แน่นอนว่า ไม่ใช่ทุกคนที่เดินไปเดินมาบริเวณฝั่งซ้ายของแม่น้ำแซนเมื่อเกือบหนึ่งศตวรรษที่ผ่านมาจะเป็นคนฉลาดหลักแหลม และใครก็ตามในยุคสมัยใดก็ตามอาจมีความคิดอันโดดเด่นซึ่งเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตได้

เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ ลองดูเคล็ดลับที่คัดสรรมาแล้วเหล่านี้ บางทีคุณอาจตระหนักว่า ความคิดสร้างสรรค์ ที่โลกกำลังเฝ้ารอนั้นอยู่ภายในตัวคุณมาตลอด

  1. แบ่งเวลาไว้สำหรับการไม่ทำอะไรเลย การให้จิตใจมีพื้นที่ว่างในการพยายามแก้ปัญหา อาจก่อให้เกิดผลดีมากกว่าการกระตุ้นสมองด้วยข้อมูลปริมาณมหาศาลตลอดเวลา “แม้แต่การเข้าแถวรอดูหนังหรือจ่ายเงินในซูเปอร์มาร์เก็ตก็เป็นเรื่องเหลือเชื่อได้อย่างแน่นอน” อากุสติน ฟวนเตส นักมานุษยวิทยา บอก เขาเป็นผู้เขียนเรื่องวิธีที่ความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการช่วยให้มนุษย์มีวิวัฒนาการ

 

  1. ออกไปข้างนอก คุณไม่จำเป็นต้องไปปีนเขาเพื่อกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ ที่จริงแล้ว การไม่ทำอะไรเลยขณะอยู่ข้างนอก หรืออาจแค่เดินเล่น ก็น่าพึงพอใจแล้ว การอยู่ท่ามกลางธรรมชาติสามารถส่งเสริมทักษะการคิดสร้างสรรค์ได้ การศึกษาครั้งหนึ่งเมื่อปี 2012 พบว่า นักเดินป่าแสดงออกถึงการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ดีขึ้นมากถึงร้อยละ 50 หลังจากออกไปใช้ชีวิตในป่าสี่วัน โดยตัดขาดจากเทคโนโลยี

 

  1. มองหาสิ่งที่คุณจะนำมาต่อยอดได้ ความคิดที่มีประโยชน์ที่สุดบางอย่างไม่ใช่ของใหม่เอี่ยม แต่เป็นการต่อยอดสิ่งที่มีอยู่แล้ว มัลคอล์ม แกลดเวลล์ นักเขียน ยืนยันว่า อัจฉริยะตัวจริงอย่างสตีฟ จ็อบส์ ก็เป็น “นักต่อยอด” เอริก วีเนอร์ นักเขียน ค้นพบสิ่งนี้เช่นกันในการเขียนเรื่องภูมิศาสตร์ของอัจฉริยะ (geography of genius) เขาตั้งข้อสังเกตว่า “เราคิดกันว่าชาวเอเธนส์โบราณเป็นผู้คิดค้นประชาธิปไตย ศิลปะ และปรัชญา แต่จริงๆแล้วพวกเขาหยิบยืมหรือ ‘ขโมย’ มาจากที่อื่นๆ”
ความคิดสร้างสรรค์
การศึกษาครั้งหนึ่งพบว่า คนที่ใช้เวลาในป่าสองสามวันจะช่วยส่งเสริมทักษะการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ได้
  1. มีเวลาเล่นสนุก “เรามักจะคิดว่า ความสุข การเล่นสนุก และนันทนาการ เป็นตัวทำลายความก้าวหน้า ที่จริงแล้วตรงกันข้ามเลยครับ” สตีเวน จอห์นสัน นักเขียน กล่าว “ความคิดที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากมายเริ่มต้นด้วยความรู้สึกเป็นสุข พิศวง หรือสนุกสนาน” สิ่งประดิษฐ์สำคัญๆจำนวนมาก ตั้งแต่หุ่นยนต์จนถึงปัญญาประดิษฐ์ (artificial intelligence) เริ่มต้นจากการเป็นของเล่นมาก่อน

 

  1. พยายามแล้วพยายามอีก การจุดประกายความคิดสร้างสรรค์จะไม่มีค่าอะไรมากนักหากปราศจากความเพียรพยายาม “เครื่องพยากรณ์ผลกระทบที่ดีที่สุดคือผลิตภาพ” ดีน คีท ไซมอนตัน ศาสตราจารย์กิตติคุณด้านจิตวิทยาที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย วิทยาเขตเดวิส และนักวิชาการผู้คร่ำหวอดด้านอัจฉริยะ กล่าว ผู้ที่ทำงานหนักเพื่อให้ความคิดสมบูรณ์แบบ และพยายามใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่าเมื่อความพยายามครั้งแรกล้มเหลว คือผู้มีแนวโน้มที่จะสร้างผลกระทบได้มากกว่า

 

  1. อย่ากลัวที่จะคิดเล็ก บางครั้งสิ่งที่ดูเหมือนเล็กน้อยไม่สลักสำคัญอะไรอาจเผยปริศนาอันซับซ้อน รวมทั้งคำตอบด้วย เช่น ถ้าพูดถึงฟองอากาศ “ไม่มีใครสนใจ [ฟองอากาศ] หรอกค่ะ แต่พวกมันมีความสำคัญ” เฮเลน เชอร์สกี นักฟิสิกส์ บอก เพราะฟองอากาศซึ่งเกิดจากของเหลวและก๊าซ ทำอะไรได้หลายอย่างที่ของเหลวและก๊าซเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งไม่อาจทำได้ ฟองอากาศสามารถกลบเสียง เคลื่อนย้ายคาร์บอนไดออกไซด์ในมหาสมุทร และทำให้ขนมปังอร่อย

