บอร์เนียว สถานที่ขึ้นชื่อเรื่องแหล่งดูนก และความหลากหลายทางชีวภาพ

ชมนกนานาพันธุ์ที่เกาะบอร์เนียว

บอร์เนียว ดินแดนสวรรค์ของเหล่าปักษา

บอร์เนียว เป็นชื่อหมู่เกาะทางตอนใต้ที่คุ้นหูคนไทยเป็นอย่างดี มีธรรมชาติทั้งบนบกและใต้น้ำที่สวยงาม ซึ่งสำหรับผมและพลพรรคนักดูนกชาวไทย ‘บอร์เนียว’ เป็นเป้าหมายอันดับต้นๆ ในการเดินทางไปดูนก ของกลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพราะมีนกเฉพาะถิ่นมากมาย และปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่กำลังคุกคามระบบนิเวศบนเกาะแห่งนี้ อาจทำให้เราพลาดชมสัตว์ต่างๆ เหล่านี้อีก

เรื่องและภาพ : วัทธิกร โสภณรัตน์

บันทึกเรื่องราวการเดินทางไปดูนกบนเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย

เมื่อเรามาถึงเมืองคินาบาลู บนเส้นทาง Crocker range ที่เราเลือกใช้สัญจร เป็นจุดดูนกที่มีชื่อเสียง แต่เราก็ได้แต่ขับผ่านไปอย่างน่าเสียดาย เพราะฝนตก และหมอกลงจัด จึงทำได้แค่แวะจอดดูนกบางช่วงที่อากาศเอื้ออำนวย มีเพียงนก Chestnut hooded laughingthrust ที่โผล่มาให้เห็น และ นก Plume toed swiftlet ที่เกาะนอนหลบลมหนาวบริเวณจุดพักรถ หลังจากผ่านเส้นทางคดเคี้ยวบนภูเขาที่เต็มไปด้วยรถบรรทุกขนาดใหญ่ เราก็มาถึงที่พักที่บ่อน้ำร้อน Poring เอาตอน 1 ทุ่ม พวกเราไม่รอช้าออกตามหานกกลางคืนกันต่อทันที แต่ก็ต้องคว้าน้ำเหลว บรรยากาศการดูนกของเราในวันแรกของการเดินทางจึงค่อนข้างหม่นหมองอยู่บ้าง

บอร์เนียว, เกาะบอร์เนียว, ดูนก, การดูนก, ชมรมดูนก
นก Temminck’s Sunbird หรือนกกินปลีแดงที่หาตัวได้ยากในประเทศไทย แต่ที่นี่กลับพบได้แทบทุกที่ที่มีดอกไม้

เช้าวันถัดมา เราออกจากที่พักกันแต่เช้าตรู่ เพื่อไปบ่อน้ำพุร้อน บริเวณโดยรอบบ่อน้ำพุร้อนมีป่าที่ค่อนข้างสมบูรณ์ ความน่าตื่นเต้นเริ่มขึ้นในส่วนของสวนผีเสื้อขนาดเล็กที่อยู่ถัดมา เนื่องจากบริเวณนี้มีดอกไม้จำนวนมากเราจึงพบนกกินน้ำหวานเช่น นก Crimson sunbird (นกกินปลีคอแดง) และ นก Temmink’s sunbird (นกกินปลีแดง) หลายตัว และนอกจากนกกินน้ำหวานแล้ว ยังมีนก Black headed bulbul (ปรอดทอง) และนกปรอดเฉพาะถิ่น Charlotte’s bulbul เข้ามาหาอาหารในบริเวณนี้อีกด้วย

คู่มือสำหรับผู้ที่สนใจนกทั่วโลก 

ถัดไปเริ่มเป็นป่าทึบ เราพบนก Red naped trogon หรือนกขุนแผนท้ายทอยแดงบินต้อนรับอยู่ ในขณะที่ผมกำลังง่วนกับการตามถ่ายรูปนกขุนแผนอยู่นั้น สมาชิกคนหนึ่งก็ถ่ายรูปนกตัวหนึ่งโผจับเถาวัลย์ในเงามืดลึกเข้าไปในป่า ถึงแม้รูปจะแย่แต่ก็พอจะบอกได้ว่าเป็นนกอะไร และมันทำให้พวกเราลนลานเป็นที่สุด เพราะมันคือ นก Chestnut capped Thrush (นกเดินดงหัวแดง) มันเป็นนกลึกลับที่ไม่ว่าจะที่ไหนในโลกก็หาตัวยากและความรู้ที่เกี่ยวกับนกชนิดนี้ก็น้อยเหลือเกิน

