เมื่อ สนามกีฬาโอลิมปิก ถูกทอดทิ้ง - National Geographic Thailand

เมื่อ สนามกีฬาโอลิมปิก ถูกทอดทิ้ง

เมื่อสนามกีฬาโอลิมปิกถูกทอดทิ้ง

ในขณะที่กีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวปี 2018 ณ พยองชาง ประเทศเกาหลีใต้กำลังดำเนินไป สนามกีฬาโอลิมปิก ที่ถูกใช้งานมาก่อนหน้าในประเทศอื่นๆ กลับถูกทิ้งร้างเมื่อการแข่งขันกีฬาจบลง

สนามกีฬาโอลิมปิก
แท่นรางวัลจากสนามกีฬาหินอ่อน Panathinaikon ในกรุงเอเธนส์ ถ่ายเมื่อ 29 กรกฎาคม 2014 ซึ่งเป็นสนามกีฬาโอลิมปิกสมัยใหม่แห่งแรกตั้งแต่ปี 1896 ภาพถ่าย ยานิส เบห์รากิส, REUTERS

ทุกสองปี เมืองต่างๆ ทั่วโลกแข่งขันกันเสนอชื่อตนกับคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (International Olympic Commission-IOC) สำหรับโอกาสในการเป็นเจ้าภาพการแข่งขันโอลิมปิก ผู้ชนะจะถูกเลือกด้วยกระบวนการที่เข้มงวด ซึ่งส่วนหนึ่งประกอบด้วยการทำให้ชาวเมืองเชื่อว่าผลประโยชน์จากการเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกจะมีมากกว่าภาษีที่จะเพิ่มสูงขึ้น

สนามกีฬาโอลิมปิก
ภาพมุมกว้างของศูนย์เรือแคนูและคายักสลาลมโอลิมปิก ที่สนามกีฬาโอลิมปิก Helliniko ในเอเธนส์ กรีซ เมื่อ 31 กรกฎาคม 2014 ภาพถ่าย ไมลอส บิแคนสกี, GETTY IMAGES

เมืองที่สมัครอาจมองเห็นการลงทุนที่คุ้มค่ากับความเสี่ยง ด้วยความหวังว่าจะช่วยเพิ่มยอดนักท่องเที่ยว การเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ และการใช้งานสนามกีฬาต่อไปในอนาคต แต่ในขณะที่การถูกเลือกเป็นเจ้าภาพถือว่าเป็นเกียรติอย่างสูง เมืองหลายแห่งก็กำลังตั้งคำถามว่ามันคุ้มค่าหรือไม่กับความเสี่ยง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะยาว

สนามกีฬาโอลิมปิก
นักปั่นจักรยานดาวน์ฮิลล์สามคนกำลังฝึกซ้อมบนลู่บ็อบสเลดที่ไม่มีใครใช้แล้วในสนามกีฬาโอลิมปิกซาราเยโว ปี 1984 บนภูเขา Trebevic ใกล้ซาราเยโว บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา ภาพถ่าย ดาโด รูวิก, REUTERS

มีผู้ประเมินต้นทุนการจัดงานโอลิมปิกฤดูหนาวปี 2014 ที่เมืองโซชี ประเทศรัสเซียไว้ราว 1.2 หมื่นเหรียญสหรัฐ (ราว 370 ล้านล้านบาท) แต่กลับบานปลายถึง 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1,500 ล้านล้านบาท) ซึ่งรัสเซียจ่ายได้เพียง 53 ล้านเหรียญสหรัฐ (1,600 ล้านบาท) เท่านั้น สนามกีฬาหลายแห่งที่ครั้งหนึ่งเคยยิ่งใหญ่ รวมทั้งลู่สกีกระโดดไกลและบ็อบสเลตถูกทอดทิ้งไว้โดยไม่มีการใช้งานอีกในอดีตเมืองเจ้าภาพหลายแห่ง โครงสร้างที่ถูกทอดทิ้งเหล่านี้ยังคงตั้งอยู่และค่อยๆ ผุกร่อนไป หลายแห่งถูกพ่นภาพกราฟฟิตีเต็มไปหมด

สนามกีฬาโอลิมปิก
แท่นสกีกระโดดไกลที่ไม่มีใครใช้อีกจากโอลิมปิกซาราเยโว 1984 ถ่ายที่ภูเขา Igman ปี 2013 ภาพถ่าย ดาโด รูวิก, REUTERS

กรุงซาราเยโว เมืองหลวงของบอสเนีย ซึ่งเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกฤดูหนาวในปี 1984 และเป็นโอลิมปิกฤดูหนาวครั้งแรกที่มีประเทศคอมมิวนิสต์เป็นเจ้าภาพ ยังไม่ทันถึงทศวรรษหลังจากนั้น ยูโกสลาเวียกลับต้องแตกเป็นเสี่ยงๆ ด้วยสงครามกลางเมือง สถานที่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเฉลิมฉลองความยิ่งใหญ่ของนักกีฬานานาชาติกลายเป็นฐานปฏิบัติการของความขัดแย้งที่โหดร้ายและเป็นลานประหารนักโทษบนแท่นที่นักกีฬาเคยได้รับเหรียญรางวัล ปัจจุบันสนามกีฬาแห่งนี้ยังเหลือร่องรอยกระสุนเตือนความทรงจำอันน่าขนลุกทั้งสองซึ่งขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิงในประวัติศาสตร์ของเมือง

สนามกีฬาโอลิมปิก
ภาพของแท่นรับเหรียญรางวัลที่ผุพังที่ลานแข่งขันสกีกระโดดไกลในกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวกรุงซาราเยโว ปี 1984 ถ่ายเมื่อ 19 กันยายา 2013 ภาพถ่าย ดาโด รูวิก, REUTERS

กีฬาโอลิมปิกสมัยใหม่เกิดขึ้นในกรีซเมื่อปี 1896 จนอีกกว่าศตวรรษถัดมา เอเธนส์ก็กลับมาเป็นเจ้าภาพกีฬาที่ตนสร้างสรรค์ขึ้นอีกครั้ง  ในการเข้าร่วมโอลิมปิกฤดูร้อนเมื่อปี 2004 และใช้งบเกินขนาดไปมากถึง 15,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 478,000 ล้านบาท ) สำหรับสนามแข่งระดับโลกสำหรับซอฟต์บอลและวอลเลย์บอลชายหาด ซึ่งปัจจุบันถูกทิ้งร้างและผุพังไปตามกาลเวลา

สนามกีฬาโอลิมปิก
สนามกีฬาทางน้ำโอลิมปิก ในสวนโอลิมปิก รีโอเดอจาเนโร บราซิล เพียง 7 เดือน หลังจากเป็นเจ้าภาพโอลิมปิก ถ่ายเมื่อ 18 มีนาคม 2017 ภาพถ่าย มาริโอ ทามา, GETTY IMAGES

ในแง่ดี เจ้าภาพโอลิมปิกในอนาคต เช่น ลอสแองเจลิส ปี 2024 และปารีส ปี 2028 กำลังออกแบบเพื่อเพิ่มความยั่งยืนและการใช้งานสถานที่สำหรับจัดงานในอนาคต ลดความฟุ่มเฟือยที่ไม่จำเป็นหรือระบบเสียงชั้นยอดลงไป และมุ่งสนใจพลังของกีฬาที่รวมผู้คนจากทั่วโลกมากกว่า

สนามกีฬาโอลิมปิก
ที่นั่งแตกหักในสนามแข่งเบสบอล ในสนาม Hellenikon เอเธนส์ ถ่ายเมื่อ 16 กรกฎาคม 2014 ภาพถ่าย ยาร์โกส กาลาฮาลิส, REUTERS

เรื่อง อัสตา สมวิเชียร เคลาเซน

 

