25 จุดหมายปลายทาง ยอดเยี่ยมที่สุดของโลก - National Geographic Thailand

25 จุดหมายยอดเยี่ยมที่สุดของโลก

แม้การระบาดใหญ่ทั่วโลกจะทำให้การเดินทางหยุดชะงัก แต่ไม่อาจปิดกั้นความกระหายใคร่รู้ของเรา ด้วยความหวังว่าจะได้ออกท่องโลกกันอีกครั้งในปีนี้ เราอยากบอกเล่าเรื่องราวของ 25 จุดหมายปลายทาง ไร้กาลเวลาซึ่งจะนิยามการเดินทางของเราในอนาคต

รายงานชิ้นนี้จัดทำขึ้นโดยความร่วมมือจากกองบรรณาธิการ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก แทรเวเลอร์ ทั่วโลก จุดหมายปลายทาง ยอดเยี่ยมที่สุดประจำปี 2021 (Best of the World 2021) จัดกลุ่มตาม 5 หมวดหมู่ได้แก่ การผจญภัย ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ธรรมชาติ ครอบครัว และความยั่งยืน

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.nationalgeographic.com/travel/features/best-of-the-world-2021/

เรื่อง บรรณาธิการ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก แทรเวเลอร์ ทั่วโลก
และรายงานพิเศษเพิ่มเติมโดย แมรีเอลเลน เคนเนดี ดักเก็ตต์

ความยั่งยืน
ไฟรบูร์ก, เยอรมนี

จุดหมายปลายทาง, ไฟรบูร์ก, เยอรมนี
พื้นที่ป่าครอบคลุมพื้นที่กว่าร้อยละ 40 ของเมือง รูปแบบการคมนาคมหลักคือการเดิน การขี่จักรยาน การใช้รถประจำทางไฟฟ้าและรถราง (ภาพถ่าย: ชานชื่อฮั่น, GETTY)

เมืองมหาวิทยาลัยในเยอรมนีแห่งนี้สอนให้โลกรู้จักแนวปฏิบัติสีเขียวที่ดีที่สุด

ในมุมหนึ่งทางตะวันตกเฉียงใต้ของเยอรมนี ใกล้กับพรมแดนฝรั่งเศสและสวิตเซอร์แลนด์ เป็นที่ตั้งของไฟรบูร์ก เมืองมหาวิทยาลัยอันมีชีวิตชีวา ในรัฐบาเดิน-เวือร์ทเทมแบร์ก

ไฟรบูร์กคือเมืองสีเขียวที่โดดเด่นทั้งภาพลักษณ์และการกระทำ เมืองนี้ใช้พลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ ชีวมวล ลม และน้ำ เป็นหลัก โดยเปลี่ยนขยะเป็นพลังงานชีวมวล รูปแบบการคมนาคมหลักคือการเดิน การขี่จักรยาน การใช้รถประจำทางไฟฟ้าและรถราง ซึ่งเพิ่มโอกาสให้ไฟรบูร์กบรรลุเป้าหมายที่จะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อย่างน้อยครึ่งหนึ่งภายในปี 2030 และเป็นเมืองปลอดคาร์บอนภายในปี 2050

แนวปฏิบัติยอดเยี่ยมด้านโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสิ่งแวดล้อม ทำให้เกิดเขตเฟาบันในไฟรบูร์ก ซึ่งเป็นการพัฒนาพื้นที่ที่ถูกทิ้งร้างซึ่งรัฐเรียกคืน ย่านกลางเมืองที่มีความยั่งยืนที่สุดแห่งหนึ่งในโลกนี้เกิดขึ้นจากวิสัยทัศน์ของพลเมืองที่ต้องการเห็นพื้นที่ที่จัดการตัวเอง เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และมีความยุติธรรมทางสังคม หลังแล้วเสร็จเมื่อปี 2016 เฟาบันก็เติบโตจนกลายเป็นเขตที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดในไฟรบูร์ก ซึ่งแสดงให้เห็นว่าหากเมืองออกแบบโดยให้ความสำคัญกับความยั่งยืน ผู้คนจะเข้ามาเอง – แวร์เนอร์ ซีเฟอร์, บรรณาธิการบริหาร แทรเวเลอร์ เยอรมนี

