เลาขวัญ เมืองรองในเมืองกาญจน์ - National Geographic Thailand

เลาขวัญ เมืองรองในเมืองกาญจน์

ขับรถไปนอนเต็นท์ ปีนเขา และเดินป่า ผ่านเส้นทางเลาขวัญ

Scenic Route Trip

การเดินทางมาเที่ยวเมืองกาญจน์ของนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ จุดหมายสำคัญมักอยู่ที่อุทยานแห่งชาติ ภูเขา และแม่น้ำ บางครั้งอาจทำให้เราหลงลืมบางสถานที่ไปบ้าง แต่ขึ้นชื่อว่าเมืองแห่งภูเขาและอุทยานฯ แล้ว ไม่ว่าเราจะเดินทางไปเที่ยวในส่วนไหนก็มักพบเจอวิวสวยงามแปลกตาไม่แพ้จุดท่องเที่ยวยอดนิยมที่อื่นๆ และบางครั้ง การเดินทางออกนอกเส้นก็อาจทำให้เราได้ประสบการณ์การเดินทางใหม่ๆ ที่น่าสนใจ

การเดินทางท่องเที่ยวในจังหวัดกาญจนบุรี มีจุดสนใจอื่นๆ ที่ไม่ได้อยู่ในกระแสโลกออนไลน์มากนัก อย่างเส้นทาง “เลาขวัญ” ซึ่งไม่ใช่เส้นทางที่เพิ่งสร้างขึ้นใหม่ แต่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่อาจมองว่าเป็นเส้นทางอ้อม ทำให้เสียเวลาการเดินทาง ดังนั้น เส้นทางนี้จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบขับรถชมทัศนียภาพสองข้างทางแบบเนิบช้าและไม่เร่งรีบ ตลอดสองข้างทาง บางช่วงให้ความารู้สึกเหมือนภูมิประเทศในภาคอิสานของไทย บางช่วงเหมือนเรากำลังเดินทางอยู่ในภาคเหนือ

ช่วงของเส้นทางระหว่างหนองปรือมุ่งสู่อำเภอศรีสวัสดิ์ นักท่องเที่ยวสามารถจอดแวะพักที่จุดชมวิว เพื่อเก็บภาพและบรรยากาศของอ่างเก็บน้ำศรีสวัสดิ์ที่อยู่เบื้องล่าง ช่วงเวลาที่เหมาะสมคือช่วงปลายฤดูฝน (กันยายน – ตุลาคม) ซึ่งเป็นช่วงที่สภาพอากาศช่วยสร้างความโรแมนติกได้ดีทีเดียว อย่างไรก็ตาม เส้นทางนี้สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ทั้งปี หากคุณอยากลองเปลี่ยนบรรกาศการเดินทางแบบเดิมๆ ลองเปลี่ยนมาขับรถผ่านเส้นทางเลาขวัญก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย

ระหว่างทาง

เลาขวัญถือเป็นพื้นที่รองทางการท่องเที่ยว และเป็นอำเภอเล็กๆ ที่แยกตัวมาจากอำเภอพนมทวน สภาพภูมิอากาศอยู่ในเขตเงาฝนของเทือกเขาตะนาวศรี จึงมีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยต่อปีน้อย “เลาขวัญมันแล้ง ทำการเกษตรไม่ค่อยได้ ไม่เหมือนอำเภออื่น” คำบอกเล่าของชาวบ้านที่สะท้อนภาพของพื้นที่ เราถามถึงที่น่าสนใจในอำเภอเลาขวัญ ได้คำตอบว่า ด้วยสภาพของพื้นที่ที่มีลักษณะสูงต่ำของภูเขาสลับกันไป ทำให้เกิดเส้นทางศึกษาธรรมชาติตามภูเขาต่างๆ เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจเดินป่า และผู้เริ่มต้นการเดินป่า แต่ในปัจจุบันยังไม่มีการจัดการที่เป็นระบบดีพอ จึงยังไม่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว หากในอนาคต การจัดการเรื่องการท่องเที่ยวชุมชนมีประสิทธิภาพมากขึ้น เลาขวัญก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่น่าสนใจสำหรับเดินป่า

