ปากีสถาน มีสถานที่งดงามพิสุทธิ์ และวัฒนธรรมเก่าแก่ รอคอยการมาเยือนของนักเดินทาง

ธรรมชาติอันงดงามใน ปากีสถาน

ธรรมชาติอันงดงาม และน่าจับตาใน ปากีสถาน

จากยอดเขาคาราโครัมไปจนถึงที่ราบลุ่มแม่น้ำสินธุอันอุดมสมบูรณ์ ปากีสถาน เป็นบ้านของภูมิประเทศอันหลากหลาย เพียบพร้อมด้วยมรกดทางวัฒนธรรมอันเก่าแก่ เส้นทางสายไหม และซากปรักหักพังของเมืองโมเฮนโจ-ดาโร (Mohenjo-Daro) ที่จะทำให้บรรดานักท่องเที่ยวที่มาเยือนต้องตื่นตาตื่นใจ แต่นอกจากอารยธรรมแล้วปากีสถานยังมีธรรมชาติดันสวยงามน่าตื่นตาตื่นใจมากมาย และเหล่านี้คือสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติอันงดงามที่แทบไม่น่าเชื่อว่าอยู่ในประเทศปากีสถาน

เรื่อง Gulnaz Khan

อุทยานแห่งชาติดีโอซาย (Deosai)

หรืออีกชื่อที่รู้จักในนาม “เมืองยักษ์” หิมะปกคลุมเหนือเทือกเขาปรากฏเป็นฉากหลังของอุทยานแห่งชาติดีโอซาย ในฤดูใบไม้ผลิของทุกปี ภูมิทัศน์บริเวณนี้จะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง กลายเป็นหุบเขาเขียวชอุ่มที่เต็มไปด้วยทุ่งดอกไม้และผีเสื้อ จนได้รับสมญานามจากชาวบ้านท้องถิ่นว่า “พระราชวังฤดูร้อน” สถานที่แห่งนี้เป็นถิ่นอาศัยของหมาป่าทิเบต ไอเบ็กซ์หิมาลายัน หมาจิ้งจอกแดงทิเบตและโกลเด้นมาร์มอต รัฐบาลประกาศให้อุทยานแห่งนี้เป็นพื้นที่คุ้มครองในปี 1993 เพื่อปกป้องหมีสีน้ำตาลหิมาลายันจากการล่าของชาวบ้าน จากนั้นในปี 2016 อุทยานแห่งชาติดีโอซายก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นมรดกโลก

 

หุบเขาคากาน (Kaghan)

ปากีสถาน, ธรรมชาติ, ท่องเที่ยว, สถานที่ท่องเที่ยว, อุทยานแห่งชาติ, Kaghan
ภาพของทะเลสาบใสราวกระจกสะท้อนฉากหลังที่เป็นภูเขาปกคลุมด้วยหิมะ ให้ความรู้สึกราวกับว่า เรากำลังหลุดเข้าไปอยู่ในโลกของเทพนิยาย ภาพถ่ายโดย Ahmed S. Zaidi

หุบเขาคากานที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของปากีสถานคือดินแดนแห่งเทพนิยายที่แท้จริง ตามตำนานเล่าขานกันว่า เจ้าชายเปอร์เซียตกหลุมรักกับเจ้าหญิงที่บริเวณทะเลสาบ Saiful Muluk ในรูปด้านบน แต่ยักษ์เองก็ตกหลุมรักเจ้าหญิงเช่นกัน มันจับตัวเธอไป วันหนึ่งเจ้าชายพาเจ้าหญิงหนีออกมาได้ ด้วยความโกรธแค้นยักษ์ได้หลั่งน้ำตาออกมาจนท่วมท้นกลายเป็นทะเลสาบ ทุกวันนี้ นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางมาชมความงามของทะเลสาบแห่งนี้ ซึ่งในเวลากลางคืนท้องฟ้าที่เปิดโล่งจะปรากฏดวงดาวมากมาย

 

ชายฝั่งมากราน (Makran)

ปากีสถาน, ธรรมชาติ, ท่องเที่ยว, สถานที่ท่องเที่ยว, อุทยานแห่งชาติ, Makran
ภาพภูมิทัศน์ของเทือกเขาสูงต่ำทอดตัวยาวตามแนวชายฝั่ง เป็นผลงานที่รังสรรค์ขึ้นโดยธรรมชาติ ภาพถ่ายโดย Yasir Nisar

