ชวนท่องเที่ยว จิ่วเฟิน ค้นหามนตราแห่งเมืองต้นแบบ ‘Spirited Away’ ในไต้หวัน

ชวนท่องเที่ยว จิ่วเฟิน ค้นหามนตราแห่งเมืองต้นแบบ ‘Spirited Away’ ในไต้หวัน

เรื่องราวการเดินทางไปยังนครต้องมนตรา จิ่วเฟิน เมืองบนภูเขาที่ตั้งอยู่เลียบชายฝั่งทะเล จากคำบอกเล่าของช่างภาพคนหนึ่ง

จิ่วเฟิน – สถานที่อัศจรรย์ต่าง ๆ มักจะดึงดูดฉันเข้าไปเสมอ ในฐานะของช่างภาพคนหนึ่งที่หลงใหลไปกับการจับภาพประสบการณ์และโลกทัศน์ที่ไม่เหมือนใคร งานของฉันส่วนหนึ่งจึงเป็นการไล่ตามฉากต่าง ๆ ที่ดูราวกับอยู่ก้ำกึ่งระหว่างโลกความจริงและโลกจินตนาการ

โรงน้ำชามากมายตามชายผา ถนนสูงชันอันคราคร่ำไปด้วยพ่อค้าแม่ค้าขายอาหารร้อน ๆ และแสงโคมไฟสีแดงระเรื่อ ด้วยองค์ประกอบเหล่านี้ เมืองจิ่วเฟิ่น ในไต้หวัน จึงเป็นหนึ่งในสถานที่อันมีเสน่ห์ทั้งปวง หลังจากที่ได้ไปเยือนที่นั่นเมื่อครั้งยังเด็ก ฉันก็รู้จักหมู่บ้านบนเขาเลียบชายฝั่งทะเลแห่งนี้เป็นอย่างดี นั่งรถประจำทางเพียง 90 นาทีจากกรุงไทเป เมืองที่ฉันเกิด

ในช่วงทศวรรษที่ 1600 ในสมัยราชวงศ์ชิง มีเพียงเก้าตระกูลเท่านั้นที่อาศัยอยู่ที่นี่ เมื่อทางหมู่บ้านขอขนส่งสินค้าทางเรือก็มักจะขอส่ง “เก้าส่วน” หรือ “จิ่วเฟิ่น” ในภาษาจีน

จิ่วเฟิ่น เป็นเมืองที่ผสมผสานระหว่างอดีตดั้งเดิมและปัจจุบันอันพลุกพล่านไปด้วยผู้คน กล่าวคือเป็นเมืองที่มีความเป็นไต้หวันมากที่สุดเมืองหนึ่ง ทว่าลักษณะอันโดดเด่นบางประการนั้นได้รับมาจากผู้ล่าอาณานิคมอันได้แก่ ชาวดัตช์ (ช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 17) และญี่ปุ่น (ช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20)

จิ่วเฟิ่นเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยอาหารเลิศรส เช่น บัวลอยเผือกมันหวาน ไม่เพียงเท่านั้น ยังเป็นหมู่บ้านลึกลับชวนค้นหาอีกด้วย ในตอนกลางวันเป็นที่มั่นติดฝั่งภูเขา บรรยากาศดั่งสรวงสวรรค์เขตร้อนที่ฉาบไปด้วยแสงอาทิตย์ ขณะที่ตอนกลางคืนกลับชวนให้รู้สึกต่างออกไป หมู่บ้านแห่งนี้มีสเน่ห์ที่ดูเร้นลับขึ้น ราวกับว่าเราจะบังเอิญพบวิญญาณออกมาเดินตระเวนหาของว่างยามดึก

