ฟรีไดฟ์ (Free diving) ดำดิ่งในทะเลประเทศมัลดีฟส์ ที่ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นสวรรค์ของนักดำน้ำ

โต๋เต๋ ทะเลมัลดีฟส์ ออกไปฟรีไดฟ์สัมผัสโลกใต้ทะเล

ผมชอบดำน้ำครับ ก็ดำไปเรื่อยตั้งแต่ดำเล่นๆ จนมาเป็นผู้ฝึกสอน ถ้านับรวมเวลาก็ประมาณ 25 ปีแล้ว

ปกติคนทั่วไปรู้จักกิจกรรมดำน้ำในรูปแบบใช้ถัง หรือสกูบา (Scuba diving) กับการดำน้ำแบบลอยเท้งเต้งอยู่บนผิวน้ำพร้อมชูชีพ หรือสนอร์เกิล (Snorkeling diving) ตอนนี้ มีการดำน้ำรูปแบบใหม่ที่พัฒนาจากกีฬา ด้วยการกลั้นหายใจใต้น้ำ เสริมเทคนิคต่างๆให้อยู่ในน้ำได้นานขึ้น ใกล้ชิดกับธรรมชาติมากขึ้น โดยไม่ต้องแบกอุปกรณ์ หรือที่เรียกว่า ฟรีไดฟ์ (Free diving)

มัลดีฟส์เป็นจุดหมายยอดฮิตสำหรับนักดำน้ำ และเป็นสถานที่สุดโปรดของเหล่าฟรีไดฟ์ ด้วยเหตุผลที่ว่า แต่ละจุดดำน้ำมีทัศนียภาพแตกต่างกัน เราไม่จำเป็นต้องลงลึกเท่ากับสกูบา และไม่ได้ลอยอยู่บนผิวน้ำแบบสนอร์เกิล  เรียกว่าอยู่ในระดับกลางๆ ไม่ยากไม่ง่าย การมองหาสัตว์ทะเลอย่างฉลามวาฬก็ทำได้ง่าย เมื่อเราพบตัวอะไรก็สามารถพุ่งเข้าไปด้วยฟิน (ตีนกบ) ถ้ากลั้นหายใจได้นานก็สามารถเข้าใกล้สัตว์ทะเลได้ใกล้ชิดมากขึ้น ทั้งเต่าทะเลและปลาเก๋า นับเป็นเสน่ห์ของฟรีไดฟ์ที่หลายคนหลงใหล

ฟรีไดฟ์, มัลดีฟส์, ดำน้ำ, ดำน้ำที่มัลดีฟส์

การเดินทางไปมัลดีฟส์ควรพิจารณาเรื่องที่พักด้วยนะครับ เพราะในประเทศนี้มีเกาะเป็นร้อยแห่ง บางแห่งที่พักสวยและราคาถูก ซึ่งเราอาจพบฝูงปลามากมาย หรือเดินทางไปช่วงตั๋วเครื่องบินราคาถูก เราอาจไม่เจอกระเบนราหูก็ได้ นอนรีสอร์ตหรูก็ใช่ว่าจะเจอพี่จุด (ฉลามวาฬ) ที่ผมพยายามสื่อคือ อย่าไปเลือกที่พักเพราะราคาหรือแค่ความสวยงาม ถ้าคุณตั้งใจไปฟรีไดฟ์ ลองถามคนเคยไปฟรีไดฟ์มาแล้วดีกว่า ที่มัลดีฟส์มีรีสอร์ตหลายแห่งที่เปิดบริการสำหรับนักฟรีไดฟ์โดยเฉพาะ นึกตามง่ายๆคือ คุณตื่นขึ้นจากเตียง แล้วสามารถกระโดดลงทะเลจากหน้าที่พักของคุณได้เลย หรืออย่างน้อยก็นั่งเรือออกจากที่พักเพียงไม่กี่นาทีก็ลงดำน้ำได้แล้ว

