บอร์เนียว สถานที่ขึ้นชื่อเรื่องแหล่งดูนก และความหลากหลายทางชีวภาพ

ชมนกนานาพันธุ์ที่เกาะบอร์เนียว

เช้าตรู่ของวันที่ 3 ของการเดินทาง

เราออกจากที่พักโดยไม่มีมื้อเช้า มีเพียงของผลไม้ไว้แก้หิวได้ชั่วคราว การดูนกในวันนี้เรามีความคาดหวังอย่างมากกับนก Fruithunter นกเฉพาะถิ่นสุดลึกลับที่มักจะปรากฏตัวเฉพาะตอนที่มีลูกไม้สุกเท่านั้น และยังมีกลุ่มนกเฉพาะถิ่นที่มีชื่อ Whitehead ทั้ง 3 ชนิดคือ Whitehead’s Trogon (นกในกลุ่มนกขุนแผน) Whitehead’s Broadbill (นกในกลุ่มนกเขียวปากงุ้ม) และ Whitehead’s Spiderhunter (นกในกลุ่มนกปลีกล้วย) ชื่อ Whitehead นี้ไม่ได้เป็นเพราะว่านกเหล่านี้มีหัวสีขาว แต่มาจากชื่อนักปักษีวิทยา John Whitehead เป็นผู้ค้นพบ

แผนของเราในวันนี้คือขับรถขึ้นไปที่ประตู Tompohon ประตูด่านสุดท้ายสำหรับการปีนเขาคินาบาลู หลังจากประตูนี้ไป ใครที่อยากพิชิตยอดเขาต้องเดินเท้าเป็นเวลา 2 วัน และจ่ายค่าผ่านทางเพิ่ม แต่เป้าหมายของเราคือจุดชมวิวเหนือซุ้มประตู ณ จุดนี้เราสามารถพบนกจากที่สูงลงมาหากินบ้างบางคราว เช่น Golden naped Barbet, Pale faced Bulbul, Sunda Bush Warbler, Collared Owlet และ Bornean Treepie แต่นกที่ทำให้เราดีใจกันมากที่สุดก็เห็นจะเป็น Mountain Black-eye ที่โดดเข้ามาหากินตามยอดไม้อย่างเงียบๆ นกตัวนี้เป็นนกที่อยู่สูงระดับใกล้ยอดเขา จุดนี้เป็นจุดต่ำสุดที่จะมีโอกาสพบมันได้ (โดยที่ไม่ต้องเสียเงินและเดินเท้าขึ้นไป) ซึ่งก็ไม่บ่อยนักที่มันจะลงมาหากินในระดับต่ำแบบนี้

 

หลัง

บอร์เนียว, เกาะบอร์เนียว, ดูนก, การดูนก, ชมรมดูนก
นก Chestnut hooded Laughingthrush กำลังสาละวนกับเงาสะท้อนตัวเองบนกระจกรถ

จากประสบความสำเร็จด้วยดี เราเปลี่ยนลงมาดูนกตามทางด้านล่าง จุดแรกที่เราแวะเป็นจุดพักรถข้างทาง ที่ไม่ได้มีชื่อเสียงเรียงนามอะไร เราแวะพักทานของว่างรองท้องพร้อมกับดูนกไปด้วย ระหว่างนี้เราเจอ Eyebrowed Jungle-Flycatcher แอบอยู่ในเงามืดขณะที่ผมเดินหลบไปทำธุระส่วนตัวข้างทาง ไม่วายต้องรีบวิ่งออกมาบอกเพื่อนๆ ที่รออยู่ แถมด้วย Bornean Leafbird ที่เพื่อนอีกคนเดินไปเจอบนสันเขา ซึ่งไม่บ่อยนักที่นกชนิดนี้จะขึ้นมาหากินบนเขาสูง พวกเราจึงต้องออกวิ่งกันอีกครั้ง เป็นการแวะพักที่พบนกเพิ่มอีก 2 ชนิดและทำให้การพักเหนื่อยของเราไม่ค่อยได้พักเท่าที่ควร

ตอนนี้เป็นเวลา 10 นาฬิกา เราลงมาปักหลักในจุดที่ได้รับการยืนยันจากรายงานต่างๆ และ จากเพื่อนดูนกที่พบระหว่างทาง ว่าเป็นจุดที่เจอ Whitehead’s Trogon และ Whitehead’s Broadbill ได้ค่อนข้างแน่นอนที่สุด เราเดินสาละวนไปมาอยู่ละแวกนั้นจนเที่ยง แต่ก็ไม่พบอะไร มีเพียง Bornean Stubtail ผลุบๆโผล่ๆ มาให้ดูแก้เบื่อ

หลังจากรับประทานอาหารกลางวัน เราวนไปตามสวนดอกไม้รอบๆ เพื่อหา Whitehead’s Spiderhunter แต่ก็ไร้วี่แวว จึงกลับเข้าจุดประจำการเดิมเพื่อหานกกันต่อ แต่ผมที่หนังท้องตึง หนังตาหย่อน เลยอาสานอนเฝ้ารถอยู่ลำพัง

หลังจากไม่ได้สติไปพัก ผมออกมาจากรถดูท่าที แต่ปรากฏว่าผมยังไม่พลาดอะไรไป จึงเดินกลับมาที่รถเพื่อหยิบอุปกรณ์

เมื่อหยิบของเสร็จก็ปิดประตูรถ ถึงไม่แรงมากแต่ก็ทำให้บางอย่างที่เกาะบนต้นไม้ในหุบข้างรถต้องสะดุ้งและโผออกไป ผมสลัดความง่วงออกไปอย่างรวดเร็ว เพราะขนาดของนกที่โผไปนั้นก็ใหญ่ไม่น้อย หลังส่องหาอยู่ไม่นานก็พบ มันก็คือ Whitehead’s Broadbill ที่ตามหากันอยู่นั่นเอง

บอร์เนียว, เกาะบอร์เนียว, ดูนก, การดูนก, ชมรมดูนก
นก Whitehead’s Trogon ที่เป็นเป้าหมายของนักดูนกทั่วโลกที่มาเยี่ยมเยียนเกาะบอร์เนียว เท่าที่ทราบมาก็ใช่ว่าทุกคนที่มาจะได้เห็นสมหวังดังใจ

ผมได้แต่ตกใจอย่างเงียบๆ และหาทางบอกให้เพื่อนที่นั่งอยู่ริมทางได้รู้และตามมา เรา 2 คนพยายามติดต่อเพื่อนที่เหลือที่เดินแยกตัวออกไป ไม่นานเราทั้ง 4 คนก็มารวมตัวและได้ยลโฉม Whitehead’s Braodbill อย่างถ้วนหน้า แต่ภารกิจนี้ยังไม่จบ ยังเหลือนก Whitehead’s Trogon ที่ไม่รู้หายตัวไปไหน พวกเราพยายามกันต่อจนเกือบจะหมดวัน โดยที่แทบจะไม่มีนกใหม่ๆ ให้ดูแล้ว เราพยายามมองหา Bare-headed Laughingthrush และ Fruithunter ไปด้วยในระหว่างนั้น แต่ก็ไม่สำเร็จ

จนในที่สุดพวกเราก็ถอดใจและตัดสินใจเดินสำรวจระยะทางสั้นๆ นี้เป็นครั้งสุดท้าย แต่ในตอนที่เราเดินอย่างหมดหวังนั้น สมาชิกของเราคนหนึ่งก็บอกพวกเราว่าเขาได้ยินเสียงร้องเบาๆ ของ Whitehead’s Trogon มาจากป่าด้านล่างในหุบ พวกเราจึงหยุดนิ่ง และก็เป็นเสียงของมันจริงๆ พวกเราใจเต้นโครมคราม พยายามลงไปให้ถึงด้านล่าง จนเห็นสีแดงวูบวาบของ Whitehead’s Trogon ที่โผไปมาอยู่ด้านล่างหุบนั่นเอง

บอร์เนียว, เกาะบอร์เนียว, ดูนก, การดูนก, ชมรมดูนก
ยอดเขาคินาบาลูที่มองเห็นได้จากที่จอดรถ หลังด่านทางเข้าเขตอุทยานแห่งชาติปกคลุมด้วยหมอก และเมฆฝน

พวกเราลดความเร็วลง ค่อยๆเดินเข้าหาอย่างช้าๆพยายามเก็บภาพของมันมาให้ได้ถึงแม้จะเป็นเวลา 17 นาฬิกา ภายใต้เงาไม้ทะมึน และไม่มีขาตั้งกล้อง ภาพที่ได้จึงย่ำแย่เต็มทน แต่ผมก็พยายามทำให้มันชัดที่สุดเพื่อที่จะบอกได้ว่ามันเป็นนกอะไร หลังจากขลุกอยู่กับนกได้ไม่นานความมืดก็ไล่เราออกมาจากหุบนั้นก่อนที่จะมองไม่เห็นทางกลับ

