ดูดาว ที่วัดจมน้ำ ล่าช้างเผือกบนเนินช้างศึก ที่จังหวัดกาญจนบุรี

ดูดาว ที่ริมน้ำ และล่าช้างบนเนินช้างศึก

แสงดาราระยิบพรายที่กาญจนบุรี ดูดาว

แสงแดดกำลังส่องแสงอย่างเต็มกำลังในช่วงฤดูร้อนของเมืองไทย ใบไม้กำลังปลิดปลิวและร่วงโรยตามวงรอบของมันที่เวียนมาอีกรอบในปีนี้ ที่สังขละบุรี ระดับน้ำในแม่น้ำซองกาเรียลดระดับลงมาก เผยให้เห็นโครงสร้างเดิมและซากไม้ยืนต้นตายโผล่พ้นผิวน้ำ วิถีชีวิตในช่วงหลังการระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ธุรกิจการท่องเที่ยวที่นี่ซบเซาไม่ต่างจากสถานที่อื่นๆ ดูดาว

นักเดินทางและคนในท้องถิ่นหลายคนกล่าวว่า “อำเภอสังขละบุรีเป็นเมืองสามหมอก ดินแดนสามวัฒนธรรม เมืองแห่งสายน้ำ ขุนเขา และผืนป่าอันอุดม” ความหลากหลายทางวัฒนธรรมเป็นความงดงามอย่างหนึ่งที่ทำให้สังขละบุรีเป็นเมืองที่หลายคนอยากมาเยี่ยมชม

ครั้งนี้ เราออกเดินทางมาถึงสังขละตอนบ่ายคล้อย เที่ยวชมวัดวาที่ผสานเอกลักษณ์ของคนท้องถิ่นพร้อมเรื่องราวของคนมอญ และเดินตลาดชมวิถีชีวิตของชาวบ้านในช่วงที่นักท่องเที่ยวยังมีจำนวนน้อย สิ่งที่ชาวบ้านในอำเภอสังขละบุรีพยายามนำเสนอคือ เรื่องความหลากหลายทางวัฒนธรรม ที่เราได้เห็นผ่านอาหาร การแต่งกาย และภาษาพูด แต่หมุดหมายสำคัญของการเดินทางของเราครั้งนี้คือ การดูดาวยามค่ำคืนบนวัดจมน้ำ หรือวัดวังก์วิเวการาม (เดิม)

ในอดีต วัดวังก์วิเวการาม (เดิม) เป็นศาสนสถานที่หลวงพ่ออุตตมะและชาวบ้านอพยพ ชาวกะเหรี่ยง และมอญ ได้ร่วมกันสร้างขึ้น เมื่อ พ.ศ. 2496 ในบริเวณที่เรียกว่า สามประสบ ซึ่งเป็นจุดที่แม่น้ำสามสายคือ แม่น้ำซองกาเลีย แม่น้ำบีคลี่ และแม่น้ำรันตี ไหลมาบรรจบกัน

ใน พ.ศ. 2527 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย มีโครงการสร้างเขื่อนวชิราลงกรณ์ หรือที่รู้จักกันในชื่อเขื่อนเขาแหลม เพื่อใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งเมื่อเก็บกักน้ำหลังเขื่อนแล้ว ระดับน้ำเพิ่มขึ้นจนท่วมตัวอำเภอเก่า ในพื้นที่กว่า 1,000 ไร่ หมู่บ้านชาวมอญอีกกว่า 1,000 หลังคาเรือน รวมถึงวัดวังก์วิเวการามเดิม ทางการจึงได้อพยพชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ ออกจากบริเวณที่น้ำท่วม และย้ายวัดมาอยู่บนเนินเขาด้านฝั่งตะวันตกของลำน้ำแควน้อยในปัจจุบัน