อ่านเพิ่มเติม: กระเบนราหูรวมตัวกันในงานเลี้ยงโกลาหล

หมู่เกาะมัลดีฟส์ทางใต้ หรือ South Ari Atoll มีอุทยานแห่งชาติทางทะเลฉลามวาฬ (Whale Sharks Marine Park) ซึ่งเป็นที่อยู่ตามธรรมชาติของฉลามวาฬ สามารถพบเห็นตัวได้ง่ายเพียงนั่งเรือหรือเดินออกไปแค่ชั่วอึดใจ ฝูงฉลามวาฬมักปรากฏตัวในบริเวณนี้ทุกวันราวกับนัดกันไว้ ส่วนใหญ่แหวกว่ายอยู่ที่ความลึก 5-25 เมตร เป็นระดับความลึกที่ไม่ยากมากสำหรับฟรีไดฟ์

ฟรีไดฟ์, ทะเลมัลดีฟส์, มัลดีฟส์, ฟรีไดฟ์ที่มัลดีฟส์, ดำน้ำที่มัลดีฟส์, ดำน้ำ

ข้ามไปอีกฝั่งของเกาะไม่เกินห้านาที เราพบกับแหล่งหาอาหารของปลากระเบน หรือที่นักดำน้ำรู้จักกันในชื่อ Manta Feeding Station ปลากระเบนมักว่ายเข้ามากินอาหารกันตามธรรมชาติ ที่ความลึกประมาณ 3-5 เมตร โดยเฉพาะช่วงเย็น เราสามารถดำน้ำแล้วพบกับฝูงปลากระเบนหลายสิบตัว หากจัดสรรเวลาให้ดีและโชคเข้าข้าง คุณอาจเจอสัตว์ทะเลหลากหลายชนิด จนคุณมีรูปถ่ายโพสต์บนโซเชียลมีเดียไปอีกหลายเดือนหลังจากจบทริป

ในส่วนหมู่เกาะทางเหนือ หรือ North Ari Atoll เราพบทั้งปลาฉลามเสือและปลากระเบนราหูกำลังแหวกว่ายคล้ายนกบิน บางจังหวะว่ายโฉบเข้ามาใกล้เรามาก นอกจากนี้ เราพบกับโลมาที่ร่าเริง ชอบว่ายน้ำเล่นกับนักฟรีไดฟ์ อีกทั้งฝูงปลานานาชนิด จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งคือภูมิทัศน์ใต้ท้องทะเล ทั้งซากเรือล่มและถ้ำใต้น้ำ ซึ่งอยู่ในระดับที่สามารถดำลงไปถ่ายภาพได้ อุณหภูมิน้ำไม่เย็นมากเมื่อเทียบกับหมู่เกาะทางใต้

ในแง่ของวิถีชีวิตชาวเกาะ เราอาจร่วมดำน้ำลงไปเก็บหอยมุก เพื่อชมวิถีของชาวประมงได้ คนพื้นเมืองส่วนใหญ่ในมัลดีฟส์ยังประกอบอาชีพประมงท้องถิ่น คุณสามารถไปพบกับชาวบ้านบนเกาะ Filitheo หรือเกาะ Kuredu ที่มีเกสต์เฮาส์และตลาดชุมชน ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะ ชาวบ้านอาจพาคุณลงไปดำน้ำกับพวกเขาได้ ถ้าเจรจาลงตัว เราอาจไม่ต้องเสียค่าจ้างวาน เพราะชาวบ้านอยากนำเสนอวิถีฟรีไดฟ์ที่ถูกต้องให้แก่นักท่องเที่ยวอยู่แล้ว

ฟรีไดฟ์, ทะเลมัลดีฟส์, มัลดีฟส์, ฟรีไดฟ์ที่มัลดีฟส์, ดำน้ำที่มัลดีฟส์, ดำน้ำ

สิ่งสำคัญที่ต้องทราบสำหรับการฟรีไดฟ์คือ ห้ามสัมผัสสิ่งมีชีวิตทุกชนิด ห้ามพกมีด และห้ามหยิบทุกอย่างที่อยู่ในทะเลขึ้นมา และที่สำคัญ ห้ามว่ายน้ำตัดหน้าสัตว์ใหญ่ และต้องเป็น Certified Free-diver เท่านั้น (ไม่ใช่ skin dive หรือการดำไม่เกิน 5 เมตร) สำหรับผู้ที่สนใจกิจกรรมประเภทนี้ ควรไปเรียนคอร์สดำน้ำแบบฟรีไดฟ์มาก่อน เพื่อความปลอดภัยของตัวเองและสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในทะเล

ฟรีไดฟ์, ทะเลมัลดีฟส์, มัลดีฟส์, ฟรีไดฟ์ที่มัลดีฟส์, ดำน้ำที่มัลดีฟส์, ดำน้ำ

สำหรับตัวเลือกในการเดินทางเข้าที่พัก เมื่อเราบินไปถึงมาเล เมืองหลวงของมัลดีฟส์ ผมแนะนำว่า ควรเดินทางต่อด้วยเครื่องบินไปยังอะทอลล์ ดีกว่าการนั่งเรือครับ เนื่องจากใช้เวลาน้อยกว่าและราคาไม่ต่างกับการนั่งเรือมากนัก ทั้งหมดทั้งมวลเพื่อเราจะได้มีเวลาเพลิดเพลินกับกิจกรรมต่างๆมากขึ้น โดยไม่อ่อนเพลียจนเกินไป

ขอให้สนุกกับฟรีไดฟ์ที่มัลดีฟส์นะครับ

เรื่องและภาพถ่าย: ดร.กุลเดช สินธวณรงค์


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ: มหัศจรรย์แห่งชีวิตใต้ทะเล

สิ่งมีชีวิตใต้ทะเล
ปลาการ์ตูนสีส้ม, เกาะสิปาดัน, มาเลเซีย
ภาพถ่ายโดย Marc Hornig

เรื่องแนะนำ

เรื่องราวที่ควรรู้เพื่อการเรียนดำน้ำ

เพราะทะเลไทยเป็นแหล่งดำน้ำติดอันดับของโลก ทำให้คนไทยเริ่มสนใจเริ่มเรียนดำน้ำเพื่อสำรวจโลกใต้ทะเลอันสวยงามที่ใกล้บ้าน นี่คือข้อมูลน่ารู้สำหรับผู้ที่สนใจ เรียนดำน้ำ   การดำน้ำเป็นกิจกรรมที่มาพร้อมกับการท่องเที่ยวทางทะเลซึ่งได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ โดยประเทศไทยนั้นมีพื้นที่ชายฝั่งทะเลกว้างใหญ่ทั้งทะเลฝั่งอันดามันและอ่าวไทย ที่ติดอันดับในเรื่องของความสมบูรณ์และสวยงามของโลกใต้ทะเล จนได้รับการจัดอันดับให้เป็นแหล่งดำน้ำที่ดีที่สุดในโลกอยู่บ่อยครั้ง ทำให้มีคนไทยเริ่มสนใจการ เรียนดำน้ำ เพื่อให้มีทักษะเพียงพอเพื่อการออกไปสำรวจสิ่งแวดล้อมใต้ทะเลเช่นเดียวกับแนวคิดการออกไปสำรวจป่าไม้บนพื้นดิน แต่อย่างไรก็ตาม การ “ เรียนดำน้ำ ” คือกระบวนการสำคัญสำหรับคนที่อยากท่องเที่ยวพร้อมกับสำรวจใต้ทะเลต้องผ่านไปให้ได้ ซึ่งนัก (อยาก) ดำน้ำหลายคนอาจเปลี่ยนใจเนื่องจากมีความคิดไปก่อนว่าการ เรียนดำน้ำ เป็นเรื่องที่ยากเข็ญ ซ้ำต้องทุ่มเทเวลาให้มากมาย รวมถึงคิดว่าค่าใช้จ่ายในการเรียนนั้นต้องสูงเป็นแน่ ทั้งที่ความจริงแล้วสิ่งเหล่านี้อาจไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด นี่คือข้อมูลเบื้องต้นสำหรับผู้ที่สนใจเรียนดำน้ำสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสความสวยงามใต้ท้องทะเลที่น่าตื่นตาตื่นใจด้วยตาของตัวเอง เหตุผลของการเรียนดำน้ำ แรงบันดาลใจของผู้เรียนดำน้ำโดยส่วนมากคือต้องการไปสัมผัสโลกใต้น้ำที่สวยงาม เช่น ปลาทะเลหายาก ปะการังหลากชนิด และระบบนิเวศทางทะเลที่สวยงามด้วยตัวเอง โดยมักเป็นการต่อยอดจากการไปเที่ยวทะเลเพื่อสัมผัสบรรยากาศสวยงามหรือเล่นน้ำทะเลตามชายฝั่ง เหตุผลนี้เองทำให้หลายคนชื่นชอบการดำน้ำอย่างยิ่ง เพราะการดำน้ำในแต่ละครั้ง ผู้ดำน้ำไม่มีทางทราบว่าจะได้พบเจออะไรหรือมีสิ่งใดรอให้ค้นพบอยู่ ดังนั้น การดำน้ำคือความสนุกของผู้ที่อยากสำรวจทะเลโดยแท้จริง แต่อย่างไรก็ตาม มีนักดำน้ำจำนวนไม่น้อยที่ต่อยอดจากการดำน้ำเพื่อความหย่อนใจไปยังจุดประสงค์อื่น เช่น เพื่อเป็นนักสำรวจทางทะเล ช่างภาพใต้น้ำที่คอยบันทึกภาพอันสวยงามของโลกใต้น้ำ หรือแม้กระทั่งการเป็นนักกู้ภัยทางทะเลก็จำเป็นต้องมีทักษะการดำน้ำที่ดี ประเภทของการดำน้ำ ประเภทของการดำน้ำที่นิยมโดยทั่วไปมีดังต่อไปนี้ 1. การดำน้ำแบบ Snorkeling หรือการดำน้ำตื้น โดยผู้ดำน้ำจะลอยอยู่บริเวณผิวน้ำ และหายใจโดยการอมท่อหายใจ การดำน้ำประเภทนี้เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มต้นดำน้ำ หรือไม่มีประสบการณ์ในการดำน้ำมาก่อน […]