หมายเหตุ: จุดหมายอื่นๆ ที่ได้รับการคัดเลือกในประเภทความยั่งยืน (Sustainability) มีอาทิ เดนเวอร์ (สหรัฐฯ) เกาะอะลอนิสซอส (กรีซ) นิวแคลิโดเนีย (ฝรั่งเศส) โคเปนเฮเกน (เดนมาร์ก) เป็นต้น

ผจญภัย
โลสกลาเซียเรส, อาร์เจนตินา

จุดหมายปลายทาง, ธารน้ำแข็งเปรีโตโมเรโน, อาร์เจนตินา, ธารน้ำแข็ง
ธารน้ำแข็งเปรีโตโมเรโนอันมโหฬารแต่งแต้มความงดงามให้อุทยานแห่งชาติโลสกลาเซียเรสในอาร์เจนตินา (ภาพถ่าย: มาร์โก บอตตีเจลลี, GETTY)

ปีนป่ายอาณาจักรน้ำแข็ง

ริมชายฝั่งทะเลสีน้ำเงินของทะเลสาบอาร์เจนตีโน เมืองเอลกาลาฟาเตได้ชื่อจากพืชมีหนามที่นำผล ไปทำค็อกเทลและเบียร์ท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม ทำเลที่ใกล้อุทยานแห่งชาติโลสกลาเซียเรสทำให้เมืองนี้อยู่บนแผนที่ท่องเที่ยว ในฐานะประตูสู่แดนน้ำแข็งทางใต้ของปาตาโกเนียฝั่งอาร์เจนตินา

ที่นั่น ใกล้พรมแดนชิลี อุทยานแห่งชาติพื้นที่กว่า 4,450 ตารางกิโลเมตรครอบคลุมผืนป่า ซับแอนตาร์กติกที่ปกป้องถิ่นอาศัยของสัตว์ต่างๆ เช่น กวางเกมัล เสือพูม่า นกเรีย แร้งคอนดอร์ และกวานาโก แต่สิ่งดึงดูดหลักของที่นี่คือธารน้ำแข็งเกือบ 300 แห่งที่ครอบคลุมพื้นที่เกือบครึ่งหนึ่งของอุทยาน ที่โด่งดังและเข้าถึงได้ง่ายที่สุดคือธารน้ำแข็งเปรีโตโมเรโน – เอริก ปีเนโด, บรรณาธิการประสานงาน แทรเวเลอร์ ลาตินอเมริกา

หมายเหตุ: จุดหมายอื่นๆ ที่ได้รับการคัดเลือกในประเภทผจญภัย (Adventure) มีอาทิ คาเรียนเทรล (ตุรกี) ไวตูคูบูลี (โดมินิกา) สวาเนตี (จอร์เจีย) เป็นต้น

ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม
คย็องจู, เกาหลีใต้

จุดหมายปลายทาง, คย็องจู, เกาหลีใต้, วัดพุลกุกซา
วัดพุลกุกซา (ซ้าย) เจิดจ้ายามฤดูใบไม้ร่วงในคย็องจู เกาหลีใต้ หมู่บ้านเงียบสงบ (บน) ตั้งอยู่ลึกเข้าไปในถงหลู เมืองในหุบเขาของจีน (ภาพถ่าย: อิสรินทร์ แสงมณี, GETTY)

อาณาจักรโบราณของเกาหลีแห่งนี้ยังคงเปล่งประกาย

คย็องจูซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเมืองวัฒนธรรมเอเชียตะวันออกปี 2021 ของเกาหลี เป็นที่รู้จักมากกว่าด้วยสมญา “พิพิธภัณฑ์ไร้กำแพง” เมืองที่ตั้งอยู่ตรงมุมตะวันออกเฉียงใต้ของคาบสมุทรเกาหลีนี้มีแหล่งโบราณคดีน่าทึ่งมากมาย เนื่องจากเคยเป็นเมืองหลวงของซิลลา อาณาจักรโบราณของเกาหลี อยู่เกือบหนึ่งพันปี (57 ปีก่อนคริสตกาลถึง ค.ศ. 935)

