เส้นทางกองทัพบนหลังม้าแห่ง ไซบีเรีย : ไบคาล (Baikal) เกินจุดเยือกแข็ง

เส้นทางกองทัพบนหลังม้าแห่ง ไซบีเรีย

เส้นทางกองทัพบนหลังม้าแห่ง ไซบีเรีย: ไบคาล (Baikal) เกินจุดเยือกแข็ง

หนังสือเล่มหนึ่งชื่อเรื่องสะดุดตา ชื่อว่า “The Blue Wolf” a novel of the life of Chinggis Khan.” ที่ได้รับการแปลเป็นภาษาไทยโดยใช้ชื่อว่า “ตำนานจอมทัพมองโกล” เนื้อหาบอกเล่าประวัติศาสตร์เส้นทางสู่ความยิ่งใหญ่ของเตมูจิน หรือที่คนไทยรู้จักในชื่อเจงกิสข่าน ผู้รวบรวมชนเผ่าเร่ร่อนของทุ่งหญ้าแห่ง ไซบีเรีย (Siberia) ให้เป็นหนึ่ง และแม่ทัพที่สามารถรวบรวมอาณานิคมกว้างใหญ่ที่สุดในช่วงศตวรรษที่สิบเจ็ด

หลายคนอาจไม่รู้จักเตมูจิน หรืออาจเคยฟังเรื่องเล่า หรือเคยอ่านประวัติเตมูจินแต่ลืมเลือนไปแล้ว ผู้เขียนก็เช่นกัน แต่กลับต้องแปลกใจเมื่อกำลังท่องเที่ยวอยู่ในแคว้นไซบีเรีย ประเทศรัสเซีย หลายสถานที่ผู้นำเที่ยวท้องถิ่นพูดถึงชื่อเตมูจิน (Temujin) หลายครั้ง จนต้องกลับไปทบทวนเกี่ยวกับประวัติของเตมูจิน แม่ทัพใหญ่แห่งเผ่ามองโกเลีย ผู้กลายมาเป็นเจงกิสข่าน ว่ามีความสำคัญอย่างไรกับแคว้นไซบีเรีย ทั้งๆ ที่เตมูจินเป็นนักรบจากมองโกลและแน่นอนว่าหนึ่งในเส้นทางเดินทัพของเตมูจินคือเส้นทางสายดวงตาสีฟ้าแห่งไซบีเรีย (The blue eyes Siberia) นั่นคือทะเลสาบไบคาลที่กว้างใหญ่หลายร้อยกิโลเมตร

ไซบีเรีย, ไบคาล, ทะเลสาบไบคาล, รัสเซีย, ท่องเที่ยว
เกาะน้ำแข็งบนเกาะ Olkhonsky ในเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์สามารถขับรถยนต์ไปเยี่ยมชมได้

กองทัพบนหลังม้าของเจงกิสข่านได้ชื่อว่าเป็นนักรบที่แข็งแกร่งและน่าหวาดกลัวในยุคที่มองโกลเลียล่าอาณานิคม สำหรับตัวผู้เขียนซึ่งเป็นชาวไทย นึกภาพไม่ออกเลยถึงความน่าเกรงขามของกองทัพมองโกลในยุคนั้น

จนกระทั่ง เมื่อทะเลสาบไบคาล (Baikal) ในเมืองอีร์คุตสค์ (Irkutsk) แคว้นไซบีเรีย ปรากฏตรงหน้า จึงได้ซึมซับความยิ่งใหญ่ของกองทัพบนหลังม้า และเกิดคำถามในใจว่า ต้องแข็งแรงขนาดไหนถึงเผชิญความหนาวเหน็บของอุณหภูมิในฤดูหนาวที่ติดลบสี่สิบองศาเซลเซียสได้กองทัพเอาชีวิตจากแหล่งอาหารที่อยู่ลึกลงไปใต้ชั้นน้ำแข็งมากกว่าหนึ่งเมตรได้อย่างไร และความหนาวเย็นที่ปกคลุมยาวนานถึง 8 เดือน แม้ว่าที่นี่เป็นเพียงสถานที่หนึ่งที่กองทัพบนหลังม้าเดินทางผ่าน แต่เป็นสถานที่ที่กว้างใหญ่ และน่าตื่นตะลึงเหลือเกิน

ไซบีเรีย, ไบคาล, ทะเลสาบไบคาล, รัสเซีย, ท่องเที่ยว
ผิวน้ำที่กลายเป็นน้ำแข็งในทะเลสาบไบคาลเกาะตัวหนาถึง 1 เมตร รองรับน้ำหนักรถยนต์ให้สามารถแล่นไปมาได้

ทะเลสาบไบคาลเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ได้ชื่อว่ามีความเก่าแก่และลึกที่สุดในโลก จุดลึกที่สุดวัดได้ 1,640 เมตร กว้างประมาณ 50 ถึง 70 กิโลเมตร ระยะทางยาว 650 กิโลเมตร และปริมาณความจุน้ำมากถึง 23,615 ลูกบาศก์กิโลเมตร นอกจากเป็นทะเลสาบน้ำจืดแล้ว ที่นี่ยังเป็นแหล่งอาหารของคนในพื้นที่เพราะทะเลสาบไบคาลมีปลาหลายชนิด โดยเฉพาะปลาโอมูล ซึ่งเป็นปลาที่พบได้ในแถบไซบีเรีย และคนท้องถิ่นนิยมนำมาประกอบอาหาร

เมื่อฤดูหนาวมาเยือนช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ของทุกปี ผิวหน้าของทะเลสาบไบคาลจะเกาะกันเป็นน้ำแข็งที่มีความหนาถึงหนึงเมตร น้ำแข็งจับกันแน่นขนาดที่รถยนต์สามารถแล่นผ่านได้ การหาปลาในช่วงนี้จึงยากลำบากเพราะต้องเจาะน้ำแข็งลงไป แต่ก็เป็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่ใต้แผ่นน้ำแข็งยังมีสิ่งมีชีวิตดำรงชีพอยู่ได้ เราลองนึกว่าคนในสมัยก่อนเขาจะต้องอดทนขนาดไหนในการเจาะน้ำแข็งถึงหนึ่งเมตรเมื่อเทียบกับปัจจุบันที่มีเครื่องมือทันสมัย

ไซบีเรีย, ไบคาล, ทะเลสาบไบคาล, รัสเซีย, ท่องเที่ยว
บ้านของชาวบูร์ยัต (Buryat) ที่ปลูกมาจากไม้สนที่หมู่บ้านคูเซอร์ (Khuzhir)

ในพื้นที่เมืองอีร์คุตสค์ แม้จะเป็นพื้นที่ของประเทศรัสเซีย แต่ดั้งเดิมพื้นที่แห่งนี้เคยเป็นของมองโกลมาก่อน ทำให้เรายังเห็นวัฒนธรรมแบบชาวไซบีเรีย มองโกล หรือจีนที่เป็นวัฒนธรรมทางเอเชียกลมกลืนอยู่กับชาวรัสเซีย แม้กระทั่งชาวพื้นเมืองบูร์ยัต (Buryat) ที่เป็นชาวพื้นถิ่นของสาธารณรัฐบูเรียเทีย (Republic of Buryatla) ที่อยู่ทางตอนใต้ของไซบีเรียตามแนวชายฝั่งตะวันออกของทะเลสาบไบคาล นับเป็นพื้นที่ค่อนข้างแปลกตาสำหรับคนไทยที่เห็นวัฒนธรรมผสมของชาวรัสเซียที่มีรูปร่างหน้าตาค่อนไปทางตะวันตก และชาวบูร์ยัตที่เหมือนชาวมองโกลเลีย

ไซบีเรีย, ไบคาล, ทะเลสาบไบคาล, รัสเซีย, ท่องเที่ยว
บางส่วนของชาแมนร็อก (Shaman Rock)

อีร์คุตสค์ก่อตั้งในปี 1661 เพื่อใช้เป็นเมืองเชื่อมต่อการค้าจีน อินเดีย และยุโรป ต่อมาหลังการจลาจลต่อต้านพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 1 (Nicholas 1 of Russia) ในปี 1825 อีร์คุตสค์ถูกใช้เป็นพื้นที่ลี้ภัยนักโทษการเมืองซึ่งมีทั้งศิลปิน ขุนนาง นายทหาร และชนชั้นสูง ทำให้อีร์คุตสค์มีวัฒนธรรมผสมผสานสืบเนื่องกันมา ที่เห็นชัดคือผู้คนในเมืองนี้นิยมรับประทานข้าว เกี๊ยว รวมไปถึงบะหมี่

