เที่ยว เกาะกวม จุดหมายยอดฮิตของชาวญี่ปุ่นอดีตผู้รุกรานสมัยสงครามโลก

เที่ยว เกาะกวม จุดหมายยอดฮิตของชาวญี่ปุ่นอดีตผู้รุกรานสมัยสงครามโลก

การเข้ายึดครอง เกาะกวม สมัยสงครามโลกครั้งที่สองของญี่ปุ่นทำให้มีผู้เสียชีวิตไปมากมาย แต่แทนที่ชาวเกาะจะยึดติดกับบาดแผล เกาะกวมเลือกให้อภัยเรื่องราวในอดีต และสร้างตัวเองเป็นแหล่งเที่ยวยอดนิยมของชาวญี่ปุ่น

เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากการจู่โจมเพิร์ลฮาร์เบอร์แบบสายฟ้าแลบ เครื่องบินรบญี่ปุ่นจำนวน 9 ลำ ได้โผล่ขึ้นเหนือน่านฟ้าของเกาะกวม และต่อสู้กับกองทัพสหรัฐฯ ที่ในขณะนั้นเป็นชาติที่ครอบครองเกาะกวมเอาไว้ ทหารญี่ปุ่นกว่า 6000 นายยกพลเข้าเกาะ และในวันที่ 10 ธันวาคม 1941 ผู้ว่าการเกาะกวมในขณะนั้นประกาศยอมแพ้ ชาวอเมริกันและชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นทหารหรือไม่ ถูกนำตัวขึ้นเรือที่มุ่งหน้าไปญี่ปุ่นในฐานะเชลยศึก ชาวชามอร์โร (Chamorro) ซึ่งเป็นชนพื้นเมืองของเกาะกว่า 13,000 คน ต้องตกอยู่ภายใต้การปกครองญี่ปุ่น และในอีกสองปีต่อมา การยึดครองได้เพิ่มระดับจากการบังคับเรียนภาษาญี่ปุ่นสู่การสังหารหมู่ตามอำเภอใจ

แม้ชาวชามอร์โรต้องพบกับประวัติศาสตร์ในฐานะการตกเป็นอาณานิคมจากชนชาติต่างๆ มาเป็นเวลา 400 ปี นับตั้งสเปนในช่วงปี 1595 และตกเป็นอาณานิคมของสหรัฐอเมริกาหลังสเปนพ่ายแพ้ในสงครามสเปน – อเมริกา ในปี 1898 ซึ่งในช่วงนั้นสเปนได้ลดจำนวนประชากรพื้นถิ่นให้เหลือร้อยละ 75 แล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ช่วงการปกครองโดยชาวญี่ปุ่นนั้นแตกต่างออกไป

เกาะกวม, สงครามโลกครั้งที่สอง, สงครามโลก
ในปี 1944 หลังจากตกอยู่ภายใต้การยึดครองของญี่ปุ่นกว่า 32 เดือน เกาะกวมได้รับการปลดปล่อยโดยทหารอเมริกัน มีทหารอเมริกันมากกว่า 7,000 นายและทหารญี่ปุ่นกว่า 17.000 คนเสียชีวิตในการต่อสู้ ภาพถ่ายโดย W. EUGENE SMITH, THE LIFE PICTURE COLLECTION/GETTY

ภายใต้การปกครองของญี่ปุ่น ชาวชามอร์โรต้องฝึกโค้งคำนับให้เหมือนชาวญี่ปุ่น ผู้ที่ทำไม่ได้มีโทษถึงตาย ผู้ชายถูกเกณฑ์แรงงานให้ไปสร้างโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ให้กับกองทัพญี่ปุ่น มีตำรวจลับสอดส่องวิถีชีวิตตลอดเวลา จนในเดือนกรกฎาคม 1944 กองทัพสหรัฐยึดเกาะกวมคืนมาได้อีกครั้ง หลังสิ้นสุดการยึดครองของชาวญี่ปุ่น มีชาวชามอร์โรเสียชีวิตไปกว่า 1,170 คน หรือราว 1 ใน 10 ของประชากร

อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาที่สหรัฐอเมริกาเข้ามาครอบครองเกาะอีกครั้ง ก็มีผู้อพยพชาวญี่ปุ่น รวมถึงคนที่เป็นลูกครึ่งญี่ปุ่น-คนพื้นเมืองที่ต้องเปลี่ยนนามสกุลของตัวเองเพื่อหลีกเลี่ยงความเกลียดชังจากชนพื้นถิ่น ค่านิยมเช่นนี้ดำเนินมาจนถึงปลายทศวรรษที่ 1960

เกาะกวม
ที่ตั้งของเกาะกวม การเดินทางโดยเครื่องบินจากญี่ปุ่นใช้เวลาราว 2-3 ชั่วโมงเท่านั้น

ยินดีต้อนรับสู่เกาะกวม

จนกระทั่งปี 1962 ผู้ที่ต้องการมาเยือนเกาะกวมต้องผ่านขั้นตอนตรวจสอบความปลอดภัยโดยกองทัพเรือ และเมื่อข้อห้ามนี้ถูกยกเลิก เงินของชาวญี่ปุ่นก็เริ่มไหลเข้ามาที่เกาะ

บรรดานักลงทุนมองเห็นถึงโอกาสที่จะเปลี่ยนเกาะกวมให้เป็นฮาวาย สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของชาวญี่ปุ่นที่มีราคาเข้าถึงได้ และเกาะกวมก็ทำสำเร็จ เนื่องจากการเดินทางโดยเครื่องบินจากญี่ปุ่นใช้เวลาราว 2-3 ชั่วโมงเท่านั้น ทำให้เกาะกวมกลายเป็นตัวเลือกที่มีราคาถูกกว่า

เกาะกวม
วันปลดปล่อยอิสรภาพของเกาะกวมเป็นเทศการเฉลิมฉลองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของปี ผู้คนจากทั่วทั้งเกาะจะออกมาเฉลิมฉลองชัยชนะของสหรัฐอเมริกาเหนือญี่ปุ่น ภายในงานมีทั้งเทศกาลคานิวัล การประกวดนางงาม และการเดินขบวนพาเหรด ภาพถ่ายโดย NANCY BOROWICK
เกาะกวม
Gianni Que เด็กชายอายุ 7 ขวบ ทำความเคารพ Genesa แม่ของเขาขณะกำลังเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์อุทยานประวัติศาสตร์สงครามแปซิฟิกบนเกาะกวมในปี 2017 ชาวเกาะกวมมีอัตราเข้าไปเป็นทหารในกองทัพสูงที่สุดในบรรดาทุกรัฐในสหรัฐฯ โดย 1 ใน 8 ของชาวบ้านเป็นทหารผ่านศึก ภาพถ่ายโดย NANCY BOROWICK

การไหลบ่าของการลงทุนและเม็ดเงินนักท่องเที่ยวทำให้มีการเปลี่ยนแปลงมุมมองของชาวเกาะกวมที่มีต่อชาวญี่ปุ่น “การต่อต้านญี่ปุ่นลดน้อยลงและเปลี่ยนเป็นการพัฒนาการท่องเที่ยวที่พุ่งเป้าไปที่ชาวญี่ปุ่น” วาคาโกะ ฮิกุจิ นักประวัติศาสตร์ กล่าวกับเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก

ในปีนี้ เกาะกวมได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นกว่า 600,000 คน มากกว่าปีที่แล้วถึงร้อยละ 25 อย่างไรก็ตาม ในปี 1997 มีนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นมาเยือนมากสูงสุดถึง 1.1 ล้านคน