ในฐานะแหล่งมรดกโลกของยูเนสโก เขตประวัติศาสตร์คย็องจูเป็นศูนย์รวมศิลปะ พุทธศาสนาจากยุคทองอันน่าตื่นตา สมบัติล้ำค่าประกอบด้วยซากปรักของวัดและวัง เจดีย์หิน ภาพจำหลักหิน พระพุทธรูปอันงดงามจากศตวรรษที่แปด และหลุมศพชนชั้นสูงชาวซิลลาราว 150 แห่ง

มงกุฎทองคำ เงิน และสำริด เครื่องเพชรพลอย และศิลปวัตถุวาววับอื่นๆที่ขุดได้จากสุสาน จัดแสดงในนิทรรศการ “ซิลลา อาณาจักรแห่งทองคำ” ที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติคย็องจู และเยี่ยมเยือนโถงจัดนิทรรศการเพื่อชื่นชมวิถีชีวิตอันหรูหราของเชื้อพระวงศ์ซิลลาแบบเสมือนจริงได้ – โพ-ย็อน ลิม, บรรณาธิการบริหาร แทรเวเลอร์ เกาหลี

หมายเหตุ: จุดหมายอื่นๆ ที่ได้รับการคัดเลือกในประเภทประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม (Culture and History) มีอาทิ ทัลซา (สหรัฐฯ) บีโตเรีย-กัสเตย์ซ (สเปน) ถงหลู (จีน)

ธรรมชาติและสัตว์ป่า
เยลโลว์ไนฟ์,แคนาดา

จุดหมายปลายทาง, แสงเหนือ, เยลโลว์ไนฟ์, แคนาดา
แสงเหนือทำให้ท้องฟ้าเหนือเยลโลว์ไนฟ์ เมืองหลวงของดินแดนนอร์ทเวสต์เทร์ริทอรีส์ในแคนาดาสว่างไสว (ภาพถ่าย: STOCKTREK, ALAMY)

ที่นี่อาบแสงเหนือปีละ 240 คืน

เยลโลว์ไนฟ์ เมืองหลวงของดินแดนนอร์ทเวสต์เทร์ริทอรีส์ของแคนาดา ตั้งอยู่ริมขอบทวีปอาร์กติก บนฝั่งทะเลสาบเกรตสเลฟที่มีป่าไทกาล้อมรอบ เมืองที่มีประชากร 20,000 คนแห่งนี้เกิดขึ้นเมื่อมีการพบทองในพื้นที่ช่วงทศวรรษ 1930

ผู้ที่จะมาเยือนเยลโลว์ไนฟ์รอพบประสบการณ์สุดอัศจรรย์จากของขวัญธรรมชาติได้ใน ช่วงค่ำคืนที่แสงเหนือส่องสว่างอาบป่าไม้เขตหนาวเหนือและทะเลสาบเล็กๆนับไม่ถ้วนนอกเมือง – ออนเดรย์ ฟอร์มาเนก, บรรณาธิการบริหาร แทรเวเลอร์ เช็กเกีย

หมายเหตุ: จุดหมายอื่นๆ ที่ได้รับการคัดเลือกในประเภทธรรมชาติและสัตว์ป่า (Nature and Wildlife) มีอาทิ ไอล์รอยาล (สหรัฐฯ) เกาะลอร์ดฮาว (ออสเตรเลีย) และเซร์ราโด (บราซิล) เป็นต้น

ครอบครัว
ฮอร์โตบาจี, ฮังการี

ฝูงห่าน, ฮังการี
ฝูงห่านบินข้ามอุทยานแห่งชาติฮอร์โตบาจีในฮังการี (ภาพถ่าย: โซลตาน บาโกซี, ALAMY)

คนเลี้ยงวัวกับนกกระเรียนในทุ่งราบกว้างกลางยุโรป
ด้วยอาณาบริเวณเกือบ 809 ตารางกิโลเมตรบนที่ราบใหญ่ฮังการี แหล่งมรดกโลกนี้ช่วยรักษา ทุ่งหญ้าพื้นเมืองในยุโรปและขนบของคนเลี้ยงสัตว์ที่สืบย้อนไปได้นับพันปี