ดูดาว
ภาพดวงดาวและหอระฆังที่เป็นฉากหน้า

เมื่อความมืดอาบคลุมท้องฟ้า ดวงดาวในวันฟ้าเปิดส่องแสงระยับเหนือท้องฟ้าอำเภอสังขละบุรี แม้จะเป็นคืนเดือนหงาย แต่ก็ยังมองเห็นดวงดาวได้ชัดเจน เราจัดแจงอุปกรณ์ถ่ายภาพที่จำเป็น และลงเรือล่องไปตามแม่น้ำยามค่ำคืน ขณะที่เรือแล่นออกจากฝั่งแม่น้ำ ด้านหลังของเราเป็นสภาพอำเภอสังขละบุรียามค่ำคืน ที่เราไม่เคยมองเห็นจากมุมนี้มาก่อน แสงไฟจากท้องถนน และอาคารบ้านเรือนที่ตั้งอยู่บนเนินเขา สว่างไสวอยู่ไกลๆ เป็นภาพที่สะท้อนให้เห็นถึงความเจริญของเมืองแห่งการท่องเที่ยว

บรรยากาศยามค่ำคืนบริเวณวัดจมนั้นเงียบสงัด มีเสียงเรือหาปลาของชาวบ้านดังเป็นฉากหลังอยู่เป็นระยะ ท้องฟ้าอีกฟากหนึ่งดวงจันทร์สองแสงสะท้อนลงมายังพื้นโลก ถัดออกมาเป็นกลุ่มดาวต่างๆ ที่เปล่งแสงระยิบระยับ การถ่ายภาพกลางคืน หรือดวงดาว ต้องอาศัยความใจเย็น และอดทนรอ เพราะจำเป็นต้องใช้เทคนิคเปิดหน้ากล้องไว้นานๆ เพื่อให้กล้องเก็บแสงดาวได้ กดชัตเตอร์หนึ่งครั้งแล้ว ต้องรอเวลาประมาณหนึ่ง เพื่อได้ภาพท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวสักหนึ่งภาพ

“ปัจจุบัน เทคโนโลยีการถ่ายภาพทันสมัยและสะดวกต่อการใช้งานมากขึ้น โทรศัพท์มือถือบางรุ่น บางยี่ห้อ ก็สามารถถ่ายดาวได้แล้ว หากเรารู้จักการตั้งค่า” กรกมล ศรีบุญเรือง ผู้แทนจากสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) กล่าว

โบสถ์ที่เผยขึ้นมาในช่วงหน้าแล้ง กับเทคนิคการเล่นแสงจากไฟฉาย ทำให้ได้ภาพถ่ายดาวที่มีเสน่ห์มากขึ้น

………………………………………………….

เอกรัตน์ ปัญญะธารา ช่างภาพและบรรณาธิการภาพถ่ายของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย อธิบายหลักการเบื้องต้นสำหรับการถ่ายภาพดาวไว้ว่า

1. ความเร็วชัตเตอร์ จะใช้ความเร็วชัตเตอร์ที่ยาวกว่าปกติ ซึ่งถ้าเปิดความเร็วชัตเตอร์นานเท่าไหร่ ก็จะเห็นการเคลื่อนที่ของดาว หรือหางของดาวยาวมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นจึงต้องหาช่วงเวลาที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ดาวชัดที่สุด โดยที่ยังไม่เกิดหางดาว ซึ่งระยะเวลาที่ใช้ก็จะขึ้นอยู่กับกล้องเเละเลนส์ที่ใช้ เพราะจะต้องคำนวนจากระยะของกล้อง เพื่อให้ได้ความเร็วชัตเตอร์ที่เหมาะสม

2. รูรับแสง รูรับเเสงจะทำหน้าที่เหมือนรูม่านตาในตาของมนุษย์ที่เมื่อเเสงน้อย รูรับเเสงจะเปิดกว้าง เเต่ถ้าเเสงมากรูม่านตาจะหดเเคบลง การตั้งค่ารูรับเเสง จะปรับได้จากการเปลี่ยนเเปลงค่า f โดยค่า f น้อยจะเป็นการเปิดรูรับแสงกว้าง และค่า f มากรูรับแสงจะแคบลง

3. ISO ค่า ISO เป็นค่าความไวเเสง ค่ามากก็จะไวต่อเเสงมาก ค่าน้อยก็ไวต่อเเสงน้อย เเต่การที่ตั้งค่า ISO สูง ๆ ในการถ่ายภาพทำให้ภาพเกิดเม็ดสีเพี้ยนในภาพ หรือที่เรียกว่านอยส์ (Noise) เเต่การถ่ายดาว จะเป็นต้องใช้ค่า ISO ที่สูงที่สุดเท่าที่จะไม่ทำให้เกิดน็อยซ์ เพื่อจะไม่รบกวนรายละเอียดของภาพ

4. สมดุลสี เป็นกระบวนการปรับค่าสีให้เป็นกลางที่สุด ปรับสีไม่ให้เพี้ยน และให้พื้นสีขาวที่เป็นธรรมชาติ โดยคุณภาพสีจะขึ้นอยู่กับเเหล่งกำเนิดเเสง โดยเเสงเเต่ละประเภทจะให้อุณหภูมิสีที่เเตกต่างกันไป โทนสีส้มร้อน หรือสีฟ้าเเบบโทนเย็น ดังนั้นการถ่ายดาวจึงจะเหมาะที่จะปรับด้วยตัวเองมากว่าจะปรับให้เป็นเเบบอัตโนมัติ โดยอุณหภูมิสีสำหรับการถ่ายภาพดวงดาวจะอยู่ที่ 3200k ถึง 4800k ขึ้นอยู่กับสภาพเเสง

………………………………………………….

หลังจากใช้เวลาอยู่นานสองนาน เราก็ได้รูปที่เราประทับใจ และลงเรือกลับที่พัก ในค่ำคืนนั้น เรานั่งมองดวงดาวจากที่พักติดริมแม่น้ำ แต่แสงจากเมืองเป็นปัจจัยรบกวนการถ่ายมากเกินไป เราจึงไม่สามารถบันทึกภาพดวงดาวไว้ได้

เช้าวันต่อมา เราเดินทางจากอำเภอสังขละบุรีไปยังบ้านอีต่อง อำเภอทองผาภูมิ หมู่บ้านเล็กๆ ติดชายแดนไทยพม่า บ้านอีต่อง เป็นที่ตั้งของเหมืองปิล็อก ที่เคยรุ่งเรืองในอดีต เมื่อราว พ.ศ. 2483 เหมืองขุดแร่ดีบุกมีคนงานร่วม 600 คน จนราคาแร่ทั่วโลกตกต่ำ ผลจากการตัดราคาของแร่จากจีน ประมาณ พ.ศ. 2527-2528 ความรุ่งโรจน์ของการขุดแร่ได้จบลง ปิล็อกที่เคยรุ่งเรือง มีตลาดที่เฟื่องฟู เคยมีโรงภาพยนตร์ถึง 2 แห่ง ก็เงียบเหงา เหมืองแร่ต่างๆ ที่นี่ทยอยปิดตัวลง คนงานเริ่มทยอยกลับบ้านแยกย้ายกันไป

ดูดาว
ทางช้างเผือกที่ท้องฟ้าเหนือบ้านอีต่อง

ปัจจุบันนี้ รายได้หลักของหมู่บ้านอีต่องคือ การท่องเที่ยว และที่พักโฮมสเตย์ ตัวหมู่บ้านอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลกว่า 1,000 เมตร จึงทำให้ช่วงกลางคืนมีอากาศเย็นเกือบตลอดทั้งปี ปัจจุบันเป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวหลายคนต้องการมาสัมผัส ซึ่งต้องเดินทางผ่าน 399 โค้ง และยังมีแหล่งท่องเที่ยวใกล้ๆ คือ น้ำตกจ๊อกกระดิ่น เนินช้างศึก และอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ

คืนนี้ เราจึงเลือกหมุดหมายถ่ายทางช้างเผือกกันที่เนินช้างศึก ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์จุดหนึ่งของชายแดนไทย-เมียนมา และเป็นที่ตั้งของฐานตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) เหนือเมฆ หรือฐาน ตชด. ลอยฟ้า ในช่วงเช้าและช่วงเย็นเหมาะกับการขึ้นมาชมพระอาทิตย์ทั้งแสงเช้าและแสงเย็น พร้อมทั้งสามารถมองเห็นหมู่บ้านอีต่องจากมุมสูงได้

