เหตุใด มาลาปัสกัว จึงเป็นสถานที่ดำน้ำในฝันของนักดำน้ำหลายคน

มาลาปัสกัว หมู่เกาะแห่งความฝันในทะเลฟิลิปปินส์

เรื่องขยะเล็กน้อย

หลังจากจบไดฟ์เช้าตรู่กับฉลามหางยาว ถ้าวันไหนเราออกเรือต่อไปทั้งวันพวกเราก็มักตระเตรียมอาหารกลางวันใส่กล่องขึ้นมากินกันบนเรือ

ประเทศฟิลิปปินส์ติดอันดับที่สามในการสร้างและปล่อยขยะพลาสติกลงทะเล พวกเราแอบกังวลว่าร้านค้าบนเกาะจะใส่กล่องโฟมหรือถุงพลาสติกมาให้เวลาสั่งอาหารเที่ยง ทั้งแกงค์เลยนัดกันเอากล่องข้าวมาจากเมืองไทยคนละกล่อง กระติกน้ำคนละขวด และบอกกับร้านดำน้ำที่เราติดต่อมาล่วงหน้าถึงแผนลดขยะของพวกเรา

ข้าวกล่อง, ลดการใช้พลาสติก, อนุรักษ์, สิ่งแวดล้อม,
ข้าวกล่องมื้อกลางวันที่พวกราพกขึ้นเรือไปเพื่อลดขยะพลาสติก

เมื่อมาถึงกลับพบว่าทั้งเกาะให้ความสำคัญเรื่องนี้อยู่แล้ว โรงแรมที่เราเข้าพักวางน้ำดื่มในห้องให้เป็นเหยือกถ้าเรากินน้ำหมดก็ถือไปให้เขาเติม บนเรือที่ใช้ดำน้ำก็เป็นถังน้ำดื่มแบบให้กด แทบจะไม่มีขวดน้ำพลาสติกให้เห็นบนเกาะนี้เลย

ชาวบ้านร้านค้าทุกคนพร้อมใจกันลดขยะพลาสติก ร้านค้าบนเกาะไม่แจกหลอดดูดน้ำให้ถ้าไม่ขอ แทบไม่อยากจะเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้เป็นไปได้จริงในพื้นที่ที่ห่างไกลจากเมืองใหญ่ และไกลจากคำว่าทันสมัย

ปริมาณขยะพลาสติกที่ลดได้สำหรับเกาะนี้อาจจะไม่ได้มากมายเมื่อเทียบกับปริมาณขยะรวมของทั้งประเทศ แต่การปลูกฝังพฤติกรรมการลดพลาสติกนี้จะส่งต่อไปสู่ทุกคนที่ผ่านเข้ามาอย่างแน่นอน.

สามเหลี่ยมปะการัง

ประเทศฟิลิปปินส์ทั้งประเทศอยู่ในพื้นที่สามเหลี่ยมปะการัง หรือที่เรียกว่า Coral Triangle พื้นที่สามเหลี่ยมที่เป็นจุดศูนย์กลางของความหลากหลายชนิดพันธุ์ปะการัง หนึ่งในสามของสายพันธุ์ปะการังทั่วโลกกระจายตัวอยู่ในพื้นที่สามเหลี่ยมนี้

หมึกกระดอง, หมึก, flamboyant, ทะเล, สิ่งมีชีวิต
หมึกกระดอง flamboyant เปล่งสีฉูดฉาดคล้ายดอกไม้สวยๆ เดินหาเหยื่ออย่างไม่สนใจพวกเรา

ความหลากหลายของปะการัง คืออาหารที่แตกต่างกันไป ซึ่งดึงดูดผู้อยู่อาศัยและนักกินหลายชนิดตามมา

ก่อนที่เราเดินทางมา เราไม่ได้คาดหวังกับสัตว์ทะเลชนิดอื่น นอกเหนือจากฉลามหางยาว แต่กลับกลายเป็นว่าการดำน้ำช่วงบ่ายของทุกวันคือส่วนสำคัญที่พลาดไม่ได้