เกาะกวม, คาวบอย
นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นแต่งตัวเป็นคาวบอยและทดสอบทักษะการยิงปืนของตัวเองใน Hollywood Shooting หนึ่งในสนามยิงปืนที่ Tumon ย่านใจกลางเมือง ภาพถ่ายโดย NANCY BOROWICK
เกาะกวม
นักท่องเที่ยวและชาวบ้านรวมตัวกันเพื่อเลือกชมอาหารท่องถิ่น งานฝีมือ และความบันเทิงในตลาดกลางคืนทุกวันพุธที่หมู่บ้าน Chamorro Village ในเมือง Hagatna เกาะกวม ร้านค้าขายบาร์บีคิวแบบชามอร์โร และอาหารอเมริกันแบบคลาสสิกเช่นมิลค์เชค ไอศกรีม พิซซ่า และอื่่นๆ ภาพถ่ายโดย NANCY BOROWICK

นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นเรียงหน้าเข้ามาที่เกาะเนื่องจากหาดทรายที่สวยงาม ร้านค้าปลอดภาษี และสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความเป็นอเมริกันจ๋า ในหนึ่งวัน นักท่องเที่ยวสามารถแต่งตัวเลียนแบบคาวบอย จับมือทักทายกับเอลวิส เพรสลีย์ ถ่ายรูปเซลฟี่กับห้างสรรพสินค้า K-mart ที่ใหญ่ที่สุดในโลก อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวสามารถรับรู้เรื่องราวทางประวัติศาสตร์โดยการถ่ายเซลฟี่ที่อนุสรณ์สถานซึ่งเกี่ยวของกับเหตุการณ์สมัยสงครามโลกครั้งที่สองซึ่งอยู่บนเกาะได้เช่นเดียวกัน

เกาะกวม, สาวญี่ปุ่น
หญิงสาวจากมหาวิทยาลัยในประเทศญี่ปุ่นรวมตัวกันโพสท่าขณะรับแสงแถบเส้นศูนย์สูตรบนชายหาด Tumon Bay ด้วยน้ำใสและทรายขาว ในช่วงแรก มีการโฆษณาเกาะกวมว่าเป็น ชายหาด Waikiki หาดทรายที่มีชื่อเสียงด้านความสวยงามของฮาวายแห่งต่อไป เพื่อที่จะดึงดูดความสนใจจากผู้ที่นิยมการท่องเที่ยวในฮาวาย ภาพถ่ายโดย NANCY BOROWICK
เกาะกวม, เอลวิส
นักแสดงเลียนแบบ เอลวิส เพรสลีย์ ที่ร้าน Hard Rock Café ในย่านใจกลางเมือง Tumon ภาพถ่ายโดย NANCY BOROWICK
เกาะกวม
นักท่องเที่ยวโพสท่ากับตอร์ปิโดจากยุคสงครามโลกครั้งที่สองในอุทยานประวัติศาสตร์สงครามแปซิฟิกบนเกาะกวม ภาพถ่ายโดย NANCY BOROWICK

จากกระแสการท่องเที่ยวดังกล่าว เกาะกวมเองก็เริ่มรับวัฒนธรรมญี่ปุ่น ในพื้นที่เที่ยวของเกาะเริ่มมีป้ายสัญลักษณ์เป็นภาษาญี่ปุ่น พนักงานบริการพูดภาษาญี่ปุ่น และห้างร้านบางแห่งรับเงินเยน และเกาะรับเอาการเฉลิมฉลองแบบญี่ปุ่นมาด้วยเช่นกัน เมื่อเดือนที่แล้ว มีคนกว่า 30, 000 คนเข้าร่วมเทศกาลฤดูใบไม้ร่วงญี่ปุ่นประจำปีครั้งที่ 40 ที่ Ypao Beach Park ในเกาะกวม มีการแสดงวัฒนธรรมแบบญี่ปุ่น รวมถึงมีการเดินขบวนในบริเวณวัดชินโตที่อยู่รอบๆ สวนด้วย

