หรือนี่คือโฉมหน้า “มนุษย์แห่งโลกอนาคต” - National Geographic Thailand

หรือนี่คือโฉมหน้า “มนุษย์แห่งโลกอนาคต”

หรือนี่คือโฉมหน้า “มนุษย์แห่งโลกอนาคต”

นีล ฮาร์บิสสัน ศิลปิน วัย 34 ปี เติบโตขึ้นมาพร้อมความผิดปกติที่พบได้น้อยมากเรียกว่า ภาวะตาบอดสีทุกสี หรือภาวะสูญเสียการระลึกรู้สี (acromatopsia)  ซึ่งแปลว่า  เขาไม่สามารถรับรู้สีได้  แต่เสาอากาศซึ่งมีส่วนปลายเป็นตัวรับของเส้นใยนำแสงอยู่เหนือดวงตาของเขาพอดี ช่วยให้ฮาร์บิสสันรับรู้สีได้

ฮาร์บิสสันซึ่งมักได้รับกล่าวขวัญว่าเป็นมนุษย์ไซบอร์กคนแรกของโลกอย่างเป็นทางการ หลังรัฐบาลอังกฤษอนุญาตให้เขาสวมอุปกรณ์พิเศษนี้ในภาพถ่ายหนังสือเดินทาง กล่าวว่า การขยายขอบเขตของเทคโนโลยีนี้ถือเป็นวิถีทางตามธรรมชาติ  และอาจเป็นกลยุทธ์ที่จำเป็นด้วยซ้ำหากมนุษย์ต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับอนาคตที่ไม่แน่นอน

ฮาร์บิสสันให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์จากคาเฟ่ในสเปน โดยพูดถึงประโยชน์ของการมีสัมผัสพิเศษที่เทคโนโลยีหยิบยื่นให้

 

NG: รู้สึกอย่างไรกับการเป็นมนุษย์ไซบอร์ก

ฮาร์บิสสัน:  ผมไม่คิดว่ามีความแตกต่างระหว่างซอฟต์แวร์กับสมองของผม หรือระหว่างเสาอากาศกับอวัยวะอื่นๆ ในร่างกายผม การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ไซเบอร์เนติกส์ (cybernatics) ทำให้ผมรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับเทคโนโลยี คำจำกัดความของ “ไซบอร์ก” ที่นักวิทยาศาสตร์ แมนเฟรด ไคลน์ส คิดค้นขึ้นเมื่อปี 1960 มีอยู่ว่า เพื่อที่จะสำรวจแลเอาชีวิตรอดในสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ เราต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองแทนที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อม และตอนนี้เราก็มีเครื่องไม้เครื่องมือที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองแล้ว เราสามารถเพิ่มประสาทสัมผัสใหม่ๆ หรือแม้แต่อวัยวะใหม่ๆ

 

NG: ทำไมคุณถึงสร้างประสาทสัมผัสนี้ให้ตัวเอง 

ฮาร์บิสสัน: ผมไม่ได้ตั้งใจหรือมุ่งหวังที่จะเอาชนะอะไร การมองเห็นโลกรอบตัวเป็นสีเทามีประโยชน์หลายอย่าง ผมมองเห็นตอนกลางคืนดีกว่าคนอื่น จดจำรูปทรงอะไรต่างๆได้ง่ายกว่า และผมก็ไม่ถูกการพรางตัวหลอกง่ายๆ ผมไม่รู้สึกว่าตัวเองมีปัญหาทางกายภาพ และไม่เคยอยากเปลี่ยนแปลงการมองเห็นของตัวเอง ผมแค่อยากสร้างอวัยวะใหม่ในการมองเห็น

 

