ลี่เจียง หนึ่งในเมืองท่องเที่ยวที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของมณฑลยูนนาน เมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานนับพันปี ดินแดนที่มีชนเผ่านาซีเป็นพลเมืองหลัก และเชื่อกันว่ามี “เทพเจ้าซ่านตั๋ว” คอยปกปักรักษาอยู่บนยอดเขาหิมะมังกรหยก
เมื่อมาถึงลี่เจียงในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส เราจะเห็นภูเขาอวี้หลงเสวี่ยซาน หรือที่เรียกกันติดปากว่า “ภูเขาหิมะมังกรหยก” ซึ่งมีที่มาจากยอดเขา 13 ยอดที่เรียงต่อกันและปกคลุมด้วยหิมะตลอดปี ดูคล้ายมังกรหยกที่ทอดตัวยาวอยู่ในหมู่เมฆ เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของเมืองลี่เจียงคอยต้อนรับนักเดินทางจากทุกมุมโลกเด่นตระหง่าน ยิ่งเมื่อแสงแรกของวันตกกระทบยอดเขาด้วยแล้ว ช่างเป็นภาพที่งดงามเหลือเกิน หากใครได้มาที่ลี่เจียง คงปฏิเสธไม่ได้ที่จะมาสัมผัสภูเขาหิมะแห่งนี้สักครั้ง ภูเขาที่เชื่อมโยงจิตวิญญาณผู้คนเข้าไว้ด้วยกัน

บรรพบุรุษและเทพเจ้า
ชาวน่าซีเชื่อว่าภูเขาหิมะมังกรหยกเป็นที่สถิตของเทพเจ้าซ่านตั๋วผู้ปกปักคุ้มครองชาวน่าซี เมื่อมีภัยรุกรานจากศัตรู “เทพเจ้าซ่านตั๋ว” จะขี่ม้าขาวมาช่วยทุกครั้งไป การเคารพต่อภูเขาของชาวน่าซี จึงเป็นเหมือนการเคารพบรรพบุรุษของพวกเขาไปด้วย
ยอดเขาสูงเหนือหลังคาบ้านเรือนในเมืองเก่า นี่คือภูเขาหิมะมังกรหยกหรือ อวี้หลงเสวี่ยซาน ผู้พิทักษ์ศักดิ์สิทธิ์และแหล่งกำเนิดตำนาน สำหรับนักเดินทางแล้ว ที่นี่ไม่ใช่แค่ภูเขา แต่เป็นฉากหลังที่สมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับสำหรับใครหลายคนในการบันทึกภาพ ในอดีตเคยมีนักสำรวจมาขึ้นถึงยอดสุดในปี 1987 และเป็นครั้งเดียวที่มีการสำรวจ จากนั้นก็มีการสำรวจเพิ่มนับสิบครั้งแต่ไม่ประสบความสำเร็จ สำหรับชาวน่าซี (Naxi) ภูเขาลูกนี้คือที่สถิตของ “เทพเจ้าซ่านตั๋ว” การพยายามเหยียบย่ำยอดเขาจึงไม่ต่างจากการลบหลู่ศรัทธาอันศักดิ์สิทธิ์ ปัจจุบัน รัฐบาลจีนได้สั่งห้ามการปีนสู่ยอดเขาอย่างเด็ดขาด ทั้งเพื่อรักษาความปลอดภัยและเพื่อรักษาสันติภาพระหว่าง “มนุษย์” และ “เทพเจ้า” ในทุก ๆ ปีจะมี “เทศกาลซ่านตั๋ว” (วันที่ 8 เดือน 2 ของจีน) ที่ชาวน่าซีจะมารวมตัวกันเพื่อบูชาภูเขา แสดงให้เห็นว่าความศรัทธาต่อภูเขาคือศูนย์กลางที่ยึดโยงคนในเผ่าไว้ด้วยกัน