การเดินทางไปทะเลสาบไบคาลส่วนใหญ่ใช้รถ UAZ Russian van เพราะเหมาะสมกับทั้งภูมิประเทศที่มีหิมะหนา และพื้นน้ำแข็ง เพื่อเดินทางไปเกาะออลคอน (Olkhon) ซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในทะเลสาบไบคาล ด้วยระยะทางที่ห่างจากอีร์คุตสค์ประมาณ 6 ถึง 7 ชั่วโมง ทำให้ผู้ไปเยือนส่วนใหญ่แวะพักนอนที่หมู่บ้านคูเซอร์ (Khuzhir) ก่อน ประชากรที่นี่ส่วนใหญ่เป็นชาวบูร์ยัตที่ยังคงรักษาวัฒนธรรมการเคารพธรรมชาติไว้ ในช่วงฤดูหนาวจัดหลังเวลาสองทุ่มทุกอย่างในหมู่บ้านจะเงียบสงบ ไม่ค่อยมีชาวบ้านออกมาเดินตามท้องถนนในเวลากลางคืน

ไซบีเรีย, ไบคาล, ทะเลสาบไบคาล, รัสเซีย, ท่องเที่ยว

ไซบีเรีย, ไบคาล, ทะเลสาบไบคาล, รัสเซีย, ท่องเที่ยว
UAZ Russian van นิยมใช้ขับบนเกาะในช่วงที่น้ำในทะเลสาบไบคาลกลายเป็นน้ำแข็ง

ด้วยความกว้างใหญ่ของทะเลสาบไบคาล นอกจากน้ำในทะเลสาบเกาะตัวเป็นแข็งแล้ว ในถ้ำต่างๆ ยังเกิดหินงอกหินย้อยน้ำแข็ง ให้ภาพสวยงามแปลกตา น้ำแข็งในถ้ำอัดตัวแน่นขนาดที่ว่าเราสามารถจุดคบเพลิงเข้าไปเดินชมได้โดยที่น้ำแข็งไม่ละลาย (ซึ่งต้องอยู่ในการดูแลของไกด์ท้องถิ่นเพื่อรบกวนธรรมชาติให้น้อยที่สุด) นึกภาพสมัยก่อนที่คนเราต้องอาศัยนอนในถ้ำน้ำแข็งจะทั้งหนาวเยือกและลึกลับชวนค้นหาขนาดไหน

สิ่งแปลกตาอย่างหนึ่งคือพื้นน้ำที่เกาะตัวเป็นน้ำแข็งก่อเกิดปฏิมากรรมฟองอากาศอัดแข็งหลายรูปแบบเป็นภาพที่สวยงามอัศจรรย์ ฟองอากาศสีขาวที่ถูกอัดอยู่ในน้ำแข็งคือแก๊ซมีเทน ซึ่งเกิดจากการย่อยสลายของซากพืชและสัตว์ในน้ำ ในฤดูหนาวจึงถูกอัดอยู่ในน้ำแข็งจนเกิดเป็นฟองสีขาวรูปร่างแปลกตา ชาวบ้านที่นี่เรียกฟองสีขาวนี้ว่าบับเบิ้ล (bubble) ฟองอากาศอัดแข็งเหล่านี้สวยงามชวนหลงใหลจนหลงวนถ่ายรูปอยู่นาน กว่าจะรู้ตัวอีกทีนิ้วมือก็แข็งเกร็งเพราะอากาศเย็นจัดไปแล้ว

กลับมาเรื่องราวที่ไกด์ท้องถิ่นเล่าตำนานให้ฟังอีกครั้งว่าที่ราบสูงเหนือทะเลสาบ เคยเป็นที่พักทัพของเตมูจิน เมื่อครั้งนำกองทัพบนหลังม้าเดินทางข้ามผ่านไซบีเรีย ไกด์พาเราไปแวะถ่ายภาพที่นี่ เป็นภาพมุมกว้างที่เห็นพื้นที่เบื้องล่างคือทะเลสาบไบคาลกว้างใหญ่ และมองเห็นได้จากระยะไกล ไม่ว่าเรื่องที่ไกด์บรรยายจะเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องเล่า ที่นี่ก็เป็นที่ตั้งชัยภูมิของกองทัพที่เห็นข้าศึกรอบด้าน และเป็นสมรภูมิทัพที่ยอดเยี่ยมมาก เพราะอากาศหนาวจนทำให้ไอน้ำในลมหายใจกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง

นอกจากนี้ที่เกาะออลคอน บริเวณชาแมน ร็อค (Shaman Rock) ยังมีตำนานเกี่ยวกับพ่อมดหมอผี เนื่องจากความน่ากลัวของสถานที่ โดยมีเรื่องเล่าสืบกันมาว่า เป็นที่ขังนักโทษร้ายแรงกลางแจ้ง ที่ตัดสินความตายโดยธรรมชาติ เมื่อนักโทษถูกตัดสินถึงที่สุดให้ประหารชีวิต หรือในกรณีที่ตัดสินโทษไม่ได้ นักโทษเหล่านี้จะถูกมัดไว้ที่บริเวณชาแมน ร็อค เป็นเวลาหนึ่งคืน หากผ่านพ้นจากความตายได้นักโทษจะได้รับอิสระภาพ แต่ที่อุณภูมิหนาวจัดถึงลบสี่สิบองศาเซลเซียส การถูกมัดอยู่ในสถานที่ทั้งหนาวถึงกระดูก มันยังมีความเป็นไปได้หรือที่ใครจะรอดพ้นจากค่ำคืนสุดโหดร้ายนั่นมาได้

บริเวณชาแมนร็อก (Shaman Rock) แม้จะมองเห็นเป็นพื้นดิน แต่อากาศหนาวจัดและพื้นดินเต็มไปด้วยก้อนน้ำแข็ง

 

ถึงแม้ทะเลสาบไบคาลจะเต็มไปด้วยตำนานผ่านมาตั้งแต่ยุคเตมูจิน การรบพุ่งเพื่อแย่งชิงดินแดนทั้งไซบีเรีย มองโกล จีน และรัสเซีย ผ่านเรื่องเล่าความลึกลับจากท้องทะเลสาบน้ำจืดลึกที่สุด ที่เบื้องล่างดำมืดเป็นที่ฝังหลายชีวิตไว้ที่นั่น หรือแม้แต่ตำนานเรื่องเล่าของพ่อมดหมอผีจากไซบีเรีย แต่ที่สุดแล้วทะเลสาบน้ำจืดไบคาลแห่งนี้คือชีวิต คือแหล่งอาหารที่หล่อเลี้ยงประชากรในแถบไซบีเรียด้วยความอุดมสมบูรณ์ของพื้นน้ำ และยังคงเป็นแหล่งชีวิตให้คนในพื้นที่ต่อไป

เมื่อเรายืนมองทะเลสาบไบคาลที่เกาะแน่นเป็นน้ำแข็งสุดลูกหูลูกตา อดนึกย้อนกลับไปในช่วงคริสต์ศวรรษที่สิบสามไม่ได้ ภาพกองทัพบนหลังม้าของเตมูจินที่บุกเข้ารวบรวมชนเผ่าแห่งทุ่งหญ้าไซบีเรียให้เป็นหนึ่ง ก่อนจะเป็นกองทัพที่เกรียงไกรบุกตีอีกหลายประเทศ บนหลังม้าศึกที่ต้องวิ่งผ่านทะเลสาบน้ำแข็ง ไม่น่าแปลกใจที่นักรบของเตมูจินจะมีร่างกายที่แข็งแรงมาก เทียบกับเราเมื่อเผชิญหน้าทุ่งน้ำแข็งแห่งไบคาล แม้จะใส่เสื้อกันหนาวกันลม หมวกและถุงมือราคาแพง ยังยืนหนาวสั่นศิโรราบต่อธรรมชาติเบื้องหน้า

เรื่องและภาพถ่าย แก้ว การะบุหนิง 


 

