17 ที่เที่ยวโรแมนติกทั่วโลกในมุมมองเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก - National Geographic Thailand

17 ที่เที่ยวโรแมนติกทั่วโลกในมุมมองเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก

17 ที่เที่ยวโรแมนติกทั่วโลกในมุมมองเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก

สัมผัสกลิ่นอายแห่งความรักในจุดหมายปลายทางที่ขึ้นชื่อว่าเป็นทีสุดของความโรแมนติก จากการคัดเลือกของทีมงานเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก

 

1. หุบเขาแม่น้ำโมแซลล์, ยุโรปตะวันตก

ืั้ที่เที่ยวโรแมนติก
ภูมิทัศน์อันงดงามของหุบเขาแห่งนี้ทอดตัวไปตามแม่น้ำโมแซลล์ที่ไหลผ่านพรมแดนเยอรมนี ฝรั่งเศส และลักเซมเบิร์ก ก่อนจะไปสิ้นสุดที่เบลเยียม หุบเขาแม่น้ำโมแซลล์ขึ้นชื่อเลื่องลือเรื่องไร่องุ่นและไวน์ (ภาพถ่าย: SIME/eStock Photo)

 

2. เมืองบรูกส์, ประเทศเบลเยียม

ที่เที่ยวโรแมนติก

เดินทอดน่องเลียบลำคลองในย่านเมืองเก่า อิ่มเอมไปกับแสงสวยยามเย็นที่อาบไล้หอระฆังและอาคารบ้านเรือนโดยรอบให้กลายเป็นสีทองอร่าม (ภาพถ่าย: Westend61/Getty Images)

 

3. ไอลส์ออฟสไก (เกาะสไก), สกอตแลนด์

ที่เที่ยวโรแมนติก
ภูมิทัศน์ของที่นี่โดดเด่นเรื่องเสาหินแปลกตา เช่น หมู่เสาหิน Storr ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะ เสาหินขนาดใหญ่ที่สุดมีชื่อว่า The Old Man of Storr (ภาพถ่าย : Jim Richardson, National Geographic Creative)

(อะไรคือเคล็ดลับของการมีความรักที่ยืนยาว เรื่องราวของคู่ชีวิตเหล่านี้อาจเป็นแรงบันดาลใจให้คุณ)

 

4. เกาะมิโคนอส, กรีซ

ที่เที่ยวโรแมนติก
บนเกาะสวรรค์มิโคนอส มองหาที่นั่งกลางแจ้งในร้านอาหารย่านลิตเติลเวนิสเพื่อดื่มด่ำไปกับอาทิตย์อัสดง (ภาพถ่าย : AGF Srl/Alamy Stock Photo)

 

5. เฟรนช์ริเวียรา, ฝรั่งเศส 

ที่เที่ยวโรแมนติก
ตลอดแนวชายฝั่งโกตดาซูร์ (Côte d’Azur) หรือเฟรนช์ริเวียรา เมืองเล็กๆ ริมเชิงเขา สะพานที่ตกแต่งอย่างวิจิตร และชายฝั่งสีน้ำเงิน คือส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน (ภาพถ่าย : Jon Arnold, Getty Images)

 

