ปารีสปลอม พบได้ที่เมืองจีน - National Geographic Thailand

ปารีสปลอมพบได้ที่เมืองจีน

ปารีสปลอม พบได้ที่เมืองจีน

ณ เมืองท่าทางตะวันออกของจีน แบบจำลองของหอไอเฟลขนาด 354 ฟุต ตั้งตระหง่านอยู่ในเขต Tianducheng ของชานเมืองหางโจว ในมณฑลเจ้อเจียง สถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่นี้เป็นที่รู้จักในชื่อ “ปารีสแห่งตะวันออก”  ภูมิทัศน์โดยรอบได้รับการออกแบบให้มีลักษณะสถาปัตยกรรมแบบยุโรป ชาวเมืองแห่งนี้มีประตูชัยฝรั่งเศสเป็นของตัวเอง ทั้งยังมีถนนฌ็องเซลิเช่จำลอง อาคารแบบฝรั่งเศสสไตล์นีโอคลาสสิก ไปจนถึงแลนด์มาร์คสำคัญมันคือ หอไอเฟลหน้าตาเหมือนของจริงราวกับแฝด ซึ่งสิ่งปลูกสร้างชิ้นนี้นับเป็นหอไอเฟลจำลองลำดับที่สอง รองจากโรงแรมปารีส ลาสเวกัส ในรัฐเนวาดา

ในตอนที่ Tianducheng เปิดใหม่ๆ เมื่อสิบปีก่อน บรรยากาศช่างเงียบเหงาราวกับเมืองผี บ้านเรือนหลายหลังยังคงว่างเปล่าปราศจากผู้อยู่อาศัย จากนั้นไม่นานจำนวนประชากรก็เพิ่มขึ้นเป็นหลักพัน และกลายมาเป็นหมุดหมายของนักท่องเที่ยวทั้งในและนอกประเทศในเวลาต่อมา รวมไปถึงคู่แต่งงานใหม่ที่ต้องการภาพเวดดิ้งสวยๆ โดยไม่ต้องไปไกลถึงเมืองนอก

อาคารในกรุงปารีสปลอม
อาคารในเมือง Tianducheng ทางภาพขวามีหน้าตาคล้ายกับอาคารในกรุงปารีสมาก
อนุสาวรีย์เทพเจ้าอพอลโลปลอม
อนุสาวรีย์ของเทพเจ้าอพอลโล ในพระราชวังแวร์ซายส์ มีฝาแฝดอยู่ในเมืองจีน

Tianducheng ไม่ใช่สถานที่เพียงแห่งเดียวที่มีแลนด์มาร์คจากทั่วโลกมาตั้งไว้ ที่นอกกรุงปักกิ่งเอง เมือง Jackson Hole จำลองจากรัฐไวโอมิง ของสหรัฐฯ กำลังอ้าแขนต้อนรับนักท่องเที่ยว ทั้งยังมีเมืองคาวบอยจำลอง และรูปปั้นของวินสตัน เชอร์ชิล ตั้งตระหง่านอยู่ในเมือง Thames ของเซี่ยงไฮ้ ในเมืองฝูโจวเองก็กำลังก่อสร้างบ้าน  Stratford-upon-Avon จำลองเพื่อเป็นเกียรติแก่เช็กสเปียร์ กวีเอกของโลก ที่เมืองฝูหยางมีอาคารรัฐสภาสหรัฐฯ จำลอง และในเมืองกวางตุ้งเองก็ไม่น้อยหน้าเพราะมีเมืองฮัลล์ชตัทท์จำลอง เมืองเล็กๆ ริมทะเลสาบที่ได้ชื่อว่าเป็นมรดกโลกของออสเตรีย

ดูเหมือนว่าสถาปนิกชาวจีนจะเชื่อว่าการสร้างอาคารหรือเมืองที่เป็นสถานที่สำคัญในอังกฤษ, ฝรั่งเศส, กรีซ และสหรัฐอเมริกา จะเป็นการพิสูจน์ให้เห็นถึงฝีมือของพวกเขา อย่างไรก็ตามคนที่ได้กำไรเห็นจะเป็นบรรดานักท่องเที่ยว เพราะพวกเขาสามารถชมความงามของกำแพงเมืองจีน และปารีสจำลองได้ในทริปเดียวกัน ส่วนรัฐบาลจีนเองก็ผลักดันสนับสนุนไอเดียนี้

