ใต้โลกน้ำแข็ง ที่ความเย็นคืออุปสรรค กลับมีสรรพชีวิตที่สะพรั่งและเจริญงอกงาม

ความงาม… ใต้โลกน้ำแข็ง ที่น้อยคนได้สัมผัส

ช่างเป็นภูมิทัศน์อันน่าตื่นตาตื่นใจยิ่งนัก แถบนี้ของแอนตาร์กติกาตะวันออกมีแมวนํ้า เพนกวิน และนกอื่นๆ เพียงไม่กี่ชนิดอาศัยอยู่ และไม่มีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมบนบกอยู่เลยแม้แต่ชนิดเดียว คุณอาจคิดว่า ก้นสมุทรคงมีสภาพเป็นทะเลทรายเช่นกัน แต่อันที่จริง กลับเป็นอุทยานงามสะพรั่งที่หยั่งรากอยู่ในห้วงลึกของกาลเวลา

สัตว์ทะเลแถบขั้วโลกใต้ส่วนใหญ่ถูกตัดขาดจากโลกที่เหลือมานานหลายสิบล้านปี ตั้งแต่ตอนที่ทวีปดังกล่าวแยกตั;ออกจากทวีปอื่นๆ แล้วกลายเป็นนํ้าแข็งทั้งทวีปนับแต่นั้นมา กระแสนํ้าเย็นรอบขั้วโลกใต้ (Antarctic Circumpolar Current) ก็เคลื่อนตัวหมุนวนจากทิศตะวันตกไปทิศตะวันออกรอบทวีปแอนตาร์กติกาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ระดับอุณหภูมิมีความสูงตํ่าแตกต่างกันอย่างสุดขั้วและขวางกั้นการแพร่กระจายของสัตว์ทะเล การตัดขาดอันยาวนานนี้เปิดทางให้สิ่งมีชีวิตที่มีความหลากหลายอย่างมากและเป็นชนิดพันธุ์เฉพาะถิ่น วิวัฒน์อยู่ตรงก้นสมุทรนั่นเอง

แมวน้ำ, โลกใต้น้ำแข็ง, แอนตาร์กติกา
แมวนํ้าเวดเดลล์อายุไม่กี่สัปดาห์ว่ายเข้ามาให้ช่างภาพถ่ายภาพระยะใกล้ ปีแยร์ เชอวัลดอนเน นักชีววิทยาทางทะเล ผู้ทำงานอยู่ที่สถานีวิจัยดูมงดูร์วีล บอกว่า นี่อาจเป็นการลงว่ายน้ำครั้งแรกของลูกแมวนํ้าตัวนี้
เพรียงหัวหอม, สัตว์ทะเล, ใต้โลกน้ำแข็ง, แอนตาร์กติกา
เพรียงหัวหอมสีส้มยึดเกาะอยู่กับก้นสมุทรลึกลงไปมากกว่า 60 เมตร และลักนํ้าเข้าทางท่อในลำตัวเพื่อกรองกินอาหาร เพรียงหัวหอมเหล่านี้ “อาจดูเรียบง่ายมากเหมือนพวกฟองนํ้า แต่อันที่จริงพวกมันมีวิวัฒนาการสูงแล้ว” เชอวัลดอนเนอธิบาย

เมื่อดำลึกลงไปกว่า 50 เมตรลงไป แสงจะมืดสลัวลงและเราไม่เห็นสาหร่ายเคลป์หรือพืชพรรณชนิดอื่นใดอีก ก้นสมุทรจะปกคลุมด้วยไฮดรอยด์หรือขนนกทะเลอย่างหนาแน่น (พวกมันเป็นสัตว์ที่อยู่รวมกันเป็นคอโลนี และมีความเกี่ยวข้องกับปะการัง) และหอยพัดนับพันๆตัว หอยพัดเหล่านี้มีขนาดกว้าง 10 เซนติเมตร แต่อาจมีอายุถึง 40 ปีหรือมากกว่านั้น เพราะสรรพชีวิตเติบโตอย่างเชื่องช้า ในแอนตาร์กติกา ที่ความลึกระดับนี้ เรายังสังเกตเห็นไครนอยด์ สัตว์ในอันดับดาวขนนก ซึ่งเป็นญาติใกล้ชิดกับดาวทะเล พวกมันดักจับอนุภาคอาหารที่ล่องลอยอยู่ด้วยแขนพลิ้วไหวซึ่งอาจมีมากถึง 20 เส้น และมีสัตว์จำพวกไอโซพอดหน้าตาคล้ายแมลง ปีกแข็งขนาดใหญ่แหวกว่ายและคืบคลานอยู่ท่ามกลางพวกมัน

ลูกเพนกวินนับพันตัวกำลังหายไปเพราะแผ่นน้ำแข็งในแอนตาร์กติกาละลาย

ความหลากหลายนั้นมากมายละลานตาที่สุดที่ระดับความลึก 70 เมตร ซึ่งเป็นขีดจำกัดของการดำนํ้าของเรา เราเห็นกัลปังหาพุ่ม สัตว์จำพวกมีกระดอง ปะการังอ่อน ฟองนํ้า ปลาเล็กปลาน้อย สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังที่เกาะยึดตัวอยู่กับที่มีขนาดใหญ่โตเป็นพิเศษ สัตว์คล้ายพืชซึ่งปรับตัวได้เป็นอย่างดีในสภาพแวดล้อมค่อนข้างคงที่เหล่านี้เติบโตอย่างเชื่องช้า แต่ดูเหมือนจะโตได้อย่างไร้ขีดจำกัดถ้าไม่มีอะไรมารบกวน เราอดสงสัยไม่ได้ว่า สิ่งมีชีวิตเหล่านี้จะตอบสนองอย่างไรเมื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้โลกของพวกมันร้อนขึ้น

หอยพัด, ขั้วโลกใต้, สัตว์ทะเล
หอยพัดขั้วโลกใต้ขนาดตัวยาว 7.5 เซนติเมตร อาจมีอายุหลายสิบปีแล้ว
ไอโซพอด, ชีวิตใต้ทะเล, ใต้โลกน้ำแข็ง
ไอโซพอดหน้าตาเหมือนตัวกะปิตัวนี้ม้วนตัวเมื่อถูกคุกคาม มันมีขนาดตัวยาวเกือบ 12 เซนติเมตร
แมงมุมทะเล, สัตว์ทะเล, ใต้โลกน้ำแข็ง
แมงมุมทะเลเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของ “ความใหญ่ยักษ์ในเขตขั้วโลก” ขณะที่แมงมุมทะเลในที่อื่นๆ มีขนาดเล็กจ้อย แต่ตัวนี้ในแอนตาร์กติกามีขาที่ยาวถึง 18 เซนติเมตร
ดาวทะเล, สัตว์ทะเล, ใต้โลกน้ำแข็ง
ส่วนดาวทะเลที่ซุกอยู่ข้างฟองนํ้ารูปทรงเหมือนต้นไม้และมีหนอนไต่อยู่ มีขนาดตัวกว้างกว่า 30 เซนติเมตร

อ่านต่อหน้า 3 

เรื่องแนะนำ

ครีมกันแดดทางเลือกเพื่อปะการัง

รู้หรือไม่ว่าสารเคมีในครีมกันแดดทั่วไปที่คุณใช้กำลังทำลายปะการัง ทริปไปทะเลครั้งหน้าลองเปลี่ยนมาใช้ครีมกันแดดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมดูสิ

เขื่อนเชี่ยวหลาน สวรรค์ของนักผจญภัยที่ไม่ควรพลาด

เขื่อนเชี่ยวหลาน เขื่อนรัชชประภา หรือกุ้ยหลินเมืองไทย เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ต้องมาเยือน สำหรับผู้ที่อยากสัมผัสกับการผจญภัยในหน้าร้อน เขื่อนเชี่ยวหลาน เดิมเป็นชื่อของ เขื่อนรัชชประภา ตั้งอยู่ที่ตำบลเขาพัง อำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นเขื่อนอเนกประสงค์ที่สร้างขึ้นเพื่อใช้ประโยชน์ในด้านการชลประทาน และการผลิตกระแสไฟฟ้า นอกจากนี้ ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีบรรยากาศวิวทิวทัศน์อันแสนสวยงาม หรือที่คนไทยมักเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “กุ้ยหลินเมืองไทย”  ซึ่งที่มาของชื่อนี้ได้มาจากภูมิทัศน์ที่คล้ายกับสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตในประเทศจีน เมื่อมาถึงจังหวัดสุราษฎร์ธานี ก็ไม่ควรพลาดที่จะต้องไปเขื่อนเชี่ยวหลาน ที่นี่นอกจากบรรยากาศที่สวยงามแล้ว ยังมีสถานที่มากมายที่คนรักการผจญภัยไม่ควรพลาด  เช่น การเดินชมถ้ำ  พายเรือคายักส่องสัตว์ยามเย็น และตกปลาในละแวกใกล้เคียงก็สามารถทำได้เช่นกัน 5 สถานที่ในเขื่อนเชี่ยวหลานที่ไม่ควรพลาดสำหรับคนรักการผจญภัย 1. สวนสัตว์มอร์นิง ซาฟารี มีบริการล่องเรือส่องสัตว์ นักท่องเที่ยวจะได้เรียนรู้วิถีชีวิตและพฤติกรรมสัตว์  ระหว่างทางจะได้พบกับสัตว์ป่านานาชนิดในอุทยานฯ อาทิเช่น ฝูงลิง ฝูงกระรอก ฝูงค่างแว่นบนต้นไม้สูงใหญ่ และยังมีสัตว์ที่หาดูได้ยากอย่างเช่น นกอินทรีขนาดใหญ่เกาะอยู่ตามตอไม้กลางน้ำ ตัวเลียงผาที่ออกมาเดินหากินตามหน้าผา นกเงือกหากินบริเวณที่มีผลไทรป่าสุก ซึ่งมักจะอยู่เป็นคู่หรือกลุ่มเล็กประมาณ 3-5 ตัว มีข้อแนะนำเล็กน้อยว่า ในการล่องเรือส่องสัตว์ห้ามส่งเสียงดัง เพราะจะทำให้สัตว์ตื่นกลัวได้ 2. ถ้ำปะการัง เป็นถ้ำที่อยู่ด้านในเขาสก นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางโดยเรือหางยาว หรือนั่งแพยนต์ เพื่อไปเดินป่า และเข้าชมความงามถ้ำปะการังได้ […]

