สวิตเซอร์แลนด์ ความทรงจำที่ถ่ายทอดออกมาในมุมมองของ ว่าน ธนกฤต

สวิตเซอร์แลนด์ กับความงามที่ประทับในความทรงจำ

บันทึกการเดินทางใน สวิตเซอร์แลนด์

ณ สวิตเซอร์แลนด์

ไม่เห็นต้องมีอะไรใหม่ แค่ไปหายใจด้วยสายตา

เรื่องยากที่สุดหลังจากจบบรรทัดนี้คือ การเลือกว่าจะเริ่มเขียนด้วยดินสออย่างที่คุ้นเคย หรือพิมพ์ไปเลยแบบทํางานต่อได้สะดวก จุดปล่อยตัวของถ้อยความเหล่านี้เกิดขึ้นระหว่างทริปครอบครัว ขณะผมอยู่บนรถไฟขาลงจากยอดเขาแมตเตอร์ฮอร์น พิกัดก็ละแวกๆ เทือกเขาแอลป์ที่ สวิตเซอร์แลนด์ ครับ

สวิตเซอร์แลนด์, การท่องเที่ยว, เที่ยวสวิสเซอร์แลนด์, แมตเตอร์ฮอร์น

ในช่วงห้าปีที่ผ่านมา การพกกล้องติดตัวไปจากบ้านแทบกลายเป็นเรื่องปกติรองจากเสื้อผ้า นาฬิกา และโทรศัพท์มือถือ  การเดินทางเยือนสวิตเซอร์แลนด์รอบนี้จึงไม่น่าแปลกที่จะมีภาพถ่ายมากมายกลับไป สาเหตุเพราะภูมิประเทศที่งดงาม และผู้คนที่ใช้ความงดงามนั้นทํากิจกรรมกับครอบครัว ที่ไม่ได้เบียดเบียนธรรมชาติจนเกินไป เช่น เดินป่า ปีนเขา จิบชา พากันกระหนุงกระหนิง อะไรทํานองนั้น.. ทําให้การยกกล้องกดชัตเตอร์ทุกครั้งเรียกได้ว่า แทบหวังผลได้ทั้งความงดงามและความสดชื่น

ให้ภาพเล่าความสบายหัวใจไปด้วยนะครับ ส่วนเรื่องรายละเอียดการเดินทางคุณสามารถไปหา ข้อมูลหรือถามไกด์เอาคงไม่ยากนัก ผมใช้เวลาอยู่ที่นั่นราว 6 วัน กับการพาประชากรวัยทอง 3 คนไปเที่ยวในจุดที่ไม่ยากเย็นนัก นั่งรถไฟบ้าง รถรางบ้างแบบเนิบๆ ขึ้นเขาลงเขาย้ายเมืองนิดหน่อย แต่ทุกที่ก็สร้างรอยยิ้มมุมปากที่ต่างกันแบบแปลกๆ

โชคดีตั้งแต่วันแรกที่ไปถึงคืออากาศดีเต็ม 10 คะแนนทุกวันครับ ฟ้าเปิดโล่ง เด็กซนๆ บนยอดเขาริกิ ทางเดินยาวๆ ไม่ชันเกินไปนักที่ Oeschinen ปลาเทราท์ไม่ยอมง่วงใน Blausee Lake เงาสะท้อนคมๆ และลมไม่แรงนักที่แมตเตอร์ฮอร์น ทุกจุดหมายจึงได้ภาพที่น่าพึงพอใจมาหมดครบถ้วน

ที่ผมบอกว่า..”ไปหายใจด้วยสายตา” คงเป็นวิธีสรุปผลง่ายๆ ของผมเอง หากตัดเรื่องเงินทอง วันเวลา การขาดงานอะไรออกไป ทุกการเดินทางทําให้สมองคุณ ‘ยืดกว้าง’ ออกเสมอ เดาเอาเองว่าจะปวดเมื่อย จะเปลืองจ ะป่วยไข้สักหน่อย ก็ยังสุขหัวใจที่ได้ออกเดินทาง อาจเพราะได้แบ่งภาระทางการหายใจจากจมูกมาสูดเก็บบรรยากาศลึกๆ ทางสายตาแทนได้บ้าง

ความสุขของผมในทริปนั้นตอบทั้งหมดด้วยรอยยิ้มของแม่ไปแล้ว.. ความสุขที่ถ่ายเก็บมาด้วย ถ้าไม่ต้องเก็บไว้ดูคนเดียวคงดีไม่น้อย

ยินดีที่ได้เขียนครับ

เรื่องและภาพถ่าย: ว่าน ธนกฤต
นักร้อง/นักแต่งเพลง/พิธีกรที่ไม่พิธีการ/ช่างภาพฝึกหัด

สุขขีดีเสมอครับ


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ >> รินด์จานี : ความฝัน ความทรงจำ และคราบน้ำตา