ธรณีวิทยา
เทือกเขาเหิงต้วน (Hengduan Mountains) คือจุดกำเนิดยอดเขาอวี้หลงเสวี่ยซาน ที่เกิดจากการชนกันของเปลือกโลกในทาง ธรณีแปรสัณฐาน (tectonic) นักธรณีวิทยาพบว่า แผ่นเปลือกโลกอินโด-ออสเตรเลีย (Indo-Australian Plate) (โดยเฉพาะส่วนอินเดีย) เริ่มเคลื่อนที่จากใต้ขึ้นเหนือเมื่อประมาณ 71 ล้านปี ที่ผ่านมา และชนกับทวีปเอเชีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ แผ่นเปลือกโลกยูเรเซีย (Eurasian Plate) ถ้าให้เข้าใจง่ายๆ มันเหมือนช้างชนกันนั่นคือเป็นการชนกันครั้งรุนแรงมาก ผลจากการชนกันระหว่างแผ่นเปลือกโลกทวีปทั้งสองทวีป ทำให้เกิดการยกตัวขึ้นอย่างรุนแรงในโซนการชนกัน เกิดเป็น ที่ราบสูงทิเบต (Tibetan Plateau) และ เทือกเขาหิมาลัย (Himalayan Mountain Range) ในปัจจุบัน และ เขาอวี้หลงเสวี่ยซาน หรือภูเขาหิมะมังกรหยกก็เป็นผลผลิตจากการชนครั้งนั้น
เขาอวี้หลงเสวี่ยซาน หรือภูเขาหิมะมังกรหยก มียอดเขาที่สูงที่สุดชื่อว่า “ซานจื่อตู้” (Shanzidou) ที่สูงจากระดับทะเล 5,596 เมตร ถึงจะดูไม่สูงมากเมื่อเทียบกับยอดเขาเอเวอเรสต์ แต่นักปีนเขาจากทั่วโลกต่างให้การยอมรับว่าที่นี่ปีนยากที่สุดในเอเชีย สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากขึ้นไปสัมผัสความหนาวเย็นสามารถไปได้ที่ระดับ 4,506 เมตร และมีสะพานไม้ให้เดินขึ้นไปถึงจุด 4,680 เมตร
ในมุมหนึ่งของภูเขากับความรักที่ไม่สมหวัง หนุ่มสาวชาวน่าซีจะขึ้นไปจบชีวิตบนเขาเพื่อไปสู่ดินแดนสวรรค์ที่ไม่มีวันพรากจากกัน

จิตวิญญาณ ชาวน่าซีและอักษรตงปา
ภูมิปัญญา “หนุนฟ้า พิงดาว” ผ่านเครื่องแต่งกายของชาวน่าซี หลายชนเผ่าที่ผมพบเจอส่วนใหญ่เสื้อผ้าสำหรับผู้ชายมักจะไม่ค่อยมีเรื่องราวมากมาย และหลายๆ ชนเผ่าผู้หญิงมักจะเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณ ดังนั้นความสำคัญจึงตกมาอยู่ผู้หญิงเป็นหลัก อย่างที่ชนเผ่าน่าซี ผมได้เห็นถึงเครื่องแต่งกายของผู้หญิงน่าซี ทุกรายละเอียดบนอาภรณ์ล้วนมีความหมายทั้งสิ้น
เครื่องแต่งกายของผู้หญิงน่าซีไม่ใช่แค่แฟชั่น แต่คือ เสื้อผ้า ที่สะท้อนปรัชญาการทำงานและส่งผ่านมาในรูปแบบภูมิปัญญา สัญลักษณ์ดวงดาว 7 ดวง ที่ปรากฏอยู่ที่ด้านหลังหมายความว่า ออกทำงานตั้งแต่เช้ามืด ดาวยังเต็มท้องฟ้า กลับบ้านมาเมื่อพระจันทร์ขึ้น แผ่นหลังนี้แหละที่พยุงครอบครัว พยุงศรัทธา และพยุงจิตวิญญาณของขุนเขาเอาไว้ เนื้อผ้าที่บุด้วยหนังแกะ ช่วยให้ร่างกายอบอุ่น หนังแกะเป็นฉนวนช่วยปกป้องความหนาวเย็น เสริมด้วยเบาะนวมที่รองรับน้ำหนักด้านหลังช่วยลดน้ำหนักสิ่งของที่ต้องแบกหาม และลดการบาดเจ็บ สีดำที่นิยมนำมาใช้กับเสื้อผ้า เพราะสีดำมีคุณสมบัติดูดซับความร้อนจากดวงอาทิตย์ได้ดีกว่าสีอ่อน
ชาวน่าซี อาศัยอยู่ที่ราบเชิงเขาหิมะมังกรหยกมาช้านาน การปรับตัวของร่างกายคล้ายคลึงกับชาวทิเบตคือมีระบบการลำเลียงออกซิเจนในเลือดที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าคนในที่ราบ ทำให้พวกเขาสามารถทำงานหนักหรือเดินขึ้นเขาชันๆ ได้โดยไม่เหนื่อยหอบง่าย