บอร์เนียว, เกาะบอร์เนียว, ดูนก, การดูนก, ชมรมดูนก
นก Bornean Spiderhunter นกเฉพาะถิ่นตัวแรกที่เราได้เจอในทริปนี้ในบ่อน้ำพุร้อน Poring

หลังจากเดินดูนกภายในส่วนน้ำพุร้อนเสร็จแล้ว เราเดินออกมาดูนกต่อด้านนอก แม้เป็นเวลาสายมากแล้วแต่ก็เป็นช่วงแรกของวันที่มีแสงแดดสาดกระทบ จึงยังพอมีนกออกมาหากินอยู่บ้าง ในบริเวณนี้ เราพบ Long billed spiderhunter (นกปลีกล้วยปากยาว) ซึ่งสามารถพบได้ในประเทศไทยเช่นกันแต่ต้องเป็นบริเวณ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เท่านั้น และนก Yellow rumped flowerpecker ซึ่งเป็นนกเฉพาะถิ่นอีกชนิดหนึ่งด้วย

หลังจากเสร็จภารกิจช่วงเช้าที่บ่อน้ำพุร้อน พวกเรากลับที่พักเพื่อเดินทางกันต่อ แต่ในขณะที่คิดว่าคงไม่มีนกอะไรโผล่มาอีกแล้ว ผมเหลือบไปเห็นนก White fronted Falconet นกเฉพาะถิ่นอีกชนิดที่ค่อนข้างหายาก เกาะอยู่บนยอดไม้ไกลลิบ ด้วยความตกใจผมเรียกทุกคนเพื่อให้หันมาดูพร้อมกับถ่ายรูปไปด้วย แต่ก็ไม่ทันการณ์ กว่าทุกคนจะหันมามันก็บินจากไปเสียแล้ว

บอร์เนียว, เกาะบอร์เนียว, ดูนก, การดูนก, ชมรมดูนก
ข้าวหน้าเป็ดที่ตลาดในเมืองเนื้อแห้ง หนังเป็ดบางย่างได้กรอบถูกใจชาวคณะเป็นอย่างยิ่ง

พวกเรามาถึงอุทยานแห่งชาติคินาบาลูในช่วงบ่าย คณะเดินทางจึงตัดสินใจเข้าติดต่อห้องพักที่จองไว้ก่อน เมื่อไปถึงที่พักก็พบว่าบรรยากาศโดยรอบนั้นเหมาะแก่การดูนกมาก ในบริเวณที่พักประดับประดาด้วยไม้ดอกอยู่ดาษดื่น และรอบข้างเป็นชายป่า ถึงแม้จะมีฝนโปรยปรายอยู่บ้าง แต่ก็มีนก Black capped white-eye และ Black sided flowerpecker ที่เป็นนกเฉพาะถิ่นของบอร์เนียวหากินอยู่บนต้นไม้ที่อยู่ข้างลานจอดรถ

บอร์เนียว, เกาะบอร์เนียว, ดูนก, การดูนก, ชมรมดูนก
บรรยากาศรอบที่พักที่เต็มไปด้วยไม้ดอก ไม้ผล ดึงดูดนก Black sided Flowerpecker มาบินวนเวียนอยู่หน้าห้องพัก

เมื่อชื่นชมบรรยากาศที่พักเสร็จแล้ว พวกเราจึงขับรถต่อไปยังทางเข้าอุทยานที่ห่างไปไม่ไกล เมื่อขับเข้ามาส่วนที่เป็นป่าทึบแล้ว เราจอดรถและเริ่มดูนกข้างทางพร้อมกับสภาพฟ้าขมุกขมัวและฝนจางๆ แต่ก็ไม่ทำให้นกหนีหายไปไหน เย็นวันนี้เราได้พบกับนกเฉพาะถิ่นมากมาย ที่บินผ่านขาพวกเราไปในระยะมือเอื้อม ถึงแม้จะพบนกน่าสนใจมากมายในการชิมลางนี้ แต่เราก็ยังพลาดนกเฉพาะถิ่นที่อยู่อีกหลายชนิด

