Our Land ดินแดนมหัศจรรย์ ที่จะพาคุณและครอบครัวไปเรียนรู้ธรรมชาติอย่างเข้าใจ

เยี่ยมชม Our Land ดินแดนมหัศจรรย์

หากมีสถานที่สักแห่งหนึ่งที่เราสามารถพาครอบครัวและเด็กๆ ไปเรียนรู้เรื่องธรรมชาติได้อย่างเข้าใจผ่านการใช้ชีวิตจริง Our Land คือสถานที่แห่งนั้น

คงจะกล่าวไม่เกินจริงไปนัก ถ้าผมจะบอกว่าเมื่อย่างเท้าเข้ามายังดินแดนเอาร์แลนด์ (Our Land) แห่งนี้ ความรู้สึกเหมือนราวกับได้ย้อนวัยไปเป็นเด็กอีกครั้ง ด้วยบรรยากาศของราวป่าและความบริสุทธิ์ของธรรมชาติรอบ ๆ ที่ชวนให้หวนคิดถึงเรื่องราวสนุก ๆ ที่เคยสัมผัสในวัยเด็ก โดยเฉพาะการได้มาท่องเที่ยวพร้อมกับครอบครัวและเด็ก ๆ ยิ่งเพิ่มพูนความสุขจากกิจกรรมที่ได้ทำร่วมกันอย่างหลากหลาย “ดินแดนมหัศจรรย์” จากคำนิยามนี้ ที่นี่จึงเหมาะกับคนทุกเพศทุกวัย และหากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่หลงใหลในธรรมชาติเอาร์แลนด์ พร้อมจะพาคุณเข้าไปซึมซับกับประสบการณ์การพักผ่อนที่ไม่ใช่แค่การนั่งชิล ๆ หากแต่เป็นการดื่มด่ำกับความงดงามของธรรมชาติอย่างถ่องแท้

Our Land, ท่องเที่ยวธรรมชาติ, แหล่งท่องเที่ยว, เมืองกาญจน์,
เอาร์แลนด์ดินแดนของพวกเรา

Our Land, ท่องเที่ยวธรรมชาติ, แหล่งท่องเที่ยว, เมืองกาญจน์,

ผมมีนัดกับวีโจ้ เจ้าของเอาร์แลนด์ที่ร้าน 3199 cafe’ (ชื่อร้านมาจากชื่อทางหลวง 3199) บนถนนลาดหญ้า-เอราวัณ วีโจ้เป็นคนอินเดียใต้ที่ย้ายตามคุณพ่อมาอยู่เมืองไทย หลังจากคุณพ่อได้งานทำที่นี่ โดยเขาและครอบครัวได้อยู่อาศัยในไทยมานานกว่า 40 ปี แล้ว วัยเด็กเขาจึงได้เข้าโรงเรียนที่ไทย และพูดภาษาไทยได้อย่างคล่องแคล่ว

วีโจ้บอกว่าการเดินทางเข้าพื้นที่เอาร์แลนด์ นั้น มีเส้นทางเดียว นั่นคือทุกคนต้องลอยคอจากแม่น้ำแควใหญ่เข้าไป การนัดเจอที่ 3199 cafe’ จึงมีความหมาย โดยเป็นทั้งสถานที่จอดรถ และให้ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับการอยู่ร่วมกันในเอาร์แลนด์ อย่างมีความสุข อีกอย่างการทำงานของวีโจ้นั้นไม่ใช่แค่ตัวเองที่ได้ประโยชน์ แต่ชุมชนต้องได้ประโยชน์ด้วย คาเฟ่แห่งนี้จึงเป็นหนึ่งพันธมิตรที่ให้ผู้มาเยือนและเจ้าของพื้นที่ได้มาพบเจอกัน อีกทั้งยังเป็นศูนย์การเรียนรู้เรื่องการเกษตรให้แก่นักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการทั้งเอาร์แลนด์ และ 3199 cafe’

เมื่อวีโจ้แนะนำตัวเสร็จสรรพ กิจกรรมก็เริ่มต้นขึ้น เรามุ่งหน้าไปยังศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าเขาน้ำพุ ที่นี่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์วัวแดง และอนุรักษ์วัวแดง IUCN (International Union for Conservation of Nature) โดยสหภาพระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติได้ประเมินไว้ว่า วัวแดงที่มีอยู่ในโลกตอนนี้ มีไม่ถึง 500 ตัว ดังนั้นที่นี่จึงทำให้เราได้เห็นวัวแดงตัวเป็น ๆ

Our Land, ท่องเที่ยวธรรมชาติ, แหล่งท่องเที่ยว, เมืองกาญจน์,
วีโจ้ กำลังอธิบายถึงเรื่องวัวแดง