อลหม่านแมนต้าเรย์ในทะเลมัลดีฟส์

ผมจำได้แม่นว่า ภาพที่จุดประกายให้รู้สึกอยากไปอ่าวฮานิฟารู (Hanifaru Bay) ในมัลดีฟส์คือภาพถ่ายของ โทมัส พีแช็ก ช่างภาพ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ที่บันทึกปรากฏการณ์ feeding frenzy หรือภาพฝูงปลากระเบนราหู หรือ แมนต้าเรย์ (manta ray) แห่มากินแพลงก์ตอนในอ่าวแบบมืดฟ้ามัวดิน ในภาพผมแทบมองไม่เห็นผืนน้ำสีฟ้า เพราะแน่นขนัดไปด้วยกระเบนราหูลำตัวสีดำ และสีขาวโพลนบริเวณท้อง หลังจากนั้นไม่นาน ในปี 2011 พวกเราพากันไปมัลดีฟส์ด้วยความหวังที่อยากเห็นภาพเดียวกัน แต่ครั้งนั้น เจอกระเบนราหูเพียง 10 ถึง 20 ตัว แม้เป็นช่วงเวลาที่สนุกมากที่ได้ว่ายน้ำกับปลากระเบน เราต่างรู้สึกว่า ยังไม่สมใจและต้องกลับไปซ้ำอีกรอบแบบเต็มๆ แต่เรื่องไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น นักดำน้ำแห่แหนกันไปฮานิฟารูจนกระทั่งฝูงกระเบนราหูหายไปจากบริเวณอ่าวเป็นเวลาหลายปี และเพิ่งจะกลับมาหากินเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ส่วนพวกเราที่ตารางดำน้ำแน่นเกือบทุกปี ทุกสิ่งอย่างเพิ่งจึงมาลงตัวช่วงสิ้นเดือนกรกฎาคมปี 2019 หลังจากรอคอยอย่างยาวนาน จึงต้องวางแผนกันอย่างดีเพื่อให้ตรงกับช่วงที่มีโอกาสเจอฝูงกระเบนราหูได้ดีที่สุด โดยเฉพาะการกางปฏิทินดูข้างขึ้นข้างแรม ผมขอแนะนำเกี่ยวกับกระเบนราหูสักเล็กน้อย ถึงแม้ชื่อและลักษณะภายนอกอาจดูน่ากลัว อีกทั้งลำตัวขนาดใหญ่ แต่ความจริงแล้ว กระเบนราหูไม่มีพิษมีภัยแต่อย่างใด เนื่องจากไม่มีเงี่ยงที่หาง ในประเทศไทย กระเบนราหูหรือที่นักดำน้ำเรียกสั้นๆ ว่า แมนต้าเรย์ พบเห็นได้บ่อยครั้งที่หินม่วง […]

5 สิ่งที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือน อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร

ในวันที่อากาศดี และรู้สึกว่าร่างกายต้องการความสดชื่นจากไอทะเล อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร อีกหนึ่งสถานที่น่าสนใจและกิจกรรมให้เลือกสรร หากอยากพักผ่อนแบบใกล้ชิดธรรมชาติ หนีความวุ่นวายจากเมืองกรุง ทางเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก มีสถานที่ท่องเที่ยวมาแนะนำ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร  แหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่โดดเด่นมากอีกแห่งหนึ่ง เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังมองหากิจกรรมน่าสนใจในหลายๆ รูปแบบ โดยคุณสามารถเลือกทำได้ตามใจ โดยใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพฯ ประมาณ 6 – 7 ชั่วโมง อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพรได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ ในปี พ.ศ.2542 มีพื้นที่ครอบคลุม 5 อำเภอ ที่นี่ไม่เพียงแต่เหมาะแก่การดำน้ำตื้นชมปะการังเท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยคุณสามารถเลือกทำกิจกรรมได้หลากหลาย ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับท่องเที่ยวคือ ช่วงต้นปีและสิ้นปี อุทยานฯ หมู่เกาะชุมพรจะได้รับอิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ แต่ช่วงระหว่างเดือนพฤษภาคม-กลางเดือนตุลาคม ทำให้มีฝนตกหนักและคลื่นพายุรุนแรง จึงไม่ควรมาในช่วงนี้ กิจกรรมที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร ดำน้ำชมปะการัง สำหรับคนรักการดำน้ำ คงต้องหาโอกาสมาอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพรสักครั้ง เพราะมีเกาะแก่งมากถึง 40 เกาะ ซึ่งมีทั้งแหล่งดำน้ำตื้นและน้ำลึก ปลาหลากหลายชนิดแหวกว่ายตามแนวปะการัง นอกจากนี้ยังพบหอยเบี้ยเสือดาว โลมา ฉลามวาฬ กระเบนราหู อาจพูดได้ว่าถ้าอยากดูฉลามวาฬต้องมาดำน้ำที่ชุมพร สำหรับนักดำน้ำที่ชอบความท้าทาย เกาะง่ามน้อย เกาะง่ามใหญ่ มีโพรงถ้ำใต้ทะเล ความยาวมากกว่า […]