อ่านต่อหน้า 2

เรื่องแนะนำ

สุดยอดภาพถ่ายท่องเที่ยวแห่งปี 2017

คืนหนึ่งของเดือนธันวาคมในปี 2015 เซรกิโอ ตาปิโร คว้าถุงนอน, กล้อง และขาตั้งออกมาวางท่ามกลางท้องฟ้ากระจ่างไร้มวลเมฆ ห่างจากเขาออกไป 8 ไมล์คือภูเขาไฟโคลิมาที่ปะทุเถ้าถ่านออกมา ท่ามกลางสายฟ้าฟาด ครั้งแรกของการปะทุ ตาปิโรเตรียมพร้อมอยู่แล้ว เขาเปิดรูรับแสงนาน 8 วินาทีเพื่อบันทึกภาพของไฟและหินที่ถูกส่งออกมาจากใต้พื้นโลกเอาไว้ และทันใดนั้นเองก็เกิดแสงสว่างวาบขึ้น เมื่อสายฟ้าเส้นหนึ่งผ่าลงมาจากหมู่มวลเมฆของเถ้าถ่าน “ภาพถ่ายนี้คือของขวัญที่ธรรมชาติมอบให้แก่ผมครับ” เขากล่าว “ตอนที่ผมเช็ครูปถ่ายจากจอกล้องถ่ายภาพ ผมอึ้งไปเลย แทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง” ภาพถ่ายนี้ชนะเลิศการประกวดภาพถ่ายท่องเที่ยวประจำปี 2017 “ช่วงเวลาอันทรงพลัง ถูกบันทึกไว้อย่างงดงาม ภาพถ่ายของเซรกิโอจัดอยู่ในภาพถ่ายธรรมชาติชั้นนำ ด้วยความเห็นชอบจากคณะกรรมการตัดสินอย่างเป็นเอกฉันท์” มอลลี่ โรเบิร์ต บรรณาธิการภาพอาวุโส หนึ่งในคณะกรรมการตัดสินครั้งนี้กล่าว “เซรกิโอ มุ่งมั่นถ่ายภาพภูเขาไฟมา 15 ปี สมาธิอันเยี่ยมยอดของเขาปรากฏให้เห็นผ่านภาพการปะทุของภูเขาไฟอันน่ามหัศจรรย์” ตาปิโรเริ่มต้นถ่ายภาพภูเขาไฟในปี 2002 งานของเขาต้องใช้ความพยายามอย่างสูง รวมถึงความอดทนและอารมณ์ขัน “ผมรู้สึกเหมือนกับว่ากำลังสนทนากับญาติของตัวเอง คล้ายๆ ลุงของผม” เขาอธิบาย “บางครั้งผมคิดว่าถูเขาไฟเองก็เล่นตลก หลังคุณอยู่ที่ตรงนั้นมาแล้ว 16 ชั่วโมง ในที่สุดคุณตัดสินใจเก็บอุปกรณ์กลับ ในขณะที่คุณกำลังขับรถกลับบ้าน คุณกลับเห็นภูเขาไฟปะทุขึ้น ผ่านกระจกมองหลัง” ความอดทนและการมองโลกในแง่ดีของเขา […]