แผนที่ตั้งเมืองจิ่วเฟิ่น ในไต้หวัน

เนื่องจากการพัฒนาเหมืองทองคำในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 เมืองจิ่วเฟิ่นที่ค่อนข้างเงียบสงบจึงกลายเป็นหมู่บ้านที่อึกทึกในช่วงการเข้ายึดครองของญี่ปุ่นจนถึงปี 1945 สิ่งเตือนความจำจากยุคนั้นสามารถพบได้ที่โรงแรมสไตล์ดั้งเดิมและอาคารอื่น ๆ ทั่วทั้งเมือง ซึ่งก็คือ คาวาระ กระเบื้องแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม ประดับประดาหลังคาโค้งยาวอันเป็นเอกลักษณ์

นักท่องเที่ยวสำรวจอุโมงค์ใต้ดิน ซากของการขุดทองในยุคการปกครองของญี่ปุ่น

ผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ ฮายาโอะ มิยาซากิ ไม่ยอมรับว่าจิ่วเฟิ่นเป็นแรงบันดาลในการสร้างภาพยนตร์เรื่อง “มิติวิญญาณมหัศจรรย์” (Spirited Away) ในปี 2001 แต่หลายคนกลับเชื่อมโยงลักษณะเด่นของเมืองเข้ากับฉากที่คล้ายคลึงกันในเรื่อง

ภาพยนตร์อนิเมชันเจ้าของรางวัลออสการ์นี้บอกเล่าเรื่องราวของ จิฮิโระ เด็กสาววัยสิบขวบผู้หลงเข้าไปติดอยู่ในมิติวิญญาณและต้องช่วยพ่อแม่ของเธอจากคำสาปร้ายแรง ตลอดการเดินทางเธอได้เพื่อนใหม่มากมายไม่ว่าจะเป็น วิญญาณสัตว์ต่าง ๆ สาวรับใช้ประจำโรงอาบน้ำ พนักงานต้มน้ำและกลุ่มผีเขม่า ผีไร้หน้าลึกลับและภูติผีวิญญาณตนอื่น ๆ ที่ช่วยเธอทำภารกิจข้ามผ่านห้วงฝันอันแสนตื่นตะลึง

โรงน้ำชาจิ่วเฟิน, จิ่วเฟิน, โรงน้ำชา
โรงน้ำชาที่จิ่วเฟิ่นมีของว่างมากมาย เช่น คุกกี้ ลูกพลัม ไข่ต้มใบชา ถั่วชนิดต่าง ๆ และแน่นอนว่าย่อมต้องมีชาหลากหลายประเภทจัดแยกหมวดหมู่ตามระยะเวลาการหมัก

จิฮิโระตกลงทำงานที่โรงอาบน้ำสีแดงสูงตระหง่านแห่งนี้เพื่อช่วยเหลือพ่อแม่ของเธอ แต่เพราะเหตุนี้ ทำให้เธอเกือบลืมชื่อของตัวเองไปหลังจากที่ได้ชื่อย่อปลอม ๆ ไป เรื่องราวคล้าย ๆ กันนี้เกิดขึ้นกับฮากุ เพื่อนของจิฮิโระเช่นเดียวกัน อีกเรื่องหนึ่งคือ วิญญาณไร้หน้าสวมหน้ากากนั้นจะไม่สามารถพูดได้จนกว่าจะได้รับลักษณะจากวิญญาณที่ตนกลืนกินเข้าไป เรื่องราวต่าง ๆ ที่เล่ามาเหล่านี้ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของฉากหลักภายในภาพยนตร์เรื่องนี้

ถึงแม้ว่าแก่นเรื่องแบบนี้จะสามารถพบได้ทั่วไป แต่ก็ไม่น่าแปลกใจที่เรื่องนี้จะโด่งดังมากในซีกโลกตะวันตก โดยเฉพาะในอเมริกา ประเทศแห่งผู้อพยพ “มิติวิญญาณมหัศจรรย์” (Spirited Away) และงานของมิยาซากิทุกชิ้นล้วนตราตรึงอยู่ในใจของฉัน

