ชุมชน บ้านลวงเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ ส่งกำลังใจให้ทุกคนผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

สาร (กำลังใจ) จาก บ้านลวงเหนือ เชียงใหม่

ในยามที่ทุกคนต่างได้รับผลกระทบจากการระบาดใหญ่ กำลังใจระหว่างเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเป็นเหมือนยาบำรุงใจชั้นดี ที่เราสามารถมอบให้กันและกันได้ บ้านลวงเหนือ

ในห้วงเวลาของการระบาดใหญ่ที่กินเวลาต่อเนื่องเกือบ 2 ปี ส่งผลให้ผู้คนทั้งโลกต้องแยกจากันทางกายภาพ และด้วยพื้นฐานของมนุษย์ที่เป็นสังคมแห่งการอยู่ร่วมกันมาตั้งแต่ยุคบรรพบุรุษ ทำให้เราต่างโหยหาที่จะกลับมาเจอหน้ากันในชีวิตจริงอีกครั้ง บ้านลวงเหนือ

เช่นเดียวกับธุรกิจเพื่อสังคม ที่ทำงานด้านการท่องเที่ยวชุมชนมากว่า 10 ปี อย่างโลเคิลอไลค์ พวกเขาได้ร่วมทำงานกับชุมชนหลายแห่งทั่วประเทศ จึงเกิดความรักและผูกพันกับคนในชุมชน และช่วงสถานการณ์ที่ถูกปิดกันการเดินทาง ชาวบ้านก็คิดถึงพวกเขาเช่นกัน

บ้านลวงเหนือ, ชุมชนไตลื้อ, ชนเผ่า, ชนพื้นเมือง, เที่ยวเชียงใหม่
การแต่งกายในแบบขาวไตลื้อ บ้านลวงเหนือ สะท้อนวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ

หลายปีที่ผ่านมา โลเคิลอไลค์ได้ทำงานร่วมกับ “วิสาหกิจชุมชนกลุ่มท่องเที่ยวโดยชุมชนไตลื้อเมืองลวงเหนือ” ชุนชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่โดดเด่นด้วยอัตลักษณ์การแต่งกาย ประเพณี ผลิตภัณฑ์ชุมชน เช่น ผ้าทอไทลื้อ กระดาษสา ไม้แกะสลัก รวมไปถึงอาหารถิ่นเหนือของชาวไทลื้อ เช่น “แอ่งแถะ” ซุปผักเข้มข้นจากเครือเถาคล้ายใบโพธิ์ น้ำปู ปูน้ำจืดหรือปูนาเคี้ยวข้นจนเป็นน้ำพริกรสเค็มหอมปูทานกับข้าวนึ่ง หรือของทานเล่นขึ้นชื่อ “ข้าวแรมฝืน” หรือเรียกว่า “ข้าวแคบ” คล้ายข้าวเกรียบแผ่นบางรสเค็ม บ้านลวงเหนือจึงเป็นชุมชนท่องเที่ยวครบทุกด้าน

จากการบอกเล่าและบันทึกทางประวัติศาสตร์พบว่า ชาวไตลื้อมีประวัติการอพยพหนีสงครามมาจากสิบสองปันนา ทางใต้ของมณฑลยูนาน ประเทศจีน โดยเดินทางแยกออกมาตั้งรกรากตามจุดต่างๆ ยังดินแดนสุวรรณภูมิ หนึ่งในนั้นคือ บ้านลวงเหนือในปัจจุบัน เดิมจากถิ่นฐานเก่าคำว่า “ลวง” มาจากบ้านเมืองเดิมจากสิบสองปันนา อันหมายถึงสัตว์ประเสริฐอย่างคล้ายมังกร หรือนาค มีเกล็ดและเขาอย่างสง่างาม ชาวไทลื้อจึงยกย่องให้ลวงเป็นสัตว์ประจำความเชื่อและความศักดิ์สิทธิ์

บ้านลวงเหนือ, ชุมชนไตลื้อ, ชนเผ่า, ชนพื้นเมือง, เที่ยวเชียงใหม่
ผู้สูงอายุมักผู้ข้อต่อแขน เพื่อเป็นการอวยพรเรื่องราวดีๆ ให้แก่ผู้มาเยือน เป็นหนึ่งในวัฒนธรรมการแสดงออกที่อบอุ่น

วัฒนธรรมที่โดดเด่นอีกอย่างหนึ่งของที่นี่คือดนตรีพื้นถิ่น ที่ได้นำเพลงสะล้อซอซึงมาปรับเล่นคู่กับกีตาร์จนเกิดเป็น Folk Song ที่เข้าถึงคนสมัยใหม่มากยิ่งขึ้น เพื่อต้องการ “สืบทอด เผยแพร่ และอนุรักษ์” เพลงพื้นบ้านเหล่านี้ให้คงอยู่ต่อไป โดยแต่ละเพลงได้สื่อถึงความเป็นมาของชุมชน วิถีชีวิต รวมถึงความรักของคนไตลื้อที่บ้านลวงเหนือเป็นเวลาร้อยกว่าปีตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน

ถึงแม้สิ่งต่างๆ จะผันเปลี่ยนไปตามกาลเวลาชุมชนบ้านลวงเหนือยังคงเก็บรักษาและสืบสานวัฒนธรรมไตลื้อไว้อย่างดีเพื่อรอต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกคนให้ได้มาสัมผัส บ้านลวงเหนือภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ราบร้อยละ 80 เป็นภูเขาและป่าไม้ร้อยละ 20 และพื้นที่ป่าเป็นที่ตั้งของเขื่อนแม่กวงอีกด้วย โดยเหตุผลหนึ่งที่โลเคิลอไลค์เลือกทำงานร่วมกับชุมชนบ้านลวงเหนือ เพราะเรามองเห็นเสน่ห์และศักยภาพของชุมชน ที่มีวัฒนธรรมและประเพณีที่น่าสนใจ และสามารถเพิ่มมูลค่ากระจายรายได้ให้กับชุมชนได้

ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 และในวันที่ทุกอย่างไม่เหมือนเดิม… “เราได้รับสารกำลังใจจากสมาชิกบ้านลวงเหนือ จังหวัดเชียงใหม่” โลเคิลอไลค์ กล่าวและเสริมว่า “เป็นข้อความที่ทำให้พวกเรารู้สึกปลื้มปริ่มและท่วมท้นไปด้วยความรู้สึก ซึ่งก็นับเป็นอีกหนึ่งกำลังใจดีๆ ที่เป็นทำให้เรารู้สึกเข้มแข็ง และกล้าที่จะก้าวไปต่อ…”

บ้านลวงเหนือ
กระดาษสา หนึ่งในผลิตภัณฑ์ชุมชนที่ร่วมพัฒนากับโลเคิลอไลค์
บ้านลวงเหนือ
“แอ่งแถะ” ซุปผักเข้มข้นจากเครือเถาวัลย์ใบมีรูปร่างคล้ายใบโพธิ์

ความตอนหนึ่งจากข้อความส่งถึงโลเคิลอไลค์

“โลเคิลอไลค์ไม่ได้เป็นบริษัททัวร์ที่มาตักตวงผลประโยชน์จากชุมชน แต่เข้ามาสอนชาวบ้านคิด สอนชาวบ้านทำ ให้ชุมชนเติบโตด้วยการท่องเที่ยวโดยชุมชน” แม่ปุก หนึ่งในชาวไตลื้อ บ้านลวงเหนือ กล่าวและเสริมว่า “สิ่งที่เรารู้สึกดีใจมากคือ โลเคิลอไลค์มีบทบาทเป็นผู้แนะนำและสนับสนุนการนำชุมชนเข้าประกวดรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย”

โลเคิลอไลค์เข้ามาให้คำแนะนำและสอนเรื่องของกำไร-ขาดทุน และการคิดต้นทุน ทำให้ชาวบ้านรู้จักการคิดในเชิงธุรกิจ และมีความมั่นใจเรื่องการกำหนดราคาอีกด้วย ตอนนี้โลเคิลอไลค์เปรียบเสมือนเป็นครอบครัวไปแล้ว แม่ปุกกล่าว

แม่ปุก หนึ่งในสมาชิกชาวบ้านลวงเหนือ ผู้กล่าวข้อความแสดงความห่วงใยถึงโลเคิลอไลค์

ในความตอนหนึ่ง แม่ปุกกล่าวด้วยถ้อยคำปนน้ำตาถึงไผ – สมศักดิ์ บุญคำ CEO และหนึ่งในผู้ก่อตั้งโลเคิลอไลค์ ว่า “ไผเป็นหนุ่มที่มีความคิดสร้างสรรค์ เป็นนักพัฒนาชุมชนจริง ๆ เป็นธุรกิจเพื่อชุมชนจริง ๆ ประทับใจความเป็นผู้นำของพี่ไผและน้องๆ เจ้าหน้าที่ของโลเคิลอไลค์ ทุกคนดีมากเลย ทั้งคนเก่าและคนที่เพิ่งมาเป็นทีมงานที่ชอบใจมากที่สุด วันที่ได้ยินข่าวเรื่องข่าวเรื่องผลกระทบต่อบริษัท ที่ไผตัดสินใจไม่เช่าพื้นที่สำนักงาน เพื่อลดค่าใช้จ่าย แม่ยังรู้สึกเสียดาย แต่ก็เห็นด้วยกับการตัดสินใจที่ไผเลือกดูแลน้องๆ ในทีมต่อไป ขอเป็นกำลังใจให้ไผและน้องๆ พนักงานทุกคนด้วยนะลูก”

ทีมงานของโลเคิลอไลค์กล่าวทิ้งท้ายกับเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย ผ่านทางอีเมล ว่า “พวกเรารู้สึกถึงความห่วงใยและเอ็นดูของชาวบ้านที่เราได้ร่วมทำงานด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่มีคุณค่ามากกว่าสิ่งอื่นใด เราซาบซึ้งที่ชาวบ้านแสดงความเป็นห่วงเป็นใยมาถึงพวกเรา ในสถานการณ์ที่ทุกคนต่างได้รับผลกระทบเช่นนี้”

เรื่อง ณภัทรดนัย จากคำบอกเล่าของโลเคิลอไลค์
ภาพถ่าย โลเคิลอไลค์

ติดตามข้อมูลเรื่องการท่องเที่ยวชุมชนเพิ่มเดิมจากโลเคิลอไลค์ได้ที่

เว็บไซต์ : https://localalike.com/
เฟซบุ๊ก : https://www.facebook.com/LocalAlike


เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : Local Alike ธุรกิจเพื่อสังคมด้านการท่องเที่ยว กับผลกระทบจากการระบาดใหญ่

เรื่องแนะนำ

เที่ยว 5 อุทยานฯ เมืองกาญจน์ กับ 5 กิจกรรมที่จะทำให้ทั้งขาสั่น ตาค้าง และใจเต้นแรง

5 กิจกรรมแอดเวนเจอร์ กาญจนบุรี ที่จะทำให้สายแคมป์ สายผจญภัย ได้เตรียมแพ็กกระเป๋าออกไปขาสั่น ตาค้าง และใจเต้นแรง…กันอีกครั้ง

นั่งรถไฟไปหัวหิน

ถ้านับการนั่งรถไฟไปเที่ยวหัวหิน ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 3 ในชีวิต โดย 2 ครั้งแรก เป็นการเดินทางในวัยเรียน กับขบวนรถธรรมดา ๆ ราคาเด็ก ๆ การเดินทางเป็นไปอย่างเนิบช้า ขณะที่ความตื่นตาตื่นใจในวัยนั้น คือการตื่นเต้นไปกับวิวสองข้างทาง ซึ่งชวนให้ต้องหันเหลียวมองตลอดเวลา รถไฟไปหัวหิน และสำหรับการเดินทางด้วยรถไฟเส้นทางนี้ แม้จะอีกครั้ง! แต่ผมก็ยังไม่หายตื่นเต้นกับวิวสองข้างทางที่เปลี่ยนไป เพิ่มเติมคือการได้รับความรู้จากวิทยากร ที่คอยบอกเล่าเรื่องราวระหว่างที่รถไฟเคลื่อนขบวนผ่านสถานที่สำคัญต่าง ๆ ให้ได้รับฟังเพิ่มสีสันเป็นระยะ ๆ จากการเชื้อเชิญจากคุณนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ให้ร่วมเดินทางไปยังหัวหินด้วยการนั่งรถไฟอีกครั้ง แต่ขบวนรถคราวนี้ไม่ใช่ขบวนรถธรรมดาอย่างที่เคยนั่งในวัยเด็ก แต่เป็นขบวนรถพิเศษที่ทางการรถไฟฯ ขอนำเสนอ สำหรับให้เช่าบริการแบบเหมาตู้แก่บุคคลทั่วไปที่ประสงค์จะเดินทางเป็นหมู่คณะ ซึ่งตู้รถไฟดังกล่าวมีชื่อว่า “ตู้ SRT Prestige” เป็นรถโดยสารชุดใหม่ของการรถไฟฯ มีจำนวน 4 คัน ลักษณะจะต่างจากตู้รถไฟทั่วไปคือ มีห้องประชุม ครัวร้อน ครัวเย็น และห้องนอน ราคาค่าเช่าต่อเที่ยว เที่ยวละ 17,000 บาท ไม่เกิน 500 กิโลเมตร แต่ถ้าระยะทางเกิน 500 […]

กาแฟโรบัสตา : กว่าจะมาเป็นกาแฟคุณภาพระดับโลก

กาแฟโรบัสตา ที่ผลิตจากความใส่ใจ สู่รสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ แสงแดดยามเช้าในจังหวัดชุมพรช่วงฤดูฝนสาดลงยอดหญ้าสะท้อนน้ำค้างระยับ ฉันรีบเดินออกมาสูดอากาศที่เจือด้วยไอน้ำ และเดินไปหาอาหารรองท้องก่อนออกเดินทาง วันนี้ฉันมีนัดกับเจ้าของไร่กาแฟในอำเภอท่าแซะ เพื่อไปดูแหล่งผลิต กาแฟโรบัสตา คุณภาพที่ฉันกำลังนั่งจิบอยู่ในเช้านี้ จากตัวเมืองชุมพรเรามุ่งหน้าไปยังอำเภอท่าแซะ ใช้เวลาราวหนึ่งชั่วโมงเศษ เส้นทางขรุขระผ่านเรือกสวน ขึ้นเนินลงเนินกว่าสิบรอบ และยิ่งเป็นช่วงหน้าฝนด้วยแล้ว ความยากลำบากในการเดินทางยิ่งเพิ่มขึ้นกว่าเดิม แต่ต้องยอมรับในฝีมือการบังคับรถของพี่คนขับรถ ที่สามารถนำพาพวกเราทั้งหมดมาถึงจุดหมายปลายทางได้ บรรยากาศช่วงสายอวลไปด้วยความชื้นในอากาศที่ระเหยขึ้นมาจากพื้นดิน สมกับเป็นเมืองที่มีฝนตกชุกเกือบทั้งปี ระหว่างทางที่เราผ่านมา ฉันเห็นสวนผลไม้ สวนปาล์ม และต้นกาแฟปลูกเรียงรายอยู่ไหล่ทาง  เราเดินอยู่ในพื้นที่ไร่กาแฟของพี่พานิช ชูสิทธิ์ เกษตรกรผู้อยู่เบื้องหลังรสชาติกาแฟโรบัสตา ที่สร้างชื่อในเวทีระดับโลกมาแล้ว บริเวณทางเข้า ฉันเห็นต้นกล้ากาแฟวางเรียงรายอยู่ใต้ผืนผ้ากรองแสงแดดสีทะมึน เราเดินผ่านถนนดินแดงขึ้นไปบนเนินในส่วนของตัวบ้าน พี่พานิชออกมาต้อนรับพวกเราด้วยรอยยิ้มอย่างดีใจ เรานั่งพักจิบน้ำเย็นให้พอหายเหนื่อย แล้วพี่พานิชก็พาเราขึ้นรถกระบะเปื้อนโคลนไปสู่ไร่กาแฟที่เป็นความภาคภูมิใจของเขา ระหว่างทางเราพลางพูดคุยและสอบถามถึงความเป็นมาเป็นไปของการปลูกกาแฟโรบัสต้าที่ชุมพร พี่พานิชเล่าย้อนไปถึงสมัยยุคบุกเบิก ที่ต้องผลิตเมล็ดกาแฟให้กับบริษัทเอกชนรายใหญ่ จนเวลาล่วงเลยผ่านไป พี่พานิชเล็งเห็นว่า เราน่าจะสร้างรสชาติกาแฟที่แตกต่างและเป็นเอกลักษณ์ จึงเริ่มลงมือศึกษา ค้นคว้า และลองผิดลองถูก “ด้วยตนเอง” บนความสูงประมาณ 200 เมตรจากระดับน้ำทะเล เรายืนอยู่บนจุดสูงสุดของไร่กาแฟ เบื้องหน้าเรามองเห็นทิวเขาสลับซับซ้อนทอดยาวไปจรดชายฝั่งทะเล มีฉากหน้าเป็นต้นกาแฟที่กำลังออกผลเบอร์รี่ทั้งสีเขียวและสีแดง ฉันรู้สึกลิงโลดในใจเหมือนเด็กที่ได้เห็นสิ่งแปลกใหม่ “เมล็ดที่อยู่บนต้นพวกนี้ยังเก็บเกี่ยวไม่ได้ ยังไม่ถึงเวลา” พี่พานิชเล่าระหว่างจับกิ่งกาแฟกิ่งหนึ่งชูขึ้นให้เราดู “ถ้าเป็นสวนที่ใช้สารเคมี […]

สระแก้ว มหัศจรรย์สุดแดนดินถิ่นบูรพา

สเน่ห์เมืองชายแดนด้านบูรพาอย่าง สระแก้ว มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจมากมายที่รอการมาเยือนของนักเดินทาง ณ สระแก้ว : สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าผมคือ สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติแห่งธรณีวิทยา อันน่าตื่นตะลึงอย่างหนึ่งของโลกใบนี้ มันดูคล้ายภูเขาดินขนาดย่อมๆ มากมายตั้งตัวเรียงรายอย่างไม่รู้จบ ด้วยรูปพรรณสัณฐานที่แตกต่างกันออกไป เหมือนมีใครมาจัดวาง เสกสรรปั้นแต่งมันไว้ ด้วยศิลปะชั้นเลอเลิศ เราเรียกสถานที่แห่งนี้ว่า “ละลุ” ซึ่งมาจากภาษากัมพูชา แปลว่า “ทะลุ”  เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ  อันเกิดจากน้ำฝนกัดเซาะกับพื้นผิวของภูเขา มาเนิ่นนานหลายร้อยหลายพันปี จนเกิดการพังทลายยุบตัวของพื้นผิวดิน อย่างต่อเนื่อง  ดินที่มีคุณสมบัติที่อ่อนตัวกว่า ซึ่งอยู่ด้านบน จะยุบตัวมากกว่า ดินที่แข็งกว่า ที่อยู่ด้านล่าง   รูปลักษณ์ที่ปรากฏจะมีลักษณะเป็นรูปต่าง ๆ มองคล้ายกำแพงขนาดใหญ่บ้าง หรือ หน้าผา หรือเสา จึงทำให้ละลุมีความสวยงาม และแปลกตาแตกต่างกันตามจินตนาการของแต่ละคน ละลุจะเปลี่ยนรูปร่างของมันไปเรื่อย ๆ ตามแต่ แดดลมและฝนที่โหมกระหน่ำ บางคนขนานนามให้มันว่าเป็นแกรนด์แคนยอนของเมืองไทยเลยทีเดียว นี่คือประติมากรรมแห่งธรรมชาติที่มนุษย์มิอาจสร้างสรรได้ ปรากฎการณ์นี้ มีปรากฏที่บ้านคลองยาง ตำบลทัพราช อำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว มีพื้นที่ขนาดใหญ่ ครอบคลุม 6 หมู่บ้าน  เหมือนกันกับ […]