ผืนป่าตะวันตก สมบัติของชาติที่อุดมไปด้วยความหลากหลายและร่ำรวยทรัพยากร

ความสำคัญของผืนป่าตะวันตก

ความหลากหลายและความอุมสมบูรณ์ของกลุ่มป่าตะวันตกได้หล่อเลี้ยงสรรพชีวิตมากมายและยาวนาน ผืนป่าตะวันตก

ป่าตะวันตก เป็นผืนป่าอนุรักษ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 12 ล้านไร่ (ประมาณ 18,000 ตารางกิโลเมตร) และนับเป็นพื้นที่คุ้มครองที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกอบด้วยพื้นที่ป่าอนุรักษ์ถึง 17 แห่ง ทั้งพื้นที่อุทยานแห่งชาติ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ครอบคลุมพื้นที่ 6 จังหวัด ในภาคตะวันตก ได้แก่ จังหวัดตาก กำแพงเพชร นครสวรรค์ อุทัยธานี สุพรรณบุรี และกาญจนบุรี

ในขณะที่ผืนป่าอนุรักษ์หลายแห่งในประเทศไทยอยู่กระจัดกระจายเป็นผืนเล็กผืนน้อย บ้างก็มีชาวบ้านแผ้วถางพื้นที่ทำกินอยู่ใจกลางป่า หรือเข้าใช้ประโยชน์เก็บหาของป่ากันจนป่ามีสภาพทรุดโทรม จนหลายแห่งแทบไม่เหลือสัตว์ป่าขนาดใหญ่ในระบบนิเวศนั้นเลย แต่ผืนป่าตะวันตกซึ่งยังคงเป็นป่าเขียวขจีเป็นแหล่งรวมความหลากหลายของสัตว์ป่าชนิดต่าง ๆ

ป่าตะวันตก
นกเงือกในอุทยานแห่งชาติเขาแหลม / ภาพถ่าย กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

นอกจากนี้ ผืนป่าตะวันยกยังเป็นเขตการกระจายพันธุ์ของสัตว์ป่า หรือเขตภูมิศาสตร์สัตว์ (zoogeographical range) ที่หลากหลาย เช่น นกเงือกคอแดง ที่กระจายมาตั้งแต่อินเดีย (India subregion) และสมเสร็จ ซึ่งกระจายมาตั้งแต่คาบสมุทรมลายู (Sundaic subregion) เป็นต้น

ดังนั้น ทั้งขนาดของพื้นที่และตำแหน่งที่ตั้งที่เป็นจุดรวมของเขตสัตวภูมิศาสตร์ดังกล่าว ทำให้ผืนป่าตะวันตกมีความโดดเด่นในด้านความหลากหลายของชนิดสัตว์ป่า มีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมมากว่า 150 ชนิด นกมากกว่า 490 ชนิด สัตว์เลื้อยคลานมากกว่า 90 ชนิด สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกมากกว่า 40 ชนิด และปลามากกว่า 108 ชนิด อย่างไรก็ตาม ความหลากชนิดมิใช่เป็นตัวชี้วัดความยั่งยืนของชนิดพันธุ์สัตว์ป่า เพราะชนิดพันธุ์สัตว์ป่าจะยั่งยืนได้จะต้องมีปริมาณประชากรที่มั่นคงเช่นกัน

ป่าตะวันตก
กล้องดักถ่ายในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งบันทึกภาพสมเสร็จไว้ได้ / ภาพถ่าย เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง

ผืนป่ากว่าสิบล้านไร่แห่งนี้ประกอบด้วย อุทยานแห่งชาติ 11 แห่ง ได้แก่ อุทยานแห่งชาติเอราวัณ เฉลิมรัตนโกสินทร์ เขื่อนศรีนครินทร์ พุเตย แม่วงก์ คลองลาน คลองวังเจ้า ลำคลองงู เขาแหลม ทองผาภูมิ ไทรโยค โดย 7 จาก 11 แห่ง อยู่ในเขตพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอีก 6 แห่ง ได้แก่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ห้วยขาแข้ง เขาสนามเพรียง อุ้มผาง และเขตรักษาทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก และด้านตะวันออก

ด้วยความอุดมสมบูรณ์และความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต นูเนสโกจึงประกาศให้กลุ่มป่าตะวันตกเป็นพื้นที่ทางมรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของประเทศไทย เมื่อปี 1991