เรื่องแนะนำ

เที่ยว เกาะกวม จุดหมายยอดฮิตของชาวญี่ปุ่นอดีตผู้รุกรานสมัยสงครามโลก

การเข้ายึดครอง เกาะกวม สมัยสงครามโลกครั้งที่สองของญี่ปุ่นทำให้มีผู้เสียชีวิตไปมากมาย แต่แทนที่ชาวเกาะจะยึดติดกับบาดแผล เกาะกวมเลือกให้อภัยเรื่องราวในอดีต และสร้างตัวเองเป็นแหล่งเที่ยวยอดนิยมของชาวญี่ปุ่น เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากการจู่โจมเพิร์ลฮาร์เบอร์แบบสายฟ้าแลบ เครื่องบินรบญี่ปุ่นจำนวน 9 ลำ ได้โผล่ขึ้นเหนือน่านฟ้าของเกาะกวม และต่อสู้กับกองทัพสหรัฐฯ ที่ในขณะนั้นเป็นชาติที่ครอบครองเกาะกวมเอาไว้ ทหารญี่ปุ่นกว่า 6000 นายยกพลเข้าเกาะ และในวันที่ 10 ธันวาคม 1941 ผู้ว่าการเกาะกวมในขณะนั้นประกาศยอมแพ้ ชาวอเมริกันและชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นทหารหรือไม่ ถูกนำตัวขึ้นเรือที่มุ่งหน้าไปญี่ปุ่นในฐานะเชลยศึก ชาวชามอร์โร (Chamorro) ซึ่งเป็นชนพื้นเมืองของเกาะกว่า 13,000 คน ต้องตกอยู่ภายใต้การปกครองญี่ปุ่น และในอีกสองปีต่อมา การยึดครองได้เพิ่มระดับจากการบังคับเรียนภาษาญี่ปุ่นสู่การสังหารหมู่ตามอำเภอใจ แม้ชาวชามอร์โรต้องพบกับประวัติศาสตร์ในฐานะการตกเป็นอาณานิคมจากชนชาติต่างๆ มาเป็นเวลา 400 ปี นับตั้งสเปนในช่วงปี 1595 และตกเป็นอาณานิคมของสหรัฐอเมริกาหลังสเปนพ่ายแพ้ในสงครามสเปน – อเมริกา ในปี 1898 ซึ่งในช่วงนั้นสเปนได้ลดจำนวนประชากรพื้นถิ่นให้เหลือร้อยละ 75 แล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ช่วงการปกครองโดยชาวญี่ปุ่นนั้นแตกต่างออกไป ภายใต้การปกครองของญี่ปุ่น ชาวชามอร์โรต้องฝึกโค้งคำนับให้เหมือนชาวญี่ปุ่น ผู้ที่ทำไม่ได้มีโทษถึงตาย ผู้ชายถูกเกณฑ์แรงงานให้ไปสร้างโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ให้กับกองทัพญี่ปุ่น มีตำรวจลับสอดส่องวิถีชีวิตตลอดเวลา จนในเดือนกรกฎาคม […]

บินทะยานเหนือลาวาอันร้อนแรง

ภูเขาไฟปีตงเดอลาฟูร์แนซ (Piton de la Fournaise) มาจากภาษาฝรั่งเศสแปลว่า “จุดสุดยอดของเตาไฟ” ภูเขาไฟลูกนี้ เป็นหนึ่งในภูเขาไฟที่ยังมีพลังมากที่สุดในโลก ตั้งอยู่บนเกาะรเรอูนียง บนมหาสมุทรอินเดีย ใกล้กับเกาะมาดากัสการ์ เตาไฟอันร้อนแรงขนาดมหึมานี้ปะทุมาแล้วไม่ต่ำกว่า 150 ครั้ง นับตั้งแต่มีการตั้งถิ่นฐานบนเกาะ ตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 เป็นต้นมา ฟุตเทตอันมหัศจรรย์นี้ถูกถ่ายจากโดรน ควบคุมโดย Jonathan Payet ช่างภาพที่จะพาคุณผู้อ่านไปสัมผัสกับความงดงามอันร้อนแรงของภูเขาไฟแบบใกล้ๆ ในมุมมองที่คุณไม่เคยเห็นมาก่อน   อ่านเพิ่มเติม : มาเติมสีสันให้ชีวิตไปกับสถานที่เหล่านี้, 7 สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติในแอฟริกา

ท่องเที่ยวไปยังโลกพระจันทร์ในลาดัก

ออกเดินทางไปยัง "โลกพระจันทร์" ดินแดนที่มีสภาพภูมิประเทศไม่ต่างจากผิวดวงจันทร์ในภูมิภาคลาดักห์ ทางตอนเหนือของอินเดีย ทว่าช่างงดงามจับใจ

สำรวจหมู่บ้านชาวประมงร้างในจีน

สถานที่แห่งนี้ครั้งหนึ่งเมื่อในอดีตเคยเป็นหมู่บ้านชาวประมง แต่ ณ ปัจจุบันมันกลายมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ดึงดูดใจผู้คนจากทั่วโลกให้เดินทางไปชมความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