25 จุดหมายปลายทาง ยอดเยี่ยมที่สุดของโลก - National Geographic Thailand

25 จุดหมายยอดเยี่ยมที่สุดของโลก

แม้การระบาดใหญ่ทั่วโลกจะทำให้การเดินทางหยุดชะงัก แต่ไม่อาจปิดกั้นความกระหายใคร่รู้ของเรา ด้วยความหวังว่าจะได้ออกท่องโลกกันอีกครั้งในปีนี้ เราอยากบอกเล่าเรื่องราวของ 25 จุดหมายปลายทาง ไร้กาลเวลาซึ่งจะนิยามการเดินทางของเราในอนาคต

รายงานชิ้นนี้จัดทำขึ้นโดยความร่วมมือจากกองบรรณาธิการ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก แทรเวเลอร์ ทั่วโลก จุดหมายปลายทาง ยอดเยี่ยมที่สุดประจำปี 2021 (Best of the World 2021) จัดกลุ่มตาม 5 หมวดหมู่ได้แก่ การผจญภัย ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ธรรมชาติ ครอบครัว และความยั่งยืน

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.nationalgeographic.com/travel/features/best-of-the-world-2021/

เรื่อง บรรณาธิการ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก แทรเวเลอร์ ทั่วโลก
และรายงานพิเศษเพิ่มเติมโดย แมรีเอลเลน เคนเนดี ดักเก็ตต์

ความยั่งยืน
ไฟรบูร์ก, เยอรมนี

จุดหมายปลายทาง, ไฟรบูร์ก, เยอรมนี
พื้นที่ป่าครอบคลุมพื้นที่กว่าร้อยละ 40 ของเมือง รูปแบบการคมนาคมหลักคือการเดิน การขี่จักรยาน การใช้รถประจำทางไฟฟ้าและรถราง (ภาพถ่าย: ชานชื่อฮั่น, GETTY)

เมืองมหาวิทยาลัยในเยอรมนีแห่งนี้สอนให้โลกรู้จักแนวปฏิบัติสีเขียวที่ดีที่สุด

ในมุมหนึ่งทางตะวันตกเฉียงใต้ของเยอรมนี ใกล้กับพรมแดนฝรั่งเศสและสวิตเซอร์แลนด์ เป็นที่ตั้งของไฟรบูร์ก เมืองมหาวิทยาลัยอันมีชีวิตชีวา ในรัฐบาเดิน-เวือร์ทเทมแบร์ก

ไฟรบูร์กคือเมืองสีเขียวที่โดดเด่นทั้งภาพลักษณ์และการกระทำ เมืองนี้ใช้พลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ ชีวมวล ลม และน้ำ เป็นหลัก โดยเปลี่ยนขยะเป็นพลังงานชีวมวล รูปแบบการคมนาคมหลักคือการเดิน การขี่จักรยาน การใช้รถประจำทางไฟฟ้าและรถราง ซึ่งเพิ่มโอกาสให้ไฟรบูร์กบรรลุเป้าหมายที่จะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อย่างน้อยครึ่งหนึ่งภายในปี 2030 และเป็นเมืองปลอดคาร์บอนภายในปี 2050

แนวปฏิบัติยอดเยี่ยมด้านโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสิ่งแวดล้อม ทำให้เกิดเขตเฟาบันในไฟรบูร์ก ซึ่งเป็นการพัฒนาพื้นที่ที่ถูกทิ้งร้างซึ่งรัฐเรียกคืน ย่านกลางเมืองที่มีความยั่งยืนที่สุดแห่งหนึ่งในโลกนี้เกิดขึ้นจากวิสัยทัศน์ของพลเมืองที่ต้องการเห็นพื้นที่ที่จัดการตัวเอง เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และมีความยุติธรรมทางสังคม หลังแล้วเสร็จเมื่อปี 2016 เฟาบันก็เติบโตจนกลายเป็นเขตที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดในไฟรบูร์ก ซึ่งแสดงให้เห็นว่าหากเมืองออกแบบโดยให้ความสำคัญกับความยั่งยืน ผู้คนจะเข้ามาเอง – แวร์เนอร์ ซีเฟอร์, บรรณาธิการบริหาร แทรเวเลอร์ เยอรมนี

หมายเหตุ: จุดหมายอื่นๆ ที่ได้รับการคัดเลือกในประเภทความยั่งยืน (Sustainability) มีอาทิ เดนเวอร์ (สหรัฐฯ) เกาะอะลอนิสซอส (กรีซ) นิวแคลิโดเนีย (ฝรั่งเศส) โคเปนเฮเกน (เดนมาร์ก) เป็นต้น

ผจญภัย
โลสกลาเซียเรส, อาร์เจนตินา

จุดหมายปลายทาง, ธารน้ำแข็งเปรีโตโมเรโน, อาร์เจนตินา, ธารน้ำแข็ง
ธารน้ำแข็งเปรีโตโมเรโนอันมโหฬารแต่งแต้มความงดงามให้อุทยานแห่งชาติโลสกลาเซียเรสในอาร์เจนตินา (ภาพถ่าย: มาร์โก บอตตีเจลลี, GETTY)

ปีนป่ายอาณาจักรน้ำแข็ง

ริมชายฝั่งทะเลสีน้ำเงินของทะเลสาบอาร์เจนตีโน เมืองเอลกาลาฟาเตได้ชื่อจากพืชมีหนามที่นำผล ไปทำค็อกเทลและเบียร์ท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม ทำเลที่ใกล้อุทยานแห่งชาติโลสกลาเซียเรสทำให้เมืองนี้อยู่บนแผนที่ท่องเที่ยว ในฐานะประตูสู่แดนน้ำแข็งทางใต้ของปาตาโกเนียฝั่งอาร์เจนตินา

ที่นั่น ใกล้พรมแดนชิลี อุทยานแห่งชาติพื้นที่กว่า 4,450 ตารางกิโลเมตรครอบคลุมผืนป่า ซับแอนตาร์กติกที่ปกป้องถิ่นอาศัยของสัตว์ต่างๆ เช่น กวางเกมัล เสือพูม่า นกเรีย แร้งคอนดอร์ และกวานาโก แต่สิ่งดึงดูดหลักของที่นี่คือธารน้ำแข็งเกือบ 300 แห่งที่ครอบคลุมพื้นที่เกือบครึ่งหนึ่งของอุทยาน ที่โด่งดังและเข้าถึงได้ง่ายที่สุดคือธารน้ำแข็งเปรีโตโมเรโน – เอริก ปีเนโด, บรรณาธิการประสานงาน แทรเวเลอร์ ลาตินอเมริกา

หมายเหตุ: จุดหมายอื่นๆ ที่ได้รับการคัดเลือกในประเภทผจญภัย (Adventure) มีอาทิ คาเรียนเทรล (ตุรกี) ไวตูคูบูลี (โดมินิกา) สวาเนตี (จอร์เจีย) เป็นต้น

ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม
คย็องจู, เกาหลีใต้

จุดหมายปลายทาง, คย็องจู, เกาหลีใต้, วัดพุลกุกซา
วัดพุลกุกซา (ซ้าย) เจิดจ้ายามฤดูใบไม้ร่วงในคย็องจู เกาหลีใต้ หมู่บ้านเงียบสงบ (บน) ตั้งอยู่ลึกเข้าไปในถงหลู เมืองในหุบเขาของจีน (ภาพถ่าย: อิสรินทร์ แสงมณี, GETTY)

อาณาจักรโบราณของเกาหลีแห่งนี้ยังคงเปล่งประกาย

คย็องจูซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเมืองวัฒนธรรมเอเชียตะวันออกปี 2021 ของเกาหลี เป็นที่รู้จักมากกว่าด้วยสมญา “พิพิธภัณฑ์ไร้กำแพง” เมืองที่ตั้งอยู่ตรงมุมตะวันออกเฉียงใต้ของคาบสมุทรเกาหลีนี้มีแหล่งโบราณคดีน่าทึ่งมากมาย เนื่องจากเคยเป็นเมืองหลวงของซิลลา อาณาจักรโบราณของเกาหลี อยู่เกือบหนึ่งพันปี (57 ปีก่อนคริสตกาลถึง ค.ศ. 935)

ในฐานะแหล่งมรดกโลกของยูเนสโก เขตประวัติศาสตร์คย็องจูเป็นศูนย์รวมศิลปะ พุทธศาสนาจากยุคทองอันน่าตื่นตา สมบัติล้ำค่าประกอบด้วยซากปรักของวัดและวัง เจดีย์หิน ภาพจำหลักหิน พระพุทธรูปอันงดงามจากศตวรรษที่แปด และหลุมศพชนชั้นสูงชาวซิลลาราว 150 แห่ง

มงกุฎทองคำ เงิน และสำริด เครื่องเพชรพลอย และศิลปวัตถุวาววับอื่นๆที่ขุดได้จากสุสาน จัดแสดงในนิทรรศการ “ซิลลา อาณาจักรแห่งทองคำ” ที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติคย็องจู และเยี่ยมเยือนโถงจัดนิทรรศการเพื่อชื่นชมวิถีชีวิตอันหรูหราของเชื้อพระวงศ์ซิลลาแบบเสมือนจริงได้ – โพ-ย็อน ลิม, บรรณาธิการบริหาร แทรเวเลอร์ เกาหลี

หมายเหตุ: จุดหมายอื่นๆ ที่ได้รับการคัดเลือกในประเภทประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม (Culture and History) มีอาทิ ทัลซา (สหรัฐฯ) บีโตเรีย-กัสเตย์ซ (สเปน) ถงหลู (จีน)

ธรรมชาติและสัตว์ป่า
เยลโลว์ไนฟ์,แคนาดา

จุดหมายปลายทาง, แสงเหนือ, เยลโลว์ไนฟ์, แคนาดา
แสงเหนือทำให้ท้องฟ้าเหนือเยลโลว์ไนฟ์ เมืองหลวงของดินแดนนอร์ทเวสต์เทร์ริทอรีส์ในแคนาดาสว่างไสว (ภาพถ่าย: STOCKTREK, ALAMY)

ที่นี่อาบแสงเหนือปีละ 240 คืน

เยลโลว์ไนฟ์ เมืองหลวงของดินแดนนอร์ทเวสต์เทร์ริทอรีส์ของแคนาดา ตั้งอยู่ริมขอบทวีปอาร์กติก บนฝั่งทะเลสาบเกรตสเลฟที่มีป่าไทกาล้อมรอบ เมืองที่มีประชากร 20,000 คนแห่งนี้เกิดขึ้นเมื่อมีการพบทองในพื้นที่ช่วงทศวรรษ 1930

ผู้ที่จะมาเยือนเยลโลว์ไนฟ์รอพบประสบการณ์สุดอัศจรรย์จากของขวัญธรรมชาติได้ใน ช่วงค่ำคืนที่แสงเหนือส่องสว่างอาบป่าไม้เขตหนาวเหนือและทะเลสาบเล็กๆนับไม่ถ้วนนอกเมือง – ออนเดรย์ ฟอร์มาเนก, บรรณาธิการบริหาร แทรเวเลอร์ เช็กเกีย

หมายเหตุ: จุดหมายอื่นๆ ที่ได้รับการคัดเลือกในประเภทธรรมชาติและสัตว์ป่า (Nature and Wildlife) มีอาทิ ไอล์รอยาล (สหรัฐฯ) เกาะลอร์ดฮาว (ออสเตรเลีย) และเซร์ราโด (บราซิล) เป็นต้น

ครอบครัว
ฮอร์โตบาจี, ฮังการี

ฝูงห่าน, ฮังการี
ฝูงห่านบินข้ามอุทยานแห่งชาติฮอร์โตบาจีในฮังการี (ภาพถ่าย: โซลตาน บาโกซี, ALAMY)

คนเลี้ยงวัวกับนกกระเรียนในทุ่งราบกว้างกลางยุโรป
ด้วยอาณาบริเวณเกือบ 809 ตารางกิโลเมตรบนที่ราบใหญ่ฮังการี แหล่งมรดกโลกนี้ช่วยรักษา ทุ่งหญ้าพื้นเมืองในยุโรปและขนบของคนเลี้ยงสัตว์ที่สืบย้อนไปได้นับพันปี

ดินที่แย่ช่วยให้ที่นี่ไม่มีการเพาะปลูกและโครงการพัฒนาที่ดินใหญ่ๆ ที่ว่างเปล่านี้จึงงอกงาม ระบบนิเวศทุ่งหญ้าอุดมสมบูรณ์ที่เกิดตามมาได้รับการคุ้มครองตั้งแต่ปี 1973 จึงเป็นถิ่นอาศัยสำคัญของนกราว 340 ชนิด – ตอมัช วิตรอย, บรรณาธิการบริหาร แทรเวเลอร์ ฮังการี

หมายเหตุ: จุดหมายอื่นๆ ที่ได้รับการคัดเลือกในประเภทครอบครัว (Family) มีอาทิ สเปซโคสต์ (สหรัฐฯ) ทรานซิลเวเนีย (โรมาเนีย) เส้นทางเลียบชายฝั่งอังกฤษ (สหราชอาณาจักร)

สามารถติดตามเรื่องราวของจุดหมายอีก 20 แห่ง ฉบับสมบูรณ์ได้ที่นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย เดือนมีนาคม  2564

สามารถสั่งซื้อได้ที่ https://www.naiin.com/category?magazineHeadCode=NG&product_type_id=2


อ่านเพิ่มเติม เคล็ดลับถ่ายภาพ : 10 จุดหมายปลายทางในฝันทั่วโลก

เคล็ดลับถ่ายภาพ

เรื่องแนะนำ

ภูเขาไฟมิฮาระ ดินแดนที่ (คนไทย) ยังไม่ค่อยรู้จัก

มหานครโตเกียวถือเป็นจุดศูนย์รวมของแหล่งท่องเที่ยว แหล่งช็อปปิ้ง และร้านอาหารของนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก โดยเฉพาะคนไทยเองก็นิยมไปเที่ยวกันมาก เนื่องจากการเดินทางสะดวกและยังได้รับฟรีวีซ่าอีก 15 วันด้วย ขณะที่ทุกคนมุ่งหน้าสู่โตเกียว ยังมีเกาะเล็กๆที่มีบรรยากาศสงบเงียบ ตั้งอยู่ห่างจากฝั่งโตเกียวประมาณ 120 กิโลเมตร ซึ่งยังมีคนไทยน้อยคนนักที่รู้จักและเคยไป เกาะแห่งนี้มีชื่อว่า “เกาะโอชิมะ” (Oshima Island) เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับกิจกรรมดำน้ำ ตกปลา เดินป่า เดินเล่นรอบเมือง ปั่นจักรยาน วิ่ง และอื่นๆอีกมากมาย แต่ไฮไลต์สำคัญคือการปีนขึ้นไปบนปากปล่อง ภูเขาไฟมิฮาระ ซึ่งเวลาแจ้งกับคนญี่ปุ่นว่าเราต้องการไปที่นี่ ต้องบอกว่า “มิฮาระยามะ” (Mihara Yama) เพราะ “ยามะ” ในภาษาญี่ปุ่นแปลว่า “ภูเขา” ภูเขาไฟลูกนี้สูง 758 เมตรจากระดับทะเล การปะทุครั้งหลังสุดเกิดขึ้นเมื่อปีค.ศ. 1986 หรือ 33 ปีก่อน ปัจจุบันที่นี่กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีความน่าสนใจ ทว่าคนทั่วไปอาจยังไม่ค่อยคุ้นชื่อกันสักเท่าไร เกาะโอชิมะเป็น 1 ใน 11 เกาะสำคัญที่มีคนอาศัยอยู่ เป็นอีกสถานที่หนึ่งในญี่ปุ่นที่พวกเราอยากแนะนำให้คุณลองมาเที่ยวกันครับ หากว่าคุณนั้นอยากมาสัมผัสกับธรรมชาติที่น่าตื่นตาและวิถีชีวิตของผู้คนที่เรียบง่าย ทีมเรารู้สึกชอบที่นี่มาก อยากแบ่งปันประสบการณ์ให้คุณผู้อ่านเก็บไว้เป็นข้อมูลในการเดินทางครั้งต่อไปกันครับ พวกเราออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิตอนกลางดึกไปถึงสนามบินฮาเนดะตอนช่วงเช้าตรู่ ก่อนจะเดินทางต่อไปยังท่าเรือทาเคชิบะ […]