เรื่องแนะนำ

ออกผจญภัยจากนิวยอร์กด้วย แคมเปอร์แวน

ขับ แคมเปอร์แวน จากนิวยอร์กขึ้นเหนือไปปีนผา ตามล่าใบไม้เปลี่ยนสี วิถีค่ำไหนนอนนั่นที่ New Hamshire (แล้วปิดทริปด้วยการเดินขึ้นเขาสูงสามพันฟีตเหนือระดับน้ำทะเล)  Leaving New York CIty / ขับ แคมเปอร์แวน ออกนอกเมือง นับจากต้นปี 2020 มาเชื่อว่าหลายๆคนทั่วทั้งโลกคงมีความเครียดสะสมจากสถานการณ์ต่างๆเรื่อยมาไม่มากก็น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเราชาวเมืองนิวยอร์กกับตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิดที่นำโด่งแซงหน้าทุกประเทศ ต้องเผชิญกับการล็อคดาวน์ที่สิ่งอำนวยความสะดวกหลายอย่างถูกปิด เมืองนิวยอร์กที่เคยมีชีวิตชีวาตลอด 24 ชั่วโมงกลับกลายเป็นเมืองร้างเงียบเหงา แผนการขับ campervan เที่ยวอเมริกาช่วงเดือนพฤษภาคมของเราก็ล่มอย่างไม่ต้องสงสัย แต่แล้วเมื่อสถานการณ์ดีขึ้น ผู้ว่าการรัฐทั้งนิวยอร์กและใกล้เคียงเริ่มทะยอยให้เปิดเมืองโดยเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติต่างๆ เพื่อให้ผู้คนได้ไปบำบัดความเครียดบ้าง เราจึงตัดสินใจนำแผนการเที่ยวกลับมา เพียงแต่ว่าต้องเปลี่ยนจุดหมายปลายทางให้ใกล้ขึ้นกว่าเดิมเท่านั้นเอง ผลจากการที่ Climbing gym เจ้าประจำถูกปิดชั่วคราวตั้งแต่กลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ก๊วนปีนผาเล็กๆอย่างพวกเราก็ต้องออกไปเสาะหาที่ปีนผาจริงที่ไม่ไกลจากนิวยอร์กมากนัก หลังจากปีนผาใกล้ๆเมืองมาได้สักพักเพื่อนคนหนึ่งก็ชักชวนว่าเราน่าจะออกไปไกลจากนิวยอร์กอีกนิดเพื่อจะได้ไปปีนในสิ่งแวดล้อมที่แปลกออกไปบ้าง แผนการขับรถ แคมเปอร์แวน เที่ยวเปิดหูเปิดตาก็ถูกสรุปลงมาทันที จุดหมายปลายทางของเราครั้งนี้จะเริ่มต้นที่ Rumney, New Hamshire จุดปีนผาอันขึ้นชื่อว่าเป็นสวรรค์ของเหล่านักปีน เราเช่ารถจาก Escape Campervans* โดยไปรับรถจาก Jersey City ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองนิวยอร์ก ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองที่เราเช่ารถกับที่นี่ทำให้ช่วยย่นระยะเวลาการดำเนินการต่างๆไปได้บ้าง เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยเราก็มุ่งหน้าสู่ New […]

ปิดตำนาน ตลาดซึกิจิ 

ปิดตำนานตลาดปลาชื่อดังแห่งมหาครโตเกียว ตลาดซึกิจิ เวลาร่วมร้อยปีที่ตลาดค้าส่งปลา ” ตลาดซึกิจิ ” เปิดให้บริการแก่ผู้บริโภค และต้อนรับนักท่องเที่ยวจำนวนมากจากทั่วโลก มื่อวันที่ 6 ตุลาคม ที่ผ่านมา ตลาดเก่าแก่แห่งนี้ได้ประกาศหยุดให้บริการ และได้ย้ายที่ทำการไปแห่งใหม่ ตลาดซึกิจิเปิดทำการครั้งแรกในปี 1935 และเคยเป็นตลาดปลาและอาหารทะเลที่ใหญ่ที่สุดในโลก ส่วนตลาดปลาแห่งใหม่ ตั้งอยู่ทางตะวันออกของกรุงโตเกียว ชื่อว่า ตลาดปลาโทโยสึ และเริ่มเปิดให้บริการเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2018 ที่ผ่านมา ในช่วงที่เปิดให้บริการ ตลาดซึกิจิมีรายได้หมุนเวียนราวๆ วันละประมาณ 28 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ ยังเกิดธุรกิจเกี่ยวกับการประมง และสัตว์น้ำ เกิดขึ้นมากมายรอบๆ พื้นที่ เมื่อเวลาล่วงผ่านไป ตลาดซึกิจิได้กลายเป็นสถานที่ยอดนิยมของนักเดินทาง ที่มาท่องเที่ยวกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น (ชาวญี่ปุ่นใช้นกกาน้ำช่วยจับปลา) เมื่อสิบกว่าปีที่ผ่านมา ทางรัฐบาลมีแผนจะย้ายตลาดซึกิจิ แต่ยังไม่มีกำหนดการที่ชัดเจน จนกระทั่งต้นปี 2010 เหตุผลหลักๆ ในการย้ายตลาดไปแห่งใหม่เนื่องมาจากโครงสร้างของตัวอาคารเริ่มทรุดโทรม ซึ่งตัวอาคารก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 1935 และตั้งตระหง่านอยู่อย่างนั้น ผ่านวันเวลา และเหตุการณ์สำคัญๆ ของกรุงโตเกียว ตลาดโทโยสุเป็นตลาดปลาแห่งใหม่ที่จะเปิดทำการแทนตลาดซึกิจิ […]