เรื่อง SYDNEY COMBS


อ่านเพิ่มเติม เซเชลส์ หมู่เกาะแดนสวรรค์

เรื่องแนะนำ

ดอยหลวงเชียงดาว ขุนเขาแห่งสรวงสวรรค์

ดอยหลวงเชียงดาว ยอดเขาที่ไม่ต้องการผู้พิชิต ดอยหลวงเชียงดาว เป็นยอดเขาที่นักท่องเที่ยวสายผจญภัยอยากไปเยี่ยมชมมากแห่งหนึ่งในประเทศไทย ทัศนียภาพยามเช้าที่ปกคลุมด้วยเมฆหมอก คือรางวัลที่ขุนเขายิ่งใหญ่แห่งนี้มอบให้แก่ผู้มาเยือน ดอยหลวงเชียงดาวมีความสูงราว ๆ 2,225 เมตร จากระดับน้ำทะเล ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติให้ได้เดินเท้าขึ้นไปสัมผัสความสวยงามของยอดเขาแห่งนี้ ซึ่งตลอดเส้นทางเต็มไปด้วยต้นไม้และดอกไม้ป่านานาพรรณ บางชนิดพันธุ์เป็นพืชที่พบได้เฉพาะบนดอยหลวงเชียงดาวเท่านั้น นอกจากพันธุ์พืชที่น่าสนใจแล้ว ยังมีพันธุ์สัตว์ป่าที่หาชมได้ยาก เช่น เลียงผา และนกเฉพาะถิ่นนานาชนิด บนยอดดอยสามารถมองเห็นวิวของทะเลหมอกได้อย่างสวยงามอลังการสุดๆ เหมือนกับว่าเรายืนอยู่บนสายหมอกเลยทีเดียว เทศกาลท่องเที่ยวดอยหลวงเชียงดาว 2561-2562 อยู่ระหว่างต้นเดือนพฤศจิกายน 2561 ถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2562 หลังจากนั้นจะปิดเส้นทางเพื่อให้ธรรมชาติฟื้นตัว สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว โทรศัพท์ 0-5345-6623 หรือ 08 1111 6203 และเฟซบุ๊ก เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ในอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ นอกจากดอยหลวงเชียงดาวที่โดดเด่นเป็นสัญลักษณ์แล้ว ยังมีสถานทีอื่นที่น่าสนใจ อาจเป็นตัวเลือกหนึ่งสำหรับการพักเหนื่อย หลังจากลงมาจากยอดดอย หรือชมความงามของวิถีชีวิต และผู้คนในอำเภอเล็กๆ แห่งนี้ วัดถ้ำเชียงดาว ตั้งอยู่ที่ตำบลเชียงดาว อำเภอเชียงดาว เป็นวัดที่นักท่องเที่ยวมักเดินทางมาเที่ยวชมเมื่อมาถึงอำเภอเชียงดาว ด้วยภายในวัดเป็นที่ตั้งของถ้ำเชียงดาว ซึ่งประกอบไปด้วยถ้ำต่าง […]