NG: คำถามอะไรที่คุณจำได้แม่นเวลาคนอื่นถามเกี่ยวกับเสาอากาศบนศีรษะ 

ฮาร์บิสสัน: ไม่มีคำถามอะไรเป็นพิเศษหรอกครับ แต่สิ่งที่คนคิดเกี่ยวกับเสาอากาศของผมเปลี่ยนไปตามยุคสมัย เมื่อปี 2004 คนคิดว่ามันเป็นไฟช่วยอ่านหนังสือ และพวกเขาจะถามว่า ผมเปิดมันได้ไหม พอปี 2007 มันกลายเป็นโทรศัพท์ที่ไม่ต้องใช้มือจับ จากนั้นในปี 2008 และ 2009 มันกลายเป็นกล้องโกโปร (GoPro)  ถัดมาในปี 2015 เด็กๆหลายคนคิดว่ามันเป็นเสาเซลฟียืดหดได้ ล่าสุดเมื่อปีที่แล้ว มีคนตะโกนใส่ผมว่า “โปเกมอน” ในหมู่บ้านเล็กๆ ที่อิตาลี คุณตาคนหนึ่งถามว่า ผมใช้มันทำคาปูชิโนได้ไหม แต่ถ้าคนเริ่มจากคำถามว่า คุณรับสัมผัสอะไรได้จากมัน นั่นแปลว่า มันกลายเป็นสิ่งปกติและคนเริ่มเข้าใจว่า มันเป็นอวัยวะรับสัมผัสอย่างหนึ่ง

 

NG: ประสบการณ์เกี่ยวกับโลกของคุณเปลี่ยนไปมากแค่ไหนตั้งแต่ได้รับการปลูกฝังอุปกรณ์นี้ 

ฮาร์บิสสัน: ความเข้าใจในโลกของผมลึกซึ้งขึ้น ยิ่งคุณขยายประสาทสัมผัสออกไปเท่าไร คุณก็ยิ่งตระหนักว่า โลกยังมีอะไรอีกมากที่เราไม่รู้ เหมือนกับว่าถ้าคุณอยู่ในบ้านหลังหนึ่งมาหลายปี คุณรับรู้อะไรที่ซ้ำๆ แต่ถ้าคุณมีประสารทสัมผัสใหม่ซักอย่างหนึ่ง บ้านหลังนั้นกลับกลายเป็นบ้านใหม่อีกครั้ง

มนุษย์แห่งโลกอนาคต

NG: มีเทคโนโลยีอะไรอย่างอื่นอีกไหมที่อาจช่วยทลายอุปสรรคหรือปราการของความเป็นมนุษย์

ฮาร์บิสสัน: โครงการส่วนใหญ่ที่ผมเห็นมักเป็นพวกชิป ซอฟต์แวร์ หรือไม่ก็แอปพลิเคชั่น ที่ช่วยให้คุณฉลาดขึ้น แต่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องประสาทสัมผัสเลย เรามัวแต่ให้ประสาทสัมผัสแก่จักรกลเหล่านี้แทนที่จะให้กับตัวเอง เช่น รถยนต์ที่รู้หรือตรวจจับได้ว่ามีอะไรอยู่ข้างหลัง ขณะที่เราทำอย่างนั้นไม่ได้ ลองคิดจินตนาการถึงตุ้มหูที่สามารถช่วยให้คุณได้ยินโลกรอบตัวแบบ 360 องศาดูสิ ผมอดรู้สึกแปลกใจไม่ได้ว่า เรื่องธรรมดาๆ แบบนี้ไม่ยักเกิดขึ้น

 

NG: ควรมีข้อจำกัดอะไรบ้างไหมที่มนุษย์จะสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเอง 

ฮาร์บิสสัน: ผมคิดว่าเราทุกคนควรมีเสรีภาพที่จะออกแบบตัวเองได้มากตามที่เราต้องการ ประสาทสัมผัสแต่ละอย่างขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ทำนองเดียวกับที่เราทุกคนมีตาและหู และใช้มันแตกต่างกันไป ทั้งในทางที่ดีและไม่ดี

 

NG: คุณเชื่อหรือไม่ว่า การขยายขอบเขตความสามารถของมนุษย์ท้ายที่สุดจะมีอิทธิพลต่อวิวัฒนาการของมนุษย์