ปลดล็อคความสุข ด้วยขบวนการ “Happineering หัวใจยิ้ม”

สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักค้างแรมก่อนเดินทางไปยังสถานที่อื่น ในอำเภอเลาขวัญมีที่พักสไตล์แคมปิ้งชื่อ “ไร่ใจยิ้ม” กับบรรยากาศเต็นท์กระโจมติดอ่างเก็บน้ำห้วยตะเคียน ภาพแรกที่เราเดินทางมาถึงก็นึกในใจว่าเป็นที่พักธรรมดา สถานที่แห่งนี้เป็นที่พักก็จริง แต่นอกเหนือจากนั้นแล้ว ที่นี่เป็นสถานที่บ่มเพาะจิตใจ และบ่มเพาะรากแก้วแห่งความสุข ผ่านธรรมชาติของป่าไม้ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมผจญภัยต่างๆ ที่ช่วยเสริมสร้างทั้งความคิดและจิตใจ ประกอบด้วย

  • การอาบป่า สลายความเครียด
  • การสร้างความเชื่อใหม่ด้วย Mini Everest Rock Climbing ที่ผาวัดใจ
  • การสร้างความกล้าบน Tarzan Tree House
  • ก้าวข้ามความกลัวที่สะพานวัดใจ
  • การสร้างความสุขสัมพันธ์ร่วมกันในการด้วย Farm to Table Team Fusion Cooking

จากกิจกรรมต่างๆ ที่กล่าวมา หากคุณกำลังมองหาความสงบและอยากปลดล็อกความสุขในใจ ไร่ใจยิ้มอาจเป็นคำตอบหนึ่งที่คุณกำลังมองหา

สู่ธรรมชาติที่อุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์

วันรุ่งขึ้น เราออกเดินทางจากอำเภอเลาขวัญไปยังอุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ อำเภอศรีสวัสดิ์ เดิมชื่ออุทยานแห่งชาติถ้ำธารลอด ที่นี่มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะสั้นๆ โดยมีจุดเด่นคือน้ำตก หน้าผา และถ้ำธารลอด ที่เกิดจากน้ำฝนกัดเซาะ และการยุบตัวของเขาหินปูน ทำให้เกิดสะพานหินธรรมชาติขนาดใหญ่ โดยส่วนตัว ผมชอบเส้นทางศึกษาธรรมชาติมากที่สุด เนื่องจากในเส้นทางมีต้นไม้ใหญ่นานาพันธุ์สร้างความสดชื่นตลอดทาง ทำให้เราสูดอากาศดีๆ ได้เต็มปอด นอกจากนี้ อุทยานฯ ยังเตรียมพื้นที่กางเต็นท์สำหรับผู้ที่ต้องการค้างแรม แต่ยังมีข้อจำกัดในบางพื้นที่ หากสนใจเดินทางไปแคมปิ้งในอุทยานฯ ควรสอบถามข้อมูลก่อนเดินทาง (เบอร์โทรศัพท์อุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ 0-345-7020 หรือ 09-5619-8981)