ทางช้างเผือกที่อยู่บนท้องฟ้าในคืนฟ้าเปิด พร้อมกับป้อมสังเกตการณ์ของตำรวจตระเวนชายแดน

ปัญหาหนึ่งที่เป็นเสียงสะท้อนของชาวบ้าน คือเรื่องการจัดการปัญหาขยะในหมู่บ้าน ช่วงที่ผ่านมา มีหน่วยงานและกลุ่มอาสาสมัครเข้ามาให้ความรู้กับคนท้องถิ่น และนักท่องเที่ยว เรื่องการจัดการขยะอย่างถูกวิธี เนื่องจากข้อจำกัดเรื่องขยะของหมู่บ้านอีต่องคือการขนส่ง ด้วยที่ตั้งอยู่บนที่สูงและห่างไกลจากเมือง จึงทำให้การขนส่งขยะไปกำจัดอย่างถูกวิธีมีค่าใช้จ่ายสูงมาก ดังนั้น ทางหมู่บ้านจึงต้องจัดสร้างหลุมขยะไว้สองหลุมบริณนอกหมู่บ้าน เพื่อเป็นแหล่งรวบรวมขยะ

เนื่องจากข้อจำกัดเรื่องพื้นที่รองรับปริมาณขยะ ดังนั้น นักท่องเที่ยวที่เข้าไปในพื้นที่จึงควรตระหนักเรื่องการคัดแยกขยะก่อนทิ้ง และลดจำนวนขยะให้น้อยที่สุดขณะที่ท่องเที่ยวในหมู่บ้านอีต่อง ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค เช่น พกกระบอกน้ำส่วนตัว ลดการใช้พลาสติก ลดการนำขยะจากนอกพื้นที่เข้าไปในหมู่บ้าน รวมไปถึงนำขยะที่นำติดตัวเข้าไปออกมาทิ้งนอกพื้นที่

ทั้งการเดินทางไปสังขละบุรี และหมู่บ้านอีต่องในครั้งนี้ ทำให้เราได้เห็นถึงความสวยงามของธรรมชาติ และความเป็นอยู่ของคนท้องถิ่นในช่วงที่นักท่องเที่ยวมีปริมาณน้อย รวมถึงผลกระทบของการระบาดโควิด-19 ที่มีผลต่อการท่องเที่ยวในประเทศไทย ยิ่งทำให้เห็นภาพชัดเจนมากขึ้นว่า เมืองเล็กๆ ที่เปลี่ยนวิถีชีวิตมาพึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยวเป็นหลัก ได้รับผลกระทบต่อรายได้ประชากรในท้องถิ่นอย่างไร

เรื่อง ณภัทรดนัย
ภาพถ่าย ฑิฆัมพร ธรรมเที่ยง


ขอขอบคุณ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานกาญจนบุรี ที่สนับสนุนการเดินทางในครั้งนี้


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เรื่องแนะนำ

งานวิ่งเทรล “โคลัมเบีย เทรล มาสเตอร์ 2019”

