งานวิ่งเทรลโคลัมเบีย 2019 : คำบอกเล่าจากสนามจริง - National Geographic Thailand

งานวิ่งเทรลโคลัมเบีย 2019 : คำบอกเล่าจากสนามจริง

Columbia Trail Masters 2019
พิชิต งานวิ่งเทรลโคลัมเบีย สุดหฤโหดในวันที่อายุสวนทางกับเรี่ยวแรง

คำบอกเล่าจากผู้เข้าร่วม งานวิ่งเทรลโคลัมเบีย 2019

เมื่อตัวเลขอายุบ่งบอกถึงการอยู่มานานในระดับหนึ่งบนโลกใบนี้ คุณเคยคิดถึงสิ่งใดบ้างที่อยากทำ และชาตินี้ไม่มีวันทำ ผมเชื่อว่าหลายคนก็คงคิดนะครับ บางคนคิดจะทำแต่อาจไม่ได้ทำเพราะว่ากายสังขาร ไม่เอื้ออำนวยให้ทำได้อย่างเมื่อก่อน ฉะนั้นเมื่อคิดอยากทำอะไรแล้วก็ควรทำเลยครับ อย่าพูดแต่คำว่า “เดี๋ยวก่อน” เพราะถ้าบ่อยเข้ามันก็จะไม่ได้ทำ คุณจะมานั่งเสียใจเสียดายในภายหลัง

แล้วผมล่ะอยากทำอะไร ให้บอกตามตรงผมเองก็ยังไม่รู้ว่าจริงๆแล้วอยากทำอะไร แต่มีกิจกรรมหนึ่งที่ผมชอบ นั่นคือการเดินและวิ่ง วันนี้ผมเดินผมวิ่งได้ระยะทางแค่นี้ พรุ่งนี้ผมก็อยากเพิ่มระยะทางให้มากขึ้นกว่าเดิม นี่คือสิ่งที่ผมฝันว่าจะต้องเพิ่มระยะทางให้กิจกรรมของตัวเอง แล้วที่ไม่อยากทำล่ะ มีครับ อะไรก็ได้ที่อยู่ในที่สูงๆ เช่น กระโดดร่ม รถไฟเหาะตีลังกา ผมไม่ได้กลัวความสูงและความเร็วนะครับ แค่ไม่ชอบทำอะไรที่ควบคุมไม่ได้เท่านั้นเอง

งานวิ่งเทรลโคลัมเบีย, งานวิ่งเทรล, วิ่งเทรล, เทรล,
ทิวทัศน์ระหว่างทางวิ่ง ผู้เข้าแข่งขันหลายคนหยุดชมทัศนีภาพอันสวยงาม

ผมเริ่มหลงใหลในการเดินและวิ่งมาได้ 5 ปีแล้ว เนื่องจากเห็นกายหยาบของตัวเองแล้วรับไม่ได้ จึงต้องหาทางลดขนาดพุงและแขนขาให้เล็กลง โดยส่วนตัวเป็นคนไม่เล่นกีฬาทุกชนิด ย้ำครับว่าทุกชนิดเลย การต้องมาเริ่มต้นทำในสิ่งที่ไม่เคยอยู่ในหัวเลยตอนอายุสี่สิบกว่ามันก็ยากเหมือนกันนะ จนมาพบแสงสว่างจากการเดินและวิ่ง ครูดิน – สถาวร จันทร์ผ่องศรี อดีตนักวิ่งมาราธอนทีมชาติไทยกล่าวไว้ว่า “คุณเดินได้ คุณก็วิ่งได้” จริงอย่างครูดินว่า เดินได้ก็วิ่งได้ ผมเริ่มจากเดิน เดิน และเดินจนร่างกายและใจพร้อมบอกว่าวิ่งเถอะ ผมจึงวิ่งตั้งแต่บัดนั้น จากน้ำหนัก 80 กิโลกรัมเมื่อ 5 ปีก่อน ปัจจุบันลงมาเหลือ 62 กิโลกรัม ไม่ขึ้นไม่ลง กินอาหารทุกมื้อ แต่กินได้น้อยลง และหันมาใส่ใจในเรื่องการกินมากขึ้น นี่คือผลพลอยได้สำหรับคนออกกำลังกาย

งานวิ่งเทรลโคลัมเบีย, งานวิ่งเทรล, วิ่งเทรล, เทรล,

เมื่อต้นปีที่ผ่านมาผมมีโอกาสท้าทายตัวเองด้วยการเดินป่าระยะทาง 50 กิโลเมตร ผ่านการขึ้นเขาลงเขา น้ำท่าไม่ได้อาบ เข้าห้องน้ำก็ต้องใช้วิธีขุดหลุมเอา แบกเป้ที่มีน้ำหนัก 18 กิโลกรัมไว้กับตัวตลอดเวลา เรียกว่าเดินกันเป็นตัวสล็อตเลยครับ ฮา… เดินเร็วก็ไม่ได้ เดินช้าไปก็ไม่ดีเพราะจะถึงที่หมายมืดเกินไปในแต่ละวัน พอผ่านมาได้แบบไม่บอบช้ำ จึงเป็นจุดเริ่มต้นในการท้าทายตัวเองอีกครั้งว่าคราวหน้าจะลงวิ่งเทรล 50 กิโลเมตรให้ได้ เพราะเมื่อเราท้าทายการเดินแล้ว ทำไมเราจะท้าทายการวิ่งไม่ได้

งานวิ่งเทรลโคลัมเบีย, งานวิ่งเทรล, วิ่งเทรล, เทรล,
บรรยากาศก่อนการปล่อยตัว

และแล้ววันที่ผมรอก็มาถึง ผมได้ลงวิ่งท้าทายตัวเองอีกครั้งกับงานวิ่งเทรล Columbia Trail Masters 2019 ซึ่งปีนี้จัดเป็นปีที่ 19 แล้วกับการผจญภัยในป่าอย่างเต็มรูปแบบ ผมวิ่งเทรลมาสองครั้งแล้ว ครั้งนี้เป็นครั้งที่สาม ผมชอบเพราะว่าทุกครั้งที่เหนื่อยล้า แต่เมื่อมองเห็นสีเขียวและความสดชื่นของต้นไม้ใบหญ้าผมเชื่อว่าอย่างน้อยก็ช่วยเยียวยาความเหนื่อยล้าได้ระดับหนึ่ง

ต้องบอกก่อนว่าสนามวิ่งเทรลครั้งนี้เป็นสนามที่ 15 จัดขึ้นที่สวนละไม จังหวัดระยอง บางช่วงบางจุดโหดมากครับ ถึงขนาดว่าบางคนเห็นแล้วร้องขอเดินกลับบ้านกันเลยทีเดียว แล้วคุณคิดดูนักวิ่งหลายคนมากันเป็นกลุ่ม มากับครอบครัว มากับคนรัก กำลังใจก็จะดีกว่าคนอื่น ในขณะที่ผมมาตัวคนเดียวแบบเหงาๆ แต่ก็เพราะอยากรู้ว่าผมจะทำอะไรด้วยตัวคนเดียวได้ไหม สุดท้ายก็ทำได้นี่ไม่ตายหรอกเธอ ฮา… แต่ตอนจะเริ่มต้นวิ่งนี่สิใจเต้น คิดเยอะว่าจะทำได้ไหมทำได้หรือเปล่า

งานวิ่งเทรลโคลัมเบีย, งานวิ่งเทรล, วิ่งเทรล, เทรล,
ทิวทัศน์มุมสูงจากสนามวิ่งสวนละไม จังหวัดระยอง

เมื่อสัญญาณปล่อยตัวนักวิ่งในเวลา 6.15 น. เริ่มขึ้น บรรดานักวิ่งเริ่มทยอยออกจากจุดสตาร์ท บนใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มสดใส ส่วนผมเดินเรื่อยๆ คนเยอะมากวิ่งไปก็เสียพลังงานเปล่าๆ เมื่อถึงจุดขึ้นเขาลูกแรก คนข้างๆที่วิ่งมาด้วยกันถึงกับร้องบอกว่า “ผมกลับแล้วนะไปนอนรอที่เส้นชัยก่อน” จุดนี้โหดจริงๆครับ สมัยที่เริ่มวิ่งแรกๆ ในสมองจะมีเพลงอยู่สองเพลงของพี่เบิร์ด ธงไชย คือ “ฉันมาทำอะไร” กับ “กลับไม่ได้ไปไม่ถึง” อยู่ตลอดทาง ถามตัวเอง บ่นด่าตัวเอง แต่ปีนี้กลับไม่มีสองเพลงนี้อยู่ในหัวเลย นั่นเป็นเพราะว่าเรารู้ว่าจุดหมายของเราคืออะไร มีคนบอกเอาไว้ว่า “จุดหมายไม่สำคัญเท่าระหว่างทาง”

ผมว่าจริงๆแล้วจุดหมายเป็นตัวตั้งต้นให้เราไปให้ถึงต่างหาก ส่วนเรื่องระหว่างทางเป็นประสบการณ์ที่ต้องเก็บเกี่ยว ทั้งสองสิ่งจึงสำคัญไม่แพ้กัน ระหว่างทางกว่าจะถึง 50 กิโลเมตร ร่างกายผมสอนให้รู้ว่าตอนไหนต้องกินน้ำ ซึ่งกินมากไปก็บวมน้ำ ตอนไหนต้องกินเกลือแร่ และตอนไหนต้องกินโปรตีน และถ้ากินไม่สมดุลกันอาจทำให้ไตวายได้ อันนี้ต้องศึกษาเยอะๆ ครับ เส้นทางวิ่งสอนให้ร่างกายรู้ว่าต้องวิ่งแบบไหนไม่ให้เจ็บหัวเข่า ต้องใช้ไม้เท้าแบบไหนในการก้าวย่างแต่ละก้าว

งานวิ่งเทรลโคลัมเบีย, งานวิ่งเทรล, วิ่งเทรล, เทรล,
บางจุดที่เราวิ่งผ่านเป็นสวนยางพารา

นี่คือเรื่องราวระหว่างทางที่เราได้เจอ หิวก็หิวแต่กินไม่ได้ กินได้เพียงแค่ snack bar ที่เหมือนอาหารนก กินทีละน้อยเคี้ยวให้ละเอียดแล้วค่อยๆ กลืนเพื่อเพิ่มพลังงาน แล้วเวลาพลังงานหมดเป็นอย่างไร คำตอบคือคุณจะง่วงมาก อยากหลับเลย ผมเองนี่หลับตาวิ่งเลย ตอนแรกไม่รู้ว่านี่คืออาการของร่างกายขาดพลังงาน ผมใช้วิธีกินเจลให้พลังงานแล้วจิบน้ำตาม เพื่อให้ดูดซึมเข้าเส้นเลือดได้เร็วที่สุด ได้ผลครับ แต่มันจะอยู่กับเราได้ไม่เกินครึ่งชั่วโมงก็หมดอีกแล้ว ตลอดระยะทาง 50 กิโลเมตรกับเวลา 11.30 ชั่วโมง ได้สอนให้ผมรู้ว่านอกจากจุดหมายเป็นตัวตั้ง ประสบการณ์ระหว่างทางเป็นตัวเสริม เป้าหมายที่ตั้งไว้เป็นสิ่งที่ต้องทำให้สำเร็จ

งานวิ่งเทรลโคลัมเบีย, งานวิ่งเทรล, วิ่งเทรล, เทรล,
จุดเข้าเส้นชัย

ไม่ว่าคุณจะโดนคัตออฟหรือไม่ก็ตาม และยิ่งในวันที่อายุกับระยะทางสวนทางกับเรี่ยวแรงแล้ว เมื่อเราทำได้ตามเป้าหมาย ผมก็ถือว่านี่เป็นสิ่งที่สวยงามที่สุดของชีวิต

ข้อมูลงาน โคลัมเบียเทรล มาสเตอร์ 2019 


ขอขอบคุณ
คุณฐาปน วงศ์ไพบูลย์วัฒน รองประธานกรรมการ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ แบรนด์โคลัมเบีย

เรื่องและภาพ: ไตรรัตน์ ทรงเผ่า

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ : นักวิ่งจากประเทศไทยเพียงหนึ่ง ในรายการ Everest Marathon 2019 

เอเวอเรสต์มาราธอน

เรื่องแนะนำ

เมรุมาศไทย – บาหลี ความเหมือนในความต่าง

บาหลี ชุมชนเก่าแก่ของชาวฮินดูบนเกาะเล็กๆ ที่สำคัญยิ่งในฐานะ “ขุมทอง” ของการท่องเที่ยวประเทศมุสลิมที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งประกอบด้วยหมู่เกาะน้อยใหญ่กว่า 10,000 เกาะ รวมกันในนามอินโดนีเซีย ที่น่าสนใจคือในห้วงยามก่อนดิจิทัลจะมีบทบาท บาหลี อาจเป็นชุมชนเดียวในโลก  ที่พลันเมื่อนักท่องเที่ยวลงจากเครื่องบิน เดินเข้าสู่อาคารผู้โดยสาร ท่าอากาศยานเดนปาซาร์ จะพบซุ้มใส่แผ่นพับโฆษณาสถานที่ท่องเที่ยวให้เลือกหยิบได้ฟรี และยังมีใบปลิวระบุว่า หากคุณสนใจจะชมพิธีฌาปนกิจศพอย่างใกล้ชิด สามารถติดต่อได้ที่เบอร์โทรฯ ในอัตราค่าเข้าชมราคาหนึ่ง ค่าเข้าร่วมพิธีเสมือนหนึ่งเป็นญาติพี่น้องของผู้ตายในอีกราคาหนึ่ง ทิ้งท้ายด้วยคำเชิญชวนเย้ายวนใจว่า นี่คือประสบการณ์ล้ำเลอค่าที่หาที่ไม่ได้ในโลกใบนี้! หลักปรัชญาของชาวฮินดูบาหลี ถือว่า การเผาศพ คือการส่งมอบกายคืนสู่ธาตุทั้งห้า คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ เหล็ก ความตายคือการเดินทางของวิญญาณจากชีวิตในภพภูมินี้ ไปสู่ชีวิตใหม่บนสรวงสวรรค์ ซึ่งมีศูนย์กลางอยู่ที่เขาพระสุเมรุ ที่ประทับของทวยเทพตามคติของชาวฮินดู พิธีศพบาหลีจึงเปรียบเสมือนการส่งดวงวิญญาณของผู้ตายคืนสู่สวรรคาลัย หรือการกลับสู่สถานะเทพเจ้าดังเดิม ขั้นตอนสำคัญในพิธีนี้จึงต้องสร้าง “บาเดห์” (Wadah) หออัญเชิญศพ แบบจำลองจักรวาลตามคติของชาวฮินดู ซึ่งก็คือเขาพระสุเมรุจำลองนั่นเอง ขนาดและความสูงของเขาพระสุเมรุจำลอง จะขึ้นกับวรรณะและสถานะทางสังคมของผู้ตาย หากเป็นเชื้อพระวงศ์  หรือผู้สืบเชื้อสายสุลต่านผู้ครองเมือง  บาเดห์อาจสูงถึง 28 เมตร แบ่งเป็น 11 ชั้น […]

ตะลุยอุทยานแห่งชาติเขาแหลม ไต่เขาไปชมวิวสูงสุดเมืองกาญจน์บน ‘สันหนอกวัว’ แล้วเข้าป่าไปแช่ตัวที่น้ำตกผาแตก กับ ‘สวัสดีคนแปลกหน้า’

สายเขาน่าจะรู้กันดี หากมาเที่ยวอุทยานแห่งชาติเขาแหลม จังหวัดกาญจนบุรี คุณต้องมาปีนป่ายที่นี่ให้ได้ นั่นคือ ‘เขาสันหนอกวัว’ จุดสูงสุดของจังหวัด แต่สายป่ารู้ไหมว่า ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลมยังมีสถานที่ไม่ควรพลาดสำหรับคนสายนี้ด้วยเช่นกัน ใครที่ชื่นชอบการเดินป่าหรือศึกษาเส้นทางธรรมชาติ แนะนำว่าต้องมาสัมผัสความเย็นฉ่ำของ ‘น้ำตกผาแตก’ เพราะที่นี่เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสดใหม่ของกาญจนบุรี ซึ่งเพิ่งเปิดให้เที่ยวกันได้ไม่นานมากนี้เอง เดินป่ามาร้อน ๆ เหนื่อย ๆ ก็สามารถทิ้งความเมื่อยล้า แล้วแช่กายให้เพลิดเพลินไปกับน้ำตกแห่งนี้ได้เต็มที่ . #เขาสันหนอกวัว เริ่มจากจุดสูงสุดของเมืองกาญจน์บนเทือกเขาตะนาวศรี บริเวณชายขอบของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ‘เขาสันหนอกวัว’ หรือเขาเขียว คือยอดเขาที่มีลักษณะภูมิประเทศคล้าย ‘หนอกวัว’ จนกลายเป็นชื่อเรียกสถานที่แห่งนี้ในเวลาต่อมา ที่นี่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1,767 เมตร เป็นยอดเขาในประเทศไทยที่อยู่ในลิสต์ต้น ๆ ของนักเดินเขาหลายคน ซึ่งต่างก็ใฝ่ฝันว่าต้องมาพิชิตมันให้ได้สักครั้ง ไฮไลต์ของการขึ้นมายืนบนจุดสูงสุดของเขาสันหนอกวัว คือภาพวิวเบื้องหน้าที่สวยงามตระการตา จากบริเวณสันหนอกเล็ก และสันหนอกใหญ่ ที่สามารถมองเห็นทั้งเขื่อนวชิราลงกรณ รวมถึงทะเลหมอกยามเช้าที่ลอยปกคลุมเหนือภูเขาลูกอื่น ๆ ที่เรียงรายสลับกันไปมา แต่กว่าจะมาถึงส่วนยอดที่นี่ได้ ต้องผ่านระยะทางการเดินไกลกว่า 9 กิโลเมตร ต้องใช้เวลาเดินราว ๆ 6 ชั่วโมง ตั้งต้นจากเชิงเขาหัวโล้น โดยที่ต้องมีเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ขับรถนำเรามาส่ง […]

ล่องเรือไปตั้งแคมป์แบบไม่ค้างคืนริม “แม่น้ำบีคลี่” สำรวจธรรมชาติลำน้ำสำคัญของสังขละบุรีที่บางจุดพบได้เฉพาะในฤดูฝน

สังขละบุรีไม่ได้มีไฮไลต์แค่สะพานมอญ เจดีย์พุทธคยา หรือวัดจมน้ำ หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าแม่น้ำบีคลี่ซึ่งยังไม่เป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวเท่าสถานที่ที่กล่าวถึงข้างต้น ก็มีจุดกางเต็นท์บนสันทรายและหินกรวดหลายจุด มีน้ำตกเล็ก ๆ ที่เราสามารถเดินเท้าขึ้นไปนั่งแช่กายคลายร้อนได้ไม่ยาก รวมถึงมีบางช่วงของแม่น้ำที่ไหลเชี่ยวจนสามารถพายเรือคายัคล่องไปตามกระแสซ่อนอยู่ . ลำน้ำสายนี้ในช่วงฤดูฝนจึงเหมาะมากสำหรับ Explorer สายลุยทุกคน ทั้งการเที่ยวไปเช้า-เย็นกลับแบบ One-Day Trip หรือค้างแรมตั้งแคมป์ซึมซับบรรยากาศป่าเขียวที่ตัดขาดจากโลกโซเชียลโดยสิ้นเชิง แม่น้ำบีคลี่ คือหนึ่งในสามแม่น้ำสายสำคัญของอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเมื่อไหลมารวมกับแม่น้ำรันตี และแม่น้ำซองกาเรีย บริเวณวัดวังก์วิเวการาม ที่เรียกกันว่า “สามสบ” หรือ “สามประสบ” จะกลายเป็นต้นน้ำของแม่น้ำแควน้อย . ในช่วงฤดูฝนระดับน้ำในแม่น้ำบีคลี่จะค่อนข้างสูงและไหลเชี่ยวในบางช่วง ลำพังการพายเรือทวนกระแสน้ำด้วยฝีพายของพวกเราเองอาจไปไม่ถึงจุดหมาย ดังนั้นในวันออกสำรวจเส้นทางธรรมชาติ พวกเราจึงตัดสินใจเช่าเหมาเรือหางยาวของชาวบ้านเป็นพาหนะหลัก เพื่อบรรทุกเรือคายัคสองลำล่องสวนกระแสไปตามลำน้ำที่อยู่ลึกเข้าไปข้างใน เรือหางยาวลำนี้พาเราออกจากที่พักที่บ้านแม่น้ำ แล่นผ่านสามประสบ ผ่านจุดสกัดทางน้ำปากห้วยบิคลี่เข้าสู่ช่องเขาที่เต็มไปด้วยแมกไม้ชะอุ่มเขียวและไม่คดเคี้ยวมากนัก ผ่านจุดที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “ศาลเจ้าพ่อประตูเมือง” จนไปเจอทุ่งมาลัย ทุ่งกว้างที่เต็มไปด้วยต้นไมยราพที่จมอยู่ใต้ผิวน้ำ ซึ่งเมื่อเข้าสู่ฤดูแล้งที่น้ำแห้งเหือด นอกจากกิ่งก้านสาขาของไมยราพจะโผล่พ้นน้ำอีกคราว ผืนดินบริเวณนี้ยังจะกลายเป็นจุดที่ชาวบ้านมักพาวัวออกมากินหญ้าเกิดเป็นห่วงโซ่ของระบบนิเวศ เศษมูลวัวกลายเป็นแหล่งอาหารชั้นดีของเหล่าปลาเค้าดำ ปลาอีทุบ ปลายี่สก ฯลฯ ที่จะว่ายทวนน้ำจากอ่างเก็บน้ำเขาแหลมมาวางไข่ในฤดูน้ำหลาก นี่จึงเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่แม่น้ำบีคลี่ถูกประกาศให้เป็นเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำ และไม่อนุญาตให้จับปลาหรือทำประมงน้ำจืดในฤดูวางไข่อย่างเด็ดขาด เพื่อรักษาระบบนิเวศอันสมบูรณ์นี้ให้คงอยู่ตลอดไป . ส่วนจุดหมายของเราในทริปนี้ คือการไปพักตั้งแคมป์ชั่วคราวบนสันทรายบริเวณโค้งน้ำใกล้กับน้ำตก […]

การขี่ม้า ร่องรอยทางวัฒนธรรมที่เหลืออยู่บนเกาะสวรรค์

พบกับ คนเลี้ยงม้ารุ่นสุดท้าย แห่งดินแดนเฟรนช์โพลินีเซีย ที่ยังคงรักษา การขี่ม้า ที่มีประวัติความเป็นมาอันยาวนานให้คงอยู่บนเกาะที่พวกเขาเรียกว่าบ้าน เป็นเวลากว่าศตวรรษ ที่ชาวมาร์เคซันได้รักษามรดกทางธรรมชาติของพวกเขาเอาไว้ รวมไปถึงวัฒนธรรมท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์อย่าง การขี่ม้า เกาะมาร์เคซัสเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนเฟรนช์โพลินีเซีย ที่นี่ คุณจะไม่พบบังกะโลที่สร้างอยู่เหนือผิวน้ำ หรือลากูนสีเทอร์ควอยส์ อยู่บนเกาะทั้ง 12 เกาะ หกเกาะจากทั้งหมดยังไม่มีมนุษย์อยู่อาศัย ภาพภูเขาสีเขียวครึ้มตัดกับสีน้ำทะเลเป็นทัศนีภาพอันโดดเด่นของเกาะมาร์เคซัส นอกจากมรดกทางธรรมชาติอันล้ำค่าแล้ว ชาวมาร์เคซันยังคงรัษาประเพณีท้องถิ่นไว้อย่างดี ทั้งเรื่องการสักลาย การเต้นรำ ภาษา และการขี่ม้า ม้าได้ถูกนำเข้ามายังเกาะอัวฮูกาในช่วงกลางศตวรรษที่สิบเก้า เป็นของขวัญจากพลเรือเอก Abel Dupetit-Thouars ชาวฝรั่งเศส ที่นำม้ามาจากชิลี ชาวเกาะได้ดูแลเลี้ยงม้าเป็นอย่างดี และใช้ม้าเป็นยานพาหนะเดินทางบนเกาะ ม้ายังช่วยส่งเสริมการล่าสัตว์ป่าของชาวเกาะให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น ทั้งหารล่าแพะและหมูป่า ซึ่งพวกเขานำมาปรุงเป็นอาหารด้วยกรมมวิธีท้องถิ่นที่ทำให้เนื้อสัตว์สุกอย่างช้าๆ ด้วยการอบร้อนในเตาที่ฝังไว้ใต้ดิน หรือที่เรียกว่า อูมู (ชมภาพการปรุงอาหารแบบท้องถิ่นได้ ที่นี่) นอกจากเนื้อสัตว์ที่ล่ามาได้ ชาวเกาะยังมีอาหารประเภทอื่นให้เลือกสรรทั้งผลไม้ อย่างมะพร้าว มะม่วง และผลไม้เขตร้อนชนิดต่างๆ รวมถึงวัตถุดิบจากท้องทะเล ชาวมาร์เคซัน “มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีโดยไม่ต้องพึ่งพาแผ่นดินใหญ่” Julien Girardot ช่างภาพ เล่าและเสริมว่า ทุกวันนี้ ด้วยการพัฒนาของถนนและการเข้ามาของรถยนต์ “ชาวมาร์เคซันส่วนใหญ่ขับรถกระบะสัญชาติญี่ปุ่นไปจ่ายตลาด […]