เรื่อง คริสตินา นูเนซ

ภาพ บิล แฮทเชอร์

 

อ่านเพิ่มเติม

พลังหนุ่มสาวเปลี่ยนแปลงโลก

เรื่องแนะนำ

Explorer Awards 2018: ศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย

ศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย ช่างภาพสายอนุรักษ์และนักวิจัยฉลาม ผู้บอกเล่าผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจากการประมงเกินขนาด ไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศผ่านภาพถ่าย

เสามังกร: ความภาคภูมิแห่งลูกหลานชาวจีนโพ้นทะเล

ภารกิจตามรอยบรรพชนของสมาชิกตระกูลเซียว หรือ "สีบุญเรือง" สู่บ้านเกิดของบรรพชนในอำเภอหนานจิ้ง มณฑลฝูเจี้ยน พร้อมร่วมประกอบพิธีศักดิ์สิทธิ์ "ยกเสามังกร" เพื่อเป็นเกียรติแก่ ดร.อรรชกา สีบุญเรือง

วาด ต้นไม้ จากความทรงจำ

คนเมืองกรุงอย่างผมไม่ใส่ใจ ต้นไม้ มากนักตราบใดที่ต้นไม้เหล่านั้นไม่ใช่ต้นไม้หน้าบ้านเราเอง การได้เห็นต้นไม้ถูกตัดจนด้วนหรือแหว่งกลับกลายเป็นภาพชินตา “เดี๋ยวมันก็งอก” เราบอกกับตัวเองเช่นนั้น ผมเพิ่งมารับรู้ถึงความเจ็บใจก็เมื่อตอนที่พบว่าต้นไม้ใหญ่ฝั่งตรงข้ามหน้าปากซอยบ้านอาจจะไม่มีวันแตกกิ่งใหม่ขึ้นมาอีกแล้ว ต้นไม้ต้นนี้ยืนต้นมานานแค่ไหนไม่มีใครทราบ แต่ทุกคนเพิ่งมาเริ่มเห็นคุณค่าของมันก็ตอนที่พระอาทิตย์ยามบ่ายสาดแสงลงมายังบรรดาพ่อค้าแม่ค้ากับลูกค้าที่กำลังรับประทานอาหารในบริเวณนั้น เนื่องจากไม่มีกิ่งไม้ใหญ่คอยบังให้ร่มเงาอีกต่อไป ถ้าต้นไม้เลือกสถานที่อยู่อาศัยได้ คงไม่มีต้นไม้ต้นไหนอยากที่จะเกิดหรือเติบโตในฐานะต้นไม้ในเมือง อันเนื่องมาจากสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อการเจริญเติบโตใดๆ ที่ด้านล่างรากของมันต้องเผชิญกับฟุตบาทแข็งๆ หรือท่อระบายน้ำ บางต้นโชคร้ายกว่านั้นเมื่อเจ้าหน้าที่ตัดสินใจเทปูนล้อมรอบ ในขณะที่ด้านบนกิ่งก้านของมันถูกตัดทิ้งได้ทุกเมื่อหากเติบโตแผ่ขยายจนไปกินพื้นที่ของสายไฟ นั่นจึงทำให้ชาวกรุงอย่างผมชินตากับภาพของต้นไม้ที่ถูกตัดจนเหี้ยนเหล่านี้ เคราะห์ดีบางต้นรอดและยังคงเติบโตแตกกิ่งก้านสาขาออกไปได้ แม้จะไม่แข็งแรงเหมือนเดิมก็ตาม ในขณะที่บางต้นกลับไม่โชคดีเช่นนั้น การตัดต้นไม้โดยขาดองค์ความรู้ที่ถูกต้อง ส่งผลให้พวกมันกลายเป็นต้นไม้พิการ ซึ่งในที่สุดแล้วต้นไม้เหล่านี้จะเติบโตช้าลงๆ อันเป็นผลมาจากใบและรากที่ไม่แข็งแรง ทำให้รับส่งอาหารและพลังงานได้ไม่เพียงพอ เมื่อต้นไม้อ่อนแอลงเรื่อยๆ ในที่สุดมันจะตายกลายเป็นแค่ซากไม้ยืนต้น หากบรรดาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงตัดต้นไม้อย่างขาดความรู้เช่นนี้ทุกปี ภาพถ่ายชุดนี้ได้แนวคิดมาจากการรำลึกถึงอดีตของต้นไม้เหล่านั้น ก่อนที่จะถูกตัด หรือบั่นกิ่ง ต้นไม้พิการที่กุดแหว่ง หรือบิดเบี้ยวเหล่านี้ เคยมีหน้าตาเป็นอย่างไร? แผ่กิ่งก้านสาขายิ่งใหญ่ขนาดไหน? มีดอกหรือไม่? ด้วยความช่วยเหลือจากผู้คนในพื้นที่นั้นๆ คอลัมน์ “The Perspective” เดินเท้าออกสำรวจต้นไม้พิการหลายจุดในเมืองกรุง และขอให้พวกเขาช่วยวาดมันขึ้นมาอีกครั้งจากความทรงจำ 1. สากล จงนิรักษ์ วินมอเตอร์ไซต์ประจำอยู่ที่วินหน้าห้างเซ็นจูรี่มานานกว่า 10 ปี เล่าให้ฟังว่า เห็นต้นไม้ต้นนี้มาตั้งแต่วันแรกของการทำงาน แต่ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์อายุกว่าทศวรรษต้นนี้กลับต้องถูกตัดจนกุดอีกครั้ง เมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา […]