อุทยานกลางเมือง สวนสาธารณะในโลกสมัยใหม่ - National Geographic

อุทยานกลางเมือง สวนสาธารณะในโลกสมัยใหม่

อุทยานกลางเมือง สวนสาธารณะในโลกสมัยใหม่

ผมเดินออกนอกเส้นทาง ลัดเลาะไปตามลำน้ำไร้ชื่อสายหนึ่งทางตะวันออกเฉียงเหนือของรัฐโอไฮโอ ปีนป่ายขอนล้มสู่หุบเหวหินดินดานแตกร่วน สายน้ำที่ไหลรินลงมาตามชั้นน้ำตกน้อยๆ ขุ่นขาวไปด้วยทรายแป้ง ดวงอาทิตย์ทอแสงร่ายรำกับสายธารและหมู่ไม้ เมื่อถอดรองเท้าบู๊ตลงไปย่ำในแอ่งน้ำเล็กๆ ผมก็สัมผัสได้ถึงโคลนเย็นๆ ที่ซอกนิ้ว ไกลออกไปลิบๆ เหนือยอดไม้นั้น เสียงของเมืองแว่วมาเป็นระยะๆ ความเจริญอยู่แสนใกล้ แต่กลับดูแสนไกล และตรงกลางระหว่างนั้นก็คือความมหัศจรรย์ของอุทยานกลางเมือง

ที่นี่คือส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติไคอะโฮกาแวลลีย์ซึ่งแทรกตัวอยู่ระหว่างสองเมืองใหญ่อย่างคลีฟแลนด์และแอครอน หัวใจของอุทยานแห่งนี้คือแม่น้ำไคอะโฮกาที่ฟื้นคืนชีพอีกครั้ง  หลังตกอยู่ในสภาพเสื่อมโทรมเมื่อขยะและท่อนไม้ชุ่มน้ำมันในแม่น้ำเกิดลุกไหม้ขึ้น อุทยานก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1974 หรือห้าปีหลังเหตุการณ์ครั้งนั้น

สวนสาธารณะปาร์กกวยล์ เมืองบาร์เซโลนา, สเปน อันโตนี เกาดี ออกแบบสถานที่นี้ให้เป็นย่านหรูหราของคนรวย ในบาร์เซโลนา แต่โครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์นี้กลับไม่ประสบความสำเร็จ ทางการบาร์เซโลนาจึงซื้อโครงการนี้ไปเปิดเป็นพื้นที่สาธารณะ

ความยิ่งใหญ่งดงามของอุทยานแห่งนี้ช่างหลากหลาย ชวนให้เราพินิจทีละน้อย ผาหินทรายเร้นกายอยู่กลางผืนป่า อู่ซ่อมรถเก่ากลายเป็นบึงที่ฝูงบีเวอร์สร้างขึ้นเพื่อกั้นน้ำจากคลองสายเก่า และสนามกีฬาที่เคยเป็นสนามเหย้าของทีมบาสเกตบอลคลีฟแลนด์คาวาเลียร์ส  บัดนี้กลายเป็นทุ่งที่เหมาะสำหรับการดูเหยี่ยว  โลกวัตถุและโลกธรรมชาติดำรงอยู่ เคียงข้าง ทับซ้อนและแข่งขันกันเรียกร้องความสนใจจากนักปั่นจักรยาน นักปีนเขา และนักวิ่งที่สัญจรไปมาบนทางเลียบคลองสายเก่า

นี่คือสวนกลางเมืองยุคปัจจุบันซึ่งไม่เหมือนพื้นที่สาธารณะที่ขีดเส้นแบ่งชัดเจนในยุคก่อน สวนเหล่านี้เกิดจากการทวงคืนที่ดินผืนเล็กๆ ที่ถูกทิ้งร้างกลางเมือง ไม่ว่าจะเป็นป่าเสื่อมโทรม ฐานทัพและสนามบินเก่า พื้นที่รับน้ำจากพายุ หรือริมทางรถไฟและใต้สะพาน ทั้งหมดนี้คือที่ดินผืนเล็กผืนน้อยที่เชื่อมต่อกันเหมือนผ้าห่มควิลต์หรือร้อยเรียงกันเป็นสายคล้ายสร้อยลูกปัด

สวนสาธารณะเชอร์บอร์นคอมมอน นครโทรอนโต, แคนาดา ผู้มาร่วมงานแต่งงานโพสท่าถ่ายภาพหน้าอาคารกรุสังกะสี สวนนี้คือพื้นที่สีเขียวติดทะเลสาบออนแทรีโอที่มีการพัฒนาที่ดินอย่างแน่นขนัด ในสวนมีลานสเกตที่เป็นสระว่ายน้ำในตัว ชั้นใต้ดินของอาคารมีระบบอัลตราไวโอเลตช่วยบำบัดน้ำจากพายุ ก่อนจะส่งผ่านประติมากรรมอันอลังการสู่ทะเลสาบ

นี่คือปรากฏการณ์ทดลองที่เกิดขึ้นทั่วโลก สวนรถไฟซึ่งหลายแห่งได้แรงบันดาลใจจากความสำเร็จของสวนบนทางรถไฟยกระดับในนิวยอร์กซิตี กำลังเกิดขึ้นในซิดนีย์ เฮลซิงกิ และเมืองอื่นๆ สิงคโปร์สร้างป่าดิบชื้นจำลองที่สนามบินชางงีส่วนเม็กซิโกมีแผนสร้างสวนขนาดใหญ่ในจุดที่เคยเป็นทะเลสาบเทซโกโกชานกรุงเม็กซิโกซิตี

ผมทึ่งกับนวัตกรรมอันหลากหลายและได้รับพลังจากความรักที่ผู้คนมีต่อพื้นที่เหล่านี้ ขณะออกสำรวจสวนกลางเมืองต่างๆ ผมก็ตระหนักว่า สถานที่เหล่านี้ไม่ได้เข้ามาแทนที่อุทยานขนาดใหญ่ซึ่งมักอยู่ห่างไกลและช่วยรักษาภูเขา หุบผาชัน และผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ที่สุดของเราไว้ สวนกลางเมืองมีวัตถุประสงค์คนละอย่าง และความจริงก็คือเราต้องมีพื้นที่ทั้งสองรูปแบบ

บ่ายวันหนึ่งที่อากาศร้อนและชื้น ผมออกเดินตามเส้นทางหกกิโลเมตรเลียบชองกเยชอน สายน้ำแสนงามที่ไหลเอื่อยผ่านใจกลางกรุงโซล

ชองกเยชอนซึ่งไหลคดเคี้ยวไปตามย่านต่างๆของกรุงโซล เมืองหลวงของเกาหลีใต้ เคยเป็นเส้นเลือดหล่อเลี้ยงเมือง ก่อนจะถูกถนนและสิ่งปลูกสร้างปิดทับอยู่นานปี ตอนนี้ชองกเยชอนกลายเป็นศูนย์กลางของชุมชนและเป็นสายน้ำที่มีพลังบำบัด

ก่อนยุคอุตสาหกรรม ริมน้ำสายนี้คือที่ที่คู่รักมาพบปะและผู้หญิงมาซักผ้า แต่ความเจริญของโซลหลังยุคสงครามเกาหลีทำให้เกิดชุมชนแออัดและมลพิษจนธารน้ำสายนี้หมดสิ้นความงาม ครั้นมีการสร้างถนนทับคลองเมื่อปี 1958  และทางยกระดับที่สร้างเสร็จเมื่อปี 1976 ก็ทำให้ชองกเยชอนถูกฝังทั้งเป็น

เมืองอาจอยู่ในสภาพนั้นต่อไปถ้าไม่ใช่เพราะโชคช่วยและการเมือง ตลอดทศวรรษ 1990 คนกลุ่มเล็กๆ ที่มีทั้งนักวิชาการและวิศวกรพยายามคิดหาวิธีกอบกู้คลองสายนี้ ทั้งการจัดการระบบอุทกวิทยาของลำน้ำและการแก้ปัญหาการจราจรที่จะตามมาหากมีการทุบทางต่างระดับและถนน ซึ่งมีรถสัญจรวันละกว่า 170,000 คัน

สิ่งที่หายไปคือผู้นำที่ทรงอิทธิพล เขาคนนั้นมาในร่างลีมยองบัก อดีตผู้บริหารบริษัทก่อสร้างที่ได้สัมปทานหลักในการสร้างทางหลวงดังกล่าว เขายกการฟื้นฟูชองกเยชอนเป็นนโยบายสำคัญในการหาเสียงเลือกตั้งนายกเทศมนตรีกรุงโซลที่ประสบความสำเร็จเมื่อปี 2002 (ห้าปีต่อมา เขาได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเกาหลีใต้)

อภิมหาโครงการทวงคืนคลองชองกเยชอนมูลค่า 372 ล้านดอลลาร์สหรัฐเริ่มขึ้นเมื่อปี 2003 ขั้นแรกคือการรื้อทางหลวงยกระดับ ตามมาด้วยการรื้อถนนบนดินจนคลองสายนี้กลับคืนมาอีกครั้ง ทว่าโครงการนี้ก็เหมือนโครงการฟื้นฟูบูรณะอื่นๆ ที่ไม่อาจทำให้คลองคืนสภาพธรรมชาติดังเดิม น้ำในคลองขาดช่วง แทบไม่มีน้ำในฤดูแล้ง และมีน้ำหลากช่วงมรสุมฤดูร้อน ทุกวันนี้ สถานีสูบน้ำที่ช่วยส่งน้ำจากแม่น้ำฮั่นเข้ามาวันละ 120,000 ตันทำให้คลองสายนี้มีน้ำไหลสม่ำเสมอในท้ายที่สุด

ชองกเยชอน กรุงโซล, เกาหลีใต้ คนเดินเท้าฟังดนตรีบนสะพานคนข้ามที่พาดผ่านสวน แม้ชองกเยชอนจะมีบทบาทสำคัญยิ่งต่อวัฒนธรรมและการพัฒนาเมือง แต่กระแสน้ำกลับไม่สม่ำเสมอและเหลือเพียงร่องน้ำเล็กๆในบางช่วง เพื่อให้มีน้ำไหลต่อเนื่อง จึงมีการสูบน้ำจากแม่น้ำฮั่นที่อยู่ใกล้เคียงเข้ามาวันละมากกว่า 100,000 ลูกบาศก์เมตร

ชองกเยชอนมีจุดเริ่มต้นในย่านการเงินท่ามกลางกลุ่มอาคารสำนักงานที่ตั้งตระหง่านราวหุบผาชัน ลำน้ำสายนี้ไหลไปทางตะวันออกและค่อยๆขยายกว้างขึ้น ขณะที่ตลิ่งคอนกรีตแปรเปลี่ยนกอกกและดงไม้ สายน้ำไหลผ่านย่านช็อปปิ้งหรูหราย่านขายส่ง และย่านที่พักขนาดใหญ่ที่ตั้งเด่นเป็นสง่าประดุจป้อมปราการ ณ จุดหนึ่งของลำน้ำมีแท่งคอนกรีตสองแท่งโผล่ขึ้นมา นี่คือเศษซากของทางยกระดับที่ย้ำเตือนให้ระลึกถึงอดีตและความไม่จีรังของวิศวกรรม ชาวเมืองหลายคนแทบจำภาพคลองตอนถูกถนนทับ ตอนที่นกกระยางไม่อาจเหยาะย่างหาปลา ตอนที่คลองมีสภาพไม่น่าดูไม่ได้แล้ว

ผมเกือบจะถึงปลายน้ำตอนได้ยินเสียงนักร้องคนหนึ่ง จึงเดินตามเสียงของเธอไปยังเวทีเล็กๆ ใต้สะพาน วงดนตรีกำลังบรรเลงเพลง “ทร็อต” ของเกาหลีอยู่ เป็นดนตรีคันทรีจังหวะหนักๆ กับเนื้อเพลงเศร้าสร้อย

ผมนั่งฟังเพลงบนม้านั่งหลังกลุ่มผู้สูงอายุ และไม่ช้า หญิงคนหนึ่งก็ยิ้มหวานเข้ามาคะยั้นคะยอให้ผมเต้นรำ เราเต้นไปตามเสียงดนตรีขณะจับมือกันไว้ เชื่อมโยงถึงกันและกันเหมือนเมืองและสวนที่อยู่ข้างใน

เรื่อง เคน ออตเตอร์บูร์ก

ภาพถ่าย ไซมอน โรเบิร์ตส์

 

อ่านเพิ่มเติม

อุทยานแห่งชาติเมื่อครั้งวันวาน

เรื่องแนะนำ

ความสุขบนความเนิบช้าแห่ง ลำน้ำน่าน

35 นักเดินทาง 1 ทีมวิจัยพันธุ์ปลาจากต่างประเทศ 45 กิโลเมตรบน ลำน้ำน่าน “กิ๋นข้าวกั๊บเกลือ ลำเหลือจิ๊นปิ้ง” : ความสุขที่บังเกิดบนความเนิบช้า ระยะทางกว่า 45 กิโลเมตรบน ลำน้ำน่าน ที่ทำให้เราเข้าใกล้กับคำว่า ‘ความสุข’ มากกว่าทุกครั้ง บันทึกการเดินทางที่แม้แต่เราเองก็ไม่เคยคิดว่ามันจะทำให้ทุกอย่างน่าจดจำมากขนาดนี้ เรื่องและภาพถ่าย : วิริทธิพล วิธานเดชสิทธิ์ “บันทึกหน้าแรก” เครื่องจักรสี่ล้อสีเขียวมะกอกพาเรามุ่งหน้าขึ้นเหนือจากเมืองหลวงกว่า 10 ชั่วโมง ก่อนที่เราจะได้ทักทายกับจังหวัดที่ใคร ๆ ก็ต่างหลงใหลตั้งแต่ครั้งแรกที่มาเยือน เราเดินทางถึงจังหวัดน่านในวันที่สภาพอากาศสดใส ลมเย็นโชยอ่อนพร้อมอุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียสต้น ๆ ในตอนเช้า ถึงแม้แดดจะแรงสักเล็กน้อย แต่ก็ไม่ใช่อุปสรรคเท่าไรนัก พูดรวม ๆ นี่คือปัจจัยที่สมบูรณ์แบบสำหรับกิจกรรมกลางแจ้งอย่างที่ควรจะเป็น เส้นทางระยะประมาณ 45 กิโลเมตรนี้ มีจุดเริ่มต้นอยู่ที่อำเภอเวียงสา ซึ่งจะล่องตามลำน้ำโดยใช้เวลา 3 วัน 2 คืนยาวไปจนจบที่แก่งหลวง เรามุ่งหน้าเข้าอำเภอเวียงสากันตั้งแต่เช้าตรู่ ก่อนจะค่อย ๆ ช่วยกันขนเรือเพื่อลงเทียบท่าทีละลำสองลำจนครบจำนวน แล้วนักเดินทางกว่า […]