ป่าตะวันตก

ป่าตะวันตก เป็นกลุ่มป่าที่มีลักษณะป่าหลากหลายประเภท อาทิ ป่าดงดิบ ป่าผลัดใบ ป่าดิบเขา ป่าพรุน้ำจืด ทุ่งหญ้า เป็นผลมาจากสภาพอากาศ ปริมาณน้ำฝน ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล มีสภาพพื้นที่ที่เป็นยอดเขาสูง แม่น้ำ และถ้ำหินปูน ซึ่งเหมาะสมกับการเป็นถิ่นที่อยู่ของสัตว์ป่าหลากหลายชนิด ซึ่งมีลักษณะการดำรงชีวิต และถิ่นที่อยู่ที่แตกต่างกัน

แหล่งน้ำ ซึ่งสัตว์ส่วนใหญ่จำเป็นต้องใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำ ทั้งเป็นแหล่งอาหาร แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์เลื้อยคลาน และสัตว์น้ำ หรือถ้ำหินปูนต่างๆ ที่เป็นบ้านของค้างคาวนานาชนิด ยกตัวอย่างถ้ำหินปูนในอำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ที่เป็นบ้านของค้างคาวคุณกิตติ

ป่าตะวันตก
น้ำตกเอราวัณหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมในจังหวัดกาญขนบุรี / ภาพถ่าย อุทยานแห่งชาติเอราวัณ

พื้นที่ทุ่งหญ้า เป็นแหล่งอาหารให้กับสัตว์กีบ เช่น กระทิง วัวแดง กวางป่า ช้างป่า ฯลฯ ซึ่งสัตว์กีบเหล่านี้ เป็นอาหารให้กับสัตว์ผู้ล่า ได้แก่ เสือโคร่ง เสือดาว/ดำ หมาใน หมาจิ้งจอก ฯลฯ

โดยสัตว์ป่าและพื้นที่ป่าจะมีความเกี่ยวข้องกันเป็นระบบห่วงโซ่ ด้วยสภาพพื้นที่ และความอุดมสมบูรณ์เหล่านี้ จึงส่งผลให้ป่าตะวันตกมีความหลากหลายของพันธุ์พืชและสัตว์สูง

ป่าตะวันตก
วัวแดงในทุ่งหญ้าของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง / ภาพถ่าย เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง
ป่าตะวันตก
ควายป่าที่พบได้ค่อนข้างยากตามธรรมชาติ / ภาพถ่าย เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง

พันธุ์พืชมีจำนวนมากกว่า 3,500 ชนิด สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมมากกว่า 150 ชนิด นก มากกว่า 490 ชนิด ปลา มากกว่า 108 ชนิด สัตว์เลื้อยคลาน มากกว่า 90 ชนิด และสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ มากกว่า 40 ชนิด

หากไม่มีป่า ก็ไม่มีสัตว์ป่า และหากไม่มีสัตว์ป่าก็จะไม่มีผู้ทำหน้าที่ทางระบบนิเวศ เช่น ไม่มีนกเงือกผู้กระจายเมล็ดพันธุ์ ไม่นานหากพันธุ์พืชไม่ก็ไม่สามารถขยายพันธุ์ได้ หากขาดสิ่งหนึ่งสิ่งใดไป ก็ไม่สามารถเติมเต็มระบบนิเวศได้ ทั้งป่า และสัตว์ป่า

รักษา ผืนป่าตะวันตก ด้วย ความเข้าใจเรื่องระบบนิเวศ

“ถ้าเรามีพื้นที่ป่าที่ดีที่สุดอย่าง ห้วยขาแข้ง แล้วเรายังไม่รักษา แม้แต่กรมป่าไม้เองก็ยังไม่สนใจรักษา ก็อย่าหวังเลยว่าจะรักษาที่อื่นให้รอดได้” นั่นคือคำกล่าวของสืบ นาคะเสถียร ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ และอาจเป็นเหตุผลสำคัญว่า ทำไมสืบถึงเลือกตัดสินใจทิ้งทุนเรียนต่อระดับปริญญาเอกที่อังกฤษ และเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อพิสูจน์สิ่งที่เขาเชื่อมั่นมาตลอดว่า ถ้าจะอนุรักษ์สัตว์ป่าในเมืองไทยต้องเริ่มที่ห้วยขาแข้ง และถ้าจะรักษาป่า ห้วยขาแข้ง -ทุ่งใหญ่นเรศวรให้ยั่งยืนได้ ต้องรักษาป่าตะวันตกไว้ทั้งผืน