ถนนที่ทอดยาวเลียบชายฝั่งมากรานเป็นเส้นทางขับรถชมวิวทะเลอาราเบียน จุดเริ่มต้นตั้งแต่ในการาจีไปจนถึงเมืองท่ากวาดาร์ และชายแดนอิหร่าน ถนนเส้นนี้ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศ แนวหินผาที่ปรากฏในภาพเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติ Hingol ที่ซึ่งผู้มาเยือนสามารถพบเจอกับรูปแกะสลักหินที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาตินี้ได้ตลอดการเดินทาง

 

แม่น้ำฮุนซ่า (Hunza)

ปากีสถาน, ธรรมชาติ, ท่องเที่ยว, สถานที่ท่องเที่ยว, อุทยานแห่งชาติ, Hunza
ในช่วงฤดูร้อนที่หิมะละลายหายไป ทุ่งหญ้าเขียวชอุ่มได้เวลาเบ่งบานอีกครั้ง สรรพชีวิตตื่นขึ้นมาประกอบกิจของตัวเอง ผีเสื้อบินตอมดอกไม้ป่า ลำธารไหลเลียบภูผา และแมกไม้ผลิดอกออกใบ ภาพถ่ายโดย Jinho Choi

ทางตอนเหนือของภูมิภาค Gilgit – Baltistan ยอดเขาน้ำแข็งปรากฏเป็นทิวหลังแม่น้ำฮุนซ่า เมืองฮุนซ่าเป็นสถานที่พักผ่อนสำหรับบรรดานักเดินทางที่มาจากเทือกเขาฮินดูกูชไปยังหุบเขาแคชเมียร์ และภายในหุบเขายังเป็นถิ่นอาศัยของเสือดาวหิมะ แพะมาคอร์ ไอเบ็กซ์และหมาจิ้งจอกแดง

 

(วางแผนการเดินทางในปากีสถานได้ที่นี่)

 

อุทยานแห่งชาติ Hingol

ปากีสถาน, ธรรมชาติ, ท่องเที่ยว, สถานที่ท่องเที่ยว, อุทยานแห่งชาติ, Hingal
นักท่องเที่ยวเดินขึ้นไปชมปากปล่องภูเขาไฟที่ดับแล้วในอุทยานแห่งชาติ Hingal ภูมิประเทศที่ปรากฏราวกลับว่าเรากำลังเดินชมสถานที่ที่ไม่ได้มีอยู่จริงบนโลก ภาพถ่ายโดย Bashir Osman

อุทยานขนาดใหญ่ที่สุดครอบคลุมพื้นที่หลายร้อยไมล์ตลอดแนวชายฝั่งมากราน อุทยานแห่งนี้มีชื่อเสียงในด้านสัตว์ป่าหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นเสือดาว, ฮันนี้แบดเจอร์และตัวนิ่มอินเดียน นอกจากนั้นยังโด่งดังในฐานะภูเขาไฟโคลนที่ยังคงมีพลัง เกิดขึ้นจากแก๊ส, น้ำและสารเคมีที่ทำปฏิกิริยากันเกิดเป็นโคลนเดือดพวยพุ่งขึ้นมา และเมื่อเย็นตัวลงจึงปรากฏเป็นภูเขารูปทรงประหลาดนี้ โดยหนึ่งในภูเขาไฟโคลนที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ Chandragup สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีชาวฮินดูหลายพันคนเดินทางมาแสวงบุญทุกปี และใกล้ๆ ยังมีวัดฮินดูที่ชื่อว่า Hinglaj ตั้งอยู่

 

ธารน้ำแข็ง Baltoro

ปากีสถาน, ธรรมชาติ, ท่องเที่ยว, สถานที่ท่องเที่ยว, อุทยานแห่งชาติ, Baltoro
Baltoro เป็นจุดหมายปาลายทางที่นักเดินทางหมายจะพิชิต แต่ก็ผู้คนจำนวนน้อยเหลือเกินที่ฟันฝ่าไปถึง Baltoro ได้ ภาพถ่ายโดย Pierre Adenis

