Outdoors DNA กลุ่มคนผู้รักการผจญจัยบนเส้นเชือก และท่องเที่ยวแบบมีสำนึกต่อชุมชน

ชีวิตการผจญภัยที่อยู่บนเส้นเชือก

Outdoors DNA กลุ่มคนที่รักการปีนเขาอยู่ในดีเอ็นเอ

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบภาพยนตร์แนวแอ็กชันผจญภัย สิ่งหนึ่งที่มักเห็นในฉากภาพยนตร์เสมอคือการผจญภัยแบบสุดขั้ว ทั้งการปีนเขาแบบใช้เชือกโรยตัว การกางเต็นท์นอนในแดนหิมะ เดินลุยในป่ารกชัฎ นอนเต็นท์แคร่ริมผา (Portal-edge) ซึ่งหลายคนอาจนึกว่า กิจกรรมสุดโหดแบบนั้นคงมีแค่ชาวต่างชาติที่สามารถเข้าถึงได้ แต่สำหรับประเทศไทย เราพบว่ามีกลุ่มคนที่หลงใหลการเล่นเชือกผูกเงื่อน ปีนเขา โรยตัว นอนริมหน้าผาสูง และลุยหิมะบ้างในกรณีที่ผจญภัยในต่างประเทศ พวกเขาเรียกตัวเองว่า “ Outdoors DNA ” ซึ่งถือเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวแนวผจญภัยที่น่าจับตาที่สุดในตอนนี้

กองบรรณาธิการออนไลน์ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย มีโอกาสพูดคุยกับ คุณวิน – นวิน ฟูทวีมั่งทรัพย์ หนึ่งในผู้ก่อตั้งกลุ่มOutdoors DNA

ปีนเขา, ปีนผา, outdoors DNA, กิจกรรมกาลางแจ้ง, ผจญภัย
(จากซ้าย) คุณภิญโญ เฉลิมวงค์, คุณศรีพงษ์ พรรณ์แผ้ว, คุณนวิน ฟูทวีมั่งทรัพย์, คุณปกครอง พลกระจาย, และคุณดนัย เลขะกุล

พวกเขามีแนวคิดเรื่องการท่องเที่ยวแบบผจญภัยที่สร้างประโยชน์ให้แก่สังคมส่วนรวมได้อย่างน่าสนใจทีเดียว

จุดเริ่มต้นของการก่อตั้งกลุ่มท่องเที่ยวขึ้นเพราะ ผมและพี่ดี้ – ศรีพงษ์   พรรณ์แผ้ว เป็นผู้รักการผจญภัย เขากับพี่หนุ่ม – ทิพากร วิชชุรังษี เคยคุยกันว่าอยากทำเฟซบุ๊กแฟนเพจเกี่ยวกับการท่องเที่ยวแบบผจญภัย เพราะนอกเหนือจากเดินป่าแล้ว ยังมีเรื่องของการปีนเขา (Mountaineering) ที่น่าสนใจ ซึ่งในตอนนั้นก็วางแผนจะไปเที่ยวอินเดียด้วยกัน” คุณวินเล่าถึงจุดเริ่มต้นให้เราฟัง

Outdoors DNA, ปีนเขา, ปีนผา,

เมื่อมีโอกาสคุยกันก็พบว่า พวกเรามีแนวทางในการท่องเที่ยวคล้าย ๆ กัน เลยอยากหาสิ่งที่ทำร่วมกันเพื่อต่อยอดให้ได้มากกว่านี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเส้นทางใหม่ ๆ ที่อยู่ในต่างประเทศ หรือเส้นทางการปีนเขาในประเทศไทย

สำหรับประเทศไทย เรามีภูเขาหลายลูกที่ภาพภูมิทัศน์บนยอดเขาสวยงามไม่แพ้ที่ใดในโลก” คุณวินเล่าและเสริมว่า “แต่ด้วยมีหลายเหตุการณ์เกิดขึ้นระหว่างนั้นจึงเป็นผลให้การเผยแพร่เรื่องราวการเดินทางในสื่อออนไลน์ค่อนข้างล่าช้า ” อีกทั้ง ในช่วงเวลานั้นเกิดเหตุการณ์ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ซึ่งทางเจ้าหน้าทีได้ประกาศหาผู้ที่มีความสามารถในการใช้เชือกโรยตัวปีนเขา พวกเราจึงอาสาไปช่วยในเหตุการณ์ครั้งนั้น โดยใช้ชื่อกลุ่มว่า “Outdoors DNA”