ฮาร์บิสสัน: ผมคิดว่าถ้าถึงปลายศตวรรษนี้  เราเริ่ม “พิมพ์” อวัยวะรับสัมผัสของตนเองได้ โดยฝังดีเอ็นเอไว้  แทนที่จะเป็นชิปคอมพิวเตอร์ ถ้าเช่นนั้น ความเป็นไปได้ของการมีลูกที่เกิดมาพร้อมประสาทสัมผัสเหล่านี้ก็อาจกลายเป็นเรื่องจริง ถ้าพ่อแม่ของพวกเขาปรับแต่งยีนหรือสร้างอวัยวะใหม่ๆ ขึ้นมา คำตอบคือ ใช่ครับ นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของยุคแห่งการเกิดใหม่ของเผ่าพันธุ์ของเราก็เป็นได้

 

อ่านเพิ่มเติม

โลกอนาคต : หรือนี่คือโฉมหน้าของเมืองในอีกร้อยปีข้างหน้า

เรื่องแนะนำ

ค้นพบกบพิษชนิดใหม่ในเปรู

เรื่อง แครรี อาร์โนลด์ ลึกเข้าไปในป่าแอมะซอน เขตประเทศเปรู ภายในเขตสงวนชีวมณฑลมานู ชีร์เลย์ เจนนิเฟอร์ เซร์เรโน โรฆาส หมอบตัวลงใกล้กับลำธารรสายหนึ่ง เธอเงี่ยหูฟังเสียงที่ดังระงมมาจากทุกทิศทาง ในขณะที่เครื่องบันทึกเสียงของเธอก็ทำหน้าที่ของมัน ทันใดนั้น เธอได้ยินเสียงหนึ่งที่แปลกหู เป็นเสียงร้องของกบที่เธอไม่เคยได้ยิน แต่ก่อนที่เธอจะจับทิศทางของต้นเสียงได้ เสียงที่ฟังไม่คุ้นนี้ก็อันตรธานไปเสียก่อน มันเป็นช่วงฤดูร้อนในปี 2013 เซร์เรโน โรฆาส หัวหน้าทีมนักวิทยาศาสตร์ภาคสนามแห่งมูลนิธิครีส์ กำลังสำรวจสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกในภูมิภาคนี้ของเปรู เธอเคยได้ยินมาทั้งหมดแล้วว่าแต่ละชนิดมีเสียงร้องอย่างไร แต่เสียงนี้เธอไม่คุ้นเลยจริง ๆ หลังจากการสำรวจในวันนั้น แอนดรูว์ วิทเวิร์ธ ที่ปรึกษาของเธอ ได้ฟังเสียงจากเครื่องบันทึกและยืนยันกับเธอว่า เหมือนเธอจะพบชนิดพันธุ์ใหม่ การสำรวจเกิดขึ้นอีกหลายครั้งในลำธารสายเดิม กระทั่งพวกเขาได้ตัวเจ้าของเสียงปริศนาตัวนั้น มันคือกบพิษลำตัวสีดำขลับและมีแถบสีส้มพาดที่ด้านข้าง การศึกษาเจ้ากบชนิดนี้เป็นเวลาแรมปี ทั้งการตรวจสอบทางพันธุกรรมและการวิเคราะห์สายวิวัฒนาการ ในที่สุด กบตัวนี้ได้รับการยืนยันว่าเป็นน้องใหม่แห่งวงการวิทยาศาสตร์ด้วยชื่อ Ameerega shihuemoy งานวิจัยที่พรรณาเจ้ากบชนิดใหม่นี้ตีพิมพ์ลงในวารสาร Zootaxa และเผยแพร่เมื่อวันที่ 16 มกราคม ที่ผ่านมา กบเจ้าเสน่ห์ กบพิษหรือที่รู้จักในชื่อกบลูกดอก เป็นสมาชิกในกลุ่มสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกที่มีความหลากหลายมาก โดยส่วนมากกบพิษจะขับยางหรือพิษจากผิวหนังได้ ชนพื้นเมืองจึงใช้ประโยชน์จากพิษของมันในสร้างลูกดอกล่าสัตว์ แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกและสัตว์เลื้อยคลานสนใจพวกมันมากกว่าแค่เรื่องความมีพิษ ไคล์ […]

เปลี่ยนห้องขังที่ว่างเปล่าให้เป็นบ้านของผู้อพยพ

เปลี่ยนห้องขังที่ว่างเปล่าให้เป็นบ้านผู้อพยพ เมื่อวิกฤติการณ์ผู้อพยพในยุโรปเริ่มขึ้นเมื่อปี 2015 มุฮัมมัด มุเฮเซน ช่างภาพของสำนักข่าวเอพี ตัดสินใจรอคอยบนชายหาดในประเทศกรีซ เฝ้ามองคลื่นผู้ลี้ภัยหลั่งไหลมาจากซีเรีย ตะวันออกกลาง และบางส่วนของแอฟริกาที่ย่อยยับจากสงคราม “คนส่วนใหญ่คิดว่า เมื่อผู้ลี้ภัยมาถึง เรื่องราวก็จบสิ้นลง แต่สำหรับผม นั่นคือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวครับ” เขาบอก มุเฮเซนเน้นการเก็บภาพในเนเธอร์แลนด์ ประเทศที่ทั้งเต็มใจจะรับผู้อพยพและกำลังลดระดับอาชญากรรมลง ห้องขังว่างเปล่าจำนวนมากทำให้รัฐบาลเนเธอร์แลนด์มองหาวิธีใช้ประโยชน์อื่นๆ ดังนั้นพวกเขาจึงเริ่มให้ผู้อพยพเข้าไปอยู่ในนั้น ที่เรือนจำ Bijlmerbajes ในกรุงอัมสเตอร์ดัม เมืองหลวงของเนเธอร์แลนด์ ผู้ลี้ภัยที่เหนื่อยล้ากว่า 600 คนได้รับเตียงนอน อาหารอุ่นๆ และหลังคาคุ้มศีรษะ ทั้งหมดเป็นสิ่งชั่วคราว จนกว่าพวกเขาจะได้ที่อยู่อาศัยในเนเธอร์แลนด์ ได้อยู่ในบ้านที่แท้จริง และมีงานทำ (ผลการศึกษาใหม่ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศจะยิ่งขับให้วิกฤติผู้อพยพย่ำแย่ลง) ตลอดปีที่ผ่านมา มุเฮเซนกลับไปเรือนจำ Bijlmerbajes เป็นครั้งคราวเพื่อถ่ายภาพชีวิตครอบครัวในนั้น ทั้งช่วงเวลาที่เคร่งเครียด ช่วงเวลาเล่นสนุก และการหมดความอดทนในการรอคอยการตัดสินใจครั้งต่อไปของรัฐบาลที่จะทำให้พวกเขามีชีวิตใหม่ ล้วนเผยให้เห็นเบื้องหน้ากล้องถ่ายภาพของเขา สิ่งเดียวที่ดูเหมือนไม่ได้สร้างปัญหาให้ใครเลยก็คือสถานที่ “เราไม่สนใจหรอกค่ะ” หญิงคนหนึ่งบอกเขาถึงการใช้ชีวิตในที่ซึ่งเคยเป็นเรือนจำ “สิ่งสำคัญก็คือเราปลอดภัย” เรื่อง แดเนียล สโตน ภาพถ่าย มุฮัมมัด มุเฮเซน

เหตุใดนิวตันจึงเชื่อว่า ดาวหางเป็นเหตุของน้ำท่วมโลก

แม้จะมีน้ำบนโลกและมีฝนตกลงมาทั้งวันทั้งคืนสี่สิบเก้าวัน ก็ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ได้ ฉะนั้นแล้วต้องมีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์อื่นๆสำหรับเรื่องราวอุทกภัยครั้งยิ่งใหญ่นี้