ทางตะวันออกของปากีสถาน ธารน้ำแข็ง Baltoro เป็นหุบเขาธารน้ำแข็งที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก แม้จะยากต่อการเข้าถึงแต่ภูมิภาคนี้ก็เป็นหมุดหมายท้าทายของบรรดานักปีนเขาทั่วโลก โดบมียอดเขาที่สูงที่สุุดนาม K2 นอกเหนือจากทัศนียภาพอันสวยงามแล้ว สถานที่แห่งนี้ยังหล่อเลี้ยงชีวิตของผู้คนทางตอนเหนือของปากีสถานที่ต้องพึ่งพาน้ำจืดจากการละลายของธารน้ำแข็ง

 

หุบเขา Neelum

ปากีสถาน, ธรรมชาติ, ท่องเที่ยว, สถานที่ท่องเที่ยว, อุทยานแห่งชาติ, Neelum
ความสงบของหมู่บ้านเล็กๆ ท่ามกลางหุบเขาสูง เป็นสถานที่อันปรารถนาของนักเดินทางที่ต้องการมาผ่อนคลายจิตใจ  ภาพถ่ายโดย Yasir Nisar

ทางตอนเหนือของอาซาดแคชเมียร์ พื้นที่แอ่งกระทะของ Neemlum ถูกโอบล้อมด้วยยอดเขาสูง 13,000 ฟุต และผืนป่าเขียวชอุ่มพร้อมด้วยลำธารน้ำใส หมู่บ้านเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคนี้มีชื่อว่า Arang Kel และมีคุณค่าเปรียบได้กับไข่มุกของหุบเขา Neelum

 

ทะเลสาบอัตตาบัด (Attabad)

ปากีสถาน, ธรรมชาติ, ท่องเที่ยว, สถานที่ท่องเที่ยว, อุทยานแห่งชาติ, Attabad
จากเหตุโศกนาฏหกรรมในอดีต นำมาสู่สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในปัจจุบัน สีฟ้าเทอร์คอยส์ของผืนน้ำเกิดจากการสั่งสมแร่ธาตุต่างๆ ในผืนดิน ภาพถ่ายโดย Matthieu Paley

ตั้งอยู่ในหุบเขาฮุนซ่า ทะเลสาบอัตตาบัดตั้งอยู่บนภูมิภาคที่เป็นหิน แม้จะดูเงียบสงบสวยงามแต่ที่มาของสถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยความรุนแรง ทะเลสาบแห่งนี้ได้รับการก่อตั้งขึ้นในปี 2010 เมื่อเกิดเหตุดินถล่มครั้งใหญ่ขึ้นในหมู่บ้านอัตตาบัด ขวางกั้นแม่น้ำฮุนซ่า ผู้คนนับพันสูญหายจากเหตุการณ์ในครั้งนั้น ทุกวันนี้สถานที่แห่งนี้กลายมาเป็นจุดท่องเที่ยวยอดนิยมที่สามารถล่องเรือชมความงามได้

 

อ่านเพิ่มเติม: นักมวยปล้ำโบราณชาวปากีสถาน

เรื่องแนะนำ

เทศกาลน่าเที่ยวในฤดูหนาว

เทศกาลน่าเที่ยวในฤดูหนาว หนึ่งในช่วงเวลาของปีที่เหมาะแก่ การเฉลิมฉลอง ในช่วงฤดูหนาวของทุกปี มักจะมีหลายเทสกาลเกิดขึ้นในที่ต่างๆ ของโลก โดยมีพื้นฐานมาจากวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีที่สืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่น เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก นำตัวอย่าง เทศกาลน่าเที่ยวในฤดูหนาว จากพื้นที่ต่างๆ มาให้ชมกัน วันแห่งความตาย ในเม็กซิโกซิตี วันแห่งความตาย จัดขึ้นวันที่ 2 พฤศจิกายน ของทุกปี เพื่อเป็นการรำลึกถึงผู้ที่ล่วงลับ โดยมีการจัดขบวยพาเหรดอย่างยิ่งใหญ่ และผู้ร่วมงานจะแต่งกายแฟนตาซี คล้ายกับโครงกระดูกที่กลับมาจากปรโลก (ชมภาพอื่นๆ ของเทศกาลวันแห่งความตาย) การประกวดเต้นระดับเยาวชน เยาวชนอายุ 5 – 17 ปี ซักซ้อมกระบวนท่าเพื่อการงานประกวดเต้นพื้นเมืองของชาวผ่าฮาวาย โดยมีการจัดงานสองวันบริเวณชายหาดบนเกาะเมาอี (ชมวิดีโอการระบำฮูลา ระบำพื้นเมืองฮาวาย) เทศกาลลอยกระทง จัดในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ตามปฏิทินจันทรคติ ในประเทศไทย มีการเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ในหลายพื้นที่ ตามความเชื่อ เทศกาลลอยกระทงเป็นสัญลักษณ์การแสดงออกถึงความเคารพต่อพระแม่คงคา เทพเจ้าแห่งสายน้ำ ที่นำสายน้ำมาหล่อเลี้ยงทุกชีวิตบนโลก เทศกาลประกวดอูฐสวยงาม รัฐราชสถาน ประเทสอินเดีย ทุกวันที่ […]