เทรนด์การท่องเที่ยว ปี 2020

จากการสอบถามผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเกี่ยวกับ เทรนด์การท่องเที่ยว ในปี 2020 คำตอบที่เป็นเอกฉันท์คือ นักท่องเที่ยวเห็นความสำคัญของผลกระทบจากการท่องเที่ยว เช่น ผลกระทบต่อโลก ต่อพื้นที่ ต่อชุมชน และต่อตัวนักท่องเที่ยวเอง ความยั่งยืนเป็นเรื่องที่ผู้คนตระหนักมากขึ้น “นักท่องเที่ยวให้ความสนใจและใส่ใจกับรูปแบบของการท่องเที่ยวมากขึ้น” วิลล์ โจนส์ ผู้ก่อตั้ง Journey by Design และ Wild Philanthropy กล่าว และเสริมว่า “แนวคิดเรื่องความยั่งยืนเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมาก” เทรนด์การท่องเที่ยว ของปี 2020 นี้อาจไม่ได้บอกว่าคุณควรไปเที่ยวที่ไหน แต่เรากำลังชี้ว่าคุณควรเดินทางแบบไหน การท่องเที่ยวที่สนับสนุนกิจกรรมชดเชยคาร์บอน (Carbon offsetting) เริ่มขึ้นแล้ว “อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั้งหมดให้ความสนใจวิกฤตทางสภาพอากาศและพยายามลดผลกระทบจากการท่องเที่ยว” จอนนี บีลบี ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Wild Frontiers กล่าว โดยเริ่มจากธุรกิจการบิน นักท่องเที่ยวคาดหวังว่าผู้ประกอบการการท่องเที่ยวจะช่วยเกี่ยวกับกิจกรรมชดเชยคาร์บอน บริษัท Wild Frontiers มีการชดเชยคาร์บอนมาตั้งแต่ปี 2005 และในปีนี้บริษัทสามารถลดปริมาณคาร์บอนได้ 1.5 ลูกบาศก์เมตรต่อผู้โดยสารหนึ่งท่าน มีการถกเถียงกันเรื่องการบริหารเงินเพื่อชดเชยคาร์บอน “ผู้โดยสารที่เดินทางด้วยเครื่องบินเป็นเวลานานเริ่มคำนึงถึงกิจกรรมชดเชยคาร์บอนของสายการบินเพื่อให้มั่นใจว่าเงินที่ใช้จ่ายไปช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลง” เมลิซซา บิกส์ […]

สนามบิน สิบแห่งอันเป็นที่รัก

สนามบิน เปรียบเสมือนประตูเข้าสู่ประเทศของแขกบ้านแขกเมือง อีก 20 ปีข้างหน้า คาดว่าจำนวนผู้โดยสารทั่วโลกที่บริการ สนามบิน จะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า ท่าอากาศยานนานาชาติทั้งหลายจึงขยายตัวเพื่อรองรับความท้าทายด้วยเทอร์มินัลใหม่เอี่ยม ที่ออกแบบใหม่เพื่อให้เข้ากับศตวรรษที่ 21  สิ่งอำนวยความสะดวกอย่าง สวนสาธารณะ สวนหย่อม โรงภาพยนต์ สปา กระทั่งลานสเก็ตน้ำแข็ง และสระว่ายน้ำบนหลังคา ถูกสร้างเพื่อกระตุ้นจุดแวะพักเหล่านั้นให้มีชีวิตชีวา “สนามบินในอุดมคติดั้งเดิมคือสถานที่ที่จุดรับส่งอยู่ติดกับถนนลาดยางมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้” เคอทิส เฟนเทรส สถาปนิกรุ่นเดอะผู้ออกแบบสนามบินมาแล้ว 25 แห่งกล่าว  “แต่สนามบินรุ่นใหม่เป็นพื้นที่สาธารณะ เป็นดังประตูสู่เมืองหรือประเทศ  สนามบินเป็นโอกาสแห่งการแสดงออก” สถาปนิกมักได้รับแรงบันดาลใจจากภูมิประเทศในท้องถิ่น สนามบินเดนเวอร์ของที่บริษัทของเฟนเทรสออกแบบแสดงถึงฉากหลังที่เป็นภูเขาของเมือง  เช่นเดียวกับที่ลอนแองเจลิส ชายฝั่งทะเลสร้างแรงบันดาลใจให้สถาปนิกออกแบบหลังคาที่ทำให้จินตนาการถึงเกลียวโค้งของคลื่น ออกแบบจากทรงพลับพลาดั้งเดิม ผสานกับรูปทรงหางนกยูง นกประจำชาติของอินเดีย ทำให้ดูงามสง่าและช่วยอำพรางความโกลาหลวุ่นวายของสนามบินที่มีเที่ยวบินขึ้นลงทุกวันกว่า 800 เที่ยวแห่งนี้  แสงไฟจากหลอดแอลอีดีและจากช่องหลังคาเปิดรับแสงซึ่งติดตั้งอย่างชาญฉลาดช่วยลดการใช้พลังงานได้ร้อยละ 23 (ผลการจัดอันดับสนามบินประปี 2018) สำหรับสนามบินอินชอนที่โซล เฟนเทรสใช้เวลาหลายสัปดาห์ถ่ายภาพสถานที่ทางประวัติศาตร์ วัฒนธรรม และตลาดของเมือง เพื่อศึกษาแบบแผนและโครงสร้างดั้งเดิม  เขาออกแบบสนามบินอินชอนให้มีลอนหลังคาสมัยใหม่ตามสไตล์วัดเกาหลี  สวนแบบเกาหลีกับหินแกรนิตและโลหะท้องถิ่นถูกใช้ในพื้นที่ว่าง  ส่วนพื้นสนามบินทำจากไม้ท้องถิ่น เพราะต้องการเชื่อมโยงอาคารให้เข้ากับสถานที่ให้มากที่สุด  สนามบินอินชอนได้คะแนนสูงสุดจากนักเดินทางด้วยการบริการที่ดีเลิศและความหลายหลายทางวัฒนธรรม นอกจากนี้ เฟนเทรสยังเห็นว่าศิลปะของสนามบินไม่ได้หมายถึงแต่ตัวอาคาร แต่อาหารและดนตรีก็เป็นส่วนหนึ่งของสนามบิน  […]