เท้งเต้งกลางอ่างเก็บน้ำ

หลังจากเที่ยวชมอุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์แล้ว ถึงเวลาที่ต้องกลับสู่เมือง เราเลือกเดินทางบนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4041 เพื่อมุ่งหน้าไปลงเท้ง (ภาษาถิ่น) หรือแพขนานยนต์ ซึ่งนับว่าเป็นครั้งแรกที่เรามีประสบการณ์ในการลงเท้ง
ในตอนนั้น เป็นเวลาพลบค่ำดวงอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้า แสงทองสะท้อนกับผิวน้ำในอ่างเก็บน้ำ เป็นภาพสุดท้ายของวันที่น่าประทับใจ เหตุผลที่เราเลือกขับรถลงเท้ง เพราะช่วยร่นระยะทางได้ประมาณ 30 กิโลเมตร จากการสอบถามชาวบ้านว่าทำไมเรียกแพลักษณะนี้ว่าเท้ง เราได้คำตอบว่า มาจากคำว่า “เท้งเต้ง” แปลว่า อาการลอยไปลอยมากลางน้ำ ลอยคว้างไปไม่มีจุดหมาย แต่ตอนนี้เรามีจุดหมายอยู่ที่อีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งใช้เวลาเท้งเต้งประมาณ 20 นาที เราจบวันด้วยการมองหาร้านอาหารรสดีสักร้าน ก่อนจะจบการเดินทางที่ดูเหมือนไร้จุดหมาย แต่กลับมีความหมายอีกครั้ง

การเดินทางเส้นทางนี้เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบขับรถชมวิว มีเวลาที่จะชื่นชมธรรมชาติ สองข้างทางโดยไม่เร่งรีบ น้อยด้วยรถและผู้คนแต่มากด้วยวิวที่หลากหลาย ในที่ที่ไม่มีอะไรมักจะมีอะไรเสมอ

ขอขอบคุณ
คุณปิยพัชร์ วงศ์โดยหวัง ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)สำนักงานกาญจนบุรี
อุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์

เรื่อง : ไตรรัตน์ ทรงเผ่า
ภาพ : อนุพงษ์ สุขเกษม

เรื่องแนะนำ

ลับแล … ปิดตำนานเมืองเร้นลับ

ลับแล … ปิดตำนานเมืองเร้นลับ เปิดประตูเมืองท่องเที่ยวเลิศล้ำ สายหมอกบางเบา…ขาวขุ่น ค่อยๆโปรยตัวเองลงจากแผ่นนภา คลี่ห่มคลุมครอบไปทั่วทั้งหุบเขาตั้งแต่เมื่อดื่นดึก…เมืองทั้งเมือง อยู่ในความสลัวลาง แลเหน็บหนาว ราวกับภาพวาดอันวิจิตรจากปลายพู่กันของจิตรกร มากฝีมือ ถึงเวลาตีนฟ้าเปิด ดวงตะวันสาดแสงทอง สายหมอกก็ยังมิเจือจาง  เสมือนอยากจะโอบกอดเมืองนี้ไว้อย่างทะนุถนอม ด้วยความรักอันเลอค่าดุจนิรันดร์ สายหมอกยัง โลมไล้อยู่บนยอดรวงข้าวสีทองอย่างอ้อยอิ่ง ชีวิตเรียบง่ายในอ้อมกอดของหุบเขาอันพิสุทธิ์ เริ่มต้นวันใหม่ ตามครรลองของสารบาญแห่งชีวิตและจิตวิญญาณ จนละอองหมอกค่อยๆ เลือนสลาย เมื่อสายแดดใสสกาว ซุ้มประตูเมืองค่อยๆปรากฏ ตัวอักษรเริ่มกระจ่างชัด ในสายตา ทำให้ทุกคนได้รู้ว่าที่นี่คือ  “เมืองลับแล” ……………………. ดินแดนแห่งนี้คือแผ่นดินอันสงบเงียบ ที่ถูกโอบกอดด้วยธรรมชาติบริสุทธิ์ หมดจดงดงาม วิถีชีวิตชาวบ้านเรียบง่าย  ชุมชนที่มีประเพณี วัฒนธรรมมั่นคงยืนยงยาวนาน วัดวาอารามเก่ากาลตระการตามากมี พรั่งพร้อมด้วยตำรับอาหารโอชารส ผลหมากรากไม้อุดมสมบูรณ์ตลอดทั้งปี  ผู้เฒ่าผู้แก่ใจอารี ยิ้มแย้มแจ่มใส ลูกหลานรักถิ่นฐานบ้านเกิด ในหัวใจเปี่ยมล้นพุทธศรัทธา ตระหนักในคุณค่าแห่งภูมิปัญญาที่บรรพชนถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น ลับแล เป็นที่รู้จักมาเนิ่นนานหลายร้อยปี แต่น้อยคน จะได้มาสัมผัสถึงแก่นแท้แห่งจิตวิญญาณของแผ่นดิน ตำนานเล่าขานเกี่ยวกับเมืองลับแล ปรากฏมากมายหลากหลายเรื่องราว…ทั้งลี้ลับ ลึกเร้น อัศจรรย์ ถ่ายทอดกันมาแบบปากต่อปาก  แต่วันนี้ “ลับแล”หาเป็นเช่นนั้นอีกต่อไปแล้ว […]