Outdoors DNA, ปีนเขา, ปีนผา,

พอเสร็จสิ้นภารกิจพวกเราจึงได้ข้อสรุปว่า นี่คือจุดประสงค์ของพวกเรา นอกเหนือจากการปีนเขาเพื่อการท่องเที่ยวตามแบบฉบับของเราแล้ว เราต้องสามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้ เหตุการณ์ที่ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนจึงเป็นจุดเริ่มต้นของพวกเรา ทำให้เรามีโอกาสนำทักษะที่ร่ำเรียนออกมาใช้อย่างเต็มที่ สมาชิกส่วนใหญ่ได้รับการอบรมในหลักสูตร Mountaineering Rescue Level 2 ซึ่งเป็นหลักสูตรที่มีไว้เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยเฉพาะ

ในแต่ละปีเราจัดทริปเดินทางไปต่างประเทศ 4 ครั้งในรูปแบบที่ไม่เหมือนใคร ส่วนในประเทศไทยเราเน้นการค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่ ๆ” ยกตัวอย่างเช่น ครั้งหนึ่งเราไปเยือนวัดถ้ำพระโพธิสัตว์ จังหวัดสระบุรี เห็นภูเขามีรูปร่างสวยมาก จึงอยากขออนุญาตท่านเจ้าอาวาสไปสำรวจดูสักครั้งว่า มีทางขึ้นลงอย่างไร และระดับยากง่ายอยู่ในระดับไหน

ทันทีที่ท่านเจ้าอาวาสทราบว่าพวกเราอยากขอปีนสำรวจด้านบนภูเขา ท่านจึงฝากให้ผมและคณะนำธงธรรมจักรไปเปลี่ยนบนยอดเขา แทนผืนเก่าที่ชำรุดไป จุดนั้นให้ความคิดของพวกเราเปลี่ยนไป “คือนอกจากการไปท่องเที่ยวและสำรวจแล้ว หากมีสิ่งใดที่เราสามารถทำประโยชน์ให้แก่ผู้อื่นได้พวกเราก็จะทำ

หลังจากเสร็จภารกิจเปลี่ยนธงที่สระบุรีแล้ว ภารกิจต่อมาคือการสำรวจเขาทะลุที่จังหวัดชุมพร เนื่องจากคนในพื้นที่บอกว่า สามารถขึ้นไปถึงบนยอดเขาได้ และคนรุ่นปู่ยาตายายก็ปีนขึ้นไปเที่ยวกัน เราเลยอยากลองสำรวจไว้ เผื่อในอนาคตอาจเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่สร้างรายได้ให้ชาวบ้านละแวกนั้น ทีมเราไปสำรวจเขาทะลุมาแล้วสองครั้ง ถือเป็นเส้นทางปีนเขาที่โหดมากแห่งหนึ่ง แต่ภารกิจที่เขาทะลุถือว่ายังไม่จบ ต้องมีการไปสำรวจซ้ำอีกรอบ

Outdoors DNA, ปีนเขา, ปีนผา,

Outdoors DNA, ปีนเขา, ปีนผา,

ผมคิดว่ากิจกรรมที่ Outdoors DNA จัดขึ้นยังจำกัดอยู่ในกลุ่มคนเล็ก ๆ ที่ไม่แพร่หลายมากนักในบ้านเรา ทุกการท่องเที่ยวของเราไม่สามารถคาดเดาเส้นทางทางหรือเหตุการณ์ข้างหน้าได้ แต่ถือเป็นสิ่งที่ท้าทายความสามารถและข้อจำกัดของร่างกาย ทำให้เราหลงเสน่ห์การปีนเขา เพราะต้องนำความรู้ทุกอย่างที่มีไปฟันฝ่าอุปสรรคตรงหน้าให้ผ่านไปได้ ” คนที่จะเที่ยวแบบนี้ได้ต้องดูแลตัวเองให้เป็น ต้องสู้กับจิตใจของตัวเอง ต้องรู้จักรอในขณะที่เพื่อน ๆ กำลังเซ็ตเชือกให้ เพราะการปีนเขาต้องเช็กให้แน่ใจว่าเมื่อปีนแล้วต้องปลอดภัย ป่าเลือกคน ไม่ใช่คนเลือกป่า เราพาคนเข้าป่าปีนเขาสิบคน สุดท้ายอาจเหลือเพียงคนเดียวก็ได้ที่จะกลับมาทำกิจกรรมกับเราอีกครั้ง