Our Land, ท่องเที่ยวธรรมชาติ, แหล่งท่องเที่ยว, เมืองกาญจน์,

อีกทั้งยังได้เห็นถึงลักษณะที่แตกต่างระหว่างวัวแดงกับวัวบ้าน วัวแดงมี 5 จุดสังเกตสำคัญ คือ 1.ถุงเท้าขาวตั้งแต่หัวเข่าลงไปจนถึงข้อเท้า 2.วงก้นสีขาว 3.เส้นสีดำกลางหลัง 4.วงสีขาวจาง ๆ รอบปาก และ5.วงสีขาวจาง ๆ รอบตา จากข้อมูลทำให้ทราบว่าสถานการณ์วัวแดงในบ้านเราเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์อย่างมาก จากคำบอกเล่าของพี่เสรี นาคบุญ (หัวหน้าศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าเขาน้ำพุ) เขาบอกว่าปัจจัยหลัก ๆ ที่ทำให้วัวแดงเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ คือ การขยายพื้นที่ทำกินของชาวบ้าน และการล่าสัตว์ ถ้าวีโจ้ไม่พาเข้ามาเราแทบไม่มีทางรู้ได้เลยว่าที่นี่มีอะไรและสำคัญอย่างไร สำหรับนักท่องเที่ยวสายอนุรักษ์ ผมเชื่อว่าสถานที่แห่งนี้จะต้องเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญที่ห้ามพลาด!

ถัดจากการเรียนรู้เรื่องราวของวัวแดง วีโจ้พาพวกเราไปยังชุมชนกลุ่มจิตอาสาท่องเที่ยวชุมชนบ้านแก่งปลากด เพื่อไปดูการเลี้ยงผึ้งป้องกันช้างป่าที่ลงมากินพืชผลทางการเกษตร ชาวบ้านได้นำแนวคิดการเลี้ยงผึ้งมาใช้ป้องกันช้างป่าด้วยการนำกล่องบรรจุผึ้งไปแขวนล้อมรอบพื้นที่เกษตรกรรม ซึ่งได้ผลดีพอสมควร แถมยังเป็นการเพิ่มรายได้ให้แก่ชาวบ้าน จากการขายน้ำผึ้งแท้จากธรรมชาติอีกด้วย

Our Land, ท่องเที่ยวธรรมชาติ, แหล่งท่องเที่ยว, เมืองกาญจน์,

จากนั้นเราก็เดินทางไปยังริมแม่น้ำแควใหญ่ เพื่อเตรียมตัวลอยคอเข้าสู่พื้นที่ของเอาร์แลนด์ ใช้เวลาลอยคอประมาณ 45 นาที เมื่อขึ้นจากแม่น้ำ วีโจ้พาเดินป่าทั้งชุดเปียก ๆ เพื่อศึกษาธรรมชาติในเส้นทางเดินป่าที่ไม่ยาก เด็ก ๆ และผู้สูงวัยสามารถเดินได้อย่างสบาย ๆ พวกเราสนุกตั้งแต่กิจกรรมแรกกันแล้ว พอมาถึงการลอยคอเข้าพื้นที่ยิ่งสนุกใหญ่ เพราะจะมีสักกี่สถานที่ที่ใช้การเข้าสู่ที่พักด้วยวิธีนี้!

Our Land, ท่องเที่ยวธรรมชาติ, แหล่งท่องเที่ยว, เมืองกาญจน์,
ก่อนที่จะเข้าพื้นที่เอาร์แลนด์หลังจากหาที่จอดรถได้เรียบร้อยแล้ว
Our Land, ท่องเที่ยวธรรมชาติ, แหล่งท่องเที่ยว, เมืองกาญจน์,
การลอยคอเข้าที่พักเอาร์แลนด์คือการรอคอยที่ไม่นาน
Our Land, ท่องเที่ยวธรรมชาติ, แหล่งท่องเที่ยว, เมืองกาญจน์,
ถึงจุดหมายก็เดินป่าศึกษาธรรมชาติกันทั้งตัวเปียกๆ

หลังจากเข้าพื้นที่เอาร์แลนด์ เป็นที่เรียบร้อย วีโจ้พาเราเดินดูพื้นที่รอบ ๆ ซึ่งมีร่องรอยของช้างป่าให้เห็นเกือบทุกพื้นที่ “วีโจ้ไม่กลัวเหรอ” วีโจ้บอกว่า ผมอยากจะโชว์ให้ทุกคนบนโลกใบนี้เห็นว่า เราสามารถอยู่ได้โดยไม่ทำร้ายธรรมชาติ เป็นมิตรกับสัตว์ป่า เราอยู่ในพื้นที่ของเรา เขาอยู่ในพื้นที่ของเขา ต่างคนต่างอยู่ เราก็ป้องกันของเราไป”