งาน “โคลัมเบีย เทรล มาสเตอร์” ถือเป็นงานที่นักวิ่งสายเทรลต้องไม่พลาด เพราะได้รับการยอมรับว่าเป็น งานวิ่งเทรล ที่ดีที่สุดในเมืองไทย สำหรับการจัด งานวิ่งเทรล ในปีนี้ นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย ได้รับเกียรติให้ร่วมวิ่งในระยะทาง 11 กิโลเมตร ที่จัดขึ้นเป็นพิเศษให้สื่อมวลชน นักกีฬา และผู้โชคดีจากทางบ้าน ได้ลองวิ่งสำรวจเส้นทางที่จะจัด ณ สวนละไม อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง การวิ่งสำรวจเส้นทางในครั้งนี้ถือว่ามีความพิเศษมาก เพราะมีผู้ร่วมวิ่งด้วยกันเพียงยี่สิบกว่าคนเท่านั้น และถือเป็นการแนะนำเส้นทางวิ่งเทรลที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งในประเทศไทย หากคุณเบื่อที่จะวิ่งตามท้องถนนหรือสวนสาธารณะ ผมว่าการวิ่งเทรลก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจทีเดียว แต่ต้องบอกไว้ก่อนว่าการวิ่งรูปแบบนี้ร่างกายจะต้องพร้อมจริงๆ เพราะเส้นทางการวิ่งตลอด 11 กิโลเมตร เป็นแบบขึ้นเขาลงเขา ต้องใช้เวลาวิ่งมากกว่าปกติ (ประมาณสองชั่วโมงสำหรับคนทั่วไป) อุปกรณ์ที่นำติดตัวไปก็ต้องพร้อมเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นกระติกน้ำ เป้น้ำดื่ม เกลือแร่ หรือเจลให้พลังงาน ที่สำคัญคือรองเท้าสำหรับวิ่งเทรลดีๆ สักคู่ เพียงเท่านี้ก็จะทำให้คุณสนุกหรรษาไปกับเส้นทางธรรมชาติที่ไม่สามารถวิ่งเข้าไปได้โดยลำพัง แต่เชื่อเถอะว่าถ้าคุณได้ลองสักครั้งแล้วจะติดใจ ใครเป็นสายวิ่งเทรลเพื่อสะสมแต้มไปวิ่งสนามอัลตร้าแล้ว ยิ่งต้องมาร่วมงานนี้ เพราะที่นี่เป็นสนามที่มีการเก็บแต้มด้วย ส่วนถ้าใครยังไม่พร้อมจะวิ่ง จะมาร่วมสังเกตการณ์ดูลาดเลากันก่อนก็ได้ งานโคลัมเบีย เทรล มาสเตอร์ 2019 […]

แสง สี เสียง ในเกาหลีเหนือ

รัฐบาลเปียงยาง ในเกาหลีเหนือ จัดการแสดงอันน่าตื่นตาโดยมีผู้แสดงหลายพันคน  ช่างภาพเรียนรู้ที่จะมองให้ไกลและลึกกว่าการแสดงนั้น กระทั่งด้วยมาตรฐานของเกาหลีเหนือ โชว์ปิดฉากงานฉลองครบรอบ 70 ปีของการก่อตั้งประเทศเมื่อปี 2018 ต้องถือเป็นการแสดงที่ชวนให้อ้าปากค้าง  นักเรียนนักศึกษาหลายพันคนถือคบเพลิงเดินสวนสนามเป็นระลอกไปรอบๆ จัตุรัสคิมอิลซุงประจำกรุงเปียงยาง ในเกาหลีเหนือ เปลวเพลิงไฟฟ้าบนยอดหอคอยชูเชส่องสว่าง ขณะที่เสียงร้องเพลงของเหล่ายุวชนและเสียงพลุดังก้องไปทั่วลานจัตุรัสอันใหญ่โตมโหฬาร การแสดงที่ใช้คนจำนวนมากเช่นนี้เกิดขึ้นบ่อยตลอดช่วงเวลา 20 ปีที่ผมบันทึกภาพในเกาหลีเหนือ ผมถ่ายภาพการแสดงเหล่านี้ไม่ใช่เพียงเพราะความน่าตื่นตาตื่นใจ แต่เพราะทำให้เข้าใจภาพลักษณ์ที่รัฐบาลอยากนำเสนอให้โลกเห็น นั่นคือภาพประเทศในอุดมคติ  ไร้สิ่งรกหูรกตา นำเสนอแต่สิ่งดีๆ สามัคคีปรองดอง และแข็งแกร่ง ชาวเกาหลีเหนือคาดหวังให้ช่างภาพเป็นนักโฆษณาชวนเชื่อที่มีจุดมุ่งหมาย ไม่ใช่ช่างภาพข่าวที่มีสายตาชอบจับผิด นั่นทำให้การทำงานเป็นช่างภาพข่าวชาวต่างชาติในเกาหลีเหนือเป็นเรื่องท้าทาย ขณะอยู่ที่นั่น ผมมีมัคคุเทศก์ที่รัฐบาลจัดหาให้ตามไปไหนมาไหนด้วยตลอดเวลา หน้าที่ของเขาคือคอยอำนวยความสะดวกให้ผมและจับตาดูความเคลื่อนไหวของผม ในการเดินทางครั้งแรกๆ ของผม ดูเหมือนชาวเกาหลีเหนือคาดหวังว่า ช่างภาพจากสหรัฐฯ ที่เป็นประเทศปรปักษ์อย่างผมจะตัดสินพวกเขาอย่างมีอคติ จงใจถ่ายภาพเพื่อทำให้พวกเขาดูเลวร้าย พวกเขาเฝ้ามองสิ่งที่ผมทำชนิดไม่ยอมให้คลาดสายตา  ทำให้ผมเรียนรู้ที่จะใช้กล้องแบบพลิกแพลงมากขึ้นเพื่อจับภาพช่วงเวลาดิบๆ บ่อยครั้งผมเก็บภาพอย่างเร่งรีบ  โดยถ่ายขณะกล้องอยู่ตรงตำแหน่งสะโพก หรือถ่ายจากหน้าต่างรถบัสหรือรถยนต์ระหว่างทางไป หรือกลับจากงานที่มีกำหนดการล่วงหน้า  ภาพถ่ายที่น่าสนใจที่สุดเป็นเพียงภาพคนธรรมดาสามัญกำลังทำสิ่งธรรมดาสามัญ และการถ่ายภาพแนวแคนดิดนี้ก็ทำให้ผมเปิดหน้าต่างบานเล็กๆ เข้าสู่ชีวิตประจำวันของชาวเกาหลีเหนือได้ในที่สุด ผมเชื่อว่า พอเวลาผ่านไปมัคคุเทศก์ที่ทำงานกับผมเริ่มเข้าใจสิ่งที่ผมพยายามทำ นั่นคือการให้มุมมองที่ซื่อสัตย์และยุติธรรมแก่ประเทศของพวกเขา  ไม่ว่าจะหยาบกระด้างหรือไร้การปรุงแต่งแค่ไหน ผมกำลังมองหาความเป็นสากล ชีวิตประจำวัน ผู้คนจริงๆ ที่มีชีวิตอยู่จริงๆ และควรค่าแก่การทำความเข้าใจ […]

การเดินทาง และท่องเที่ยว เป็นสิ่งจำเป็น

ทำไม การเดินทาง ท่องเที่ยวจึงควรพิจารณาให้เป็นกิจกรรมสำคัญในชีวิตมนุษย์ การเดินทาง ไม่ใช่เรื่องของเหตุและผล แต่มันอยู่ในพันธุกรรมของเรา นี่คือเหตุผลที่คุณควรเริ่มวางแผนการเดินทางตั้งแต่ตอนนี้ เรื่อง ERIC WEINER เมื่อเร็วๆ นี้ ผมเพิ่งนำหนังสือเดินทางไปใช้งานจริง ผมใช้มันเป็นที่รองแก้ว และปรับระดับขาโต๊ะที่โคลงเคลง และยังเป็นของเล่นชิ้นเยี่ยมของแมว ยินดีต้อนรับสู่การระบาดของความผิดหวัง แผนการเดินทางทั้งหมดถูกยกเลิก หรือที่ยังไม่ได้วางแผนก็ถูกยกเลิก การรวมตัวของครอบครัว การศึกษาในต่างประเทศ การพักผ่อนที่ชายหาด ทั้งหมดอันตรธาน มันไม่ใช่เรื่องธรรมชาติของมนุษย์ที่ต้องอยู่ในภาวะเช่นนี้ การเดินทางอยู่ในยีนของเรา เกือบตลอดเวลาที่สายพันธุ์ของเราดำรงอยู่ “เราอาศัยอยู่ในฐานะนักล่าสัตว์เร่ร่อนที่ เคลื่อนย้ายที่อยู่อาศัยไปเป็นกลุ่มเล็กๆ ประมาณ 150 คนหรือน้อยกว่านั้น” คริสโตเฟอร์ ไรอัน เขียนไว้ในหนังสือ Civilized to Death ว่า เพราะมันมีประโยชน์ “การย้ายถิ่นไปยังดินแดนใกล้เคียงเป็นทางเลือกหนึ่ง เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง หรือการเปลี่ยนแปลงในสังคม” ไรอันกล่าว โรเบิร์ต หลุยส์ สตีเฟนสัน กล่าวอย่างกระชับว่า: “เรื่องสำคัญคือการย้ายถิ่น” จะเป็นอย่างไรหากเราไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราไม่สามารถล่าหรือรวบรวมทรัพยากรได้  นักท่องเที่ยวต้องทำอะไร มีหลายวิธีที่จะตอบคำถามนั้น แต่ “ความสิ้นหวัง” ไม่ใช่หนึ่งในนั้น […]

โรงแรมน้ำแข็ง 9 แห่งสุดหรูสไตล์กระท่อมอิกลู

โรงแรมน้ำแข็ง เหล่านี้คือสถานที่พักผ่อนสำหรับผู้ที่อยากสัมผัสความหนาวเย็นแบบถึงใจ กว่า 5,000 ปีที่ชาวเอสกิโม ต้องอาศัยอยู่ในสภาพอากาศอันหนาวเหน็บของแถบขั้วโลกเหนือ อีกทั้งหิมะยังปกคลุมพื้นที่เกือบทั้งหมดอีกด้วย ซึ่งนั้นก็แปลว่าทัศนียภาพพื้นที่สีเขียวของพวกเขาก็แทบจะเป็นศูนย์เลย แต่อากาศหนาวก็ไม่เป็นอุปสรรค พวกเขาได้สร้างที่อยู่อาศัยเพื่อที่จะรับมือกับสภาพอากาศอันเลวร้าย โดยมีชื่อเรียกว่า “อิกลู”เป็นที่รู้จักกันว่า บ้านเอสกิโม ประกอบไปด้วยน้ำแข็ง โดยจุดเด่นของมันคือ ด้วยความที่คุณสมบัติของมันเป็นน้ำแข็ง ทำให้บ้านเอสกิโมนั้นสามารถเก็บกักความร้อนได้ดีเป็นพิเศษ ด้วยเหตุนี้ทำให้บริเวณภายในของบ้านนั้น มีอุณหภูมิที่อุ่นกว่าภายนอกมากถึง 4-15 องศาเซลเซียสกันเลยทีเดียว และด้วยอานิสงค์จากการสร้างอิกลูของชาวเอสกิโม โรงแรมทั่วโลกต่างได้นำแนวคิดนั้นเองมาปรับใช้ พร้อมกับทำให้การอาศัยอยู่กับน้ำแข็งนั้น เป็นเรื่องที่สุดแสนสบายสำหรับคนปกติทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาการบนจานน้ำแข็ง การนอนแผ่ราบไปกับเตียงน้ำแข็งที่ตกแต่งไปด้วยขนสัตว์ ที่ทำให้รู้สึกราวกับอยู่ในพระราชวัง พร้อมกับดื่มด่ำกับบรรยากาศสุดหรู่ หรือแม้กระทั่งชื่นชมการละลายของแผ่นน้ำแข็ง และแสงอโรร่าสุดสวยงาม สำหรับใครที่อยากดื่มด่ำกับบรรยากาศหน้าหนาวของแท้ วันนี้ทางเนชั่ลแนล จีโอกราฟฟิก ได้รวบรวม โรงแรมน้ำแข็ง สไตล์อิกลู 9 แห่งมาไว้ในบทความนี้แล้ว Borealis Basecamp, Alaska ถึงแม้ว่านักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ของอลาสกานั้น จะมาเที่ยวกันในช่วงของฤดูร้อนกันเป็นส่วนใหญ่ แต่ด้วยความที่ทางโรงแรม Borealis Basecamp ตั้งอยู่บน 25 ไมล์ในทางเหนือของ Fairbanks และบริเวณรอบยังมีต้นสปรูซและต้นเบิร์ชปกคลุมไว้ ทำให้มีความเหมาะกับการไปพักผ่อน สัมผัสอากาศหนาวเป็นอย่างยิ่ง ด้วยโดมขนาดความยาว […]