ทะเลอาร์กติก สุดขอบแผ่นดินที่มนุษย์อาศัยอยู่

เดินทางขึ้นสู่ดินแดน “เกือบ” เหนือสุดของโลก ประสบการณ์สัมผัส ทะเลอาร์กติก ครั้งแรกในชีวิต สถานที่หนึ่งที่เราไปไม่ถึง แต่ขอไปให้ใกล้ที่สุดก็ยังดี… ประโยคนี้คือสิ่งที่เราคุยกันในกลุ่มเพื่อนในวันที่เราตัดสินใจเดินทางไปหมู่บ้านเทอริเบอกา (Teriberka Village) หมู่บ้านชาวประมงที่ตอนนี้แทบไม่มีเรือประมงเข้าเทียบท่า สุดเขตแดนตะวันตกเฉียงเหนือของรัสเซีย ที่นี่มีอ่าวชิดติดกับคาบสมุทรโคลา (Kola) ชายฝั่งทะเลบาเรนท์ (Barents Sea) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของขอบ ทะเลอาร์กติก ไปอีกเพียงหนึ่งร้อยกิโลเมตรเราจะถึงขั้วโลกเหนือ… เชื่อว่าอีกหลายคนฝันถึงการไปเยือนขั้วโลกเหนือ ที่เทอริเบอกาให้ความรู้สึกหนึ่งย้ำเตือนเราว่า… อีกนิดเดียวเท่านั้น การเดินทางไปหมู่บ้านชายขอบติดคาบสมุทรอาร์กติกสร้างความตื่นเต้นให้ไม่น้อย การได้ไปยืนริมทะเลที่มีลมทะเลซัดน้ำแข็งเข้าฝั่งตลอดเวลาไม่ใช่เรื่องที่หาชมได้ที่ชายหาดทั่ว ๆ ไป  แต่ความน่าสนใจระหว่างทางก็ดึงดูดนักเดินทางไม่แพ้กัน นั่นคือ เราต้องผ่านป่าสนที่ถือว่าเป็นปอดของยุโรป และเป็นส่วนหนึ่งของป่าสงวนที่ใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของโลก รู้จักในชื่อไทกา (Taiga) การเดินทางผ่านไทกาใช้เวลานาน ป่าสนในฤดูหนาวที่ปกคลุมไปด้วยหิมะให้ความรู้สึกยิ่งใหญ่สุดสายตา ยิ่งเมื่อได้รับข้อมูลของป่าสนแห่งนี้ยิ่งรู้สึกว่าการเดินทางไปหมู่บ้านเทอริเบอกาคุ้มค่าและน่าค้นหามากกว่าตอนที่ตัดสินใจมาเยือน ไทกาในฤดูหนาวจัดเป็นป่าสนที่ขาวโพลน ต้นสนใบร่วงจนเหลือแต่กิ่งไม่น่าเชื่อว่าที่นี่คือปอดของยุโรป พอได้ยินคำว่าปอดของยุโรปเชื่อว่าหลายคนอยากสูดอากาศให้เต็มปอด ถนนเส้นนี้นอกจากป่าสนขนาดใหญ่ที่ให้ออกซิเจน (Oxygen) มากมาย ในช่วงฤดูหนาวรถยนต์ก็ไม่พลุกพล่าน ระยะทางสองร้อยกว่ากิโลเมตรจากเมืองมูร์มันสค์ (Murmansk) ซึ่งเป็นเมืองที่เรานั่งเครื่องบินมาลง เราสวนกับรถยนต์ที่นับคันได้ ในเดือนที่เราเดินทางไปถึงคือต้นเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นเดือนที่หนาวจัด ทุกลมหายใจที่ไม่ได้ผ่านหมวกคลุมหน้าหรือระบบปรับอากาศ มันเย็นเยือกจนปวดศีรษะจริงๆ ครั้งแรกก็อยากสูดอากาศแต่พอลงจากรถยนต์ได้ไม่ถึงห้านาทีก็ต้องรีบกลับขึ้นมาเพราะอากาศที่หนาวจนยะเยือกถึงถึงกระดูก ตลอดเส้นทางจะเห็นทัศนียภาพห่มด้วยสีขาวสุดลูกหูลูกตา บ้านเรือนของคนที่นี่จึงมักทาสีสดใส […]

25 จุดหมายยอดเยี่ยมที่สุดของโลก

แม้การระบาดใหญ่ทั่วโลกจะทำให้การเดินทางหยุดชะงัก แต่ไม่อาจปิดกั้นความกระหายใคร่รู้ของเรา ด้วยความหวังว่าจะได้ออกท่องโลกกันอีกครั้งในปีนี้ เราอยากบอกเล่าเรื่องราวของ 25 จุดหมายปลายทาง ไร้กาลเวลาซึ่งจะนิยามการเดินทางของเราในอนาคต รายงานชิ้นนี้จัดทำขึ้นโดยความร่วมมือจากกองบรรณาธิการ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก แทรเวเลอร์ ทั่วโลก จุดหมายปลายทาง ยอดเยี่ยมที่สุดประจำปี 2021 (Best of the World 2021) จัดกลุ่มตาม 5 หมวดหมู่ได้แก่ การผจญภัย ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ธรรมชาติ ครอบครัว และความยั่งยืน ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.nationalgeographic.com/travel/features/best-of-the-world-2021/ เรื่อง บรรณาธิการ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก แทรเวเลอร์ ทั่วโลก และรายงานพิเศษเพิ่มเติมโดย แมรีเอลเลน เคนเนดี ดักเก็ตต์ ความยั่งยืน ไฟรบูร์ก, เยอรมนี เมืองมหาวิทยาลัยในเยอรมนีแห่งนี้สอนให้โลกรู้จักแนวปฏิบัติสีเขียวที่ดีที่สุด ในมุมหนึ่งทางตะวันตกเฉียงใต้ของเยอรมนี ใกล้กับพรมแดนฝรั่งเศสและสวิตเซอร์แลนด์ เป็นที่ตั้งของไฟรบูร์ก เมืองมหาวิทยาลัยอันมีชีวิตชีวา ในรัฐบาเดิน-เวือร์ทเทมแบร์ก ไฟรบูร์กคือเมืองสีเขียวที่โดดเด่นทั้งภาพลักษณ์และการกระทำ เมืองนี้ใช้พลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ ชีวมวล ลม […]