 

เมื่อดวงอาทิตย์เริ่มจะลับขอบฟ้า ทีมงานก็จัดแจงก่อกองไฟสำหรับกิจกรรมยามค่ำคืน แน่นอนการนั่งดูดาวเป็นหนึ่งในกิจกรรมสำหรับทริปนี้ แต่ที่เราสนุกสุด ๆ คือการนำไฟฉาย UV แสงสีม่วง ไปส่องหาแมงป่อง ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยทราบมาก่อนว่าเปลือกแข็งของมันนั้นจะมีสารเรืองแสง ทำให้เราอดตื่นเต้นไม่ได้ระหว่างเดินตามหาและเฝ้าลุ้นว่าจะได้เห็นเจ้าแมงป่องกันในคืนนี้หรือไม่ แถมในป่ายังมีเห็ดบางชนิดที่มีสารเรืองแสงเช่นนี้ด้วยเหมือนกัน ทั้งเด็กและผู้ใหญ่จึงต่างพากันสนุกไปกับกิจกรรมนี้อย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการได้เห็นความลับของสัตว์ยามค่ำคืน และได้เห็นดวงดาวเต็มท้องฟ้า ก่อนจะปิดท้ายความสนุกของวันเข้าสู่นิทรารมณ์ไปพร้อมความสุข เพราะที่นี่มีกฏว่าสี่ทุ่มทุกคนต้องเข้านอน

“เอาร์แลนด์คือที่ดินของเรา เราต้องดูแลด้วยกัน ทุกคนที่เข้ามาที่นี่ เราพยายามอยากจะสร้างแรงบันดาลใจให้พวกเขาช่วยกันปกป้องผืนป่า เราแค่เป็นคนที่ซื้อที่ดินแล้วปล่อยให้มันเป็นป่าเอาร์แลนด์ เป็นพื้นที่อนุรักษ์สัตว์ป่าที่มีหมู่บ้านอยู่ตรงกลาง เมื่อเรานั่งมองทุกคนที่มาที่นี่มีความสุข เราก็มีความสุขไปด้วย”

ปัจจุบันจำนวนนักท่องเที่ยวน้อยลง แต่กิจการต้องเดินต่อ วีโจ้เล่าว่าเมื่อก่อนกว่า 95 % ของคนที่มาเยือนที่นี่เป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ แต่พอต้องมาประสบกับวิกฤตโควิด -19 ทำให้เอาร์แลนด์ เกิดปัญหาไม่มีนักท่องเที่ยว แต่กิจการต้องหาทางไปต่อ ไม่ใช่แค่ตัววีโจ้ หากแต่เป็นชุมชน และสัตว์ป่าด้วย ถ้าคุณสนใจอยากไปลองสัมผัสชีวิตที่พอเพียง เรียบง่าย และธรรมดา ในดินแดนมหัศจรรย์แห่งนี้ละก็ สามารถติดต่อ วีโจ้ ได้โดยตรง ตามเบอร์โทรศัพท์และที่อยู่ด้านล่าง


ที่ตั้ง

Our Land – A nature conservation effort ตำบลวังด้ง เทศบาลเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี

​โทร. 08-1996-3878 หรือ 09-2361 – 4040

www.facebook.com/ourlandthailand

​ขอบคุณ VIJO VARGHESE (วีโจ้)


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ: เที่ยว เขื่อนบางลาง นอนค้างบน เกาะป็อบคอร์น