ดินที่แย่ช่วยให้ที่นี่ไม่มีการเพาะปลูกและโครงการพัฒนาที่ดินใหญ่ๆ ที่ว่างเปล่านี้จึงงอกงาม ระบบนิเวศทุ่งหญ้าอุดมสมบูรณ์ที่เกิดตามมาได้รับการคุ้มครองตั้งแต่ปี 1973 จึงเป็นถิ่นอาศัยสำคัญของนกราว 340 ชนิด – ตอมัช วิตรอย, บรรณาธิการบริหาร แทรเวเลอร์ ฮังการี

หมายเหตุ: จุดหมายอื่นๆ ที่ได้รับการคัดเลือกในประเภทครอบครัว (Family) มีอาทิ สเปซโคสต์ (สหรัฐฯ) ทรานซิลเวเนีย (โรมาเนีย) เส้นทางเลียบชายฝั่งอังกฤษ (สหราชอาณาจักร)

สามารถติดตามเรื่องราวของจุดหมายอีก 20 แห่ง ฉบับสมบูรณ์ได้ที่นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย เดือนมีนาคม  2564

สามารถสั่งซื้อได้ที่ https://www.naiin.com/category?magazineHeadCode=NG&product_type_id=2


อ่านเพิ่มเติม เคล็ดลับถ่ายภาพ : 10 จุดหมายปลายทางในฝันทั่วโลก

เคล็ดลับถ่ายภาพ

เรื่องแนะนำ

อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล: ขึ้นรถไฟไปปีนผาและเดินป่าในม่านหมอกจาง

เรื่องราวการลุยเส้นทางเดินป่าภายในอุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล ที่สามารถเดินทางไปได้โดยรถไฟ และประสบการณ์ของการเดินป่าครั้งแรกในชีวิต หลังจากอายุ 25 ปีได้ไม่นาน ผมตัดสินใจออกไปเดินป่าครั้งแรกในชีวิต แม้การทำงานที่ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย จะทำให้ผมได้รับรู้เรื่องราวและความสำคัญของธรรมชาติและโลกใบนี้มากขึ้น แต่ผมยังไม่มีโอกาสได้ออกไปสัมผัสธรรมชาติโดยการไปปีนเขา ตั้งแคมป์ หรือเดินป่าอย่างจริงจัง และการมีสถานะเป็น “คนในเมือง” ก็ยิ่งทำให้โอกาสในการออกไปพบกับธรรมชาติดูเป็นเรื่องที่ห่างไกลออกไป จนกระทั่งผมได้รับการชักชวนจากรุ่นพี่ในออฟฟิศท่านหนึ่งที่ทำงานในนิตยสารเพื่อนบ้าน เขาเป็นนักเดินป่าตัวยง และได้เขียนเรื่องราวการท่องเที่ยวธรรมชาติ การเดินป่า ให้กับเว็บไซต์ของนิตยสารมาได้ระยะหนึ่ง เขากำลังหาเพื่อนร่วมทางในการสำรวจเส้นทางเดินป่าที่ชื่อว่า “อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล” เขาเล่าว่า ความน่าสนใจของที่แห่งนี้ คือการเป็นอุทยานแห่งชาติเพียงแห่งเดียวในประเทศไทยที่สามารถเดินทางได้โดยขนส่งสาธารณะ (รถไฟ) ในขณะที่อุทยานแห่งชาติอื่นๆต้องพึ่งพารถยนต์ส่วนตัวในการเข้าถึง เขาจึงเอ่ยปากชวนผม ซึ่งยังไม่มีประสบการณ์ในการเดินป่าอย่างจริงจังให้ร่วมทางไปด้วยกัน คำชักชวนนี้อาจมองได้ว่าเป็นหนึ่งในภาระงานของผมเช่นกัน ผมจึงรีบดำเนินการจองตั๋วรถไฟตามคำแนะนำของเขา โดยมีกำหนดเวลาเดินทาง 3 วัน 2 คืน และนอกเหนือไปจากนี้ ผมไม่จำเป็นต้องทำอะไรเพิ่มเติม นอกเสียจากเตรียมตัวเพื่อรับประสบการณ์การออกเดินป่าครั้งแรกในชีวิต “ไม่ต้องเอาอะไรไปนอกจากของใช้ส่วนตัว เต็นท์ อุปกรณ์เดินป่า เราใช้ด้วยกันได้” ผมรับฟังชายนักเดินป่าผู้มากประสบการณ์ และเมื่อวันเดินทางมาถึง เราสองคนจับรถไฟเที่ยวเย็นจากกรุงเทพมหานคร มุ่งหน้าสู่อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาลที่เรากำลังมุ่งหน้าไปนี้ มีพื้นที่ครอบคลุมพื้นที่อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน และอำเภอห้างฉัตร อำเภอเมือง […]