ในระดับโลก ผืนป่าตะวันตกของประเทศไทยได้รับการยอมรับว่าเป็นพื้นที่สำคัญเพื่อการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพที่มีความสำคัญที่สุดแห่งหนึ่ง เพราะนอกจากจะเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ระดับโลกหลายชนิดแล้ว ป่าผืนนี้ยังเชื่อมต่อกับป่าผืนใหญ่ทางทิศตะวันตกและทิศเหนือของเมียนมา และทอดตัวยาวลงใต้ผ่านเทือกเขาตะนาวศรีไปถึงป่าแก่งกระจาน-กุยบุรี รวมถึงป่าอนุรักษ์ของชนกลุ่มน้อยในเมียนมา

แนวคิดป่าผืนใหญ่ของสืบ นาคะเสถียร จึงอาจหมายถึงพรมแดนธรรมชาติที่มีพื้นที่ 30 ล้านไร่ ซึ่งครอบคลุมสองประเทศเลยทีเดียว และหากมีปัญหาเกิดขึ้นที่ใดที่หนึ่ง ก็ย่อมส่งผลกระทบไปถึงส่วนอื่น ๆ ด้วย

สำหรับสืบ ตั้งแต่เริ่มต้นอาชีพเจ้าหน้าที่ป่าไม้ในฐานะนักวิจัยสัตว์ป่า ก่อนก้าวข้ามไปสู่บทบาทหัวหน้าพื้นที่อนุรักษ์ที่ต้องจัดการกับปัจจัยคุกคามต่าง ๆ นั้น แนวทางการทำงานด้านอนุรักษ์สัตว์ป่าจึงอยู่ที่ความเข้าใจทางนิเวศวิทยา เข้าใจความต้องการของกลุ่มชนิดพันธุ์สัตว์ป่าที่เป็นเป้าหมายการอนุรักษ์ ซึ่งจะช่วยให้กำหนดมาตรการอนุรักษ์ได้อย่างเหมาะสม เป็นหัวใจสำคัญของการจัดการเชิงระบบนิเวศ (ecosystem-based management) นั่นเอง

น่าดีใจที่แนวคิดการจัดการผืนป่าเชิงระบบนิเวศผ่านมุมมองของสัตว์ป่าในพื้นที่ป่าตะวันตก ได้รับการขับเคลื่อนและพัฒนาอย่างต่อเนื่องจากหลายฝ่ายมาตลอด 20 ปีที่ผ่านมา เกิดเป็นแนวทางอนุรักษ์ที่เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะระบบการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ (Spatial Monitoring And Reporting Tool: SMART Patrol) หรือการเดินลาดตระเวนอย่างเป็นระบบ ซึ่งประยุกต์ใช้ข้อมูลภาคสนามและระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์มาวางแผน การจัดการพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมสมรรถภาพ และขวัญกำลังใจของผู้พิทักษ์ป่า

ดร.อนรรฆ พัฒนวิบูลย์ ผู้อำนวยการสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า ประเทศไทย ผู้มีส่วนสำคัญในการพัฒนาระบบการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ อธิบายว่า “ปัจจุบันกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้นำเอาระบบนี้ไปใช้ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ทั้ง 19 กลุ่มป่า ทำให้มีการติดตามตรวจสอบและประเมินผลการปฏิบัติงานลาดตระเวนอย่างต่อเนื่อง และมีการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรควบคู่ไปด้วย ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญหนึ่งในการขับเคลื่อนความสำเร็จ” นับเป็นการปฏิรูปการทำงานลาดตระเวนของประเทศไทยครั้งสำคัญ

ปัญหาสวัสดิการและความขาดแคลนของเจ้าหน้าที่ผู้ พิทักษ์ป่า ผู้เป็นแนวหน้าในการทำหน้าที่ป้องกันรักษาป่า เป็นปัญหาที่สืบ นาคะเสถียร ให้ความสำคัญเสมอ  เมื่อครั้งเป็นหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง  เขาระดมทุนจัดตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือเจ้าหน้าที่และ ทำ ประกันชีวิตให้  ซึ่งต่อมามูลนิธิสืบนาคะเสถียรได้ สานต่องานด้านนี้  ด้วยการก่อตั้งกองทุนเพื่อผู้พิทักษ์ป่า เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้พิทักษ์ป่าและครอบครัวในกรณี บาดเจ็บและเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่  ปัจจุบัน  หลาย ฝ่ายพยายามผลักดันให้มูลนิธิผู้พิทักษ์ป่าเข้ามารับผิดชอบ สวัสดิการของผู้พิทักษ์ป่าทั่วประเทศ  รวมไปถึงการสนับสนุนการจัดตั้งสมาคมผู้พิทักษ์ป่าไทยเพื่อให้เป็นวิชาชีพที่ได้รับการยอมรับในวงกว้าง