เรื่องแนะนำ

เล่นสกี บนทะเลสีขาวในทิวเขาแห่งแดนอาทิตย์อุทัย

ลมหนาวพัดผ่านผิวหน้า พร้อมกับร่างกายที่เคลื่อนที่อยู่บนหิมะสีขาวโพลน เป็นเหมือนช่วงเวลาที่เหมือนเราได้หลุดไปอยู่อีกโลกหนึ่ง และความกังวลใจทั้งหมดมลายหายไปกับสายลม เมื่อลมหนาวมาเยือน คงเป็นเรื่องน่าสนใจไม่น้อย หากเราได้พาตัวเองไปอยู่ในดินแดนเทพนิยาย พื้นดินขาวโพลน อากาศหนาวเหน็บบนภูเขาสูง และป่าสนที่ปกคลุมด้วยหิมะ แวดล้อมไปด้วยความเงียบ พร้อมความสดใสของท้องฟ้า และตัวละครกำลัง เล่นสกี อยู่บนหิมะอย่างมีความสุข ดินแดนที่ว่า ผมหาเจอในประเทศญี่ปุ่นครับ จุดหมายปลายทางที่อยู่ใกล้เมืองไทย และเหมาะกับการเล่นสกีในฤดูหนาว ผมพบว่ามีลานสกีอยู่หลายแห่ง ตั้งแต่ภาคกลางของเกาะฮอนชูจนถึงเหนือสุดของเกาะฮอกไกโด ความละเอียดของเกล็ดหิมะที่ญี่ปุ่นขึ้นชื่อว่านุ่มมาก แม้เราพลาดถลาล้มลงจากแผ่นสกีก็ไม่เจ็บตัวมาก และด้วยอากาศที่เย็นกำลังพอดีส่งผลให้เกล็ดหิมะด้านบนไม่จับตัวเป็นน้ำแข็ง จึงไม่ลื่นมาก นักสกีจากทั่วโลกต่างหลั่งไหลมาญี่ปุ่นเพื่อการนี้ การเริ่มต้นเล่นสกีที่ญี่ปุ่นไม่ใช่เรื่องยุ่งยากครับ แต่ละแห่งมีครูฝึกสอนชาวญี่ปุ่นคอยแนะนำวิธีการเล่นสกีอย่างถูกต้องและปลอดภัย เด็กๆสามารถเริ่มเล่นได้ตั้งแต่อายุ 5 ขวบเป็นต้นไป บางแห่งมีครูชาวต่างชาติที่พูดภาษาอังกฤษได้ประจำอยู่ที่ลานสกี โดยเฉพาะช่วงเทศกาลท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่น สถานที่ยอดนิยมสำหรับนักสกีมีหลายแห่ง ทั้งโตเกียว โอซากา และฮอกไกโด สำหรับนักสกีมืออาชีพมักคุ้นเคยกับสถานที่ และรู้จักช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเล่นสกี สำหรับผู้เริ่มต้นหรือคนไม่เคยเล่นสกีมาก่อน สามารถเลือกลานสกีที่มีครูฝึกประจำได้ ในเรื่องอุปกรณ์ โรงแรมที่อยู่ใกล้ลานสกีส่วนใหญ่เตรียมอุปกรณ์ไว้ให้เช่า หรือเราสามารถขึ้นไปเช่าที่ลานสกีได้เลย ราคาค่าเช่าเริ่มต้นที่หลักร้อยบาทต่อวัน นอกจากนี้ยังมีร้านเช่าอุปกรณ์ในเมืองที่พบได้ประปรายซึ่งราคาย่อมเยาลงมา ลานสกีในประเทศญี่ปุ่นมีมากกว่า 500 แห่ง ความสวยงามและความยากง่ายแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับช่วงเวลา นักท่องเที่ยวชาวไทยส่วนใหญ่มักเดินทางไปรวมตัวกันที่ฮอกไกโด แต่ขอแอบบอกว่า ที่นี่นักท่องเที่ยวเยอะมากจนแน่นลานสกี โดยเฉพาะช่วงวันหยุดยาวปลายปี ถ้าอยากไปจริงๆ […]