เขื่อนเชี่ยวหลาน สวรรค์ของนักผจญภัยที่ไม่ควรพลาด

เขื่อนเชี่ยวหลาน เขื่อนรัชชประภา หรือกุ้ยหลินเมืองไทย เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ต้องมาเยือน สำหรับผู้ที่อยากสัมผัสกับการผจญภัยในหน้าร้อน เขื่อนเชี่ยวหลาน เดิมเป็นชื่อของ เขื่อนรัชชประภา ตั้งอยู่ที่ตำบลเขาพัง อำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นเขื่อนอเนกประสงค์ที่สร้างขึ้นเพื่อใช้ประโยชน์ในด้านการชลประทาน และการผลิตกระแสไฟฟ้า นอกจากนี้ ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีบรรยากาศวิวทิวทัศน์อันแสนสวยงาม หรือที่คนไทยมักเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “กุ้ยหลินเมืองไทย”  ซึ่งที่มาของชื่อนี้ได้มาจากภูมิทัศน์ที่คล้ายกับสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตในประเทศจีน เมื่อมาถึงจังหวัดสุราษฎร์ธานี ก็ไม่ควรพลาดที่จะต้องไปเขื่อนเชี่ยวหลาน ที่นี่นอกจากบรรยากาศที่สวยงามแล้ว ยังมีสถานที่มากมายที่คนรักการผจญภัยไม่ควรพลาด  เช่น การเดินชมถ้ำ  พายเรือคายักส่องสัตว์ยามเย็น และตกปลาในละแวกใกล้เคียงก็สามารถทำได้เช่นกัน 5 สถานที่ในเขื่อนเชี่ยวหลานที่ไม่ควรพลาดสำหรับคนรักการผจญภัย 1. สวนสัตว์มอร์นิง ซาฟารี มีบริการล่องเรือส่องสัตว์ นักท่องเที่ยวจะได้เรียนรู้วิถีชีวิตและพฤติกรรมสัตว์  ระหว่างทางจะได้พบกับสัตว์ป่านานาชนิดในอุทยานฯ อาทิเช่น ฝูงลิง ฝูงกระรอก ฝูงค่างแว่นบนต้นไม้สูงใหญ่ และยังมีสัตว์ที่หาดูได้ยากอย่างเช่น นกอินทรีขนาดใหญ่เกาะอยู่ตามตอไม้กลางน้ำ ตัวเลียงผาที่ออกมาเดินหากินตามหน้าผา นกเงือกหากินบริเวณที่มีผลไทรป่าสุก ซึ่งมักจะอยู่เป็นคู่หรือกลุ่มเล็กประมาณ 3-5 ตัว มีข้อแนะนำเล็กน้อยว่า ในการล่องเรือส่องสัตว์ห้ามส่งเสียงดัง เพราะจะทำให้สัตว์ตื่นกลัวได้ 2. ถ้ำปะการัง เป็นถ้ำที่อยู่ด้านในเขาสก นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางโดยเรือหางยาว หรือนั่งแพยนต์ เพื่อไปเดินป่า และเข้าชมความงามถ้ำปะการังได้ […]