ปริศนาอันยืนยงของเอเวอเรสต์

เมื่อเกือบร้อยปีก่อน แอนดรูว์ “แซนดี” เออร์ไวน์ กับคู่หูปีนเขา จอร์จ มัลลอรี หายตัวไปขณะลงจากสันเขาด้านตะวันออกเฉียงเหนือของเมานต์เอเวอเรสต์ นับตั้งแต่นั้น โลกก็กังขาว่าพวกเขาทั้งคู่หรือคนใดคนหนึ่งอาจพิชิตยอดเขาได้ในวันนั้น หรือ 29 ปีก่อนที่เอดมันด์ ฮิลลารี กับเทนซิง นอร์เกย์ จะได้ชื่อว่าเป็นสองคนแรกที่พิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ เชื่อกันว่าเออร์ไวน์พกกล้องโกดัก รุ่นเวสต์พ็อกเก็ตไปด้วย ถ้าพบกล้องตัวนั้น และถ้ากล้องบันทึกภาพยอดเขาไว้ได้ นั่นจะเป็น การเขียนประวัติศาสตร์ของยอดเขาสูงที่สุดในโลกขึ้นใหม่  ผมได้ยินทฤษฎีที่ว่า มัลลอรีกับเออร์ไวน์อาจเป็นคนแรกที่พิชิตเอเวอเรสต์ได้มานานแล้ว แต่ผมเริ่มรู้สึกกระตือรือร้นอยากออกค้นหาเออร์ไวน์เมื่อสองปีที่แล้วนี่เอง หลังฟังบรรยายของทอม พอลลาร์ด เพื่อนผู้มีประสบการณ์ปีนเอเวอเรสต์มาแล้วอย่างโชกโชน พอลลาร์ดเป็นช่างภาพเคลื่อนไหวในโครงการวิจัยเชิงสำรวจมัลลอรีและเออร์ไวน์ (Mallory and Irvine Research Expedition) เมื่อปี 1999 ซึ่งในระหว่างนั้น นักปีนเทือกเขาชาวอเมริกัน คอนราด แองเคอร์ พบศพของจอร์จ มัลลอรี ในพื้นที่ส่วนนี้ของเอเวอเรสต์ฝั่งเหนือ ซึ่งนักปีนเขาเพียงไม่กี่คนเคยมาเยือน แผ่นหลังทั้งหมดของมัลลอรีเปิดโล่ง ผิวหนังที่อยู่ในสภาพดีดูสะอาดและขาวจนคล้ายรูปปั้นหินอ่อน เชือกที่ขาดมัดรอบเอวของเขาแน่นจนทิ้งรอยไว้กลางลำตัว ซึ่งให้เบาะแสว่า ณ จุดหนึ่ง มัลลอรีน่าจะร่วงตกลงมาอย่างแรง ขาซ้ายของเขาพาดทับขาขวาที่หักเหนือหน้าแข้ง ราวกับมัลลอรีกำลังปกป้องขาข้างที่บาดเจ็บของเขา ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น […]