อ่านเพิ่มเติม

ยานร้างกลางทะเลทราย

เรื่องแนะนำ

หญิงสาวปั่นจักรยาน 1,900 กม. เพื่อตามหาพ่อจากสงครามเวียดนาม

Rebecca Rusch เจ้าของฉายา “ราชินีแห่งความเจ็บปวด” เป็นนักกีฬามาตลอดชีวิต ตัวเธอผ่านการเล่นกีฬามาแล้วหลายประเภท จนเมื่อเร็วๆ นี้ ในวัย 38 ปี เธอกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญการขี่จักรยานทางไกลแบบ ultra-endurance หลังเมื่อปี 2015 Rusch ขี่จักรยานอย่างทรหดรวมเป็นระยะทางมากถึง 1,930 กิโลเมตร ไปยังนครโฮจิมินห์ ในเวียดนามร่วมกับ Huyen Nguyen คู่หูนักปั่นของเธอ โดยมีเป้าหมายเพื่อตามหาจุดที่เครื่องบินที่พ่อของเธอโดยสารไปด้วยนั้นถูกยิงตก ในสมัยสงครามเวียดนาม ซึ่งในตอนนั้นเธอเพิ่งจะมีอายุแค่ 3 ขวบเท่านั้น เรื่องราวการเดินทางของเธอถูกถ่ายทอดออกมาเป็นสารคดี “เส้นทางสีเลือด” (Blood Road) สารคดีที่บอกเล่าชีวิตของเธอ ตลอดจนประวัติศาสตร์เรื่องราวที่เกิดขึ้นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้   อ่านเพิ่มเติม : ภาพถ่ายอันทรงพลังแสดงให้เห็นถึงผลกระทบจากระเบิดนิวเคลียร์, พบเทวรูปโบราณอายุ 800 ปี ใกล้นครวัด

ทะเลอาร์กติก สุดขอบแผ่นดินที่มนุษย์อาศัยอยู่

เดินทางขึ้นสู่ดินแดน “เกือบ” เหนือสุดของโลก ประสบการณ์สัมผัส ทะเลอาร์กติก ครั้งแรกในชีวิต สถานที่หนึ่งที่เราไปไม่ถึง แต่ขอไปให้ใกล้ที่สุดก็ยังดี… ประโยคนี้คือสิ่งที่เราคุยกันในกลุ่มเพื่อนในวันที่เราตัดสินใจเดินทางไปหมู่บ้านเทอริเบอกา (Teriberka Village) หมู่บ้านชาวประมงที่ตอนนี้แทบไม่มีเรือประมงเข้าเทียบท่า สุดเขตแดนตะวันตกเฉียงเหนือของรัสเซีย ที่นี่มีอ่าวชิดติดกับคาบสมุทรโคลา (Kola) ชายฝั่งทะเลบาเรนท์ (Barents Sea) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของขอบ ทะเลอาร์กติก ไปอีกเพียงหนึ่งร้อยกิโลเมตรเราจะถึงขั้วโลกเหนือ… เชื่อว่าอีกหลายคนฝันถึงการไปเยือนขั้วโลกเหนือ ที่เทอริเบอกาให้ความรู้สึกหนึ่งย้ำเตือนเราว่า… อีกนิดเดียวเท่านั้น การเดินทางไปหมู่บ้านชายขอบติดคาบสมุทรอาร์กติกสร้างความตื่นเต้นให้ไม่น้อย การได้ไปยืนริมทะเลที่มีลมทะเลซัดน้ำแข็งเข้าฝั่งตลอดเวลาไม่ใช่เรื่องที่หาชมได้ที่ชายหาดทั่ว ๆ ไป  แต่ความน่าสนใจระหว่างทางก็ดึงดูดนักเดินทางไม่แพ้กัน นั่นคือ เราต้องผ่านป่าสนที่ถือว่าเป็นปอดของยุโรป และเป็นส่วนหนึ่งของป่าสงวนที่ใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของโลก รู้จักในชื่อไทกา (Taiga) การเดินทางผ่านไทกาใช้เวลานาน ป่าสนในฤดูหนาวที่ปกคลุมไปด้วยหิมะให้ความรู้สึกยิ่งใหญ่สุดสายตา ยิ่งเมื่อได้รับข้อมูลของป่าสนแห่งนี้ยิ่งรู้สึกว่าการเดินทางไปหมู่บ้านเทอริเบอกาคุ้มค่าและน่าค้นหามากกว่าตอนที่ตัดสินใจมาเยือน ไทกาในฤดูหนาวจัดเป็นป่าสนที่ขาวโพลน ต้นสนใบร่วงจนเหลือแต่กิ่งไม่น่าเชื่อว่าที่นี่คือปอดของยุโรป พอได้ยินคำว่าปอดของยุโรปเชื่อว่าหลายคนอยากสูดอากาศให้เต็มปอด ถนนเส้นนี้นอกจากป่าสนขนาดใหญ่ที่ให้ออกซิเจน (Oxygen) มากมาย ในช่วงฤดูหนาวรถยนต์ก็ไม่พลุกพล่าน ระยะทางสองร้อยกว่ากิโลเมตรจากเมืองมูร์มันสค์ (Murmansk) ซึ่งเป็นเมืองที่เรานั่งเครื่องบินมาลง เราสวนกับรถยนต์ที่นับคันได้ ในเดือนที่เราเดินทางไปถึงคือต้นเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นเดือนที่หนาวจัด ทุกลมหายใจที่ไม่ได้ผ่านหมวกคลุมหน้าหรือระบบปรับอากาศ มันเย็นเยือกจนปวดศีรษะจริงๆ ครั้งแรกก็อยากสูดอากาศแต่พอลงจากรถยนต์ได้ไม่ถึงห้านาทีก็ต้องรีบกลับขึ้นมาเพราะอากาศที่หนาวจนยะเยือกถึงถึงกระดูก ตลอดเส้นทางจะเห็นทัศนียภาพห่มด้วยสีขาวสุดลูกหูลูกตา บ้านเรือนของคนที่นี่จึงมักทาสีสดใส […]

อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล: ขึ้นรถไฟไปปีนผาและเดินป่าในม่านหมอกจาง

เรื่องราวการลุยเส้นทางเดินป่าภายในอุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล ที่สามารถเดินทางไปได้โดยรถไฟ และประสบการณ์ของการเดินป่าครั้งแรกในชีวิต หลังจากอายุ 25 ปีได้ไม่นาน ผมตัดสินใจออกไปเดินป่าครั้งแรกในชีวิต แม้การทำงานที่ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย จะทำให้ผมได้รับรู้เรื่องราวและความสำคัญของธรรมชาติและโลกใบนี้มากขึ้น แต่ผมยังไม่มีโอกาสได้ออกไปสัมผัสธรรมชาติโดยการไปปีนเขา ตั้งแคมป์ หรือเดินป่าอย่างจริงจัง และการมีสถานะเป็น “คนในเมือง” ก็ยิ่งทำให้โอกาสในการออกไปพบกับธรรมชาติดูเป็นเรื่องที่ห่างไกลออกไป จนกระทั่งผมได้รับการชักชวนจากรุ่นพี่ในออฟฟิศท่านหนึ่งที่ทำงานในนิตยสารเพื่อนบ้าน เขาเป็นนักเดินป่าตัวยง และได้เขียนเรื่องราวการท่องเที่ยวธรรมชาติ การเดินป่า ให้กับเว็บไซต์ของนิตยสารมาได้ระยะหนึ่ง เขากำลังหาเพื่อนร่วมทางในการสำรวจเส้นทางเดินป่าที่ชื่อว่า “อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล” เขาเล่าว่า ความน่าสนใจของที่แห่งนี้ คือการเป็นอุทยานแห่งชาติเพียงแห่งเดียวในประเทศไทยที่สามารถเดินทางได้โดยขนส่งสาธารณะ (รถไฟ) ในขณะที่อุทยานแห่งชาติอื่นๆต้องพึ่งพารถยนต์ส่วนตัวในการเข้าถึง เขาจึงเอ่ยปากชวนผม ซึ่งยังไม่มีประสบการณ์ในการเดินป่าอย่างจริงจังให้ร่วมทางไปด้วยกัน คำชักชวนนี้อาจมองได้ว่าเป็นหนึ่งในภาระงานของผมเช่นกัน ผมจึงรีบดำเนินการจองตั๋วรถไฟตามคำแนะนำของเขา โดยมีกำหนดเวลาเดินทาง 3 วัน 2 คืน และนอกเหนือไปจากนี้ ผมไม่จำเป็นต้องทำอะไรเพิ่มเติม นอกเสียจากเตรียมตัวเพื่อรับประสบการณ์การออกเดินป่าครั้งแรกในชีวิต “ไม่ต้องเอาอะไรไปนอกจากของใช้ส่วนตัว เต็นท์ อุปกรณ์เดินป่า เราใช้ด้วยกันได้” ผมรับฟังชายนักเดินป่าผู้มากประสบการณ์ และเมื่อวันเดินทางมาถึง เราสองคนจับรถไฟเที่ยวเย็นจากกรุงเทพมหานคร มุ่งหน้าสู่อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาลที่เรากำลังมุ่งหน้าไปนี้ มีพื้นที่ครอบคลุมพื้นที่อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน และอำเภอห้างฉัตร อำเภอเมือง […]