ครีมกันแดดทางเลือกเพื่อปะการัง

รู้หรือไม่ว่าสารเคมีในครีมกันแดดทั่วไปที่คุณใช้กำลังทำลายปะการัง ทริปไปทะเลครั้งหน้าลองเปลี่ยนมาใช้ครีมกันแดดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมดูสิ

เทคโนโลยีใหม่ “เต็นท์” ที่ช่วยให้การตั้งแคมป์ใต้น้ำเป็นไปได้

“เต็นท์” ใต้น้ำใหม่นี้ช่วยให้นักดำน้ำสามารถงีบหลับ กิน อีกทั้งยังช่วยลดความดันอากาศใต้คลื่น ตั้งแต่รุ่งอรุณแห่งยุค SCUBA สมัยใหม่ นำโดย Jacques Cousteau ในต้นปี 1940 นักสำรวจมหาสมุทรได้แสวงหาวิธีการใหม่ในการอยู่ใต้ทะเลได้นานขึ้น เพราะเดิมทีถังออกซิเจนสามารถบรรจุก๊าซได้ในปริมาณที่จำกัด อีกทั้งในเรื่องของสรีรวิทยาของมนุษย์ภายใต้แรงดันน้ำในทะเลลึก ทำให้นักประดาน้ำจำเป็นต้องว่ายน้ำขึ้นมาหายใจบนผืนน้ำอยู่เป็นระยะ นักสำรวจของทาง National Geographic อย่าง Michael Lombardi และศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก Winslow Burleson ได้ทำการออกแบบและจดสิทธิบัตร “Ocean Space Habitant” หรือเต็นท์ใต้น้ำไว้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเอาไว้สนับสนุนและช่วยให้นักดำน้ำสามารถอยู่ในทะเลได้นานกว่าปกติ เมื่อความลึกไม่เป็นอุปสรรคอีกต่อไป การใช้อุปกรณ์ช่วยหายใจใต้น้ำแบบธรรมดา (SCUBA) นั้นมีข้อจำกัดหลายประการ ประการแรกถือเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ที่จะสูดออกซิเจนเข้าไปในปริมาณที่มากกว่าปกติเวลาอยู่ใต้ทะเลลึก เพราะฉะนั้นการดำน้ำลึกแทบจะเป็นเรื่องที่มีความเป็นไปได้น้อยมาก ประการที่สองอาจเป็นกรณีที่ต้องพบกับปัญหา “โรคน้ำหนีบ” (The Bends) ซึ่งหากถึงตอนนั้นการรักษาอาจจะเป็นเรื่องยากและมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง “โรคน้ำหนีบ ถือเป็นอันตรายอย่างมากในความลึกของน้ำระดับนี้ นั่นหมายความว่าการเข้าถึงหน่วยฉุกเฉินใต้น้ำแทบจะกลายเป็นศูนย์เลย” เจนนิเฟอร์เฮย์ส ช่างภาพใต้น้ำกล่าว ในขณะที่สิ่งอำนวยความสะดวกใต้น้ำไม่เอื้ออำนวยเธอและคู่หูของเธอ ปลอดภัยไว้ก่อน จุดประสงค์ของ Ocean Space Habitat เพื่อแก้ปัญหาที่กล่าวไว้ข้างต้น ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากประสบการณ์การดำน้ำ […]