ผลสำเร็จในเชิงประจักษ์ของการอนุรักษ์ผืนป่ามรดกโลกและผืนป่าตะวันตกของไทย คือจำนวนเสือโคร่งในป่ามรดกโลกห้วยขาแข้ง-ทุ่งใหญ่นเรศวร ที่เพิ่มขึ้นจาก 41 ตัวเมื่อสิบปีที่แล้ว เป็น 79 ตัวในปัจจุบัน หรือเพิ่มขึ้นเกือบหนึ่งเท่าตัว ซึ่งบรรลุเป้าหมายปฏิญญาเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กที่จะเพิ่มประชากรเสือโคร่งให้ได้ร้อยละ 50 ภายใน พ.ศ. 2565 แล้ว รวมทั้งหลักฐานการแพร่กระจายตัวของเสือโคร่งจากพื้นที่ป่าห้วยขาแข้งออกไปยังพื้นที่อนุรักษ์อื่น ๆ ในผืนป่าตะวันตกด้วย

ความสำเร็จในการฟื้นฟูประชากรเสือโคร่งของประเทศไทยได้รับคำชื่นชมจากทั่วโลก เพราะเสือโคร่งจะอยู่รอดและเพิ่มจำนวนขึ้นได้ พื้นที่ป่าต้องได้รับการปกป้องคุ้มครองอย่างเข้มแข็งให้พ้นจากขบวนการล่าสัตว์ป่า และยังบ่งชี้ว่ามีปริมาณเหยื่อของเสือโคร่ง เช่น วัวแดง กระทิง เก้ง กวางป่า มากเพียงพอด้วย นับเป็นความสำเร็จที่สืบ นาคะเสถียร มีส่วนสำคัญยิ่งในการเริ่มต้นวางอิฐก้อนแรกเอาไว้

เนื้อหาบางส่วนจากนิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย เดือนกันยายน 2020 เขียนโดย ดร.เพชร มโนปวิตร และภาพถ่ายโดย เอกรัตน์ ปัญญะธารา

สนับสนุนโดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ : 7 หลักการสำคัญของการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ

การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน, การท่องเที่ยวอย่าางรับผิดชอบ, การท่ิงเที่ยวแห่งประเทศไทย, การเดินทาง, แคมปิ้ง

เรื่องแนะนำ

เคล็ดลับถ่ายภาพ :  10 จุดหมายปลายทางในฝันทั่วโลก

การได้ไปเยือนจุดหมายปลายทางในฝัน ไม่ว่าจะเป็นทัชมาฮาล มาชูปิกชู ปราสาทนครวัด หรือสโตนเฮนจ์ ถือเป็นรางวัลชีวิต แน่นอนว่าหลายคนย่อมไม่พลาดที่จะบันทึกภาพแห่งความทรงจำนั้นไว้ ปัญหาอย่างหนึ่งของสถานที่ในฝันเหล่านั้นคือ เราเห็นภาพถ่ายงดงามราวกับโปสการ์ดของสถานที่เหล่านั้นกันจนชินตา แล้วภาพถ่ายของเราจะมีอะไรน่าสนใจหรือแตกต่างออกไป มากกว่าจะเป็นแค่บันทึกเหตุการณ์สำคัญครั้งหนึ่งในชีวิต จิม ริชาร์ดสัน ช่างภาพเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก แบ่งปัน เคล็ดลับถ่ายภาพ ที่เขาได้จากการไปเยือนสถานที่สำคัญเหล่านั้น หากคุณมีโอกาสได้ไปสักครั้ง

ดูนก ง่ายๆ สไตล์ “ป้ากล้อง”