เยือนดินแดนซึ่งคนตายไม่เคยหลับใหลบนเกาะ ซิซิลี

เยือนดินแดนซึ่งคนตายไม่เคยหลับใหลบนเกาะ ซิซิลี ซิซิลี – ณ วัดของบาทหลวงคณะกาปูชินในเมืองปาแลร์โม เมืองหลวงของแคว้น ซิซิลี ซึ่งตั้งอยู่ ณ จัตุรัสอันเงียบสงัดใกล้กับสุสาน หากเดินลงบันไดผ่านรูปสลักไม้ของแม่พระมหาทุกข์ เราจะพบประตูที่นำไปสู่ห้องเก็บศพใต้ดิน ห้องนี้มีขนาดใหญ่โตมโหฬาร พร้อมเพดานโค้งและทางเดินที่ทอดยาวไปทางมุมด้านขวา อากาศภายในห้องเย็นเยียบ อับชื้น และเหม็นเปรี้ยวจากกลิ่นฝุ่นและเสื้อผ้าที่เปื่อยยุ่ย ตามหิ้งบนผนังมีศพร่วม 2,000 ศพตั้งเรียงรายอยู่ในหีบที่ผุพัง พวกเขาแต่งองค์ทรงเครื่องด้วยเสื้อผ้าที่ดีที่สุดหรือเครื่องแบบชุดเก่งราวกับจะแต่งตัวไปอวดใคร เรื่อง        เอ. เอ. กิลล์ ภาพถ่าย วินเซนต์ เจ. มูซี ในยุโรป การผึ่งศพให้แห้งและการรักษาสภาพศพเป็นธรรมเนียมปฏิบัติอันเป็นเอกลักษณ์ของซิซิลี แม้จะพบในพื้นที่อื่นๆของอิตาลีบ้างก็ตาม แต่ส่วนใหญ่อยู่ในซิซิลีที่ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างคนเป็นกับคนตายเหนียวแน่นเป็นพิเศษ ปรากฏการณ์นี้ก่อให้เกิดคำถามว่า พวกเขาทำเช่นนี้ไปเพื่ออะไร และเพราะเหตุใดจึงนำซากศพเหล่านี้มาจัดแสดง ร่างไร้วิญญาณเหล่านี้อยู่ในอากัปกิริยาต่างๆที่บ่งบอกถึงบุคลิกและอุปนิสัยใจคอของแต่ละคน ขากรรไกรของพวกเขาอ้าค้างราวกับกำลังกรีดร้องแต่ไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา ฟันที่ผุกร่อนแสยะยิ้มคุกคาม เบ้าตาจ้องมองออกมาอย่างสิ้นหวัง ผิวหนังหยาบกร้านหุ้มกระดูกแก้มที่แห้งตอบและข้อนิ้วที่หลุดลุ่ย ซากศพเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นของคนร่างเล็ก แขนทั้งสองข้างอยู่ในท่ากอดอก ขณะที่ลำตัวถูกรั้งให้ตั้งตรงด้วยลวดและตะปู ศีรษะตกพับอยู่บนไหล่ ร่างกายค่อยๆเสื่อมสภาพลงพร้อมๆกับท่วงท่าฝืนสังขารลอกเลียนคนเป็น คูหาเก็บศพเหล่านี้แบ่งแยกชัดเจนระหว่างนักบวชกับฆราวาส ด้านหนึ่งเราจึงพบบรรดาแพทย์ ทนาย และตำรวจในเครื่องแบบ แล้วยังมีคูหาสำหรับสตรีที่มัคคุเทศก์บอกว่า เราสามารถชื่นชมแฟชั่นของวันวานได้ แต่ซากศพเหล่านั้นสวมเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง ขะมุกขะมอม […]

อดีตเหมืองเกลือที่ปัจจุบันกลายเป็นสวนสนุก

อดีตเหมืองเกลือที่ปัจจุบันกลายเป็นสวนสนุก หากคุณผู้อ่านมีโอกาสได้เดินทางไปท่องเที่ยวยังประเทศโรมาเนีย นอกเหนือจากปราสาทแดร็กคูล่าที่ว่ากันว่าไม่ไปเท่ากับไปไม่ถึงแล้ว อย่าลืมเดินทางไปสัมผัสบรรยากาศของสวนสนุกที่ไม่เหมือนที่ใดบนโลก ขอต้อนรับเข้าสู่สวนสนุกสุดแปลกที่ความสนุกอยู่ใต้ดินลึกลงไปถึง 120 เมตร ในอดีตตั้งแต่ปี 1932 สวนสนุกแห่งนี้เคยเปิดเป็นเหมืองเกลือขนาดใหญ่มาก่อน เมื่อกิจการของเหมืองซบเซาและปิดลง ในปี 1992 ทางโรมาเนียตัดสินใจเปิดเหมืองใต้ดินแห่งนี้ขึ้นเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ต่อมาในปี 2008 เหมืองแห่งนี้ก็ได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่ ณ วันนี้ ถ้าคุณมีโอกาสได้เข้าไปเยี่ยมชมภายในเหมือง จะได้สัมผัสกับบรรยากาศสุดล้ำราวกับสถานที่ในโลกอนาคต ภายในมีพิพิธภัณฑ์และสวนสนุก นอกจากนั้นยังมีลานกีฬาที่นักท่องเที่ยวสามารถตีกอล์ฟ, เล่นปิงปอง, โยนโบวลิ่ง ไปจนถึงพายเรืออีกด้วย ว่าแล้วก็รีบจองตั๋วไปโรมาเนียกัน!   อ่านเพิ่มเติม อลังการงานสร้าง ความงามของสถานีรถไฟใต้ดินในมอสโก