ภาพเนินทะเลทรายที่น่าตื่นตาของญี่ปุ่น

ภาพทะเลทราย ที่น่าตื่นตาของญี่ปุ่น ภาพทะเลทราย แนวสีทองเหลืองอร่ามที่นึกไม่ถึงทอดยาวไปตามชายฝั่งทะเลนอกเมืองทตโทริ เป็นเนินทะเลทรายเพียงแห่งเดียวของญี่ปุ่น เกลียวคลื่นภูเขาทะเลทรายสูงถึง 4.8 กิโลเมตรเหนือศีรษะ อูฐเป็นพาหนะที่ใช้เดินทาง และภาพฝันของภาพลวงตาในทะเลทรายถูกแทนที่ไฟของเมืองใหญ่ ทัศนียภาพของทตโทริคล้ายกับฉากของอารับราตรี ขัดกับภาพลักษณ์ของญี่ปุ่นที่คนมักจะนึกถึงอย่าง ซูชิ รถไฟหัวกระสุน ห้าแยกชิบุยะ และเฮลโหล คิตตี้ ทตโทริ ซาคิว หรือเนินทะเลทรายทตโทริ เกิดขึ้นเมื่อหนึ่งพันปีก่อนโดยที่ทรายถูกพัดพายังฝั่งแม่น้ำเซ็นไดและถูกทับถมลงในทะเล ลมแรงและกองทรายที่มาจากชายฝั่ง ทำให้เกิดโอเอซิสทะเลทรายขึ้นมาในดินแดนปลาดิบ ด้วยความยาว 14 กิโลเมตร และกว้างน้อยกว่า 3 กิโลเมตร ทตโทริเป็นพื้นที่เล็กๆในอุทยานแห่งชาติ ซันอินไคกัน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของข้อตกลงระหว่างอุทยานธรณีโลกยูเนสโก้กับรัฐบาลญี่ปุ่นที่จะรักษาในเชิง วัฒนธรรมประวัติศาสตร์และความหลากหลายทางชีวภาพ ทตโทริอาจจะไม่ได้ปรากฏอยู่ในหนึ่งพันหนึ่งราตรี แต่มันปรากฏอยู่ในวรรณกรรมที่มีชื่อเสียงหลายงานในญี่ปุ่นซึ่งแสดงให้เห็นว่ามันมีความสำคัญทางวัฒนธรรมมาอย่างยาวนาน อาริชิมะ ทาเคโอะ กวีชาวญี่ปุ่นทำให้เนินทะเลทรายแห่งนี้มีชื่อเสียง เมื่อเขาเขียนบทกวีเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่เขามีกับหญิงสาวที่แต่งงานแล้ว โดยอธิบายความรู้สึกขมขื่นที่ด่ำดิ่งอย่างลึกซึ้งของเขาในขณะที่ล้อมรอบเต็มไปด้วยผืนทราย ไม่นานหลังจากนั้นเขาและหญิงผู้นั้นได้ทำการอัตวิบากรรมด้วยกัน ทศวรรษต่อในช่วงปี 1960 ทตโทริกลายเป็นเวทีของ อาเบะ โคโบ นักเขียนนวนิยาย ในหนังสือที่ชื่อว่า woman in the dunes เรื่องราวซึ่งถูกมองว่ามาก่อนกาลและในที่สุดก็กลายเป็นภาพยนตร์ที่ถูกเสนอให้เข้าชิงรางวัล มีนักท่องเที่ยวมากกว่าสองล้านคนต่อปีมาเยี่ยมเยือนที่แห่งนี้ คุณสามารถหากิจกรรมทั่วไปทำในที่แห่งนี้ไม่ว่าจะเป็น […]

เที่ยวไต้หวัน แบบสุดสายที่ตั้นสุ่ย

ไต้หวัน เกาะที่รุ่มรวยด้วยธรรมชาติและการผสมผสานวัฒนธรรม นอกจากความงดงามและสมบูรณ์ของธรรมชาติแล้ว ไต้หวันยังมีอาคารสถานที่หลายแห่งที่งดงาม เปิดต้อนรับให้นักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชม ซึ่งกระจายอยู่ทั่วไปตามเมืองหลักและเมืองรอง ในส่วนของการเดินทางในไต้หวัน นักท่องเที่ยวที่เคยเดินทางไปเยือนมาแล้วต่างทราบดีว่า ระบบรถรางของไต้หวันมีความสะดวกสบาย ครอบคลุมจุดหมายหลัก เชื่อมต่อกับระบบขนส่งสาธารณะอื่นๆ และราคายังเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยว ระบบรถไฟฟ้าของไต้หวัน หรือเอ็มอาร์ที (MRT) เป็นที่นิยมสำหรับการเดินทางของทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว  จึงเกิดเป็นจุดเริ่มต้นและเป็นที่มาของการท่องเที่ยวแนวใหม่ ที่เป็นการท่องเที่ยวตามแนวรถไฟฟ้า บนเกาะไต้หวันมีรถไฟฟ้า MRT ให้บริการทั้งหมด 5 สาย ดังนี้ สายสีน้ำตาล Wenhu Line สายสีแดง Tamsui – Xinyi Line สายสีเหลือง Songshan – Xindian Line สายสีน้ำเงิน Bannan Line รับชมเส้นทางและดาวน์โหลดแผนที่ออฟไลน์ได้ที่ Taiwan Metro ในแต่ละเส้นทางเดินรถไฟฟ้าล้วนแล้วแต่มีสถานที่น่าสนใจอยู่แทบทุกสถานี ถือว่าเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของการท่องเที่ยวในไต้ไหวัน แต่เส้นทางที่ประทับใจผู้เขียน คือสายสีแดง และอยากแนะนำผู้อ่าน หรือนักเดินทางที่กำลังวางแผนไปเที่ยวได้หวัน ลองวางแผนการเดินทางและพิจารณาไว้เป็นตัวเลือกสำหรรับทริปต่อไป รถไฟสายสีแดงมีจุดเริ่มต้นที่สถานี Xiangshan เป็นรถไฟฟ้าสายเดียวที่วิ่งผ่านตึกไทเป 101 ยาวไปจนถึงสถานีตั้นสุ่ย […]

