7 หลักการสำคัญของการท่องเที่ยว อย่างรับผิดชอบ มีอะไรบ้าง

7 หลักการสำคัญของการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ

หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่ชอบท่องเที่ยวกลางแจ้ง หรือ Outdoor เช่น แคมปิ้ง เดินป่า ปีนเขา และดำน้ำ คุณคงเคยได้ยินแนวโน้มเรื่อง ท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ มาบ้าง โดยเฉพาะในช่วงสองถึงสามปีที่ผ่านมา

ในต่างประเทศ การท่องเที่ยวกล้างแจ้งที่เน้นเรื่องความรับผิดชอบมักใช้วลีว่า “Leave No Trace” หรือการท่องเที่ยวที่ไม่ทิ้งร่องรอยนอกจากรอยเท้า และถูกกำหนดให้เป็นจริยธรรมการท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวต้องถือปฏิบัติตาม แม้ว่าแนวคิดเรื่อง “Leave No Trace” จะถูกริเริ่มในพื้นที่ทุรกันดาร แต่ภายหลังก็ได้รับการประยุกต์ใช้ในพื้นที่ต่างๆ ตั้งแต่สวนสาธารณะในเมืองไปจนถึงอุทยานแห่งชาติ ท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ

สำหรับในประเทศไทย กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า ในปี 2562 ก่อนการระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 มีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศเดินทางเข้าอุทยานแห่งชาติทั่วประเทศ จำนวน 20,819,396 คน สร้างรายได้กว่าสองพันล้านบาท แต่สิ่งที่ตามมาคือ ผลกระทบต่อส่งแวดล้อม วิถีชีวิตของชุมชนโดยรอบอุทยานฯ และจำนวนนักท่องเที่ยวในบางแห่งเกินขีดความสามารถการรองรับของพื้นที่

ท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ
ภาพความแออัดของนักท่องเที่ยวในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม / ภาพถ่าย Nick Randle

หลังจากนั้น สื่อต่างๆ ก็ได้นำเสนอความเสื่อมโทรมของพื้นที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติกันมากขึ้น จนประชาชนเริ่มตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้น และเริ่มหันมาสนใจการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ และการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนกันมากขึ้น

หลักการทั้งเจ็ดข้อเกี่ยวกับ Leave No Trace เป็นหลักการที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางในต่างประเทศ แต่ก็สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม เพื่อให้มั่นใจว่า หลักการดังกล่าวเป็นปัจจุบัน และมีความเหมาะสมกับภูมิสังคมของพื้นที่ที่แตกต่างกัน

เหล่านี้คือหลักการ 7 ประการ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำหรับการท่องเที่ยวในสถานที่กลางแจ้ง “อย่างรับผิดชอบ

ท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ
ภาพถ่าย Glenn Carstens

1. วางแผนและเตรียมตัวล่วงหน้า

เมื่อคุณจะออกเดินทางไปท่องเที่ยวในสถานที่ทางธรรมชาติ หากไม่มีข้อมูลหรือการเตรียมตัวไม่ดี อาจทำให้คุณประสบกับปัญหาบางอย่าง เช่น พื้นที่กางเต็นท์บางแห่งจำเป็นต้องจองก่อน หรือเส้นทางเดินป่าอยู่ในช่วงปิดเส้นทางประจำปี เป็นต้น และอาจทำให้คุณต้องหาสถานที่แห่งใหม่ที่คุณไม่ได้อยากไปมากนัก การเตรียมตัวล่วงหน้าประกอบด้วย การหาข้อมูลเกี่ยวกับจุดหมายปลายทางที่คุณกำลังจะไป และเตรียมอุปกรณ์ข้าวของเครื่องใช้ให้เหมาะสม ข้อมูลที่ควรทราบล่วงหน้า เช่น

  • กฎ ระเบียบ และข้อบังคับ ของสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ
  • สภาพที่อาจนำไปสู่เหตุกาณณ์อันตรายระหว่างการท่องเที่ยว เช่น น้ำป่าในช่วงฤดูฝน ลมมรสุมในทะเล และสัตว์ป่า เป็นต้น
  • วางแผนเรื่องเวลาการเดินทาง เพื่อหลีกเลี่ยงความแออัดในสถานที่ท่องเที่ยว
  • เตรียมอาหารและเครื่องดื่ม โดยใช้บรรจุภัณฑ์ที่จะกลายเป็นขยะให้น้อยที่สุด
การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน, ท่องเที่ยวอย่าางรับผิดชอบ, การท่ิงเที่ยวแห่งประเทศไทย, การเดินทาง, แคมปิ้ง
ภาพถ่าย Laura Pluth

2. เดินทางและตั้งแคมป์บนพื้นที่ที่จัดไว้

สำรวจพื้นที่รอบจุดกางเต็นท์ว่า พื้นผิวบริเวณนั้นมีความคงทนมากน้อยเพียงใด เช่น เป็นกรวดหิน ดิน หญ้าแห้ง หรือพื้นหินแข็ง ตั้งแคมป์ห่างจากพื้นที่ริมฝั่ง ริมทะเลสาบ หรือริมตลิ่ง ประมาณ 6-7 เมตร ที่สำคัญนักท่องเที่ยวควรกางเตนท์ในจุดที่จัดไว้ให้เท่านั้น ไม่ควรพยายามลักลอบไปกางเต็นท์ในจุดอื่นๆ หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมบนพื้นที่ที่มีพืชพรรณขึ้นอยู่ตามธรรมชาติ และหากคุณเลือกกิจกรรมเดินป่า ควรเดินบนเส้นทางที่จัดไว้ แม้ว่าจะเป็นฤดูกาลที่เส้นทางเปียกแฉะ และเต็มไปด้วยโคลน

ภาพถ่าย Ethan Kuzina

3. กำจัดขยะอย่างเหมาะสม

ประเด็นนี้เป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับประเทศไทย เนื่องจากขยะในสถานที่ท่องเที่ยวส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ทั้งในเรื่องการบริหารจัดการ และผลกระทบต่อระบบนิเวศ ดังนั้น สำนึกในเรื่องการจัดการขยะจึงเป็นเรื่องที่เราทุกคนต้องใส่ใจ หลักการง่ายๆ ในเรื่องการกำจัดขยะอย่างเหมาะสมคือ “คุณนำอะไรเข้าไป คุณก็ต้องนำกลับออกมาด้วย” ทั้งกระดาษชำระ บรรจุภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับอาหาร และภาชนะบรรจุเครื่องดื่มทั้งหมด

นอกจากนี้ หากจำเป็นต้องทิ้งเศษอาหารต้องขุดหลุมลึกประมาณ 6 – 8 นิ้ว ห่างจากแหล่งน้ำประมาณ 6 เมตร เพื่อป้องกันสัตว์มาขุดคุ้ย และไม่เทน้ำเสียจากการล้างภาชนะลงแหล่งน้ำ รวมไปถึงไม่ใช้ผลิตภัณฑ์ชำระร่างกายในแหล่งน้ำธรรมชาติ แต่ควรนำภาชนะบรรจุน้ำขึ้นมาชำระร่างกายห่างจากแหล่งน้ำอย่างน้อย 7 เมตร

การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน, การท่องเที่ยวอย่าางรับผิดชอบ, การท่ิงเที่ยวแห่งประเทศไทย, การเดินทาง, แคมปิ้ง
ภาพถ่าย Toa Heftiba

4. ก่อไฟให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด

กิจกรรมก่อกองไฟขณะแคมปิ้งเป็นกิจกรรมที่ไม่เคยตกยุค แต่ก็อาจเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ทำลายล้างได้มากที่สุดเช่นกัน ในปัจจุบัน อุปกรณ์แคมปิ้งต่างๆ ออกแบบมาให้ทันสมัยและพกพาสะดวกมากขึ้น สามารถใช้แทนการก่อไฟได้ เช่น เตาขนาดเล็กสำหรับทำอาหาร โดยที่นักท่องเที่ยวไม่ต้องก่อไฟบนพื้นดิน ข้อปฏิบัติที่ต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรกคือ ก่อไฟในจุดที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น หลังจากใช้ความร้อนจากการก่อไฟแล้ว ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่า เราดับไฟและถ่านทุกครั้ง รวมไปถึงขี้เถ้าที่เกิดความร้อนจากการก่อไฟ ควรทำให้เย็นลงด้วยการผสมกับดิน

การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน, การท่องเที่ยวอย่าางรับผิดชอบ, การท่ิงเที่ยวแห่งประเทศไทย, การเดินทาง, แคมปิ้ง
ภาพถ่าย Florida Guidebook

5. ไม่เก็บสิ่งที่อยู่ตามธรรมชาติติดตัวออกไป

ในอุทยานฯ บางแห่งติดป้ายว่า “เราจะไม่ทิ้งอะไรไว้นอกจากรอยเท้า เราจะไม่เก็บอะไรออกไปนอกจากภาพถ่าย” ประโยคนี้สะท้อนหลักการท่องเที่ยวอย่างอย่างรับผิดชอบได้เป็นอย่างดี แต่ด้วยสัญชาติญาณความกระหายใคร่รู้ของมนุษย์ ก็ทำให้เราเผลอหยิบโน่นจับนี่ไปโดยไม่รู้ตัว

เจ้าหน้าที่อุทยานฯ แนะนำว่า หากเราสนใจวัตถุที่อยู่ในธรรมชาติ ทั้งพืชและสัตว์ตัวเล็กๆ เราสามารถใช้เวลาสังเกตสิ่งนั้นได้อย่างเต็มที่ในป่า ไม่จำเป็นต้องเก็บติดตัวกลับไปสังเกตที่บ้าน หรือถ้าอยากเก็บความสวยงามของช่วงเวลานั้นก็กดบันทึกภาพถ่ายไว้ น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการสลักเสลาชื่อของตัวเองลงบนเปลือกไม้และก้อนหิน

การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน, ท่องเที่ยวอย่าางรับผิดชอบ, การท่ิงเที่ยวแห่งประเทศไทย, การเดินทาง, แคมปิ้ง
ภาพถ่าย Matt Lavasseur

6. เคารพพื้นที่ของสัตว์ป่า

หากพบสัตว์ป่าระหว่างท่องเที่ยวทั้งเดินป่า และดำน้ำ สิ่งที่ไม่ควรปฏิบัติคือการสัมผัสตัวสัตว์ และไม่ควรพยายามไล่ตาม หรือหลอกล่อให้สัตว์เข้าใกล้ด้วยอาหารของมนุษย์

ในอุทยานฯ บางแห่งได้จัดพื้นที่ส่องสัตว์ไว้ให้ และบางแห่งเตรียมกล้องส่องทางไกลไว้ วิธีเหล่านี้เป็นการเคารพวิถีชีวิตตามธรรมชาติสัว์ป่ามากกว่า เพราะพื้นที่ในป่าคือบ้านของพวกเขา ไม่ใช่ของมนุษย์ที่เพียงผ่านมาและกลับออกไป นอกจากนี้ การสัมผัสตัวสัตว์อาจทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเชื้อก่อโรคระหว่างมนุษย์และสัตว์ป่า

การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน, ท่องเที่ยวอย่าางรับผิดชอบ, การท่ิงเที่ยวแห่งประเทศไทย, การเดินทาง, แคมปิ้ง
ภาพถ่าย Scott Goodwill

7. เคารพเพื่อนร่วมทาง

หลักการข้อนี้มีวิธีคิดที่ง่ายมากคือ “จงปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างที่คุณอยากให้ผู้อื่นปฏิบัติกับคุณ” ซึ่งเป็นเรื่องพื้นฐานที่สุดของการใช้พื้นที่สาธารณะ

เคารพนักท่องเที่ยวท่านอื่นๆ ที่ใช้พื้นที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ไม่กางเต็นต์ใกล้กับนักท่องเที่ยวท่านอื่นมากเกินไป เว้นระยะให้มีความเป็นส่วนตัว ไม่ประกอบอาหารที่มีกลิ่นแรง และไม่สร้างเสียงดังรบกวนผู้อื่นขณะแคมปิ้ง คงไม่มีใครอยากเข้าป่าเพื่อไปฟังเสียงเอ็ดตะโรของมนุษย์

การเดินทางท่องเที่ยวในสถานที่ทางธรรมชาติเป็นการพักผ่อนหย่อนใจ แต่หลายครั้งการเดินทางก็อาจมีเรื่องไม่ประทับใจเกิดขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากกิจกรรมของมนุษย์ ดังนั้น หากเราใส่ใจและตระหนักเรื่องการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบมากขึ้น ทั้งธรรมชาติและนักท่องเที่ยวเองก็สามารถมีประสบการณ์ที่ดีระหว่างเดินทางได้ และสถานที่ทางธรรมชาติก็จะยังเป็นสถานที่ที่เรารู้สึกผ่อนคลายอย่างแท้จริง

เรื่อง ณภัทรดนัย

สนับสนุนโดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ : ท่องเที่ยวเพื่อ “อาบป่า” – ธรรมชาติบำบัดเพื่อการฟื้นฟูร่างกายและจิตใจในกาญจนบุรี

เรื่องแนะนำ

3 ยอดเขาสูงในกาญจนบุรี ที่ใครก็ฝันใฝ่เดินฝ่าความยากลำบากไปพิชิตสักครั้งในชีวิต

เขาสันหนอกวัว อุทยานแห่งชาติเขาแหลม, เขาช้างเผือก อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ และเขากำแพง อุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ คือ 3 ยอดเขาสูงในจังหวัดกาญจนบุรี ที่นักเดินทางหลายต่อหลายคนฝันใฝ่ อยากเดินฝ่าความยากลำบากไปพิชิตให้ได้สักครั้งในชีวิตถ้ามีโอกาส อุทยานแห่งชาติ กาญจนบุรี ระดับความยากของการเดินทางขึ้นสู่ยอดเขาทั้ง 3 ลูกนั้น ก็อาจจะลำบากสักหน่อยสำหรับคนที่ไม่เคยเดินเขามาก่อนสักครั้ง แต่อาจไม่ยากเกินไปสำหรับนักเดินเขาตัวจริง หรืออย่างน้อย ๆ เคยผ่านประสบการณ์ในการเดินเขามาแล้วอยู่บ้าง แต่สำหรับบางคนอาจบอกว่า ที่ยากกว่าสิ่งใด คือการโทรจองคิวให้ทันคนอื่น เพราะทั้ง 3 แห่งเมื่อเปิดให้จองคิวทีไร มักจะเต็มไวมากทุก ๆ ที ฉะนั้นห้ามช้าเด็ดขาด! อุทยานแห่งชาติ กาญจนบุรี เขาสันหนอกวัว อุทยานแห่งชาติเขาแหลม อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี สันหนอกวัวบนเทือกเขาตะนาวศรี คือยอดเขาสูงสุดในจังหวัดกาญจนบุรี ด้วยลักษณะภูมิประเทศที่คล้าย ‘หนอกวัว’ มันจึงเป็นชื่อเรียกของสถานที่ที่คุณจะได้นั่งมองธรรมชาติท่ามกลางทะเลหมอกในวันที่อากาศดี ชมวิวเบื้องหน้าที่สวยตระการตาสุด ๆ เคล้าวิวเขื่อนวชิราลงกรณในมุมสูง อ่านต่อเรื่องเที่ยว 5 อุทยานฯ เมืองกาญจน์ กับ 5 กิจกรรมที่จะทำให้ทั้งขาสั่น ตาค้าง และใจเต้นแรง ที่เขาสันหนอกวัวเป็นหนึ่งในเส้นทางห้ามพลาดได้ที่ […]

พายคายัคถ่ายภาพริมคลอง มองเมืองต่างมุม

บ่ายต้นเดือนเมษา ก่อนเทศกาลสงกรานต์มาเยือน เรือคายัค 30 ลำได้พายล่องไปตามคลองบางกอกน้อยกับงาน ‘ลอยละล่อง ริมน้ำบางกอก’ (Kayak the Series) หนึ่งในกิจกรรมไฮไลต์ของ ‘เทศกาลวิถีน้ำ วิถีไทย’ หรือ Water Festival 2565 ซึ่งจัดขึ้นโดยบริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ผู้ร่วมทริปได้ชมวิถีชีวิตริมคลองบางกอกน้อย ประวัติศาสตร์และศิลปกรรมผ่านวัดสำคัญและชุมชนรอบข้าง อีกมุมของเมืองใหญ่ เมื่อคายัคพาเรามาอยู่ใต้สะพานและทางรถไฟ ภาพโดย สันติ เศษสิน ความหลากหลายของฝีมือพายไม่เป็นอุปสรรค เพราะมีผู้เชี่ยวชาญระดับนักแข่งจาก Feelfree ผู้ผลิตคายัคแบรนด์ไทยมาให้ความรู้เบื้องต้น พร้อมอุปกรณ์พายและชูชีพครบครัน แถมคอยพายรั้งรอ ต่อให้เป็นมือใหม่ก็ไม่ต้องกังวล ประกบด้วยกรมเจ้าท่าที่มาช่วยดูแลความปลอดภัย ทำให้การเดินทางราบรื่น เรือนไม้เก่าแม้ผุพังก็ยังมีแรงดึงดูดสายตา ภาพโดย วิรัตน์ กันฉลาด นอกจากคายัค 30 ลำที่พากันพายออกจากท่าเรือบริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง แล้ว ผู้จัดยังมีเรือยนต์ให้เลือกนั่งชมวิวสองฝั่งคลองพร้อมนักวิชาการอิสระ อาจารย์จุลภัสสร พนมวัน ณ อยุธยา ผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์มาเป็นวิทยากรบรรยายตลอดเส้นทาง บ้าน วัด การค้า วิถีชุมชนริมน้ำ […]

ตั้งแคมป์บนมหาสมุทร อาร์กติก

“นํ้าแข็งหนาประมาณหนึ่งเมตร เรานอนกันบนมหาสมุทรที่ อาร์กติก โดยมีกระแสนํ้าม้วนตัวอยู่ด้านล่าง” — จอน  โกลเดน ขี่จักรยานเสือภูเขาในอุทยานแห่งชาติอายูอิตทุก ใน อาร์กติก ที่ซึ่งเจ้าหน้าที่บอกว่าการเดินทางในฤดูหนาว “มักเป็นไปไม่ได้” นับถอยหลังหกเดือน เตรียมพร้อมผมตั้งใจจะถ่ายภาพทีมนักผจญภัยสุดขั้วขี่จักรยานเสือภูเขาข้ามมหาสมุทรอาร์กติกในแคนาดาที่เย็นจนเป็นนํ้าแข็ง ผมจะ นั่งรถหิมะ ซึ่งก็ยังเป็นงานหนักอยู่ดี ผมจึงต้องดูแลสภาพร่างกายให้ดี ก่อนหน้านั้นไม่กี่เดือนผมเริ่มซ้อมวิ่งและฝึกฝนร่างกายช่วงกลางลำตัวในอาร์กติก ถ้าเหนื่อยคุณจะนั่งลงไม่ได้ ต้องเคลื่อนที่ต่อไปหรือไม่ก็เข้าไปอยู่ในถุงนอนเลย ผมยังขออุปกรณ์บางอย่างจากผู้สนับสนุนด้วย นั่นคือแผ่นรองนอนบุขนเป็ดและถุงมือที่ผมใส่ตอนถ่ายภาพได้ นับถอยหลังสองสัปดาห์ รายการสัมภาระที่จำเป็น: แคมป์ของเราในอายูอิตทุกอยู่ห่างจากความเจริญราว 80 กิโลเมตรในทุกทิศทางดังนั้นผมจึงนำทุกอย่างที่ต้องการไปด้วสำหรับการเดินทางสองวันครึ่งในเดือนกุมภาพันธ์ • ไฟสัญญาณฉุกเฉิน • โทรศัพท์มือถือผ่านดาวเทียม (ซึ่งจะใช้ได้เพียงวันละสองชั่วโมง ผมจึงทบทวนข้อตกลงด้านความปลอดภัยกับครอบครัวของผมไว้ล่วงหน้า) • ถั่วแมกคาเดเมีย (ซึ่งมีปริมาณไขมันสูงที่สุด) • แปรงสีฟันที่มาพร้อมยาสีฟันแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง • แบตเตอรี่กล้องหนึ่งโหลความเย็นทำให้พลังงานหมดเร็ว ผมจึงเก็บมันไว้ในเสื้อกั๊กหรือถุงนอน • ชุดชั้นในแบบยาวสองชุด นับถอยหลังสองวัน พร้อมออกเดินทาง: ผมตื่นเต้นเป็นช่วงๆ แต่ไม่รู้สึกว่านี่เป็นเรื่องจริงจนกระทั่งอยู่บนเครื่องบินไปเวอร์จิเนีย เมื่อเราลงจอดที่คีร์คิกทาร์จูอัก ผมไปที่บ้านแม่มัคคุเทศก์ชาวอินูอิตของเราเพื่อบรรจุสัมภาระใหม่ สมาชิกในทีมจัดเตรียมจักรยาน เราทบทวนสัญญาณมือเพื่อให้ผมกำกับพวกเขาในเฟรมกล้อง ขณะที่พวกเขาขี่ จักรยานได้ ก่อนออกเดินทาง […]

ท่องเที่ยว รูปแบบใหม่กับแนวคิดรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

ท่องเที่ยว อย่างไรให้ปลอดภัยต่อธรรมชาติและเพื่อนร่วมทาง รวมถึงตัวคุณเอง การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ รวมไปถึงการอนุรักษ์พลังงาน เป็นเทรนด์การ ท่องเที่ยว อีกรูปแบบหนึ่งที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวางในระดับสากล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ช่วงที่ผ่านมา สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ฟื้นฟูขึ้นหลังงดเว้นจากกิจกรรมการท่องเที่ยว นอกจากนี้ หน่วยงานต่างๆ ก็เริ่มออกมารณรงค์และให้ความรู้ในเรื่องนี้มากขึ้น ที่ผ่านมา เราเห็นผลกระทบเชิงลบหลายอย่างเกิดขึ้นกับพื้นที่และทรัพยากรธรรมชาติ เช่น ปัญหาขยะในอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนถนนในเขตอุทยานฯ หรือได้รับผลประทบเชิงพฤติกรรม บางพื้นที่ วิถีชีวิตท้องถิ่นต้องเปลี่ยนแปลงไปจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เกินขีดความสามารถการรองรับ หลังจากนี้ เป็นช่วงเวลาที่ดีที่เราจะมาเริ่มต้นออกเดินทางด้วยวัฒนธรรมการท่องเที่ยวแบบใส่ใจธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางท่องเที่ยวในรูปแบบใด เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย ได้นำแนวคิดและคำแนะนำสำหรับวัฒนธรรมการท่องเที่ยวอย่างใส่ใจสิ่งแวดล้อมมาจากกิจกรรมการเดินป่าและการใช้ชีวิตกลางแจ้ง Fajllraven Thailand Trail มาให้ท่านผู้อ่านได้ลองพิจารณาและปรับใช้ให้เหมาะสมกันครับ วัฒนธรรมการท่องเที่ยวในสถานที่ธรรมชาติ 1. การพึ่งพาตนเอง เมื่อเรารู้ตัวว่าการท่องเที่ยวของเราเป็นไปในรูปแบบไหน การดูแลตัวเองเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการแบกเป้หรือสัมภาระอื่นใด เราจะต้องคิดวิเคราะห์ว่าสิ่งใดจำเป็นและไม่จำเป็นในการใช้ชีวิตในธรรมชาติและชีวิตจริง และเมื่อเราดูแลตัวเองได้ เราจะรู้สึกและสัมผัสได้ถึงอิสรภาพในการใช้ชีวิตและเดินทาง 2. การรักษาธรรมชาติให้คงอยู่ แน่นอนเราต่างชื่นชอบธรรมชาติที่สวยงาม คนอื่นๆ ก็เช่นกัน และเมื่อหลายคนออกมาชื่นชมธรรมชาติ สิ่งสำคัญที่สุดคือการรักษาธรรมชาติให้งดงาม เมื่อเราเดินจากไปเราจะต้องไม่ทิ้งขยะในเส้นทาง หรือที่พัก ของเสียจากร่างกายต้องขุดหลุมฝังกลบให้ถูกวิธี ขยะอื่นๆ ให้นำกลับมาทิ้งในที่ที่จัดไว้หรือไม่ก็นำมากำจัดในเมือง […]