Outdoors DNA, ปีนเขา, ปีนผา,

เมื่อผมถามว่ากลุ่มOutdoors DNA ได้อะไรจากการท่องเที่ยวแนวนี้ คุณวินให้คำตอบว่า

ความสนุกครับ คุณจำได้ไหมเมื่อครั้งวัยเด็ก คุณเล่นเกมแล้วต้องผ่านแต่ละด่าน ในชีวิตจริงเราไม่สามารถหาด่านแบบในเกมได้ ผมเลยเลือกการท่องเที่ยวแบบผจญภัยมาเป็นหนึ่งในภารกิจที่ต้องฝ่าฟัน ผมสมมุติให้สถานที่จริงคือด่านในเกม เมื่อเราผ่านไปได้ด่านหนึ่ง เราก็จะเริ่มแสวงหาด่านต่อ ๆ ไป ไม่ว่าจะเป็นในประเทศหรือต่างประเทศ เฉพาะในประเทศไทยเอง ผมก็ยังไม่ผ่านอยู่หลายด่าน ฉะนั้นก็ต้องกลับไปทำภารกิจนั้นอีกครั้ง ที่สำคัญนอกจากเป็นการผจญภัยในแบบของเราแล้ว ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งที่ได้สร้างจิตสำนึกให้คนได้อนุรักษ์ป่าสวย ๆ ของบ้านเรา ธรรมชาติเป็นสิ่งงดงามที่ควรรักษา เพราะไม่สามารถหาซื้อได้ด้วยเงิน

Outdoors DNA, ปีนเขา, ปีนผา,

ผมนั่งคุยกับคุณวินต่อเนื่องอย่างออกรส และทำให้ผมดำดิ่งในห้วงอารมณ์การผจญภัย เย็นวันนั้น เมื่อกลับมาถึงบ้าน ผมเปิดดูภาพยนตร์เรื่อง The Dawn Wall และ Seven Years in Tibet เพื่อสนองอารมณ์ที่คุกรุ่นอยู่ภายใน เพราะตกปากรับคำเชิญจากทีมให้ไปร่วมสำรวจเขาทะลุ ที่จังหวัดชุมพร ซึ่งคุณวินการันตีว่า ภูมิทัศน์ข้างบนยอดเขาสวยงามมาก ๆ ผมเฝ้านับวันรอจะไปสัมผัสบรรยากาศน่าตื่นเต้นกับทีมOutdoors DNA และแน่นอนว่า ผมไม่ลืมที่จะนำเรื่องราวการผจญภัยครั้งใหม่มาฝากผู้อ่านทุกท่าน

โปรดติดตามต่อไปนะครับ…

เรื่อง: ไตรรัตน์ ทรงเผ่า
ภาพ: Outdoors DNA

ติดตามกิจกรรมของพวกเข้าได้ที่ Facebook fan page: Outdoor DNA 


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใน : เดินป่าดอยหนอก – ดอยหลวง จังหวัดพะเยา

เรื่องแนะนำ

จินตนา เกษเพ็ชร จากสาวนักบัญชีสู่นักวิ่งเทรลระยะ 100+ กิโลเมตร ในงานวิ่งเทรลระดับโลก UTMB

หากถามถึงความฝันสักครั้งในชีวิตของนักวิ่งสายเทรล เชื่อว่ามีจำนวนไม่น้อยเลยที่ตั้งเป้าหมายอยากไปวิ่งในงาน Ultra-Trail du Mont-Blanc หรือที่นักวิ่งเทรลเรียกกันว่า “UTMB” ซึ่งถือเป็นมหกรรมระดับโลกที่รวมนักวิ่งใจแกร่งที่อยากจะมาทดสอบสภาพร่างกายและจิตใจกับเส้นทางการวิ่งบนภูเขาสูงในระดับมากกว่า 2,500 เมตร และสภาพอากาศสุดหฤโหดที่มีทั้งแดดร้อน หิมะตก และพายุ ทว่าแลกมาด้วยความท้าทายในการได้ทลายขีดจำกัดของตัวเองและทิวทัศน์อันสวยตระการตาตลอดเส้นทางการวิ่งผ่าน 3 ประเทศ คือ อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ และฝรั่งเศส โดยมีจุดเริ่มต้นที่เมืองชาโมนิกซ์ (Chamonix) ประเทศฝรั่งเศส แน่นอนว่างานนี้ไม่ใช่แค่มีเงินก็มาวิ่งได้ แต่คุณต้องผ่านการเก็บคะแนนสะสมมาจากสนามวิ่งต่างๆที่กำหนดไว้ แล้วจึงนำคะแนนเหล่านั้นมาเป็นข้อมูลในการสมัคร เพื่อรอลุ้น Lottery จากผู้จัดว่าจะได้ไปไหม ดังนั้นการได้มาวิ่งในงานนี้ถือเป็นที่สุดของการวิ่งเทรลแล้วจริงๆ  คุณไก่ – จินตนา เกษเพ็ชร คือสาวนักบัญชีที่ผมได้รู้จักตอนไปทดสอบสนามวิ่งเทรลที่จังหวัดระยองเมื่อปีกลาย เธอคนนี้คือหนึ่งในผู้ที่มีโอกาสได้วิ่งในงานระดับโลกนี้ถึง 2 ครั้ง โดยมีจุดเริ่มต้นจากการที่ไม่มีความรู้เกี่ยวกับการวิ่งเลย กระทั่งสั่งสมประสบการณ์ด้วยตัวเองมาจนมีวันนี้ คุณไก่เล่าว่าเธอลงวิ่งในระยะ CCC เป็นระยะทาง 101+ กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นระยะน้องๆของ UTMB (ระยะทาง 171+ กิโลเมตร) มีจุดปล่อยตัวที่เมืองคูมาเยอร์ในประเทศอิตาลี แล้ววิ่งผ่าน 3 ประเทศเช่นกัน แรงบันดาลใจในการวิ่งมาจาก […]