มาเติมสีสันให้ชีวิตไปกับสถานที่เหล่านี้

มาเติมสีสันให้ชีวิตไปกับ ภาพธรรมชาติ สถานที่เหล่านี้ ธรรมชาติผลิตสีสันมากมายให้เราได้ยล ภาพธรรมชาติ ตั้งแต่สีสันจากบ่อน้ำพุร้อนในเยลโลว์สโตน สีเรืองแสงจากแบคทีเรียในมหาสมุทร ไปจนถึงแสงเหนือสีเขียวสุดตระการตาอันเกิดจากอนุภาคของสนามแม่เหล็กที่ทำปฏิกิริยากับไนโตรเจน และออกซิเจนในชั้นบรรยากาศ เหล่านี้คือสีสันที่ธรรมชาติมอบให้แก่เรา และมนุษย์เองก็เพิ่มสีสันให้แก่ภูมิทัศน์ให้มีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้นด้วยผืนเกษตรกรรม ลองชมภาพถ่ายที่ทางเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกรวบรวมมาให้ชมกัน โดย ซาร่าห์ กิบเบ็นส์ อ่านเพิ่มเติม : 7 สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติในแอฟริกา, สุดยอดภาพถ่ายท่องเที่ยวแห่งปี 2017 , 15 ภาพถ่ายท่องเที่ยวที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้คุณ

เทรนด์การท่องเที่ยว ปี 2020

จากการสอบถามผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเกี่ยวกับ เทรนด์การท่องเที่ยว ในปี 2020 คำตอบที่เป็นเอกฉันท์คือ นักท่องเที่ยวเห็นความสำคัญของผลกระทบจากการท่องเที่ยว เช่น ผลกระทบต่อโลก ต่อพื้นที่ ต่อชุมชน และต่อตัวนักท่องเที่ยวเอง ความยั่งยืนเป็นเรื่องที่ผู้คนตระหนักมากขึ้น “นักท่องเที่ยวให้ความสนใจและใส่ใจกับรูปแบบของการท่องเที่ยวมากขึ้น” วิลล์ โจนส์ ผู้ก่อตั้ง Journey by Design และ Wild Philanthropy กล่าว และเสริมว่า “แนวคิดเรื่องความยั่งยืนเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมาก” เทรนด์การท่องเที่ยว ของปี 2020 นี้อาจไม่ได้บอกว่าคุณควรไปเที่ยวที่ไหน แต่เรากำลังชี้ว่าคุณควรเดินทางแบบไหน การท่องเที่ยวที่สนับสนุนกิจกรรมชดเชยคาร์บอน (Carbon offsetting) เริ่มขึ้นแล้ว “อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั้งหมดให้ความสนใจวิกฤตทางสภาพอากาศและพยายามลดผลกระทบจากการท่องเที่ยว” จอนนี บีลบี ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Wild Frontiers กล่าว โดยเริ่มจากธุรกิจการบิน นักท่องเที่ยวคาดหวังว่าผู้ประกอบการการท่องเที่ยวจะช่วยเกี่ยวกับกิจกรรมชดเชยคาร์บอน บริษัท Wild Frontiers มีการชดเชยคาร์บอนมาตั้งแต่ปี 2005 และในปีนี้บริษัทสามารถลดปริมาณคาร์บอนได้ 1.5 ลูกบาศก์เมตรต่อผู้โดยสารหนึ่งท่าน มีการถกเถียงกันเรื่องการบริหารเงินเพื่อชดเชยคาร์บอน “ผู้โดยสารที่เดินทางด้วยเครื่องบินเป็นเวลานานเริ่มคำนึงถึงกิจกรรมชดเชยคาร์บอนของสายการบินเพื่อให้มั่นใจว่าเงินที่ใช้จ่ายไปช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลง” เมลิซซา บิกส์ […]