เรื่อง Gulnaz Khan

ภาพถ่าย Francois Prost

ปารีส
ภาพโมนาลิซ่าพบได้ทั่วโลก ในจีนเองก็เช่นกัน
ปารีส
โคมไฟที่ช่วยให้บรรยากาศของเมืองคล้ายยุโรปมากขึ้น

 

เรื่องแนะนำ

นั่ง รถไฟเกาหลีเหนือ สู่พื้นที่ชนบท

นั่งบนเส้นทาง รถไฟเกาหลีเหนือ ในชนบท ที่น้อยคนสามารถเข้าถึง ช่วงทศวรรษที่ 1960 เมื่อครั้งมาร์ก โดแรนยังเป็นเด็กชายชาวอังกฤษ เขารู้สึกตื่นตากับหัวรถจักรไอน้ำ ในปี 1978 เขาเดินทางไปยังเยอรมนีตะวันออก เพื่อไล่ตามรถจักรไอน้ำใน ‘ดินแดนต้องห้าม’ ของยุคสมัยนั้น กว่า 40 ปีให้หลัง แรงบันดาลใจนี้ได้พาเขามาที่เกาหลีเหนือ เพื่อนั่ง รถไฟเกาหลีเหนือ โดยในปี 2016 เขานั่งรถไฟสายมอสโก-อูลานบาตอร์-ปักกิ่ง ข้ามจากไซบีเรียและมองโกเลียสู่กรุงเปียงยาง และในเดือนกันยายน 2018 เขากับกลุ่มทัวร์ได้เดินทางจากกรุงเปียงยางไปยังเมืองราซ็อน ที่ตั้งอยู่ใกล้ชายแดนจีนและรัสเซียที่ต้องเดินทางผ่านพื้นที่ชนบทมากมาย โดยปกติแล้ว ชาวต่างชาติไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางออกนอกกรุงเปียงยาง แต่ด้วยบริการจากบริษัททัวร์ที่ได้รับอนุญาตจากทางการเกาหลีเหนือ ทริปการท่องเที่ยวชนบทด้วยรถไฟเกาหลีเหนือจึงเกิดขึ้นได้ ที่สถานีราซ็อนนี้ ผู้โดยสารสามารถเดินทางต่อไปยังรัสเซียหรือข้ามไปที่ประเทศจีนได้ เรื่อง SOO YOUN ภาพถ่าย DAVIDE MONTELEONE อ่านเพิ่มเติม ภาพชีวิตที่แทบไม่ต่างในเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้

Camping Etiquette : แคมป์อย่างไรให้ยั่งยืน

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาวงการแคมปิ้งเมืองไทยเป็นที่นิยมขึ้นมาแบบก้าวกระโดด ปัจจัยที่ทำให้เป็นเช่นนั้น ส่วนหนึ่งมาจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ทำให้การท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศต้องหยุดชะงักลง ผู้คนหันมาให้ความสนใจไปพักผ่อนยังสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติแบบกลางแจ้ง และ แคมปิ้ง กันมากขึ้น ปี 2020 นี้ จึงเรียกได้ว่าเป็นปีทองของกิจกรรมเอ๊าต์ดอร์ทุกรูปแบบ หลาย ๆ คนตกหลุมรักเสน่ห์ของการนอนกลางดินกินกลางทราย และเริ่มออกไปใช้ชีวิตกลางแจ้งเพื่อค้นหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่แตกต่างจากชีวิตประจำวัน แต่จะมีใครรู้บ้างว่าประวัติศาสตร์การ แคมปิ้ง มีมาอย่างยาวนาน ทั้งในทวีปอเมริกาเหนือและยุโรป โดยเฉพาะอเมริกานั้นเริ่มมาตั้งแต่ ค.ศ. 1869 จากการที่ผู้คนเริ่มหันมาชื่นชมความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ และความงามของพืชพันธุ์สัตว์ป่าต่าง ๆ จนกลายมาเป็นการสร้างรากฐานในการดูแลทรัพยากรที่ดี ทำให้อเมริกาในปัจจุบัน เป็นประเทศที่มีความก้าวหน้าในเรื่อง Recreation Camping เป็นอย่างมาก เรื่องและภาพประกอบ : ฐิตวันต์ ไชยวงศ์ จากรายงานของ North American Camping Report, sponsored by Kampgrounds of America (KOA)* ในปี 2019 มีจำนวนแคมปิ้งสูงถึง 91 ล้านครอบครัว เพิ่มจากปี […]