เคยไหมเวลาเราเจอใครสักคนแล้วเราปล่อยผ่านไปทั้งที่ใจอยากจะเข้าไปพูดคุย จนบางครั้งเมื่อเหตุการณ์ผ่านไปแล้วเราก็ได้แต่คิดในใจว่าไม่อยากให้การเจอกันครั้งนั้นเป็นครั้งสุดท้าย ผมพบผู้หญิงคนหนึ่งโดยบังเอิญจากการเข้าไปดูเพจเกี่ยวกับภาพถ่ายธรรมชาติ โดยเฉพาะภาพถ่ายของนกนานาชนิดจากการ ดูนก ของเธอ ผมตั้งคำถามกับตัวเองว่าทำไมถึงอยากพูดคุยกับผู้หญิงคนนี้ สุดท้ายก็คิดว่าน่าจะเป็นเพราะชื่อเพจที่เรียกตัวเองว่า “ป้า” ของผู้หญิงคนนี้กระมังที่ทำให้เราอยากรู้เรื่องราวของเธอจนไม่อยากปล่อยผ่านเหมือนครั้งที่ผ่านมา ผมมีนัดพูดคุยกับ “ป้ากล้อง” หรือคุณหน่อย – ธนพร พิชิตพรรณ เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก “ป้ากล้อง” ที่อ่างเก็บน้ำกระเสียว อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี ด้วยเหตุผลที่ว่าที่นี่เป็นที่อยู่อาศัยของนกนานาชนิดและเป็นที่ที่ป้ากล้องชอบมาแอบถ่ายภาพนกนั่นเอง แล้วผมยังถือโอกาสนี้เรียนรู้วิธีการแอบถ่ายนกของป้ากล้องด้วย เผื่อใครที่สนใจเรื่องถ่ายภาพสัตว์ตามธรรมชาติจะได้ลองนำไปปรับใช้กันครับ “ป้ากล้อง” คือใคร ต้องเริ่มจากคำว่า “ป้ากล้อง” ก่อน ในความคิดพี่ถ้าเป็นผู้ชายถ่ายภาพเราจะเรียก “ตากล้อง” หากเป็นผู้หญิงเขาก็เรียก “ยายกล้อง”  ทีนี้เราไม่อยากเป็นยายไง (หัวเราะ)ขอเป็นแค่ป้าก็พอ เพราะด้วยวัยที่อายุ 56 ปีแล้วก็น่าจะเป็นป้าได้ อีกอย่างพี่มีความรู้สึกว่าป้าเป็นคำพูดที่ฟังดูคุ้นเคยกับลูกหลาน กับรุ่นน้องหรือกับเพื่อนรุ่นเดียวกัน ไม่แบ่งชั้นเป็นคนใกล้ชิดเป็นญาติสนิท คิดว่าคำนี้น่าจะเหมาะกับการที่เรานำมาตั้งชื่อเพจของเราซึ่งทำขึ้นมาเพื่อแบ่งปันความสุขที่เราได้เห็นให้คนอื่นๆได้เห็นด้วยนี่จึงเป็นที่มาของชื่อเพจป้ากล้องและที่มาของเพจ เหตุผลเบื้องหลังของคำถาม “ทำไมชอบดูนก” เสน่ห์ของเพจ “ป้ากล้อง” คืออะไร น่าจะเป็นความจริงใจในการนำเสนอแบบที่ตัวเองเห็นและเขียนเล่าอย่างง่ายๆ ตรงไปตรงมาแบบป้าบอกป้า พี่บอกน้อง แม่บอกลูก ทุกอย่างเขียนออกมาจากใจจริงๆ เขียนแบบคนที่ไม่มีความรู้เรื่องเขียนหนังสือนี่แหละ จุดประสงค์หลักอีกอย่างคืออยากนำความสุขมาให้แก่ผู้ที่ได้พบเห็นเพจของเราด้วย ก่อนจะมาเป็น “ป้ากล้อง” พี่ก็เป็นพี่หน่อย […]