วันสุดท้ายของการเดินทาง เราออกจากที่พักแต่เช้าเพื่อไปให้ทันเที่ยวบินตอน 14 นาฬิกา และถึงแม้วันนี้จะไม่มีอะไรหวือหวาน่าตื่นเต้น แต่พวกเราทั้ง 4 ยังอยู่ในอารมณ์ของความตื่นเต้นจากเมื่อเย็นวาน ไม่บ่อยนักที่เราจะปิดฉากการดูนกด้วยอาการตื่นเต้นดีใจขนาดนี้ บ่อยครั้งที่การเดินทางจบลงโดยที่ไม่ได้สิ่งที่ต้องการ แต่ความสนุกของการดูนกไม่ได้อยู่ที่แค่การ ‘เจอ’ หรือ ‘ไม่เจอ’ เป้าหมาย มันอยู่ที่ความพยายามในการได้มาต่างหาก และสิ่งที่เราเล่าแลกเปลี่ยนกันอย่างสนุกสนานได้ก็คือเรื่องราวของความพยายามเหล่านั้นนั่นเอง

เรื่องแนะนำ

การเรืองแสงทางชีวภาพ : ปรากฏการณ์ธรรมชาติอันน่าทึ่ง

หากพูดถึงในเรื่องของเวทมนตร์แล้ว คงไม่มีเหตุการณ์ไหนใกล้เคียงกับคำว่าเวทมนตร์ไปกว่า การเรืองแสงทางชีวภาพ อีกแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการสัมผัสหิ่งห้อยตัวเป็นๆ หรือการเดินเล่นริมชายหาดในตอนกลางคืนพร้อมกับเห็นรอยเท้าของตัวเองที่เรืองแสงท่ามกลางหาดทรายเป็นจำนวนล้านๆ เม็ด การเรืองแสงทางชีวภาพ เป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ที่สวยงาม อีกทั้งยังทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกดั่งตนเองได้สัมผัสอยู่ในโลกของเทพนิยาย ปรากฏการณ์นี้สามารถอธิบายออกมาได้เป็นคำพูดง่ายๆ คือสิ่งมีชีวิตหรือพืชนั้นสามารถสร้างแสงขึ้นมาได้ด้วยตัวเอง โดยปัจจุบัน การศึกษาเกี่ยวกับโมเลกุลของการเรืองแสงทางชีวภาพนั้นมีบทบาทกับการศึกษาวิจัยโรคร้ายในมนุษย์ อย่างโรคมะเร็ง โรคไวรัสภูมิคุ้มกันเสื่อมในคน ตลอดจนไข้มาลาเรีย และถึงแม้ว่าทุกวันนี้ เราอาจจะหาคำตอบได้แล้วว่าสาเหตุของ การเรืองแสงทางชีวภาพ นั้นเกิดขึ้นจากสารลูซิเฟอร์ริน (Luciferin) ไปรวมกับออกซิเจนในอากาศ แต่นักวิทยาศาสตร์ก็ยังคงต้องหาศึกษากันต่อไปถึงเหตุผลของการเกิดปรากฏการณ์เรืองแสงนี้ ถึงอย่างไรก็ตาม แม้ว่าเราอาจจะยังหาคำตอบให้กับปรากฏการณ์ชวนเหลือเชื่อนั้นไม่ได้ แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ปรากฏการณ์การเรืองแสงทางชีวภาพนั้นเป็นหนึ่งในปรากฏการณ์ที่อยู่ใน baskets list ของใครหลายๆ คน ปัจจุบัน นักท่องเที่ยวจำนวนมากต่างให้ความสนใจกับปรากฏการณ์นี้มากขึ้น วันนี้ทางเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก จะพาไปทำความรู้จักกับ 8 สถานที่ที่จะทำให้ผู้อ่านเพลิดเพลินไปกับการจ้องมองการเรืองแสงของธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นจากพืชหรือจากสัตว์ จนแทบจะลืมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างโทรศัพท์มือถือ หรือว่าคอมพิวเตอร์กันไปเลย หิ่งห้อยและการเดินทอดน่องเหนือยอดไม้, แอฟริกาใต้ ทุกๆ ฤดูร้อน บรรดาเหล่าหิ่งห้อยเป็นจะบินมาจับคู่ผสมพันธ์ส่องแสงเป็นประกายแวววาวในสวน Kirstenbosch National Botanical Garden ที่มีพื้นที่กว้างขวาง 5 ตารางกิโลเมตร การไปเที่ยวชมแสงระยิบระยับของหิ่งห้อยครั้งนี้เปรียบเสมือนกับการเดินทางไปดูแสงเหนือที่ประเทศไอซ์แลนด์กันเลยทีเดียว สำหรับช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการไปชมการเรืองแสงชีวภาพครั้งนี้ คือภายในเดือนตุลาคม นอกจากนี้แล้ว นักท่องเที่ยวยังสามารถรับชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าได้ที่ […]