ในอ้อมกอดของป่า ฮาลา-บาลา

การตัดสินใจเดินทางไปเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ฮาลา-บาลา ของฉันคงไม่ต่างอะไรกับการซื้อทัวร์ไฟไหม้ เพราะทันทีที่รู้ว่าพรรคพวกในหาดใหญ่และปัตตานีจัดทริป พร้อมคนในพื้นที่อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส เป็นผู้นำทางแล้วด้วย ยิ่งทำให้ฉันรู้สึกว่า ฉันไม่ควรพลาดทริปนี้ด้วยประการทั้งปวง จากกรุงเทพฯ มีเที่ยวบินตรงไปจังหวัดนราธิวาสทุกวัน จุดนี้ยิ่งทำให้การเดินทางสะดวกสบายมากขึ้น ฉันไม่คิดอะไรมาก จัดการซื้อตั๋วแล้วขอติดสอยห้อยตามไปทั้งที่ยังไม่รู้รายละเอียดอะไร รู้แค่ว่าจะไปป่า ฮาลา-บาลา เท่านั้น ตัวฉันเองได้เดินทางในประเทศไทย (รวมท่องเที่ยวและทำงาน) รวม 76 จังหวัดแล้ว ยังขาดก็เพียงแค่นราธิวาส ครั้งนี้จึงเป็นความพิเศษอย่างยิ่งที่ฉันจะเดินทางครบ 77 จังหวัด ส่วนคำถามที่คนทั่วไปมักจะถามเป็นอย่างแรกคือ “อันตรายไหม” ก็คงตอบจากความรู้สึกส่วนตัวว่า การเดินทางไปสามจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด เหตุการณ์ความรุนแรงไม่ได้เกิดขึ้นตลอดเวลาและไม่ได้เกิดในทุกพื้นที่ ดังนั้นหากชาวบ้านสามารถดำเนินชีวิตกันตามปกติ แล้วทำไมเราจะไปไม่ได้ สำหรับฉันความรู้สึกของการไปนราธิวาสก็เหมือนการไปปัตตานี และยะลา แต่ระดับความตื่นเต้นในสิ่งที่ตั้งตารอมานานนั้นต่างกันมาก ป่าฮาลา-บาลาประกอบไปด้วยพื้นที่ป่าสองผืนคือป่าฮาลา (อำเภอเบตง จังหวัดยะลา และอำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส) และป่าบาลา (อำเภอแว้ง และอำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส) เราเข้าทางฝั่งบาลาโดยขออนุญาตล่วงหน้าไปจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า เส้นทางนี้เป็นเส้นทางที่ชาวคณะเลือกไว้ให้ชาวกรุงอย่างเราไม่ต้องสมบุกสมบันมาก ฉันได้ยินกิตติศัพท์ของป่าฮาลา-บาลามาได้สักพักแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเปรียบเปรยความสวยงามว่า เป็นป่าแอมะซอนแห่งเอเชีย หรือความอุดมสมบูรณ์ของพืชพันธุ์ ตลอดจนสัตว์ป่าต่างๆ ที่ยังคงความ “ดิบ” […]