ทะเลสาบโบราณของออสเตรเลียเผยประวัติศาสตร์มนุษย์

เรื่อง แอบบี้ เซเวล ในปี 1968 จิม โบวเลอร์ นักธรณีวิทยาหนุ่มกำลังสำรวจชั้นหินและชั้นทรายของทะเลสาบขนาดมหึมาที่แห้งขอดไปแล้ว ที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของรัฐนิวเซาท์เวลส์ ตัวเขาพบเถ้ากระดูกของมนุษย์เพศหญิงที่เคยอาศัยอยู่ยังภูมิภาคนี้ เมื่อราว 40,000 ปีก่อน ซึ่งเชื่อกันว่าน่าจะเป็นตัวอย่างของพิธีกรรมที่เก่าแก่ที่สุดในโลกและอีก 6 ปีต่อมาในพื้นที่เดียวกัน โบวเลอร์ค้นพบฟอสซิลกระดูกที่เกือบจะสมบูรณ์ของมนุษย์เพศชาย ที่เคยอาศัยอยู่ในช่วงเวลาเดียวกัน ทั้งคู่เป็นที่รู้จักในชื่อ สตรี Mungo และบรุษ Mungo เป็นหลักฐานใหม่ที่แสดงให้เห็นถึงประวัติศาสตร์อันยาวนานของชาวอะบอริจินที่อาศัยอยู่ในทวีปออสเตรเลีย รวมไปถึงยังช่วยขับเคลื่อนสิทธิมนุษยชนของชาวพื้นเมืองที่ประเด็นดังกล่าวกำลังเป็นที่พูดถึงอยู่ในขณะนั้น ภูมิภาคทะเลสาบวิลันดราแห้งเหือดไปแล้วเมื่อ 18,500 ปีก่อน เมื่อปราศจากธารน้ำเดิมที่เคยหล่อเลี้ยงแต่ซากพืชซากสัตว์ที่หลงเหลือไว้ตามธรรมชาติเหล่านี้ เป็นหลักฐานชั้นดีจากยุคไพลสโตซีน ยุคสมัยที่มนุษย์กำลังอยู่ระหว่างการวิวัฒนาการมาเป็นมนุษย์ในปัจจุบัน นอกเหนือจากฟอสซิลกระดูกที่พบแล้ว นักโบราณคดียังพบเครื่องไม้เครื่องมือที่ถูกประดิษฐ์มาจากหิน, เตาไฟ และโม่บดหินที่เชื่อกันว่าใช้ในการบดเมล็ดหญ้าเพื่อให้ได้แป้งออกมาและฟอสซิลรอยเท้าของมนุษย์ทั้งชายหญิงและเด็กจำนวน 460 รอย ซึ่งฉายภาพพวกเขาเดินเตร็ดเตร่ยังบริเวณทะเลสาบแห่งนี้เมื่อในอดีต นอกจากนั้นสถานที่แห่งนี้ยังเก็บหลักฐานที่มีค่าสำหรับบรรดาสัตว์และพืชโบราณไว้อีกด้วย เช่น ฟอสซิลของสัตว์มีกระเป๋าหน้าท้องขนาดใหญ่สายพันธุ์หนึ่งที่เคยมีถิ่นที่อยู่กระจายไปทั่วผืนทวีปนี้ อย่างไรก็ตามแม้ว่าน้ำจะแห้งเหือดไปแล้ว แต่ชีวิตยังคงดำเนินต่อไป ต้นยูคาลิปตัสต้นเล็กๆ เติบโตขึ้นจากเนินทรายเคียงด้วยพืชสมุนไพรอื่นๆ และกอหญ้า ที่นี่ยังเป็นบ้านของค้างคาว, สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก, สัตว์เลื้อยคลาน, นกแก้ว, นกคักคาทู และนกฟินช์ ภูมิภาคอันแห้งแล้งยังให้ทัศนียภาพอันน่าทึ่ง จากสายลมและหยาดน้ำฝนที่กัดเซาะหินทรายในบริเวณนี้ ให้เป็นดินแดนอันน่าประหลาดราวกับกำลังยืนอยู่บนผิวดวงจันทร์ […]