เล่นสกี บนทะเลสีขาวในทิวเขาแห่งแดนอาทิตย์อุทัย

ลมหนาวพัดผ่านผิวหน้า พร้อมกับร่างกายที่เคลื่อนที่อยู่บนหิมะสีขาวโพลน เป็นเหมือนช่วงเวลาที่เหมือนเราได้หลุดไปอยู่อีกโลกหนึ่ง และความกังวลใจทั้งหมดมลายหายไปกับสายลม เมื่อลมหนาวมาเยือน คงเป็นเรื่องน่าสนใจไม่น้อย หากเราได้พาตัวเองไปอยู่ในดินแดนเทพนิยาย พื้นดินขาวโพลน อากาศหนาวเหน็บบนภูเขาสูง และป่าสนที่ปกคลุมด้วยหิมะ แวดล้อมไปด้วยความเงียบ พร้อมความสดใสของท้องฟ้า และตัวละครกำลัง เล่นสกี อยู่บนหิมะอย่างมีความสุข ดินแดนที่ว่า ผมหาเจอในประเทศญี่ปุ่นครับ จุดหมายปลายทางที่อยู่ใกล้เมืองไทย และเหมาะกับการเล่นสกีในฤดูหนาว ผมพบว่ามีลานสกีอยู่หลายแห่ง ตั้งแต่ภาคกลางของเกาะฮอนชูจนถึงเหนือสุดของเกาะฮอกไกโด ความละเอียดของเกล็ดหิมะที่ญี่ปุ่นขึ้นชื่อว่านุ่มมาก แม้เราพลาดถลาล้มลงจากแผ่นสกีก็ไม่เจ็บตัวมาก และด้วยอากาศที่เย็นกำลังพอดีส่งผลให้เกล็ดหิมะด้านบนไม่จับตัวเป็นน้ำแข็ง จึงไม่ลื่นมาก นักสกีจากทั่วโลกต่างหลั่งไหลมาญี่ปุ่นเพื่อการนี้ การเริ่มต้นเล่นสกีที่ญี่ปุ่นไม่ใช่เรื่องยุ่งยากครับ แต่ละแห่งมีครูฝึกสอนชาวญี่ปุ่นคอยแนะนำวิธีการเล่นสกีอย่างถูกต้องและปลอดภัย เด็กๆสามารถเริ่มเล่นได้ตั้งแต่อายุ 5 ขวบเป็นต้นไป บางแห่งมีครูชาวต่างชาติที่พูดภาษาอังกฤษได้ประจำอยู่ที่ลานสกี โดยเฉพาะช่วงเทศกาลท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่น สถานที่ยอดนิยมสำหรับนักสกีมีหลายแห่ง ทั้งโตเกียว โอซากา และฮอกไกโด สำหรับนักสกีมืออาชีพมักคุ้นเคยกับสถานที่ และรู้จักช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเล่นสกี สำหรับผู้เริ่มต้นหรือคนไม่เคยเล่นสกีมาก่อน สามารถเลือกลานสกีที่มีครูฝึกประจำได้ ในเรื่องอุปกรณ์ โรงแรมที่อยู่ใกล้ลานสกีส่วนใหญ่เตรียมอุปกรณ์ไว้ให้เช่า หรือเราสามารถขึ้นไปเช่าที่ลานสกีได้เลย ราคาค่าเช่าเริ่มต้นที่หลักร้อยบาทต่อวัน นอกจากนี้ยังมีร้านเช่าอุปกรณ์ในเมืองที่พบได้ประปรายซึ่งราคาย่อมเยาลงมา ลานสกีในประเทศญี่ปุ่นมีมากกว่า 500 แห่ง ความสวยงามและความยากง่ายแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับช่วงเวลา นักท่องเที่ยวชาวไทยส่วนใหญ่มักเดินทางไปรวมตัวกันที่ฮอกไกโด แต่ขอแอบบอกว่า ที่นี่นักท่องเที่ยวเยอะมากจนแน่นลานสกี โดยเฉพาะช่วงวันหยุดยาวปลายปี ถ้าอยากไปจริงๆ […]