ฉันอายุสามขวบตอนที่ครอบครัวของเราย้ายจากไต้หวันไปโตรอนโต แล้วย้ายไปแคลิฟอร์เนีย ทุกวันนี้ฉันมักจะบอกว่าฉันเป็นชาวไต้หวันอเมริกัน ถึงแม้ว่าฉันจะเป็นเหมือนกับคนอื่น ๆ แต่มีหลายครั้งที่ฉันรู้สึกว่าฉันมีความเป็นอเมริกันมากเกินกว่าที่จะเรียกตัวเองว่าชาวไต้หวันและมีความไต้หวันมากเกินกว่าจะเรียกตัวเองว่าชาวอเมริกัน

นักท่องเที่ยวเดินผ่านตรอกซอยที่มีหมอกปกคลุมบริเวณโรงน้ำชาอาเหมยอันโดดเด่น อาคารสูงใหญ่ลักษณะคล้ายกับโรงอาบน้ำในเรื่อง “มิติวิญญาณมหัศจรรย์” (Spirited Away)

ครอบครัวของเรามักจะกลับไปหาปู่ย่าตายายที่ไต้หวันให้บ่อยที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ ต้นตระกูลของเราอาศัยอยู่ในกรุงไทเป รวมไปถึงลุงป้าน้าอาและญาติคนอื่น ๆ ด้วย จิ่วเฟิ่นเป็นจุดแวะพักยอดฮิตที่กลายเป็นที่พักหลักในการเก็บช่วงเวลาพิเศษของครอบครัวเราในไต้หวัน อ่านหนังสือการ์ตูนกับคุณปู่ในห้องสมุด ออกไปเดินเล่นในสวนสาธารณะกับท่านตอนตีห้า ส่วนคุณย่าก็ดูมักจะวุ่นอยู่กับการทำความสะอาดห้องครัวเสมอ

ฉันและพี่สาวเริ่มรู้สึกถึงการแบ่งแยกทางวัฒนธรรมอันรุนแรงขึ้นเมื่อเราอายุมากขึ้น แต่อาหารกลับทำให้ครอบครัวของเราอยู่ร่วมกันสร้างความทรงจำดี ๆ ด้วยกัน ของโปรดของฉันและพี่สาวคือชานมไข่มุกสูตรดั้งเดิมตามแผงลอยข้างถนนและตามช่องกำแพงต่าง ๆ พวกเราไปออกไปหาไอศกรีมกับคุณปู่ ฉันรบเร้าพ่อแม่ว่าจะกิน หนิวโร่วเมี่ยน บะหมี่เนื้อต้นตำรับของชาติ ครอบครัวของเราเชื่อมโยงกันด้วยนมถั่วเหลืองและ ฟ่านถวน ม้วนข้าวเหนียวห่อรอบ ๆ โหยวเถียว แป้งทอดกรอบ ผักดองและหมูหย็อง

โรงน้ำชาจิ่วเฟิน, จิ่วเฟิน, โรงน้ำชา
ตรอกซอกซอยที่คดเคี้ยวขึ้นไปบนภูเขามีชีวิตชีวาในแสงเรื่อ ๆ จากโคมไฟ ฉากอันเหมือนฝันในเมืองจิ่วเฟิ่น ณ ประเทศไต้หวันนี้ประหนึ่งว่าจะสะท้อนภาพเดียวกันจากภาพยนตร์เรื่อง “มิติวิญญาณมหัศจรรย์” (Spirited Away)

อาหารจานโปรดมากมายเหล่านี้พบได้ตามถนนสายเก่า (Old Street) ในเมืองจิ่วเฟิ่น หนึ่งในตลาดนัดกลางคืนที่โด่งดังที่สุดของประเทศ ถึงแม้ว่าของว่างโอชารสเหล่านี้จะดึงดูดผู้คนมาเยี่ยมเยือนที่นี่ตลอดเวลา แต่ถนนเส้นนี้กลับเริ่มมีขีวิตชีวายามพระอาทิตย์ตกดิน เฉกเช่นเดียวกันกับฉากเปิดเรื่อง “มิติวิญญาณมหัศจรรย์” (Spirited Away) ตอนที่จิฮิโระและพ่อแม่จองเธอเดินไปตามบริเวณแผงขายอาหารที่เต็มไปด้วยบะหมี่สดและเนื้อย่าง ในภาพยนตร์นั้น ไอน้ำร้อนพวยพุ่งปะปนไปกับแสงตะเกียงส่องสว่างในแต่ละแผงไม่ต่างจากในชีวิตจริงเลย