ปานถ่อง – ปานซอย มนต์เสน่ห์ของไทใหญ่

มนต์เสน่ห์ ปานถ่อง – ปานซอย เพชรน้ำเอกพุทธศิลป์เมืองสามหมอก สัญจรสู่เมืองสามหมอกคราใด ถ้ามีเวลาว่าง ผมจะซอกแซกไปตามวัดวาอาราม เพราะเสน่ห์หนึ่งที่ตรึงใจผมยิ่งนัก คืออัตลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมของชาวไทใหญ่ที่ไม่ซ้ำแบบใครเลย โดยเฉพาะการตอกลายบนโลหะ ทั้งสังกะสี อลูมิเนียม แผ่นเงิน นำไปประดับชายคาวัดวาวิจิตรตระการตายิ่งนัก เรียกในภาษาไทใหญ่ว่า “ปานซอย – ปานถ่อง” หรือที่ชาวล้านนาในจังหวัดอื่นนิยมเรียก “แป้นน้ำย้อย” นั่นเอง “ปานซอย” คือโลหะตอกลายที่ห้อยลงตรงชายคาโบสถ์วิหาร ส่วนโลหะตอกลายที่ปลายชี้ขึ้นด้านบน เรียก “ปานถ่อง” ลวดลายที่รังสรรค์เป็นลายดอกไม้ ลายพรรณพฤกษา ลายเครือเถา ที่น่าทึ่งคือแม้จะใช้วัสดุที่แข็ง แต่ “สล่า” หรือช่างตอกชาวไทใหญ่ มีกลวิธีตอกให้ลวดลายนูนมีมิติ ไม่แบนราบ ทว่าราวกับจะพลิ้วไหวยามเมื่อต้องแรงลม เฉกเช่นเดียวกับศิลปะเขมรแบบ “บันทายสรี” ที่แกะสลักหินแบบนูนสูงจนแลคล้ายลวดลายลอยเด่นขึ้นมาโลดเต้นได้ วัดที่ทำให้ผมตะลึงในความงามของปานซอย – ปานถ่อง เป็นวัดแรก คือวัดหัวเวียง ซึ่งตั้งอยู่อยู่บนถนนสิงหนาทบำรุง ใจกลางเมืองแม่ฮ่องสอน อารามสำคัญที่สร้างขึ้นพร้อมกับการสร้างตัวเมืองแม่ฮ่องสอนเมื่อ 157 ปีก่อน สร้างด้วยพุทธศิลป์ไทใหญ่อย่างอลังการ โดยเฉพาะหลังคาโบสถ์ วิหารที่โดดเด่นเป็นพิเศษ นอกจากประดับปานซอย – […]

The Jumper : เด็กโดดแห่งสังขละบุรี

เรื่องและภาพ วีรวัฒน์  เวียงไชย (รางวัลชมเชยโครงการ 10 ภาพเล่าเรื่องปี 7) หนึ่งในจุดหมายปลายทางในฝันของนักท่องเที่ยวมักจะมี อ. สังขละบุรี จ. กาญจนบุรี อยู่ในรายการด้วยเสมอ  นอกจากวัฒนธรรมอันหลากหลายของชาวไทยหลากเชื้อชาติในท้องถิ่นแล้ว นักท่องเที่ยวยังเดินทางมาเพื่อสัมผัสกับอากาศที่เย็นสบาย วิวของเขื่อนวชิราลงกรณ์ และการกระโดดสะพานมอญของเด็กโดดแห่งสังขละบุรี ในขณะที่เด็กไทยเชื้อสายมอญบางส่วนแต่งชุดประจำถิ่น อาสาเป็นไกด์บรรยายประวัติความเป็นมาของสะพานมอญหรือสะพานอุตตมานุสรณ์และเมืองสังขละบุรี แต่ยังมีเด็กชายล้วนอีกกลุ่มหนึ่งอาศัยความกล้าเพื่อกระโดดจากสะพานมอญซึ่งสูงหลายสิบเมตรเพื่อเรียกเสียงฮือฮาจากนักท่องเที่ยว  ทั้งหมดสวมเฉพาะกางเกงและปราศจากอุปกรณ์ป้องกันตัวเมื่อกระโดดจากที่สูงลงสู่พื้นน้ำข้างล่างที่มีเรือแล่นผ่านไปมาไม่ขาดสาย  นอกจากคำถามต่อสวัสดิภาพและความปลอดภัยของเด็กๆ ที่แลกกับการท่องเที่ยวแล้ว วิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปเพราะรายได้พวกเขา เช่น การขาดเรียน การใช้จ่ายฟุ่มเฟือย การทะเลาะวิวาท ใช้ยาเสพติด ฯลฯ ยังทำให้เกิดข้อสงสัยต่ออนาคตของพวกเขาเองด้วย