สถานที่ดีที่สุดในโลกสำหรับการเดินทางของเหล่าคนรักช็อกโกแลต

ดื่มด่ำกับรสชาติแห่งความหวาน สวรรค์ของเหล่าคนรักช็อกโกแลต โรงงาน Maison Cailler เมืองบร็อก, ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เยี่ยมชมโรงงานหนึ่งของแบรนด์ Callier ที่เป็นผู้ผลิตช็อกโกแลตอันเก่าแก่ที่สุดของสวิตเซอร์แลนด์ ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านสวิส เมืองบร็อก ซึ่งโรงงาน Cailler ดำเนินกิจการมาตั้งแต่ปี 1898 ด้านในมีการฉายภาพยนตร์เกี่ยวกับขั้นตอนการผลิตช็อกโกแลต และคุณยังสามารถชิมช็อกโกแลตที่ผ่านการเก็บไว้อย่างดีในห้องชิมช็อกโกแลตของโรงงาน เคล็ดลับการเดินทาง: การทัวร์โรงงานทั้งหมดใช้เวลาไม่เกินครึ่งชั่วโมง ในบริเวณใกล้เคียงมีเส้นทางสำหรับทางเท้าและเส้นทางสำหรับนักเดินทางไกล สำหรับปีนหรือเดินทางเท้าไปตามทะเลสาบ Gruyère ร้าน Magnolia Bakery เมืองนิวยอร์ก, ประเทศสหรัฐอเมริกา ร้านเบเกอรี่เล็กๆ แสนอบอุ่น สไตล์ยุค 50 แห่งนี้ มีชื่อเสียงโด่งดัง เมื่อนักแสดงจากซีรีย์ทางทีวี เรื่อง Sex and the City ได้แวะเวียนมาเติมความหวานด้วย Red velvet chocolate ทางเบเกอรี่ยังจัดจำหน่าย คัปเค้กสายรุ้งสีสดใส รวมถึง Banana pudding, Cookies, Cherry Cheesecake และ Brownie ซึ่งเค้กช็อกโกแลตเยอรมันได้รับคะแนนความนิยมสูงสุด […]