ภาพเนินทะเลทรายที่น่าตื่นตาของญี่ปุ่น

ภาพทะเลทราย ที่น่าตื่นตาของญี่ปุ่น ภาพทะเลทราย แนวสีทองเหลืองอร่ามที่นึกไม่ถึงทอดยาวไปตามชายฝั่งทะเลนอกเมืองทตโทริ เป็นเนินทะเลทรายเพียงแห่งเดียวของญี่ปุ่น เกลียวคลื่นภูเขาทะเลทรายสูงถึง 4.8 กิโลเมตรเหนือศีรษะ อูฐเป็นพาหนะที่ใช้เดินทาง และภาพฝันของภาพลวงตาในทะเลทรายถูกแทนที่ไฟของเมืองใหญ่ ทัศนียภาพของทตโทริคล้ายกับฉากของอารับราตรี ขัดกับภาพลักษณ์ของญี่ปุ่นที่คนมักจะนึกถึงอย่าง ซูชิ รถไฟหัวกระสุน ห้าแยกชิบุยะ และเฮลโหล คิตตี้ ทตโทริ ซาคิว หรือเนินทะเลทรายทตโทริ เกิดขึ้นเมื่อหนึ่งพันปีก่อนโดยที่ทรายถูกพัดพายังฝั่งแม่น้ำเซ็นไดและถูกทับถมลงในทะเล ลมแรงและกองทรายที่มาจากชายฝั่ง ทำให้เกิดโอเอซิสทะเลทรายขึ้นมาในดินแดนปลาดิบ ด้วยความยาว 14 กิโลเมตร และกว้างน้อยกว่า 3 กิโลเมตร ทตโทริเป็นพื้นที่เล็กๆในอุทยานแห่งชาติ ซันอินไคกัน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของข้อตกลงระหว่างอุทยานธรณีโลกยูเนสโก้กับรัฐบาลญี่ปุ่นที่จะรักษาในเชิง วัฒนธรรมประวัติศาสตร์และความหลากหลายทางชีวภาพ ทตโทริอาจจะไม่ได้ปรากฏอยู่ในหนึ่งพันหนึ่งราตรี แต่มันปรากฏอยู่ในวรรณกรรมที่มีชื่อเสียงหลายงานในญี่ปุ่นซึ่งแสดงให้เห็นว่ามันมีความสำคัญทางวัฒนธรรมมาอย่างยาวนาน อาริชิมะ ทาเคโอะ กวีชาวญี่ปุ่นทำให้เนินทะเลทรายแห่งนี้มีชื่อเสียง เมื่อเขาเขียนบทกวีเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่เขามีกับหญิงสาวที่แต่งงานแล้ว โดยอธิบายความรู้สึกขมขื่นที่ด่ำดิ่งอย่างลึกซึ้งของเขาในขณะที่ล้อมรอบเต็มไปด้วยผืนทราย ไม่นานหลังจากนั้นเขาและหญิงผู้นั้นได้ทำการอัตวิบากรรมด้วยกัน ทศวรรษต่อในช่วงปี 1960 ทตโทริกลายเป็นเวทีของ อาเบะ โคโบ นักเขียนนวนิยาย ในหนังสือที่ชื่อว่า woman in the dunes เรื่องราวซึ่งถูกมองว่ามาก่อนกาลและในที่สุดก็กลายเป็นภาพยนตร์ที่ถูกเสนอให้เข้าชิงรางวัล มีนักท่องเที่ยวมากกว่าสองล้านคนต่อปีมาเยี่ยมเยือนที่แห่งนี้ คุณสามารถหากิจกรรมทั่วไปทำในที่แห่งนี้ไม่ว่าจะเป็น […]