ภูกระดึง ความงามที่ไม่เคยเลือนหาย

ภูกระดึง ประติมากรรมทางธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ กับเส้นทางเดินป่าสุดคลาสสิคและความสวยงามของทิวสนตัดกับสีสันบนท้องฟ้าที่เปลี่ยนไปตามเวลาและฤดูกาล เป็นสิ่งที่เหล่านักท่องเที่ยวหัวใจธรรมชาติยกให้เป็นหนึ่งในภูเขาที่ต้องไป แต่ทว่าเหตุการณ์ไฟป่าที่ผ่านมา เชื่อว่าหลายคนคงกังวลไม่น้อยถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อทั้งผืนป่า สัตว์น้อยใหญ่ และบรรดาเจ้าหน้าที่ร่วมทั้งจิตอาสาที่ร่วมกันดับไฟ แต่ท้ายที่สุดด้วยความร่วมมือร่วมแรงกันอย่างสุดความสามารถก็เป็นผล ทำให้ไฟสงบลงในเวลาต่อมา แน่นอนว่าทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ นอกจากเราจะช่วยส่งกำลังใจไปช่วยแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่เราสามารถทำได้เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในการอนุรักษ์ธรรมชาติก็คือการสร้างความเข้าใจต่อ ภูกระดึง สันฐานภูกระดึง “ภูกระดึง” เป็นภูเขาหินทรายยอดตัด มีที่ราบบนยอดภูเขาเป็นพื้นที่กว้างประมาณ 60 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 8,522 สนามฟุตบอลขนาดมาตราฐาน มีความสูงอยู่ระหว่าง 1,200 เมตรจากระดับทะเลปานกลาง หรือสูงจากพื้นที่โดยรอบประมาณ 950 เมตร เทียบคร่าวๆก็ประมาณ 3 เท่าของตึกใบหยก-2 ด้วยความสูงระดับนี้จึงทำให้อากาศบนยอดภูเย็นสบายตลอดทั้งปี อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 26 °C ภูกระดึงขุนเขาแหล่งจินตนาการ มองจากด้านที่ราบหรือด้านข้างภูเขา ภูกระดึงจะมีลักษณะคล้ายกับกระดึงห้อยคอวัว (ภาษาท้องถิ่น แปลว่า กระดิ่ง) สันนิษฐานว่าจากลักษณะรูปร่างดังกล่าวจึงกลายเป็นที่มาของชื่อภูเขาที่ชาวบ้านเรียกขานกัน แต่เมื่อมองจากมุมสูงโดยเฉพาะในภาพถ่ายจากดาวเทียม ภูกระดึงจะมีลักษณะคล้ายรูปหัวใจ ยิ่งเน้นย้ำให้ภูกระดึงเป็นสถานที่สุดแสนโรแมนติกสำหรับคู่รัก    บ้างก็มองว่าเป็นรูปใบบอน โดยมีส่วนปลายใบอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ และส่วนเว้าด้านในอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งเกิดจากการกัดเซาะโดยธรรมชาติ โดยเฉพาะกระแสน้ำ ที่มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการเปลี่ยนแปลงรูปร่างของภูเขาลูกนี้ ซึ่งเราจะสามารถมองเห็นทางน้ำไหลจากบนยอดภูสู่พื้นล่างอย่างชัดเจนบนภาพถ่ายจากดาวเทียมผ่านร่องเขาดังกล่าว ภูมินามสู่ความเข้าใจ ตลอดเส้นทางขึ้นสู่ยอดภูกระดึงเราจะเจอกับสาระพัดซำ […]

เยือนช็อกโกแลตฮิลส์ เนินเขาแปลกในฟิลิปปินส์

เยือน ช็อกโกแลตฮิลส์ เนินเขาแปลกในฟิลิปปินส์ มองเผินๆ เนินเหล่านี้คล้ายกับซากอารยธรรมโบราณ แต่นี่คือสิ่งปลูกสร้างที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ สถานที่แห่งนี้มีชื่อเรียกว่า “ช็อกโกแลตฮิลส์” เนินเขาความสูงราว 400 ฟุตหลายลูกที่ตั้งอยู่บนเกาะโบฮอล ในฟิลิปปินส์ นักธรณีวิทยาเชื่อว่าเนินเขาเหล่านี้เกิดมานานหลายล้านปี โดยในอดีตบริเวณนี้น่าจะถูกน้ำทะเลท่วมถึง ช็อกโกแลตฮิลส์คือร่องรอยของแนวปะการังโบราณ และต่อมาเมื่อน้ำทะเลลดระดับลงจึงปรากฏเป็นเนินเขาดังที่เห็น ที่พิเศษไปกว่านั้นก็คือช็อกโกแลตฮิลส์เปลี่ยนสีไปตามฤดูกาล ในฤดูฝนเนินเขาจะเขียวชอุ่ม และจะกลายเป็นสีเหลืองอ่อนจนถึงสีน้ำตาลช็อกโกแลตในฤดูร้อน ปัจจุบันกลายมาเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของฟิลิปปินส์ ซึ่งตามตำนานความเชื่อของชาวฟิลิปปินส์นั้น ช็อกโกแลตฮิลส์เหล่านี้เกิดจากการต่อสู้กันของยักษ์สองตัว ตัวที่แพ้ได้ร้องไห้ออกมา และหยดน้ำตาของมันจึงกลายมาเป็นเนินเขานั่นเอง   อ่านเพิ่มเติม สำรวจหมู่บ้านชาวประมงร้างในจีน