กรุงโซล กรณีศึกษาของ ‘เมืองรักคน’

กรุงโซล กับเคล็ดลับการสร้างเมืองที่คนรัก ทั้งต่อผู้คนในพื้นที่ และผู้คนทั้งโลก สื่อบันเทิงจากเกาหลีก้าวเข้ามาเป็นกระแสหลักของโลกภายในช่วงทศวรรษ ภาพบรรยากาศการใช้ชีวิตประจำวันอย่างสะดวกสบายในเมืองใหญ่ ความเป็นอยู่แสนสบายในสวนสาธารณะริมแม่น้ำฮัน หรืออาหารการกินแบบฉบับเกาหลีถูกส่งผ่านสู่สายตาชาวโลก จนซึมซับกลายมาเป็นหมุดหมายของการเดินทางของชาวไทย ว่าสักครั้งจะต้องเดินทางไปเยือนมหานครแห่งนี้ให้ได้ วันหนึ่งในช่วงเย็นย่ำหลังเลิกงาน แม้จะเป็นวันธรรมดาที่กำลังจะเข้าสู่ฤดูร้อน แต่เราเห็นภาพครอบครัวพร้อมหน้า คู่รักหลายวัย นั่งเล่นอยู่ท่ามกลางสนามหญ้าในสวนสาธารณะหรือลานกลางแจ้ง โดยมีฉากหลังเป็นแมกไม้สีเขียว นั่งชมการแสดงน้ำพุเต้นระบำ เด็กเล็กวิ่งไล่จับกับเพื่อนที่รู้ใจ ผู้ใหญ่สูงวัยจับกลุ่มนั่งคุยพลางหัวเราะ นี่คือกิจกรรมประจำวันที่เกิดขึ้นจริงใน ‘กรุงโซล’ ณ มหานครแห่งนี้ เราได้เห็นผลลัพธ์ที่ผู้คนใช้เวลาอย่างมีคุณภาพเต็มเม็ดเต็มหน่วย แต่กว่าจะเดินทางมาถึงจุดนี้ในปี 2022 กรุงโซลผ่านนโยบายการจัดการเมืองมาหลายเฟส ตั้งแต่ผังเมืองโจซอนที่นับเป็นการวางผังมหานครสมัยใหม่ฉบับแรกในปี 1934 ก่อนที่สงครามจะนำมาสู่การปฏิรูปเมืองใหม่ การพัฒนาผังเมืองถูกประเมินทุกสิบปี เพื่อนำมาสร้างแผนใหม่ จนกระทั่งถึงปัจจุบันที่มองวิสัยทัศน์ของอนาคตที่ ‘การสร้างเมืองแห่งความสุขของประชากรผ่านการสื่อสารและความคิดเห็น’   เมืองที่คนเดินถนนเป็นศูนย์กลาง หลังจากผ่านความตรากตรำในช่วงสงคราม ส่งผ่านมาถึงการสร้างเมืองใหม่ระดับโลกด้วยงานโอลิมปิกและฟุตบอลโลก นโยบายถัดไปเพื่อส่งเสริมความเติบโตของกรุงโซลในรูปแบบใหม่คือการใช้ดีไซน์เข้ามาสร้างมูลค่า และเป็นประวัติศาสตร์บทใหม่ให้กับกรุงโซล ในแผนพัฒนาเมืองฉบับล่าสุด 2030 Seoul Plan ที่เป็นยุทธศาสตร์การพัฒนาผังเมืองในอีก 20 ปีข้างหน้า มีข้อหนึ่งระบุอย่างชัดเจนว่า จะต้องเป็นผังเมืองที่มีผู้คนและสถานที่เป็นศูนย์กลางในแต่ละย่านเพื่อนบ้าน (Neighborhood Plan) ด้วยการจัดสรรสิ่งแวดล้อมและสาธารณูปโภคให้ผู้คนมีคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมในชีวิตประจำวันที่ดี และกระจายแนวคิดเหล่านี้ไปตามชุมชนต่างๆ อย่างสมดุล เพื่ออำนวยความสะดวกให้เท่าเทียมกันในทุกเขต […]