เที่ยวชมประวัติศาสตร์ในวังคลองเตย หรือ “บ้านปลายเนิน” ของนายช่างใหญ่แห่งกรุงสยาม

เรื่องราวหนึ่งวันในหนึ่งปีของการเยี่ยมชม บ้านปลายเนิน หรือ วังคลองเตย สถานที่ประทับของเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัตติวงศ์ นายช่างใหญ่แห่งกรุงสยาม ที่เต็มไปด้วยศิลปวัตถุและสถาปัตยกรรมเรือนไทยร่วมสมัยใจกลางกรุง สถานที่ทุกแห่งล้วนมีความทรงจำ จากการตั้งตระหง่านผ่านกาลเวลา ร่วมด้วยผู้คนที่มาข้องเกี่ยวสร้างสรรค์ เกิดเป็นความผูกพันและบันดาลสถานที่นั้นดูมีชีวิตขึ้นมา จนมีคุณค่า น่าเข้าไปเยี่ยมเยือนเพื่อซึมซับความทรงจำอันสวยงามนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สถานที่ซึ่งมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ หรือเกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญของประเทศ หรือของโลก โดย บ้านปลายเนิน หรือ วังคลองเคย เป็นหนึ่งในสถานที่มีคุณค่าเช่นนั้น บ้านปลายเนินตั้งอยู่ในซอยเล็กๆ บนถนนพระรามสี่ เป็นตำหนักส่วนพระองค์ในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัตติวงศ์ ซึ่งที่คนทั่วไปรู้จักกันในพระสมัญญานามว่า “นายช่างใหญ่แห่งกรุงสยาม” และ “สมเด็จครู” โดยพระองค์ได้เริ่มมาประทับที่ตำหนักไทย บ้านปลายเนินเมื่อ พ.ศ. 2457 และบ้านปลายเนินก็ยังคงตั้งอยู่ที่นี่มาจนถึงปัจจุบัน โดยเหตุที่พระองค์ได้รับพระสมัญญาเช่นนั้น เนื่องจากพระองค์มีความสามารถในศิลปวิทยาหลากหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็นการนิพนธ์บทโขน ละคร หรือผลงานด้านการนิพนธ์เพลง เช่น เพลงเขมรไทรโยค และคำร้องของเพลงสรรเสริญพระบารมีที่ยังใช้มาจนถึงรัชกาลปัจจุบัน นอกจากนี้ พระองค์ยังมีความสามารถในทางศิลปะ เช่น ภาพเขียนสีบนเพดานพระที่นั่งบรมพิมาน และผลงานทางสถาปัตยกรรม เช่น การออกแบบพระอุโบสถวัดเบญจมบพิตรฯ พระอุโบสถวัดราชาธิวาสฯ เป็นต้น ด้วยผลงานที่มากมายเช่นนี้ องค์การยูเนสโก ได้เชิดชูพระเกียรติยศของสมเด็จครูให้เป็นบุคคลสำคัญของโลกเมื่อ […]