อักษรตงปา อักษรภาพ เป็นอักษรชนิดเดียวในโลกที่เป็น “Hieroglyphic Script in Use” (อักษรภาพที่ยังใช้งานอยู่จริง) ในขณะที่อักษรอียิปต์โบราณตายไปแล้ว อักษรตงปายังคงถูกใช้ในพิธีกรรมตราบจนทุกวันนี้ แม้นไม่รู้ภาษาแต่เมื่อเห็นอักษรตงปาก็สามารถเดาได้ว่ากำลังสื่อถึงอะไร มีสัญลักษณ์มากกว่า 1,400 ตัวแต่ไม่สามารถแทนเสียงได้อย่างภาษาไทยแต่เข้าใจความหมายได้จากจินตนาการเช่นรูปผู้ชาย ผู้หญิงแล้วมีดอกไม้อยู่ระหว่างกลาง หมายความว่า ผมรักคุณ
และถ้าหากคุณเดินทางมายังลี่เจียง ร้านค้า โรงแรมที่พัก หลายๆแห่งยังคงมีอักษรตงปาปรากฏอยู่ในทุกๆแห่งอีกด้วย เมื่อรู้ถึงวิธีการอ่านแล้ว ลองหาโอกาสเดินอ่านดูนะครับเพลินดี




มนุษย์กับธรรมชาติเป็นพี่น้องกัน
ชาวน่าซีมีความเชื่อว่า “มนุษย์กับธรรมชาติเป็นพี่น้องต่างมารดากัน หากเราทำลายธรรมชาติ เราต้องชดใช้” ความเชื่อนี้เรียกว่า “ซู่” (Shu) ซึ่งเป็นวิญญาณครองผืนป่าและแหล่งน้ำ หากมนุษย์ทำให้น้ำเน่าเสีย “ซู่” จะโกรธและบันดาลให้เกิดภัยพิบัติ โรคภัยไข้เจ็บ เมื่อเป็นพี่น้องกันแล้ว เราไม่สามารถตักตวงผลประโยชน์จากภูเขาได้ตามใจชอบ การจะตัดไม้หรือล่าสัตว์บนภูเขาต้องทำพิธีขออนุญาตและมีขีดจำกัด นี่คือภูมิปัญญาการอนุรักษ์ที่ฝังอยู่ในสายเลือดของชาวน่าซี และเมื่อขอแล้ว ขอเท่าไหร่คุณต้องเอาเท่านั้น นั่นคือสัจจะที่ชาวน่าซียึดมั่นถือมั่น



ภูเขาหิมะมังกรหยกไม่ใช่เพียงแค่ “สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ” ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวด้วยความงามทางธรณีวิทยาเท่านั้น แต่ยังเป็น ศูนย์รวมจิตวิญญาณของชาวน่าซีอีกด้วย ความเชื่อเรื่องเทพเจ้าซ่านตั๋วและวิญญาณ “ซู่” ได้หลอมรวมให้มนุษย์และธรรมชาติต่างพึ่งพาอาศัยกันอย่างอ่อนน้อม
ในโลกปัจจุบันที่มนุษย์มักมองธรรมชาติเป็นเพียงสิ่งแวดล้อมที่ยังมีประโยชน์และต้องตักตวงแต่หารู้ไม่ เราเป็นส่วนหนึ่งในระบบนิเวศเท่านั้น เราขาดระบบนิเวศไม่ได้ แต่ระบบนิเวศต่างหากล่ะที่ขาดเราได้ บทเรียนจากลี่เจียงและชาวน่าซีได้เตือนใจเราว่า ความงามที่ยั่งยืนที่สุดไม่ได้มาจากการเอาชนะธรรมชาติ แต่มาจากการรู้จัก “กราบไหว้และรักษา” เพื่อให้ขุนเขายังคงตั้งตระหง่านและลมหายใจของผืนป่ายังคงดำรงอยู่สืบไป
เรื่อง : ไตรรัตน์ ทรงเผ่า
ภาพ : ณัฐวรรธน์ ไทยเสน
อ้างอิง
อ่านเพิ่มเติม : เกาสง เมืองท่าอุตสาหกรรมที่ทำถึงหัวใจผู้คน