สถานที่ยอดเยี่ยมสำหรับเยี่ยมชม ซากุระ ในสหรัฐอเมริกา

นี่คือเวลาและสถานที่สำหรับชมดอก ซากุระ สีชมพูและขาวอันแสนละเอียดอ่อนในสหรัฐฯ ตั้งแต่เริ่มมีการปลูกซากุระในช่วงต้นศตวรรษที่ยี่สิบ ทำให้เห็นว่าต้นซากุระปรับตัวตามฤดูกาลในสหรัฐอเมริกา เช่น Yoshino Kwanzan และ Akebono ถือเป็นปรากฏการณ์อันน่าทึ่งของซากุระสีชมพูและสีขาว ซึ่งจะมีให้เห็นเพียงสองสัปดาห์ในแต่ละปี เมื่อซากุระที่ร่วงโรยลงคลุมพื้นล่างจนดูคล้ายหิมะปกคลุมตามพิ้นที่อุทยานฯ สวนสาธารณะ และเมืองต่างๆ เมื่อช่วงเทศกาลชมซากุระผ่านไป ความหนาวเย็นในฤดูหนาวจะค่อยๆ จางลง เพื่อต้อนรับเข้าสู่ฤดูร้อนอันแสนยาวนาน เทศกาลซากุระนานาชาติในสหรัฐอเมริกา เริ่มต้นอย่างจริงจังในปี 1935 เพื่อแสดงถึงการให้เกียรติแก่ญี่ปุ่นที่ส่งต้นซากุระมาเป็นของขวัญเพื่อเจริญสัมพันธไมตรีถึง 3,000 ต้น ในปี 1912 นอกจากนี้ การเฉลิมฉลองในประเพณีชมซากุระของสหรัฐอเมริกายังเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงสันติภาพและมิตรภาพระหว่างสองประเทศ ทั้งนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงต้นกำเนิดของการชมดอกซากุระ หรือที่เรียกว่าฮานามิ คือการเฉลิมฉลองภายใต้ต้นซากุระ เพื่อชมดอกซากุระบานสะพรั่ง โดยญี่ปุ่นได้จัดเทศกาลนี้ขึ้นตั้งแต่ปลายศตวรรษที่แปด ซึ่งซากุระจะบานในระยะเวลาอันแสนสั้น การชมดอกซากุระยังสื่อให้เห็นถึงการอุปมาอุปไมยทางจิตวิญญาณเพื่อเป็นเครื่องเตือนใจให้ใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบันอย่าปล่อยให้เวลาผ่านไปอย่างไร้ค่า การทำนายช่วงเวลาการผลิบานของดอกซากุระ ภายในหนึ่งสัปดาห์ ซากุระ จะบานสะพรั่งอย่างเต็มที่ ในขณะเดียวกัน ช่วงระยะเวลาสองวันสุดท้ายของสัปดาห์ซากุระจะค่อยๆ โรยรา การทำความเข้าใจกับการคาดการณ์ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะคุณสามารถเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับเข้าร่วมงานเทศกาลชมความงามของธรรมชาติในวันหยุดสุดสัปดาห์ได้ เมืองหลวงอย่างวอชิงตัน ดี.ซี. ซากุระจะผลิบานในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนมีนาคมและสัปดาห์แรกของเดือนเมษายน ในนิวอิงแลนด์ ต้นซากุระจะบานสะพรั่งอีกครั้งใน 20 วันต่อมา ในส่วนของรัฐทางตอนใต้ เช่น จอร์เจีย […]