วัดปรางค์หลวง ชมพระปรางค์เอนแห่งเมืองนนท์

เที่ยว วัดปรางค์หลวง ชมพระปรางค์เอนแห่งเมืองนนท์ จังหวัดนนทบุรีนั้นเป็นแหล่งชุมชนชาวสวนที่เชื่อกันว่ามีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา ด้วยความที่เป็นหัวเมืองที่อยู่ใกล้กรุงศรีอยุธยาที่สุด ทำให้การอพยพย้ายถิ่นฐานมาเป็นเรื่องที่ง่ายและสะดวก เมื่อมีชุมชนก็ต้องมีวัด เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวพุทธด้วย เมืองนนท์เองก็จัดได้ว่ามีวัดมากที่สุดอีกจังหวัดหนึ่ง จากข้อมูลทะเบียนวัดของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติพบว่ามีถึง 195 วัดทีเดียว และหนึ่งในนั้นคือ วัดปรางค์หลวง นนทบุรีถือเป็นเมืองที่มีบทบาทต่อกรุงศรีอยุธยาเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีเส้นทางออกสู่ทะเล นอกจากนี้ก็ยังมีเมืองธนบุรี เมืองนครชัยศรี เมืองสาครบุรี เมืองสมุทรสงคราม เมืองเพชรบุรี เมืองราชบุรี และเมืองสมุทรปราการ โดยเรียกกลุ่มหัวเมืองเหล่านี้ว่า “ปากใต้” ที่ไม่ใช่ “ปักษ์ใต้” นั่นคือเมืองที่อยู่ทางตอนใต้ของกรุงศรีอยุธยา และถือเป็นกลุ่มหัวเมืองที่มีหน้าที่ผลิตและจัดหาอาหารทะเลส่งเข้ามายังกรุงศรีอยุธยาอีกด้วย วัดปรางค์หลวง วัดเก่าแก่ที่สุดในเขตปริมณฑล วัดปรางค์หลวงตั้งอยู่ในอำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี นับเป็นวัดเก่าแก่ที่สุดในเขตปริมณฑล เชื่อกันว่าสร้างมาตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนต้น (พ.ศ. 1893 –  1991) ปัจจุบันกรมศิลปากรได้เข้ามาบูรณปฏิสังขรณ์จนงดงาม เดิมทีวัดแห่งนี้มีชื่อว่า “วัดหลวง” ต่อมาสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 10  ได้ประทานชื่อใหม่เป็น “วัดปรางค์หลวง” โบราณสถานสำคัญที่ควรมาชมคือ “ปรางค์ประธาน” ผู้ที่ชื่นชอบงานศิลปะแบบอยุธยาจึงไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง ในส่วนของข้อมูลนั้นมีแหล่งที่มาหลากหลาย ทั้งจากการบอกเล่าสืบกันมาจากชุมชนว่าวัดนี้สร้างในปี พ.ศ. 1890 […]