ชมภาพการนอนหลับในที่ไม่น่าหลับของนักสำรวจ

ตั้งแต่หน้าผาสูงของอุทยานแห่งชาติโยเซมิตี ไปจนถึงถ้ำในมาเลเซีย บรรดานักสำรวจผู้รักการผจญภัยเหล่านี้หลับลงได้อย่างไรในสถานที่สุดอันตราย

ทะเลอาร์กติก สุดขอบแผ่นดินที่มนุษย์อาศัยอยู่

เดินทางขึ้นสู่ดินแดน “เกือบ” เหนือสุดของโลก ประสบการณ์สัมผัส ทะเลอาร์กติก ครั้งแรกในชีวิต สถานที่หนึ่งที่เราไปไม่ถึง แต่ขอไปให้ใกล้ที่สุดก็ยังดี… ประโยคนี้คือสิ่งที่เราคุยกันในกลุ่มเพื่อนในวันที่เราตัดสินใจเดินทางไปหมู่บ้านเทอริเบอกา (Teriberka Village) หมู่บ้านชาวประมงที่ตอนนี้แทบไม่มีเรือประมงเข้าเทียบท่า สุดเขตแดนตะวันตกเฉียงเหนือของรัสเซีย ที่นี่มีอ่าวชิดติดกับคาบสมุทรโคลา (Kola) ชายฝั่งทะเลบาเรนท์ (Barents Sea) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของขอบ ทะเลอาร์กติก ไปอีกเพียงหนึ่งร้อยกิโลเมตรเราจะถึงขั้วโลกเหนือ… เชื่อว่าอีกหลายคนฝันถึงการไปเยือนขั้วโลกเหนือ ที่เทอริเบอกาให้ความรู้สึกหนึ่งย้ำเตือนเราว่า… อีกนิดเดียวเท่านั้น การเดินทางไปหมู่บ้านชายขอบติดคาบสมุทรอาร์กติกสร้างความตื่นเต้นให้ไม่น้อย การได้ไปยืนริมทะเลที่มีลมทะเลซัดน้ำแข็งเข้าฝั่งตลอดเวลาไม่ใช่เรื่องที่หาชมได้ที่ชายหาดทั่ว ๆ ไป  แต่ความน่าสนใจระหว่างทางก็ดึงดูดนักเดินทางไม่แพ้กัน นั่นคือ เราต้องผ่านป่าสนที่ถือว่าเป็นปอดของยุโรป และเป็นส่วนหนึ่งของป่าสงวนที่ใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของโลก รู้จักในชื่อไทกา (Taiga) การเดินทางผ่านไทกาใช้เวลานาน ป่าสนในฤดูหนาวที่ปกคลุมไปด้วยหิมะให้ความรู้สึกยิ่งใหญ่สุดสายตา ยิ่งเมื่อได้รับข้อมูลของป่าสนแห่งนี้ยิ่งรู้สึกว่าการเดินทางไปหมู่บ้านเทอริเบอกาคุ้มค่าและน่าค้นหามากกว่าตอนที่ตัดสินใจมาเยือน ไทกาในฤดูหนาวจัดเป็นป่าสนที่ขาวโพลน ต้นสนใบร่วงจนเหลือแต่กิ่งไม่น่าเชื่อว่าที่นี่คือปอดของยุโรป พอได้ยินคำว่าปอดของยุโรปเชื่อว่าหลายคนอยากสูดอากาศให้เต็มปอด ถนนเส้นนี้นอกจากป่าสนขนาดใหญ่ที่ให้ออกซิเจน (Oxygen) มากมาย ในช่วงฤดูหนาวรถยนต์ก็ไม่พลุกพล่าน ระยะทางสองร้อยกว่ากิโลเมตรจากเมืองมูร์มันสค์ (Murmansk) ซึ่งเป็นเมืองที่เรานั่งเครื่องบินมาลง เราสวนกับรถยนต์ที่นับคันได้ ในเดือนที่เราเดินทางไปถึงคือต้นเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นเดือนที่หนาวจัด ทุกลมหายใจที่ไม่ได้ผ่านหมวกคลุมหน้าหรือระบบปรับอากาศ มันเย็นเยือกจนปวดศีรษะจริงๆ ครั้งแรกก็อยากสูดอากาศแต่พอลงจากรถยนต์ได้ไม่ถึงห้านาทีก็ต้องรีบกลับขึ้นมาเพราะอากาศที่หนาวจนยะเยือกถึงถึงกระดูก ตลอดเส้นทางจะเห็นทัศนียภาพห่มด้วยสีขาวสุดลูกหูลูกตา บ้านเรือนของคนที่นี่จึงมักทาสีสดใส […]