ตามถนนสายเก่าอันคดเคี้ยวก็จะพบกับอาหารที่คล้าย ๆ กันอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็น ปลาทอด บัวลอยเผือกมันหวานในน้ำเชื่อม ไส้กรอกไต้หวันเสียบไม้ ไอศกรีมถั่วตัด บ๊ะจ่าง และซุปก๋วยเตี๋ยวนานาชนิดไม่มีที่สิ้นสุด

โรงน้ำชาจิ่วเฟิน, จิ่วเฟิน, โรงน้ำชา
จากเดิมที่เป็นร้านตีเหล็ก ปัจจุบันเป็นโรงน้ำชาอาเหมย ซึ่งนำเสนอสถาปัตยกรรมเมืองที่ได้รับอิทธิพลมาจากญี่ปุ่น

บนจุดสูงสุดของหมู่บ้านจะเห็นแสงสีทองสาดส่องจากโรงน้ำชาอาเหม่ยอันยิ่งใหญ่แห่งเมืองจิ่วเฟิ่น โรงน้ำชาที่มีอายุกว่าศตรวรรษนี้ตั้งอยู่ในร้านตีเหล็กดัดแปลงใหม่ บางทีคงจะเป็นจุดเชื่อมโยงกับเรื่อง “มิติวิญญาณมหัศจรรย์” (Spirited Away) ที่แข็งแกร่งที่สุด สถาปัตยกรรมทรงญี่ปุ่นสุดแสนวิจิตรนี้มีความคล้ายคลึงกับโรงอาบน้ำซึ่งเป็นฉากหลักในเรื่องเป็นอย่างมาก

ที่โรงน้ำชาอาเหม่ยนี้มีของหวานเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้รับประทาน เช่น เค้กถั่วตัดกินคู่กับชาแบบดั้งเดิมขวนให้รื่นรมย์ เติมเต็มด้วยทัศนียภาพกว้างขวางของทะเลจีนตะวันออก (East China Sea) โรงน้ำชาเล็ก ๆ หลายแห่งจะแต่งแต้มตามบริเวณฝั่งหน้าผาและให้ทัศนียภาพที่คล้าย ๆ กัน รวมถึงมีชาท้องถิ่นให้เลือกสรรมากมาย

สำหรับหลายๆ คน ภาพยนตร์ของมิยาซากิให้ความรู้สึกเหมือนอ้อมกอดที่แสนอบอุ่น ซึ่งการกลับไปที่จิ่วเฟิ่นของฉันก็ให้ความรู้สึกแบบเดียวกัน หลาย ๆ สิ่งเปลี่ยนไปตั้งแต่ที่ฉันมาที่นี่ครั้งที่แล้ว โรคระบาดร้ายแรง การสูญเสียคุณย่า อาชีพใหม่ของฉันในฐานะช่างภาพ และการตั้งคำถามถึงความหมายของการเป็นชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชีย ถึงแม้ว่าทุกอย่างจะเปลี่ยนไป แต่หมู่บ้านบนภูเขาแห่งนี้ยังคงรักษาสเน่ห์ของตัวเองทั้งหมดเอาไว้และทำให้ฉันนึกถึงอาหาร ช่วงเวลาต่าง ๆ และเหล่าผู้คนที่ทำให้ตัวฉันเป็นฉันในวันนี้

ภาพถ่ายและเล่าเรื่อง ไมค์ ไค เฉิน

เรื่อง แอลลี่ หยาง

แปล กษิดิศ ธัญกิจจานุกิจ

โครงการสหกิจศึกษากองบรรณาธิการเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย


อ่านเพิ่มเติม เมื่อไต้หวันเปลี่ยนจักรยานยนต์นับแสนคันเป็น สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า เพื่อแก้ปัญหา PM 2.5 อย่างยั่งยืน

เรื่องแนะนำ

สีสันฤดูร้อน ณ ทะเลสาบบอลอโตนอันเป็นที่รักของฮังการี

สถานที่ท่องเที่ยวที่เคยโด่งดังของบรรดาชาวฮังกาเรียน และครอบครัวชาวเยอรมันที่ถูกพลัดพรากจากกำแพงเบอร์ลิน มาวันนี้ทะเลสาบบอลอโตนกลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้งในหมู่คนรุ่นใหม่

ปานถ่อง – ปานซอย มนต์เสน่ห์ของไทใหญ่

มนต์เสน่ห์ ปานถ่อง – ปานซอย เพชรน้ำเอกพุทธศิลป์เมืองสามหมอก สัญจรสู่เมืองสามหมอกคราใด ถ้ามีเวลาว่าง ผมจะซอกแซกไปตามวัดวาอาราม เพราะเสน่ห์หนึ่งที่ตรึงใจผมยิ่งนัก คืออัตลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมของชาวไทใหญ่ที่ไม่ซ้ำแบบใครเลย โดยเฉพาะการตอกลายบนโลหะ ทั้งสังกะสี อลูมิเนียม แผ่นเงิน นำไปประดับชายคาวัดวาวิจิตรตระการตายิ่งนัก เรียกในภาษาไทใหญ่ว่า “ปานซอย – ปานถ่อง” หรือที่ชาวล้านนาในจังหวัดอื่นนิยมเรียก “แป้นน้ำย้อย” นั่นเอง “ปานซอย” คือโลหะตอกลายที่ห้อยลงตรงชายคาโบสถ์วิหาร ส่วนโลหะตอกลายที่ปลายชี้ขึ้นด้านบน เรียก “ปานถ่อง” ลวดลายที่รังสรรค์เป็นลายดอกไม้ ลายพรรณพฤกษา ลายเครือเถา ที่น่าทึ่งคือแม้จะใช้วัสดุที่แข็ง แต่ “สล่า” หรือช่างตอกชาวไทใหญ่ มีกลวิธีตอกให้ลวดลายนูนมีมิติ ไม่แบนราบ ทว่าราวกับจะพลิ้วไหวยามเมื่อต้องแรงลม เฉกเช่นเดียวกับศิลปะเขมรแบบ “บันทายสรี” ที่แกะสลักหินแบบนูนสูงจนแลคล้ายลวดลายลอยเด่นขึ้นมาโลดเต้นได้ วัดที่ทำให้ผมตะลึงในความงามของปานซอย – ปานถ่อง เป็นวัดแรก คือวัดหัวเวียง ซึ่งตั้งอยู่อยู่บนถนนสิงหนาทบำรุง ใจกลางเมืองแม่ฮ่องสอน อารามสำคัญที่สร้างขึ้นพร้อมกับการสร้างตัวเมืองแม่ฮ่องสอนเมื่อ 157 ปีก่อน สร้างด้วยพุทธศิลป์ไทใหญ่อย่างอลังการ โดยเฉพาะหลังคาโบสถ์ วิหารที่โดดเด่นเป็นพิเศษ นอกจากประดับปานซอย – […]

ยอดเขาคากาโบราซี ขุนเขาสูงเสียดฟ้าแห่งอุษาคเนย์

ร่วมออกเดินทางไปยังยอดเขาคากาโบราซี (Hkakabo Razi) ยอดเขาที่สูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งยังอยู่ในพื้นที่รกร้างห่างไกลในเมียนมายากต่อการเข้าถึง และมีนักปีนผาเพียงไม่กี่คนที่เคยพิชิตแดนอันตรายนี้