เมรุมาศไทย – บาหลี ความเหมือนในความต่าง

บาหลี ชุมชนเก่าแก่ของชาวฮินดูบนเกาะเล็กๆ ที่สำคัญยิ่งในฐานะ “ขุมทอง” ของการท่องเที่ยวประเทศมุสลิมที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งประกอบด้วยหมู่เกาะน้อยใหญ่กว่า 10,000 เกาะ รวมกันในนามอินโดนีเซีย ที่น่าสนใจคือในห้วงยามก่อนดิจิทัลจะมีบทบาท บาหลี อาจเป็นชุมชนเดียวในโลก  ที่พลันเมื่อนักท่องเที่ยวลงจากเครื่องบิน เดินเข้าสู่อาคารผู้โดยสาร ท่าอากาศยานเดนปาซาร์ จะพบซุ้มใส่แผ่นพับโฆษณาสถานที่ท่องเที่ยวให้เลือกหยิบได้ฟรี และยังมีใบปลิวระบุว่า หากคุณสนใจจะชมพิธีฌาปนกิจศพอย่างใกล้ชิด สามารถติดต่อได้ที่เบอร์โทรฯ ในอัตราค่าเข้าชมราคาหนึ่ง ค่าเข้าร่วมพิธีเสมือนหนึ่งเป็นญาติพี่น้องของผู้ตายในอีกราคาหนึ่ง ทิ้งท้ายด้วยคำเชิญชวนเย้ายวนใจว่า นี่คือประสบการณ์ล้ำเลอค่าที่หาที่ไม่ได้ในโลกใบนี้! หลักปรัชญาของชาวฮินดูบาหลี ถือว่า การเผาศพ คือการส่งมอบกายคืนสู่ธาตุทั้งห้า คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ เหล็ก ความตายคือการเดินทางของวิญญาณจากชีวิตในภพภูมินี้ ไปสู่ชีวิตใหม่บนสรวงสวรรค์ ซึ่งมีศูนย์กลางอยู่ที่เขาพระสุเมรุ ที่ประทับของทวยเทพตามคติของชาวฮินดู พิธีศพบาหลีจึงเปรียบเสมือนการส่งดวงวิญญาณของผู้ตายคืนสู่สวรรคาลัย หรือการกลับสู่สถานะเทพเจ้าดังเดิม ขั้นตอนสำคัญในพิธีนี้จึงต้องสร้าง “บาเดห์” (Wadah) หออัญเชิญศพ แบบจำลองจักรวาลตามคติของชาวฮินดู ซึ่งก็คือเขาพระสุเมรุจำลองนั่นเอง ขนาดและความสูงของเขาพระสุเมรุจำลอง จะขึ้นกับวรรณะและสถานะทางสังคมของผู้ตาย หากเป็นเชื้อพระวงศ์  หรือผู้สืบเชื้อสายสุลต่านผู้ครองเมือง  บาเดห์อาจสูงถึง 28 เมตร แบ่งเป็น 11 ชั้น […]