เดินป่า 4 วัน 49 กิโลเมตร บนเส้นทางชีวิตสัมพันธ์คนดอย คนเมือง และธรรมชาติ

บันทึกเส้นทางเดินป่า Fjallraven Thailand Trail 2020 ที่ไม่ได้ให้เพียงความท้าทาย แต่รวมไปถึงการเรียนรู้วิถีชีวิตของชาวกะเหรี่ยง และวิถีการอนุรักษ์ธรรมชาติในมุมมองใหม่ (เชิญชมวิดีโอ ‘เดินป่า 4 วัน 49 กิโลเมตร บนเส้นทางชีวิตสัมพันธ์คนดอย คนเมือง และธรรมชาติ’ จ. แม่ฮ่องสอน ได้ที่นี่) ลองนึกภาพว่าคุณเป็น “คนเมือง” ที่ต้องไปเดินและอาศัยอยู่ป่าเป็นเวลา 4 วัน 4 คืน ในเส้นทางราว 49 กิโลเมตร ซึ่งเป็นเส้นทางที่ค่อยๆไต่ระดับสู่ยอดดอยอันสูงชันบนทางเท้าในป่าคับแคบ เส้นทางบางช่วงค่อนข้างอันตรายจากทางลาดบนสันเขา (ทั้งช่วงขึ้นและลง) ถ้าไม่เกิดอุบัติเหตุเล็กๆน้อยๆ ก็อาจมีโอกาสเท้าบวมเนื่องจากการเดินโดยใส่รองเท้าเดินป่าหนาเตอะอย่างยาวนานตั้งแต่เช้าจรดเย็น (บางคนก็ค่ำ) เมื่อยามหลับใหล ก็มีโอกาสเผชิญกับน้ำค้างเกาะเต็นท์ที่ส่งอุณหภูมิหนาวเย็นเหลือประมาณจับไปทั่วร่างกาย จนไม่อาจข่มตาได้สนิทตลอดทั้งคืน บางคนต้องล้มเลิกการเดินทางกลางคันด้วยสภาพร่างกายที่ไม่อาจฝืนทน และมีคนอีกไม่น้อยที่ยังพอประคับประคองสภาพร่างกาย แต่กลับต้องสู้กับจิตใจของตัวเองด้วยการถามตัวเองซ้ำแล้วซ้ำอีกว่า “เรามาทำอะไรที่นี่” นี่คือประสบการณ์ส่วนตัวที่ผมได้รับจากการเดินป่าในเส้นทางเดินป่าระยะไกลชุมชนขุนน้ำเงา จังหวัดแม่ฮ่องสอน ผ่านงานเดินป่า Fjallraven Thailand Trail 2020 ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 3 แล้ว แม้จะมีเรื่องราวอันยากลำบากมากมายเกิดขึ้นบนเส้นทาง ในอีกด้านหนึ่ง […]

เปริโตโมเรโน ธารน้ำแข็งแห่งอาร์เจนตินา

ธารน้ำแข็ง เปริโตโมเรโน เรื่องและภาพ : ชลธิชา สุขุมาลจันทร์ ปาตาโกเนีย ดินแดนธรรมชาติมหัศจรรย์ ธารน้ำแข็งเปริโตโมเรโน ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติโลสกลาซิอาเรส ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจังหวัดซานตาครูซ ประเทศอาร์เจนตินา นอกจากนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของ “ปาตาโกเนีย”ดินแดนอันสวยงามที่มีภูมิประเทศหลากหลาย ที่นอกเหนือจากธารน้ำแข็งแล้ว ยังมีทั้งภูเขา ทุ่งหญ้า และทะเลทราย ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของประเทศอาร์เจนตินาและชิลี หากคุณมีโอกาสเดินทางท่องเที่ยวมายังแถบปาตาโกเนีย ไม่ควรพลาดการแวะชมธารน้ำแข็งเปริโตโมเรโน เพราะเป็นหนึ่งในธารน้ำแข็งที่เดินทางเข้าถึงง่าย เริ่มต้นจากเมืองเอลกาลาฟาเต เดินทางด้วยรถยนต์ประมาณสองชั่วโมง และความพิเศษอย่างหนึ่งคือ นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสธารน้ำแข็งอย่างใกล้ชิดได้ด้วยการ ”เดินบนธารน้ำแข็ง” เปริโตโมเรโนเริ่มต้นอย่างไรดี การเดินเท้าบนธารน้ำแข็ง นักท่องเที่ยวไม่สามารถเข้าไปเดินเองได้ จำเป็นต้องมีบริษัททัวร์ที่ได้รับอนุญาตนำเข้าชมพื้นที่ และควรจองล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งวัน (ขึ้นอยู่กับจำนวนนักท่องเที่ยว ถ้ายิ่งเป็นฤดูกาลท่องเที่ยว อาจต้องจองล่วงหน้านานมากกว่านั้น) โดยนักท่องเที่ยวสามารถติดต่อผ่านทางที่พัก หรือบริษัททัวร์โดยตรง ปกติแล้ว การเดินบนธารน้ำแข็งมีตัวเลือก 2 ระยะทาง คือ Mini-Trekking ใช้เวลาเดินชมประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่ง และระยะทาง Big Ice ซึ่งจะใช้เวลาเดินเท้าบนธารน้ำแข็งราวๆ ห้าชั่วโมง ชมคลิปวิดีโอธารน้ำแข็งเปริโตโมเรโน ได้ที่นี่ สำหรับครั้งนี้ เราเลือกเดินแบบ Mini-Trekking โดยค่าใช้จ่ายที่เราจ่ายให้บริษัททัวร์เป็นราคาที่ไม่รวมค่าเข้าอุทยานฯ และอาหารกลางวัน […]

เอเวอเรสต์มาราธอน รายการวิ่งบนเส้นทางที่สูงที่สุดในโลก

ช่วงปลายเดือนพฤษภาคมของทุกปี นักวิ่งเทรลจากทั่วโลกมารวมตัวกันในรายการ เอเวอเรสต์มาราธอน วันที่ 29 พฤษภาคม 1953 เป็นวันที่ Tenzing Norgay Sherpa และ Sir Edmund Hillary มนุษย์คู่แรกที่พิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ได้สำเร็จ และในวันเดียวกันของทุกปี เพื่อเป็นการรำลึกถึงผู้พิชิตทั้งสองคนจึงเกิดรายการวิ่ง Tenzing Hillary Everest Marathon หรือที่รู้จักโดยทั่วไปในนาม เอเวอเรสต์มาราธอน เพื่อรำลึกถึงความกล้าหาญและความสำเร็จนี้ โดยในปี 2019 เป็นการจัดการแข่งขันครั้งที่ 17 และมีคนไทยเข้าร่วมการแข่งขันเพียงคนเดียว รายละเอียด Everest Marathon คุณพิพัฒน์ ละเอียดอ่อน ชาวไทยเพียงคนเดียวที่ร่วมรายการวิ่งเอเวอเรสต์มาราธอนในปีนี้ เล่าว่า ผู้เข้าแข่งขันทุกคนต้องเดินขึ้นไปยังจุดปล่อยตัวบนเอเวอเรสต์เบสแคมป์ ที่ความสูงประมาณ 5,300 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ซึ่งนับเป็นเสน่ห์ของรายการนี้ ที่ผ่านมามีคนไทยเข้าร่วมรายการเพียง 1-2 คน สภาพภูมิประเทศและสภาพภูมิอากาศที่สุดขั้วเป็นสิ่งท้าทายนักวิ่งทุกคน ที่ผ่านมานักวิ่งจากนานาชาติไม่เคยชนะคนท้องถิ่นหรือเชอร์ปาได้เลย ทางผู้จัดงานจึงแบ่งประเภทการแข่งขันเป็นรุ่นคนท้องถิ่น และรุ่นนานาชาติ ในปีนี้มีนักวิ่งจากทั่วโลกเข้าร่วมประมาณ 140 คน และคนเนปาลประมาณ 60-70 คน วันที่ […]