สัตว์น้ำระดับท็อปลิสต์ที่นักดำน้ำอยากเจอ ไม่ว่าจะเป็นปลากบที่พรางตัวได้เหมือนกับฟองน้ำ หรือม้าน้ำแคระที่มีขนาดเล็กเท่าเมล็ดข้าวสาร หรือแม้กระทั่งหมึกสายวงฟ้าที่มีพิษรุนแรงติดอันดับโลก ก็ผลัดกันโผล่มาให้เห็นตลอดทุกไดฟ์

ปลาจิ้มฟัน, เม่นทะเล,
ปลาจิ้มฟันจระเข้ปีศาจสีดำสนิทว่ายกลมกลืนอยู่ท่ามกลางหนามแหลมของเม่นทะเล

ช่วงบ่ายของวัน พวกเราไล่ดำน้ำไปตามหมุดหมายต่างๆ รอบเกาะ วันละจุดสองจุด บางแห่งเป็นลานทรายเม็ดละเอียดแนวกว้างมีหญ้าทะเลแซมเป็นช่วงๆ บางแห่งเป็นสันเนินปะการังซึ่งลาดลงไปสู่พื้นทรายด้านล่าง และบางแห่งเป็นถ้ำใต้น้ำ

ในไดฟ์หนึ่ง หมึกกระดอง flamboyant ตัวขนาดใหญ่เท่ากำปั้นเด็ก เดินหาเหยื่อในดงสาหร่ายเห็ดหูหนู โดยไม่สนใจสายตานักดำน้ำที่จับตามองอยู่ ในอีกไดฟ์ เราได้พบกับทากทะเลที่หาดูได้ยาก เพราะรูปร่างที่กลมกลืนไปกับปะการังอ่อน ซึ่งเป็นอาหารของมัน ทากทะเลสายพันธุ์นี้สามารถสังเคราห์แสงสร้างพลังงานได้ เพราะมันย้ายสาหร่ายในปะการังอ่อนที่มันกินมาไว้บนตัวเอง

ทุกไดฟ์ที่เราลงไปเราใช้เวลากันเต็มที่เท่าที่อากาศและตารางดำน้ำจะให้เราได้

ทากทะเล Nembrotha ลำตัวสีสด เดินโชว์ตัวบนพื้นทรายที่ House Reef

ลานทรายหน้าบ้าน

สองนาทีจากหาดหน้าที่พัก คือจุดที่เรียกว่า house reef ที่นี่เป็นลานทรายสีอ่อนกว้าง และมีปะการังเทียมกระจายอยู่

ลานทรายตรงที่ตื้นเป็นบ้านของปลาบู่ทะเลสีสวยแปลกตา เมื่อขยับลึกไปอีกหน่อยมีปลาไหลงู (snake eel) ที่โผล่มาให้เห็นแค่ส่วนหัวจากพื้นทราย ตรงที่ลึกมีปลากบสีแดงสดเกาะอยู่กับฟองน้ำสีดำไม่ไกลนัก ปลาจิ้มฟันจระเข้ปีศาจสีดำสนิทลอยตัวแฝงในดงเม่นทะเล เข็มแหลมยาวของเม่นทะเลดูเผินๆ คล้ายกับรูปทรงของตัวปลา

หญ้าทะเลใบเล็กสีเขียวอ่อนปูเป็นพรมแหว่งๆ อยู่ที่พื้นด้านนอก สัตว์ทะเลตัวเล็กจิ๋วที่นักดำน้ำเรียกกันว่าผึ้งทะเลบินว่อนอยู่ในสนามหญ้าแห่งนี้

หมึกยักษ์, ดำน้ำ, มาลาปัสกัว
ยามกลางคืนของ House Reef ก็มีสิ่งน่าสนใจ อย่างหมึกยักษ์ตัวใหญ่นี้ ที่เดินอาดๆ ผ่านหน้าเราไป

ในระยะเวลาห้าวัน เรากลับมาดำน้ำที่ house reef ถึงสี่รอบ และยังอยากกลับไปดำน้ำที่นี่ซ้ำแล้วซ้ำอีกไม่มีเบื่อ