โรงแรมน้ำแข็ง 9 แห่งสุดหรูสไตล์กระท่อมอิกลู

โรงแรมน้ำแข็ง เหล่านี้คือสถานที่พักผ่อนสำหรับผู้ที่อยากสัมผัสความหนาวเย็นแบบถึงใจ กว่า 5,000 ปีที่ชาวเอสกิโม ต้องอาศัยอยู่ในสภาพอากาศอันหนาวเหน็บของแถบขั้วโลกเหนือ อีกทั้งหิมะยังปกคลุมพื้นที่เกือบทั้งหมดอีกด้วย ซึ่งนั้นก็แปลว่าทัศนียภาพพื้นที่สีเขียวของพวกเขาก็แทบจะเป็นศูนย์เลย แต่อากาศหนาวก็ไม่เป็นอุปสรรค พวกเขาได้สร้างที่อยู่อาศัยเพื่อที่จะรับมือกับสภาพอากาศอันเลวร้าย โดยมีชื่อเรียกว่า “อิกลู”เป็นที่รู้จักกันว่า บ้านเอสกิโม ประกอบไปด้วยน้ำแข็ง โดยจุดเด่นของมันคือ ด้วยความที่คุณสมบัติของมันเป็นน้ำแข็ง ทำให้บ้านเอสกิโมนั้นสามารถเก็บกักความร้อนได้ดีเป็นพิเศษ ด้วยเหตุนี้ทำให้บริเวณภายในของบ้านนั้น มีอุณหภูมิที่อุ่นกว่าภายนอกมากถึง 4-15 องศาเซลเซียสกันเลยทีเดียว และด้วยอานิสงค์จากการสร้างอิกลูของชาวเอสกิโม โรงแรมทั่วโลกต่างได้นำแนวคิดนั้นเองมาปรับใช้ พร้อมกับทำให้การอาศัยอยู่กับน้ำแข็งนั้น เป็นเรื่องที่สุดแสนสบายสำหรับคนปกติทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาการบนจานน้ำแข็ง การนอนแผ่ราบไปกับเตียงน้ำแข็งที่ตกแต่งไปด้วยขนสัตว์ ที่ทำให้รู้สึกราวกับอยู่ในพระราชวัง พร้อมกับดื่มด่ำกับบรรยากาศสุดหรู่ หรือแม้กระทั่งชื่นชมการละลายของแผ่นน้ำแข็ง และแสงอโรร่าสุดสวยงาม สำหรับใครที่อยากดื่มด่ำกับบรรยากาศหน้าหนาวของแท้ วันนี้ทางเนชั่ลแนล จีโอกราฟฟิก ได้รวบรวม โรงแรมน้ำแข็ง สไตล์อิกลู 9 แห่งมาไว้ในบทความนี้แล้ว Borealis Basecamp, Alaska ถึงแม้ว่านักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ของอลาสกานั้น จะมาเที่ยวกันในช่วงของฤดูร้อนกันเป็นส่วนใหญ่ แต่ด้วยความที่ทางโรงแรม Borealis Basecamp ตั้งอยู่บน 25 ไมล์ในทางเหนือของ Fairbanks และบริเวณรอบยังมีต้นสปรูซและต้นเบิร์ชปกคลุมไว้ ทำให้มีความเหมาะกับการไปพักผ่อน สัมผัสอากาศหนาวเป็นอย่างยิ่ง ด้วยโดมขนาดความยาว […]