เคล็ดลับถ่ายภาพ :  10 จุดหมายปลายทางในฝันทั่วโลก - National Geographic Thailand

เคล็ดลับถ่ายภาพ :  10 จุดหมายปลายทางในฝันทั่วโลก

เคล็ดลับถ่ายภาพ :  10 จุดหมายปลายทางในฝันทั่วโลก

การได้ไปเยือนจุดหมายปลายทางในฝัน ไม่ว่าจะเป็นทัชมาฮาล มาชูปิกชู ปราสาทนครวัด หรือสโตนเฮนจ์ ถือเป็นรางวัลชีวิต แน่นอนว่าหลายคนย่อมไม่พลาดที่จะบันทึกภาพแห่งความทรงจำนั้นไว้ ปัญหาอย่างหนึ่งของสถานที่ในฝันเหล่านั้นคือ เราเห็นภาพถ่ายงดงามราวกับโปสการ์ดของสถานที่เหล่านั้นกันจนชินตา แล้วภาพถ่ายของเราจะมีอะไรน่าสนใจหรือแตกต่างออกไป มากกว่าจะเป็นแค่บันทึกเหตุการณ์สำคัญครั้งหนึ่งในชีวิต จิม ริชาร์ดสัน ช่างภาพเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก แบ่งปัน เคล็ดลับถ่ายภาพ ที่เขาได้จากการไปเยือนสถานที่สำคัญเหล่านั้น หากคุณมีโอกาสได้ไปสักครั้ง

ลองนำ เคล็ดลับถ่ายภาพ เหล่านี้ไปใช้เพื่อทำให้ภาพถ่ายของคุณแตกต่างและน่าสนใจ

1.ทัชมาฮาล

เคล็ดลับถ่ายภาพ
ภาพสะท้อนที่ดีที่สุดมักมีลักษณะสมมาตร ภาพถ่ายลักษณะนี้เป็นการฉีกกรอบ “กฎสามส่วน” (rule of thirds) คุณสามารถวางเส้นขอบฟ้าไว้ตรงกลางภาพเพื่อเก็บความงดงามอลังการของสถาปัตยกรรมอันเลื่องลือแห่งจักรวรรดิโมกุลอย่างทัชมาฮาล

2. สโตนเฮนจ์

เคล็ดลับถ่ายภาพ
ในสภาพแสงน้อย ลองถ่ายภาพผู้คนด้วยวิธีเปิดหน้ากล้องนานๆ (long time exposure) แม้คนส่วนใหญ่ในภาพจะดูเบลอ แต่น่าจะมีสักคนสองคนในภาพที่นิ่งพอจะกลายเป็นจุดสนใจได้ ผมแนะนำให้ไปเยือนในช่วงครีษมายัน (summer solstice) หรือราวปลายเดือนมิถุนายนซึ่งเป็นช่วงที่กลางวันยาวนานกว่ากลางคืน ผู้คนจะไปที่นั่นเพื่อรอดูพระอาทิตย์ขึ้น

3. วิหารคานักและลักซอร์, อียิปต์

เคล็ดลับถ่ายภาพ
เมื่อไปเยือนอียิปต์ ช่างภาพอาจพบว่าตนเองท่วมท้นไปด้วยรายละเอียด อย่างเช่นอักษรภาพเฮียโรกลิฟิกในวิหารต่างๆ ผมแนะนำให้มองหาวิธี (เช่น ลำแสงที่ตกกระทบ) เพื่อขับเน้นรายละเอียดบางอย่าง ทำให้ภาพง่ายๆ ดูมีมิติและน่าสนใจขึ้น จะว่าไปก็เป็นเรื่องย้อนแย้ง เพราะอย่างที่คนชอบพูดกันว่า บางครั้งทำน้อยกลับได้มาก เรื่องนี้ก็เช่นกัน