ทะเลที่มีฉลามคือทะเลที่สมบูรณ์

ในซอกหินที่จุดดำน้ำแห่งหนึ่ง เราพบกระเปาะสีน้ำตาลที่ดูคล้ายกับฝักของต้นไม้บนบกถูกวางทิ้งอยู่ เมื่อเอาไฟฉายส่องดูจะเห็นเงาฉลามตัวเล็กหางยาวๆ อยู่ด้านใน สื่งที่เราเจอคือไข่ฉลาม ถุงไข่มีขนาดใหญ่ไม่เกินฝ่ามือ คาดว่าน่าจะเป็นไข่ของฉลามกบ เราจิ้มไฟส่องดูไม่นาน เพราะกลัวว่าความร้อนจากไฟจะรบกวนลูกฉลาม ไข่ฉลามบางกระเปาะมีรอยแตกออกไปแล้วเจ้าตัวที่เห็นเงารางๆ เมื่อครู่ อีกไม่นานคงฟักออกมาเช่นกัน

เมื่อมองย้อนกลับหลังไป เราเห็นสีฟ้าสดเรืองขึ้นมาจากปากถ้ำที่เราเข้ามา ร่างกายถูกคลุมด้วยความมืดสนิทสีฟ้าที่เรืองอยู่ดูคล้ายความฝันที่อยู่ห่างไกล สำหรับเรา สีฟ้าของปากถ้ำใต้น้ำมีความพิเศษไม่เหมือนสีฟ้าอื่นๆ มันเป็นสีฟ้าที่ดึงดูดให้หลงใหลมองได้เพลินไม่มีเบื่อในระหว่างที่เรากำลังเพลินกับสีฟ้าพิเศษนั้น เงาของสัตว์น้ำตัวยาวๆ ก็ว่ายตัดเข้ามา

ฉลามปะการัง, ฉลาม, ปลาฉลาม, ถ้ำใต้น้ำ
ถ้ำใต้น้ำซึ่งเป็นที่หลบพักนอนให้กับฉลามปะการังสีขาว

ฉลามปะการังครีบขาวตัวไม่ใหญ่กำลังว่ายเข้ามาหาจุดพักผ่อน พวกเราทิ้งตัวลงกับพื้นถ้ำหายใจออกให้เบาและช้า ฉลามอีกตัวว่ายสวนทางเข้ามาจากทางออก พวกมันไม่ได้สนใจกฏวันเวย์ของมนุษย์เราแม้แต่น้อย หลังจากว่ายวนอยู่ซักพักก็หักเลี้ยวเข้าสู่หลืบมืดของถ้ำแล้วจอดลงนอนนิ่งบนพื้นหินหยาบ

ถึงเวลาที่เราจะปล่อยให้มันได้พักผ่อน

ไข่ฉลาม, ฉลามกบ,
ฉลามกบที่รอฟักจากไข่กระเปาะแข็ง

มีคำกล่าวว่า “ทะเลที่มีฉลามคือทะเลที่สมบูรณ์” ช่วงระยะเวลาไม่กี่วันที่เกาะแห่งนี้ เราได้พบกับฉลามถึงสามชนิดในพื้นที่ และเรียนรู้พฤติกรรมตามธรรมชาติของพวกมัน สำหรับเรา จำนวนและชนิดของฉลามไม่ใช่สิ่งที่ชี้ขาดถึงความสมบูรณ์ของมาลาปัสกัว แต่กลับเป็นความพยายามในการลดผลกระทบของมนุษย์สู่ทะเลต่างหาก ที่ทำให้พื้นที่นี้คือ “พื้นที่ที่สมบูรณ์” อย่างแท้จริง

เกาะที่ล้อมรอบด้วยทะเลสีฟ้าในฝันที่ซึ่งเป็นสวรรค์ของทุกชีวิตอย่างเท่าเทียมกันนั้นมีอยู่จริง


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ : ทะเลไทยในคลื่นยักษ์ของนักท่องเที่ยว 

ทะเลไทย
นักดำน้ำห้อมล้อมฉลามวาฬในน่านน้ำบริเวณกองหินเกาะตาชัย จังหวัดพังงา ภาพถ่ายลักษณะนี้ก่อให้เกิดประเด็นถกเถียงเรื่องความเหมาะสม (ภาพถ่าย: นัท สุมนเตมีย์)