สีกิริยา ป้อมปราการราชสีห์ ท่ามกลางป่าลึกในศรีลังกา

ป่าดงดิบโอบล้อมด้านล่างภูเขาหินแห่ง สีกิริยา ด้านบนคือป้อมปราการที่สร้างขึ้นโดยพระเจ้ากาชัยภะที่ 1 ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 5 บริเวณตอนกลางของศรีลังกา ภาพถ่ายโดย PHILIPPE MICHEL/AGE FOTOSTOCK ป้อมปราการ สีกิริยา ที่สร้างขึ้นในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 5 ได้ดึงดูดนักโบราณคดีอังกฤษช่วงทศวรรษที่ 1800 ซึ่งทำให้พวกเขาตกตะลึงไปกับงานแกะสลักหินรูปเหมือนสิงโตและจิตรกรรมบนภูเขาหินที่สวยงาม ป้อมปราการสีกิริยา (Sigiriya) ตั้งอยู่บนภูเขาหินสูงชันซึ่งโผล่ขึ้นมาท่ามกลางป่าดงดิบที่อยู่ล้อมรอบในศรีลังกา ที่แห่งนี้เป็นที่ดึงดูดสายตาอย่างที่เคยเป็นมานับตั้งแต่การสร้างครั้งแรกโดยกษัตริย์ผู้ดุร้ายในช่วงศตวรรษที่ 5 สีกิริยาอันมีความหมายว่า หินของราชสีห์ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นมรดกโลกขององค์การยูเนสโกในปี 1982 สถานที่แห่งนี้เข้าถึงได้ผ่านทางเดินเท้าที่ตัดไปยังอนุสาวรีย์รูปอุ้งเท้าคู่ของสิงโต หลังจากการสร้าง ป้อมปราการแห่งนี้ได้ถูกป่าโดยรอบกลืนกินและเป็นที่คุ้นเคยของชาวบ้านที่อาศัยอยู่โดยรอบเท่านั้น บุคคลภายนอกต้องใช้ข้อมูลที่บันทึกอยู่ในจารึกของพุทธศาสนาเพื่อค้นหาสถานที่แห่งนี้ ในที่สุด นักประวัติศาสตร์อังกฤษได้ค้นพบอาคารและจิตรกรรมบนภูเขาหินอันน่าตื่นตะลึงในช่วงศตวรรษที่ 19 จากราชอาณาจักรสู่อาณานิคม สีกิริยาสร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ห้าโดยพระเจ้ากาชัยภะที่ 1 (Kashyapa I) แห่งราชวงศ์โมริยะ ซึ่งเป็นชาวสิงหล เขากำหนดให้ป้อมปราการแห่งนี้เป็นเมืองหลวงของอาณาจักรชาวสิงหลจนกระทั่งบัลลังก์ของพระเจ้ากาชัยภะถูกโค่นล้มไปเมื่อ ค.ศ. 495 หลังยุคพระเจ้ากาชัยภะ ราชวงศ์ก็มีทั้งยุครุ่งเรืองและล่มสลาย โชคชะตาของราชวงศ์เป็นไปตามการต่อสู้เพื่อแย่งชิงอำนาจกันเองในราชวงศ์ และความขัดแย้งระหว่างชาวสิงหลพื้นเมืองกับผู้รุกรานภายนอกจากอินเดีย มีหลายเมืองในยุคหลังที่ได้สิทธิครอบครองสีกิริยา เช่น เมืองโปลอนนารุวา (Polonnaruwa) อย่างไรก็ตาม ในช่วงศตวรรษที่สิบสอง การปกครองโดยรวมของศรีลังกาได้อ่อนแอไปทีละน้อย อำนาจของผู้ปกครองชาวสิงหลเริ่มถอยร่นออกจากพื้นที่ตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะศรีลังกา […]