เมืองอัจฉริยะ: เฮลซิงกิ , ฟินแลนด์ - National Geographic Thailand

เมืองอัจฉริยะ: เฮลซิงกิ ฟินแลนด์

เมืองอัจฉริยะ: เฮลซิงกิ  ฟินแลนด์

เฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ มีความเป็นชาติอันโดดเด่น และการแสดงออกมาล่าสุด ได้แสดงผ่านอิโมจิคำศัพท์คำว่า “kalsarikännit” ที่มีความหมายถึงการนั่งดื่มอยู่คนเดียวในบ้าน โดยสวมเพียงแค่ชุดชั้นใน

ข้อมูลการท่องเที่ยวประจำปี 2017 ระบุว่า ฟินแลนด์เป็นจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับบรรดานักเดินทางชนชาติชาวนอร์ดิกเหล่านี้ยังติดอันดับประเทศที่มีความสุขมากที่สุดในโลก เป็นอันดับ 5 อ้างอิงจากรายงานความสุขโลกประจำปี

กรุงเฮลซิงกิ เมืองหลวงริมชายฝั่งทะเลนี้ ดูเหมือนจะเปลี่ยนแนวความคิดจาก Eero Saarinen สถาปนิกคนดังไปสู่การเป็นมหานครแห่งนวัตกรรม ที่เอื้อประโยชน์ให้แก่นักท่องเที่ยวและชาวเมืองท้องถิ่น เฮลซิงกิกำลังวางแผนที่จะเปิดตัวยานยนต์ไร้คนขับ ในเขต Kalasatama ซึ่งเป็นเขตท่าเรือเก่าของเมือง ขณะนี้กำลังได้รับการฟื้นฟูให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ด้วยการสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชน นอกจากนั้นเฮลซิงกิยังเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ การเติบโตและพัฒนาอย่างยั่งยืน อาหารและการรักษาสิ่งแวดล้อม นั่นจึงทำให้เมืองแห่งสแกนดิเนเวียนี้คงคุณค่าอย่างยิ่งแก่การออกเดินเท้าสำรวจ

เฮลซิงกิ
Kamppi Chapel หรือเป็นที่รู้จักในชื่อ “Chapel of silence” ถูกสร้างขึ้นเพื่อมีจุดมุ่งหมายให้เป็นสถานที่หลีกหนีความวุ่นวายของเมือง

 

กินดื่ม

สถานที่ตั้งใกล้กับจัตุรัสของเมือง ตลาดเก่าตั้งแต่ศตวรรษที่สิบเก้า เต็มไปด้วยร้านค้าแผงลอยจำนวนสองโหล ที่เปิดขายสินค้าจำพวกฟินนิชบีฟ ปลารมควัน และเจลลี่โดนัท ในเขต Ullanlinna ร้านอาหาร  Chef & Sommelier  ได้รับการการันตีความอร่อยจากมิชลินสตาร์ตั้งแต่ปี 2014 เมนูหลักยอดนิยมก็ได้แก่ ปลาชาร์อาร์กติก คอหมูกับหัวผักกาด และขนมหวานชื่อดังที่ทำมาจากบลูเบอร์รี่ ร้านอาหารยอดนิยมอีกร้านได้แก่ร้าน Grön ที่โดดเด่นด้วยส่วมผสมแบบสแกนดิเนเวียตามฤดูกาล เช่น ปลาคอดกับกระเทียมต้น หรือขนมปังย่าง บักวีตย่างกับเห็ดป่า เป็นต้น

เฮลซิงกิ
หญิงสาวคนหนึ่งนั่งอยู่ในห้องซาวน่าขนาดเล็กของ Löyly สถานซาวน่าแห่งใหม่ของเฮลซิงกิ

พักผ่อน

พักผ่อนแบบเบาๆ สบายๆ ที่ย่านใจกลางเมือง เช่น โรงแรม GLO ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับ Galleria Esplanad แหล่งช็อปปิ้งชื่อดังหรือหากอยากได้รสนิยมแบบสมัยใหม่ขึ้นมาหน่อย ขอแนะนำ โรงแรม Haven ซึ่งตั้งอยู่ติดกับท่าเรือ South Harbour และมีท่าเรือข้ามฟากไปยังกรุงสต็อกโฮล์มและกรุงทาลลินน์ ในเอสโตเนีย หรือหากคุณเป็นคอศิลปะ คุณควรพักผ่อนที่โรงแรม Lilla Roberts ที่ภายในได้รับการออกแบบและตกแต่งมาตั้งแต่ปี 1908 โดยหนึ่งในศิลปินที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศฟินแลนด์ ตัวอาคารเปิดให้บริการเป็นโรงแรมเมื่อปี 2015 ด้วยจำนวนห้องพัก 130 ห้อง พร้อมร้านอาหารสไตล์นอร์ดิก ที่เสิร์ฟเมนูขึ้นชื่ออย่าง สมอบรอด แซนด์วิชแบบฟินแลนด์ และโจ๊กใส่ลินกอนเบอร์รี่ เป็นต้น

เฮลซิงกิ
ผู้คนออกมาปิคนิคตามสวนในเฮลซิงกิ เมืองหลวงของฟินแลนด์
เฮลซิงกิ
บรรยากาศภายในห้องสมุด Kaisaของกรุงเฮลซิงกิ

 

เที่ยวเล่น

ด้วยวัสดุเหลือใช้อย่างไม้อัดจากโรงงานอุตสาหกรรมของประเทศ  Löyly คือสถานที่สาธารณะที่เป็นทั้งซาวน่าและร้านอาหาร เพิ่งเปิดตัวเมื่อปีที่ผ่านมา แขกที่มาพักผ่อนยังที่นี่จะได้สัมผัสกับความอบอุ่นจากซาวน่าแบบดั้งเดิม พร้อมกลิ่นหอมจากไม้ขณะถูกเผา หรือหากคุณเป็นคนชอบเล่นกีฬาแนะนำให้ไปที่ Tennis Palace สนามเทนนิสบนหลังคาที่ถูกก่อสร้างขึ้นเมื่อปี 1940 สำหรับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก  และหากคุณเป็นคนชอบวัฒนธรรมพิพิธภัณฑ์ศิลปะเฮลซิงกิ ที่กลับมาเปิดอีกครั้งในปี 2015 หลังตกแต่งภายในใหม่ คือคำตอบ และที่ศูนย์ Iittala & Arabia Design ยังมีการโชว์ผลงานออกแบบสไตล์ฟินแลนด์ รวมถึงผลงานศิลปะที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อฉลองครบรอบ 100 ปีโดยเฉพาะ

เฮลซิงกิ
ไก่ทอดเป็นหนึ่งในเมนูขึ้นชื่อของร้านอาหาร Grön

 

ช็อปปิ้ง

Katja Hagelstam ช่างภาพชาวฟินแลนด์ ก่อตั้ง Lokal ขึ้นในปี 2012 สตูดิโอที่รวบรวมเอาสินค้าช็อปปิ้งและแกลอรี่ภายในตัว ที่ซึ่งผู้เข้าชมสามารถสัมผัสนิทรรศการที่จัดแสดงได้ หรือหากคุณชอบงานท้องถิ่นขอแนะนำให้ไปที่ CraftCorner ที่รวบรวมเอาสินค้าทำมือจากชาวบ้านท้องถิ่นเอาไว้ หรือแวะไปที่ Artek Helsinki เพื่อเลือกหาเก้าอี้นั่งแบบคลาสสิคที่ออกแบบโดย Alvar Aalto

โดย เอเดรียนเน่ จอร์แดน

 

อ่านเพิ่มเติม : มาชมเทศกาลโอบง ประเพณีของญี่ปุ่นกันเถอะ

เรื่องแนะนำ

สำรวจหมู่บ้านชาวประมงร้างในจีน

สถานที่แห่งนี้ครั้งหนึ่งเมื่อในอดีตเคยเป็นหมู่บ้านชาวประมง แต่ ณ ปัจจุบันมันกลายมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ดึงดูดใจผู้คนจากทั่วโลกให้เดินทางไปชมความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ

ทะเลสาบโบราณของออสเตรเลียเผยประวัติศาสตร์มนุษย์

เรื่อง แอบบี้ เซเวล ในปี 1968 จิม โบวเลอร์ นักธรณีวิทยาหนุ่มกำลังสำรวจชั้นหินและชั้นทรายของทะเลสาบขนาดมหึมาที่แห้งขอดไปแล้ว ที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของรัฐนิวเซาท์เวลส์ ตัวเขาพบเถ้ากระดูกของมนุษย์เพศหญิงที่เคยอาศัยอยู่ยังภูมิภาคนี้ เมื่อราว 40,000 ปีก่อน ซึ่งเชื่อกันว่าน่าจะเป็นตัวอย่างของพิธีกรรมที่เก่าแก่ที่สุดในโลกและอีก 6 ปีต่อมาในพื้นที่เดียวกัน โบวเลอร์ค้นพบฟอสซิลกระดูกที่เกือบจะสมบูรณ์ของมนุษย์เพศชาย ที่เคยอาศัยอยู่ในช่วงเวลาเดียวกัน ทั้งคู่เป็นที่รู้จักในชื่อ สตรี Mungo และบรุษ Mungo เป็นหลักฐานใหม่ที่แสดงให้เห็นถึงประวัติศาสตร์อันยาวนานของชาวอะบอริจินที่อาศัยอยู่ในทวีปออสเตรเลีย รวมไปถึงยังช่วยขับเคลื่อนสิทธิมนุษยชนของชาวพื้นเมืองที่ประเด็นดังกล่าวกำลังเป็นที่พูดถึงอยู่ในขณะนั้น ภูมิภาคทะเลสาบวิลันดราแห้งเหือดไปแล้วเมื่อ 18,500 ปีก่อน เมื่อปราศจากธารน้ำเดิมที่เคยหล่อเลี้ยงแต่ซากพืชซากสัตว์ที่หลงเหลือไว้ตามธรรมชาติเหล่านี้ เป็นหลักฐานชั้นดีจากยุคไพลสโตซีน ยุคสมัยที่มนุษย์กำลังอยู่ระหว่างการวิวัฒนาการมาเป็นมนุษย์ในปัจจุบัน นอกเหนือจากฟอสซิลกระดูกที่พบแล้ว นักโบราณคดียังพบเครื่องไม้เครื่องมือที่ถูกประดิษฐ์มาจากหิน, เตาไฟ และโม่บดหินที่เชื่อกันว่าใช้ในการบดเมล็ดหญ้าเพื่อให้ได้แป้งออกมาและฟอสซิลรอยเท้าของมนุษย์ทั้งชายหญิงและเด็กจำนวน 460 รอย ซึ่งฉายภาพพวกเขาเดินเตร็ดเตร่ยังบริเวณทะเลสาบแห่งนี้เมื่อในอดีต นอกจากนั้นสถานที่แห่งนี้ยังเก็บหลักฐานที่มีค่าสำหรับบรรดาสัตว์และพืชโบราณไว้อีกด้วย เช่น ฟอสซิลของสัตว์มีกระเป๋าหน้าท้องขนาดใหญ่สายพันธุ์หนึ่งที่เคยมีถิ่นที่อยู่กระจายไปทั่วผืนทวีปนี้ อย่างไรก็ตามแม้ว่าน้ำจะแห้งเหือดไปแล้ว แต่ชีวิตยังคงดำเนินต่อไป ต้นยูคาลิปตัสต้นเล็กๆ เติบโตขึ้นจากเนินทรายเคียงด้วยพืชสมุนไพรอื่นๆ และกอหญ้า ที่นี่ยังเป็นบ้านของค้างคาว, สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก, สัตว์เลื้อยคลาน, นกแก้ว, นกคักคาทู และนกฟินช์ ภูมิภาคอันแห้งแล้งยังให้ทัศนียภาพอันน่าทึ่ง จากสายลมและหยาดน้ำฝนที่กัดเซาะหินทรายในบริเวณนี้ ให้เป็นดินแดนอันน่าประหลาดราวกับกำลังยืนอยู่บนผิวดวงจันทร์ […]