เรื่องแนะนำ

ความงาม… ใต้โลกน้ำแข็ง ที่น้อยคนได้สัมผัส

ช่างเป็นภูมิทัศน์อันน่าตื่นตาตื่นใจยิ่งนัก แถบนี้ของแอนตาร์กติกาตะวันออกมีแมวนํ้า เพนกวิน และนกอื่นๆ เพียงไม่กี่ชนิดอาศัยอยู่ และไม่มีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมบนบกอยู่เลยแม้แต่ชนิดเดียว คุณอาจคิดว่า ก้นสมุทรคงมีสภาพเป็นทะเลทรายเช่นกัน แต่อันที่จริง กลับเป็นอุทยานงามสะพรั่งที่หยั่งรากอยู่ในห้วงลึกของกาลเวลา สัตว์ทะเลแถบขั้วโลกใต้ส่วนใหญ่ถูกตัดขาดจากโลกที่เหลือมานานหลายสิบล้านปี ตั้งแต่ตอนที่ทวีปดังกล่าวแยกตั;ออกจากทวีปอื่นๆ แล้วกลายเป็นนํ้าแข็งทั้งทวีปนับแต่นั้นมา กระแสนํ้าเย็นรอบขั้วโลกใต้ (Antarctic Circumpolar Current) ก็เคลื่อนตัวหมุนวนจากทิศตะวันตกไปทิศตะวันออกรอบทวีปแอนตาร์กติกาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ระดับอุณหภูมิมีความสูงตํ่าแตกต่างกันอย่างสุดขั้วและขวางกั้นการแพร่กระจายของสัตว์ทะเล การตัดขาดอันยาวนานนี้เปิดทางให้สิ่งมีชีวิตที่มีความหลากหลายอย่างมากและเป็นชนิดพันธุ์เฉพาะถิ่น วิวัฒน์อยู่ตรงก้นสมุทรนั่นเอง เมื่อดำลึกลงไปกว่า 50 เมตรลงไป แสงจะมืดสลัวลงและเราไม่เห็นสาหร่ายเคลป์หรือพืชพรรณชนิดอื่นใดอีก ก้นสมุทรจะปกคลุมด้วยไฮดรอยด์หรือขนนกทะเลอย่างหนาแน่น (พวกมันเป็นสัตว์ที่อยู่รวมกันเป็นคอโลนี และมีความเกี่ยวข้องกับปะการัง) และหอยพัดนับพันๆตัว หอยพัดเหล่านี้มีขนาดกว้าง 10 เซนติเมตร แต่อาจมีอายุถึง 40 ปีหรือมากกว่านั้น เพราะสรรพชีวิตเติบโตอย่างเชื่องช้า ในแอนตาร์กติกา ที่ความลึกระดับนี้ เรายังสังเกตเห็นไครนอยด์ สัตว์ในอันดับดาวขนนก ซึ่งเป็นญาติใกล้ชิดกับดาวทะเล พวกมันดักจับอนุภาคอาหารที่ล่องลอยอยู่ด้วยแขนพลิ้วไหวซึ่งอาจมีมากถึง 20 เส้น และมีสัตว์จำพวกไอโซพอดหน้าตาคล้ายแมลง ปีกแข็งขนาดใหญ่แหวกว่ายและคืบคลานอยู่ท่ามกลางพวกมัน ลูกเพนกวินนับพันตัวกำลังหายไปเพราะแผ่นน้ำแข็งในแอนตาร์กติกาละลาย ความหลากหลายนั้นมากมายละลานตาที่สุดที่ระดับความลึก 70 เมตร ซึ่งเป็นขีดจำกัดของการดำนํ้าของเรา เราเห็นกัลปังหาพุ่ม สัตว์จำพวกมีกระดอง ปะการังอ่อน ฟองนํ้า […]

อุทยานแห่งชาติทางทะเล ณ ดินแดนสุดขอบโลก

โครงการทะเลพิสุทธิ์ (Pristine Seas Project) ของสมาคมเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก แสวงหาความร่วมมือกับรัฐบาลประเทศต่างๆ หน่วยงานในท้องถิ่น และชุมชน เพื่อปกป้องท้องทะเลและมหาสมุทรที่ยังคงความสมบูรณ์ โดยจัดตั้งเป็นพื้นที่คุ้มครองทางทะเล (Marine Protected Area: MPA) เพื่อปกป้องระบบนิเวศและถิ่นอาศัย