4. แอนตาร์กติกา

เคล็ดลับถ่ายภาพ
ทัศนียภาพอันกว้างใหญ่ไพศาลของแอนตาร์กติกาอาจทำให้ใครหลายคนนึกอยากเก็บทุกสิ่งทุกอย่างไว้ในภาพ ซึ่งมักลงเอยด้วยภาพถ่ายที่น่าเบื่อ ลองใช้เลนส์ซูมเลือกเจาะรายละเอียดบางอย่างในภูมิประเทศ มองหารูปทรงที่มีมิติหรือดูแปลกตา สีสันอันรุ่มรวย และพื้นผิวที่ดูน่าสนใจ

5. เวนิส, อิตาลี

เคล็ดลับถ่ายภาพ
เมื่อสีสันของสถานที่อาจช่วยขับเน้นอารมณ์ของภาพ ลองเลือกปิดโหมดไวต์บาลานซ์ออโต้ (auto white balance) ของกล้อง ผมถ่ายภาพเวนิสภาพนี้หลังพระอาทิตย์ตกนานจนแสงเริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน ซึ่งปกติระบบไวต์บาลานซ์ออโต้จะเปลี่ยนโทนให้เป็นสีเทาดูน่าเบื่อ

6. เกาะอีสเตอร์, ชิลี

เคล็ดลับถ่ายภาพ
ลองทำประหนึ่งว่าประติมากรรมรูปบรรพบุรุษที่เรียกว่า โมไอ บนเกาะราปานูอีหรือเกาะอีสเตอร์เหล่านี้เป็นเหมือนผู้คน ลองเดินไปรอบๆ แล้วถ่ายภาพที่เห็นแบบเดียวกับที่คุณทำเวลาเดินไปตามท้องถนน

7. ปราสาทตาพรหม, นครวัด, กัมพูชา

เคล็ดลับถ่ายภาพ
ถ้ามีโอกาสไปเยือนนครวัด อย่าพยายามต่อสู้กับฝูงชนตามจุดสนใจหรือสถานที่ที่เป็นไฮไลต์ต่างๆ อดทนให้มาก แล้วจัดเวลาไปถ้าไม่แต่เช้าตรู่ก็เย็นสักหน่อย อีกทางเลือกหนึ่งคือ แยกตัวเองออกไปจากกรุ๊ปทัวร์ แล้วมองหามุมเงียบๆ น่าสนใจ อย่าไปเสียเวลาหัวเสียกับผู้คนมากมาย สู้มองหามุมสงบอย่างภาพรากต้นไทรที่แทรกตัวไปตามซอกหินของปราสาท คุณจะได้ภาพน่าสนใจกว่ามาก

8. อุทยานแห่งชาติเซเรงเกติ, แทนซาเนีย

เคล็ดลับถ่ายภาพ
ก่อนอื่นให้ลืมว่า คุณต้องได้ภาพถ่ายดีที่สุด แต่ให้มองหาอะไรที่แปลกตาน่าสนใจ ยอมรับให้ได้ว่าสภาพแสงหรืออากาศที่อาจดูแข็งกระด้างคือโอกาสถ่ายภาพที่น่าสนใจ อย่างภาพถ่ายฝูงวิลเดอบีสต์อพยพภาพนี้ที่ทำให้ผมนึกถึงภาพเขียนบนผนังถ้ำ

9. เกาะเซนต์กิลดา, สกอตแลนด์

เคล็ดลับถ่ายภาพ
ภาพถ่ายที่ดีภาพเดียวอาจบอกเล่าเรื่องราวของสถานที่นั้นๆ ได้ อย่างเช่นที่นี่ ลองปีนขึ้นเขาเพื่อให้ได้ภาพมุมกว้างเป็นบริบทของภาพถ่ายเก็บรายละเอียดอื่นๆ ที่จะตามมา ในภาพนี้ ผมอยากสะท้อนภาพความอ้างว้างของเกาะเซนต์กิลดา ซึ่งถูกทิ้งร้างเมื่อปี 1930 หลังการตั้งถิ่นฐานของชุมชนมายาวนานนับพันปี