รวมภาพถ่ายอันโดดเด่น จากโครงการNGThai NatureCalling2018

ชมฝีมือการถ่ายภาพของคุณผู้อ่านในโครงการ #NGThai NatureCalling2018 ลุ้นรับรางวัลทุกสัปดาห์ อาทิ กระเป๋าเป้ ถุงนอน หนังสือเล่มพิเศษของสำนักพิมพ์เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก และสมาชิกนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย และเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสรรค์สารคดีเรื่อง “คืนธรรมชาติสู่เมืองใหญ่” ตีพิมพ์ใน เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย เพียงถ่ายภาพธรรมชาติในมุมมองของคุณ เขียนคำบรรยายสั้นๆ อาทิ สถานที่ และแรงบันดาลใจ พร้อมติดแฮชแท็ก #NGThaiNatureCalling2017 ใน Instagram หรือ Facebook และนี่คือภาพถ่ายโดดเด่นสวยเข้าตากองบรรณาธิการของเรา ประจำสัปดาห์ที่ 1 (5 – 11 มิถุนายน 2017) ภาพถ่ายโดดเด่นประจำสัปดาห์ (Photo of the week)   ภาพถ่ายประจำสัปดาห์ที่ 2 (12 – 18 มิถุนายน 2017) ภาพถ่ายโดดเด่นประจำสัปดาห์ (Photo of the […]

สิ่งที่ควรทำเมื่อมา อุทยานแห่งชาติแกรนด์แคนยอน

ฉลองครบรอบ 100 ปี ของอุทยานอันเป็นที่รักด้วยกิจกรรมที่ไม่สิ้นสุด อุทยานแห่งชาติแกรนด์แคนยอน ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ปี 1919 ซึ่งเป็นอุทยานแห่งชาติขนาดใหญ่ ที่มีมาอย่างยาวนาน และยังถือเป็นหนึ่งในอุทยานแห่งชาติ อันเป็นที่รักของสหรัฐอเมริกา ลองอ่านเคล็ดลับจากผู้มีประสบการณ์ทั้งเจ็ดที่นี่ เพื่อให้การเดินทางของคุณไม่น่าเบื่ออีกต่อไป Do the classics ใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย วิธีดั้งเดิมในการหาเส้นทางลาดชันของหุบเขาคือ การขี่ล่อ การเดินทางหนึ่งวันในฝั่งทางใต้ควรเริ่มเดินทางออกจาก Stone Corral เพื่อมุ่งไปทาง Bright Angel Trail ที่แฟนทอมแรนช์ คุณจะพบที่พักเพียงแห่งเดียวในอุทยานแห่งชาติแกรนด์แคนยอน ที่ไม่ใช่การตั้งแคมป์ (วิธีที่ดีที่สุดคือการจองทัวร์และที่พักของคุณล่วงหน้าหกเดือน) การล่องแพในแม่น้ำโคโลราโด การผจญภัยนี้จะทำให้คุณมองเห็นเรื่องราวประวัติศาสตร์ของอุทยานฯ เส้นทางของแม่น้ำที่ไหลเชี่ยวและคดเคี้ยวที่สุดในโลก มากกว่า 160 เส้นทาง และใช้ระยะเวลาในการเดินทางสามารถอยู่ได้เป็นเวลาหนึ่งถึง 25 วัน เพลิดเพลินกับการขับรถชมวิวทิวทัศน์ สำหรับการเยี่ยมชมภายในหนึ่งวัน บนถนน เฮอร์มีส ตามแนวชายฝั่งทางใต้เป็นเส้นทางยาว 11 กิโลเมตร ที่ล้อมรอบหุบเขาแกรนด์แคนยอนและทัศนียภาพอันยอดเยี่ยมของแม่น้ำโคโลราโดที่คดเคี้ยวสลับกับเขาวงกตของหุบเขา นอกจากนี้ยังมีบริการรถบัสรับส่งไปตามเส้นทาง โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เมื่อคราวที่มีการยุติห้ามใช้รถยนต์ตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงเดือนพฤศจิกายน ถนนเคปรอยัล ริมฝั่งทางเหนือ […]