เรื่องแนะนำ

ตั้งแคมป์กลางหุบเขาและชม รถโฟล์ค สุดคลาสสิกที่เชียงใหม่

การรวมตัวกันของเหล่าผู้คนที่นิยมและชื่นชอบความคลาสสิกของ รถโฟล์ค กองบรรณาธิการออนไลน์ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทยมีโอกาสได้ร่วมงาน Northern Volkswagen: Acoustic Camp Life 2020 เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ถือเป็นอีกหนึ่งงานแคมป์ปิ้งที่น่าสนใจ ซึ่งจัดที่ม่อนจ๊อด ตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ และนับเป็นการจัดงานครั้งแรกของกลุ่มคนรัก รถโฟล์ค ภาคเหนือ โดยมี คุณหลุยส์ – ประภาส มรกตวิจิตรการ แห่งวอร์มอัพคาเฟ่ และคุณจ่อย – สเริงรงค์ วงษ์สวรรค์ เจ้าของแบรนด์ Rubber Killer เป็นโต้โผในการจัดงาน ท่ามกลางบรรยากาศกลางหุบเขาที่ยังคงเย็นสบาย คุณจ่อยพูดถึงจุดประสงค์ของการจัดงานครั้งนี้ว่า “ถือเป็นงานพบปะสังสรรค์ที่เปิดโอกาสให้คนที่มีใจรักรถโฟล์คได้มาเจอกัน สมัยตอนที่ผมเด็กๆเขาจัดกันที่ลานท่าแพ ผมก็เลยคุยกับพี่หลุยส์ว่าอยากจัดงานรถโฟล์ค เพราะเราสองคนก็ชื่นชอบรถโฟล์คมานานแล้ว อยากให้มีงานรวมตัวแบบสมัยก่อน คุณรู้ไหมว่ารถโฟล์คเหมือนยาสามัญประจำบ้านของคนเล่นรถเลยนะครับ หลายคนมักมีติดบ้าน ขับได้บ้างไม่ได้บ้าง แล้วแต่สภาพของแต่ละคัน เราเลยอยากจัดงานเล็กๆและช่วงนี้เป็นช่วงปลายฤดูหนาวด้วย อากาศกำลังดี ซึ่งก็ไม่คาดคิดว่าจะได้รับความร่วมมือและผลตอบรับจากกลุ่มคนที่เล่นรถโฟล์คมากมาย ถึงเพียงนี้ บางคันมาจากกรุงเทพฯ บางคันจอดเสียริมทางก่อนขึ้นมาที่นี่ก็มี เรียกว่าบรรยากาศอบอุ่นดีจริงๆครับ”   […]

อุทยานแห่งชาติทางทะเล ณ ดินแดนสุดขอบโลก

โครงการทะเลพิสุทธิ์ (Pristine Seas Project) ของสมาคมเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก แสวงหาความร่วมมือกับรัฐบาลประเทศต่างๆ หน่วยงานในท้องถิ่น และชุมชน เพื่อปกป้องท้องทะเลและมหาสมุทรที่ยังคงความสมบูรณ์ โดยจัดตั้งเป็นพื้นที่คุ้มครองทางทะเล (Marine Protected Area: MPA) เพื่อปกป้องระบบนิเวศและถิ่นอาศัย

ปิดตำนาน ตลาดซึกิจิ 

ปิดตำนานตลาดปลาชื่อดังแห่งมหาครโตเกียว ตลาดซึกิจิ เวลาร่วมร้อยปีที่ตลาดค้าส่งปลา ” ตลาดซึกิจิ ” เปิดให้บริการแก่ผู้บริโภค และต้อนรับนักท่องเที่ยวจำนวนมากจากทั่วโลก มื่อวันที่ 6 ตุลาคม ที่ผ่านมา ตลาดเก่าแก่แห่งนี้ได้ประกาศหยุดให้บริการ และได้ย้ายที่ทำการไปแห่งใหม่ ตลาดซึกิจิเปิดทำการครั้งแรกในปี 1935 และเคยเป็นตลาดปลาและอาหารทะเลที่ใหญ่ที่สุดในโลก ส่วนตลาดปลาแห่งใหม่ ตั้งอยู่ทางตะวันออกของกรุงโตเกียว ชื่อว่า ตลาดปลาโทโยสึ และเริ่มเปิดให้บริการเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2018 ที่ผ่านมา ในช่วงที่เปิดให้บริการ ตลาดซึกิจิมีรายได้หมุนเวียนราวๆ วันละประมาณ 28 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ ยังเกิดธุรกิจเกี่ยวกับการประมง และสัตว์น้ำ เกิดขึ้นมากมายรอบๆ พื้นที่ เมื่อเวลาล่วงผ่านไป ตลาดซึกิจิได้กลายเป็นสถานที่ยอดนิยมของนักเดินทาง ที่มาท่องเที่ยวกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น (ชาวญี่ปุ่นใช้นกกาน้ำช่วยจับปลา) เมื่อสิบกว่าปีที่ผ่านมา ทางรัฐบาลมีแผนจะย้ายตลาดซึกิจิ แต่ยังไม่มีกำหนดการที่ชัดเจน จนกระทั่งต้นปี 2010 เหตุผลหลักๆ ในการย้ายตลาดไปแห่งใหม่เนื่องมาจากโครงสร้างของตัวอาคารเริ่มทรุดโทรม ซึ่งตัวอาคารก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 1935 และตั้งตระหง่านอยู่อย่างนั้น ผ่านวันเวลา และเหตุการณ์สำคัญๆ ของกรุงโตเกียว ตลาดโทโยสุเป็นตลาดปลาแห่งใหม่ที่จะเปิดทำการแทนตลาดซึกิจิ […]