10. มาชูปิกชู, เปรู

เคล็ดลับถ่ายภาพ
เปิดใจยอมรับเหตุการณ์ไม่คาดฝันว่าเป็นโอกาส ตอนที่ผมขึ้นไปถ่ายภาพมาชูปิกชูจากขั้นบันไดที่อยู่สูงขึ้นไป ผมไม่ได้มองว่า ตัวลามะเหล่านี้เข้ามารบกวนภาพถ่ายของผม แต่พวกมันทำให้ภาพถ่ายจากมุมที่คนเห็นจนชินตาภาพนี้ของผมดูน่าสนใจขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ

เรื่องและภาพถ่าย  จิม ริชาร์ดสัน


สารคดีแนะนำ

24 ภาพถ่ายน่าทึ่งของสายรุ้งจากทั่วทุกมุมโลก

เรื่องแนะนำ

แค่แตะมูลค้างคาวอาจถึงตาย

ระหว่างการทำงานที่ได้รับมอบหมายในถ้ำที่เต็มไปด้วยค้างคาวและงู ช่างภาพคิดว่าเขารู้จักอันตรายทั้งหมด แต่ภัยคุกคามต่อชีวิตที่แท้จริงมาถึงเมื่อเขาก้าวออกจากถ้ำ

ชมภาพอันน่าขนลุกภายในเมืองร้างกลางทะเลทรายที่นามีเบีย

ทะเลทรายนามิบในสภาพที่แห้งแล้งยังคงรักษาการตกแต่งของเมืองในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 เอาไว้ได้ แต่กองทรายที่ถาโถมเข้ามาในเมืองได้กลืนกินสิ่งต่างๆ ที่หลงเหลืออยู่ ที่ประเทศ นามีเบีย ในเมืองโคลมานสค็อพ (Kolmanskop) ทรายที่ปกคลุมตึกรามบ้านช่องที่เคยเป็นเหมืองเพชรเก่าดึงดูดนักท่องเที่ยวนับพัน วอลเปปอร์สีสันสดใสหลุดร่อนออกจากผนัง กองทรายไหลท่วมบรรดาซากบ้านเรือนที่ปรักหักพัง นี่คือภาพของเมืองโคลมานสค็อพ เมืองร้างกลางทะเลทรายนามิบในบริเวณแอฟริกาตอนใต้ซึ่งเป็นที่รู้จักในนาม “เขตต้องห้าม” ในประเทศ นามีเบีย โดยสาเหตุที่ทำให้โคลมานสค็อพมีสภาพเช่นนี้ก็เป็นเรื่องที่แปลกประหลาดเช่นเดียวกับสภาพของเมืองในปัจจุบัน เรื่องราวของเมืองที่แสนเจ็บปวดและน่าประหลาด เย็นวันหนึ่งในปี 1908 ในขณะที่คนงานการรถไฟชาว นามีเบีย นาม Zacherias Lewala กำลังขุดดินเพื่อปรับเส้นทางรางรถไฟและเกลี่ยเนินทราย เขาได้พบก้อนหินจำนวนหนึ่งเปล่งประกายในยามที่แสงธรรมชาติรอบตัวของเขามืดสลัว นายจ้างชาวเยอรมันของ Lewala บอกว่านี่คือเพชร อัญมณีที่มีมูลค่า แต่ Lewala ก็ไม่ได้รับรางวัลใดๆ จากการบอกข่าวดีนี้ให้กับเจ้านายของเขา เวลาต่อมา บรรดาผู้สำรวจแร่ได้แห่กันเข้ามาที่เมืองนี้ ในปี 1912 เมืองนี้ก็เจริญขึ้น และสามารถผลิตเพชรได้นับล้านกะรัตต่อปี ซึ่งเป็นอัตราส่วนร้อยละ 11.7 ของการผลิตเพชรทั้งหมดบนโลกในเวลานั้น โคลมานสค็อพกลายเป็นเมืองหรูหรากลางทะเลทรายอันเวิ้งว้าง ภายในเมืองมีทั้งร้านขายเนื้อ ร้านขายขนมอบ ที่ทำการไปรษณีย์ และโรงน้ำแข็งที่ผลิตจากน้ำสะอาดที่ขนส่งมาทางรถไฟ คนยุโรปมากมายย้ายเข้ามาทำงานในเมืองนี้และบริโภคพลังงานไฟฟ้าอย่างบ้าคลั่ง นอกจากนี้มีเรื่องเล่าว่า ครอบครัวหนึ่งได้เลี้ยงนกกระจอกเทศเพื่อข่มขวัญชาวเมือง และใช้มันลากรถลากเลื่อนบนหิมะในคืนวันคริสต์มาส แต่ความเจริญของเมืองนั้นไม่ยั่งยืน […]

เปลี่ยนห้องขังที่ว่างเปล่าให้เป็นบ้านของผู้อพยพ

เปลี่ยนห้องขังที่ว่างเปล่าให้เป็นบ้านผู้อพยพ เมื่อวิกฤติการณ์ผู้อพยพในยุโรปเริ่มขึ้นเมื่อปี 2015 มุฮัมมัด มุเฮเซน ช่างภาพของสำนักข่าวเอพี ตัดสินใจรอคอยบนชายหาดในประเทศกรีซ เฝ้ามองคลื่นผู้ลี้ภัยหลั่งไหลมาจากซีเรีย ตะวันออกกลาง และบางส่วนของแอฟริกาที่ย่อยยับจากสงคราม “คนส่วนใหญ่คิดว่า เมื่อผู้ลี้ภัยมาถึง เรื่องราวก็จบสิ้นลง แต่สำหรับผม นั่นคือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวครับ” เขาบอก มุเฮเซนเน้นการเก็บภาพในเนเธอร์แลนด์ ประเทศที่ทั้งเต็มใจจะรับผู้อพยพและกำลังลดระดับอาชญากรรมลง ห้องขังว่างเปล่าจำนวนมากทำให้รัฐบาลเนเธอร์แลนด์มองหาวิธีใช้ประโยชน์อื่นๆ ดังนั้นพวกเขาจึงเริ่มให้ผู้อพยพเข้าไปอยู่ในนั้น ที่เรือนจำ Bijlmerbajes ในกรุงอัมสเตอร์ดัม เมืองหลวงของเนเธอร์แลนด์ ผู้ลี้ภัยที่เหนื่อยล้ากว่า 600 คนได้รับเตียงนอน อาหารอุ่นๆ และหลังคาคุ้มศีรษะ ทั้งหมดเป็นสิ่งชั่วคราว จนกว่าพวกเขาจะได้ที่อยู่อาศัยในเนเธอร์แลนด์ ได้อยู่ในบ้านที่แท้จริง และมีงานทำ (ผลการศึกษาใหม่ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศจะยิ่งขับให้วิกฤติผู้อพยพย่ำแย่ลง) ตลอดปีที่ผ่านมา มุเฮเซนกลับไปเรือนจำ Bijlmerbajes เป็นครั้งคราวเพื่อถ่ายภาพชีวิตครอบครัวในนั้น ทั้งช่วงเวลาที่เคร่งเครียด ช่วงเวลาเล่นสนุก และการหมดความอดทนในการรอคอยการตัดสินใจครั้งต่อไปของรัฐบาลที่จะทำให้พวกเขามีชีวิตใหม่ ล้วนเผยให้เห็นเบื้องหน้ากล้องถ่ายภาพของเขา สิ่งเดียวที่ดูเหมือนไม่ได้สร้างปัญหาให้ใครเลยก็คือสถานที่ “เราไม่สนใจหรอกค่ะ” หญิงคนหนึ่งบอกเขาถึงการใช้ชีวิตในที่ซึ่งเคยเป็นเรือนจำ “สิ่งสำคัญก็คือเราปลอดภัย” เรื่อง แดเนียล สโตน ภาพถ่าย มุฮัมมัด มุเฮเซน

แคนยอนเร้นลึกแห่งออสเตรเลีย

มีเพียงเชือก ไม่ง้อจีพีเอส ชาวออสเตรเลียใจกล้าเหล่านี้ทิ้งตัวลงสู่แคนยอนเร้นลึกแห่งทิวเขาบลูเมาน์เทนส์ เพื่อยลโฉมความงดงามของธรรมชาติที่น้อยคนจะมีโอกาสได้สัมผัส