Explorer Awards 2018: พิศาล แสงจันทร์ และทายาท เดชเสถียร

Explorer Awards 2018: พิศาล แสงจันทร์ และทายาท เดชเสถียร

พิศาล แสงจันทร์ และทายาท เดชเสถียร

นักทำสารคดีรายการ “หนังพาไป”

พิศาล แสงจันทร์ และทายาท เดชเสถียร สองคู่หูผู้ผลิตรายการ “หนังพาไป” แห่งช่องไทยพีบีเอส ที่สร้างความหมายใหม่ของรายการสารคดีการเดินทาง ซึ่งได้รับความนิยมต่อเนื่องยาวนาน เริ่มต้นผลิตรายการจากการเดินทางไปยังเทศกาลภาพยนตร์ทั่วโลกที่ทั้งสองส่งผลงานเข้าร่วมประกวด ทำให้มีโอกาสสำรวจความแตกต่างของผู้คน สังคมและวัฒนธรรม ในขณะเดียวกันก็ย้อนกลับมามองและพาให้ผู้ชมครุ่นคิดกับสิ่งที่เกิดขึ้นในบ้านของเราเอง

 

การสำรวจเกี่ยวข้องกับงานตัวเองยังไง

งานที่ทำอยู่มันเกี่ยวข้องกับการเดินทาง เหมือนเป็นการสำรวจไปด้วย สังเกตเรื่องราวของคนในพื้นที่ ความเป็นอยู่ และวิถีชีวิตในสถานที่ที่เราเดินทางไป และในขณะเดียวกันเราได้ย้อนมาสำรวจตัวเอง และประเทศของเราด้วย

การสำรวจอาจจะเป็นการสำรวจที่เราอยากรู้ ซึ่งเรารู้สึกว่าแตกต่างจากการรายการท่องเที่ยวสมัยก่อนที่นำเสนอเฉพาะความสวยงามของประเทศนั้น แต่เวลาพวกเราเดินทางไปประเทศนั้น พวกเรารู้สึกว่า เราสนใจสิ่งที่อยู่รอบๆ ตัวเรามากกว่า การเดินทางจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง เขาทำกันยังไง เขากินอยู่อย่างไร บ้านเมืองเขาแก้ปัญหาเหล่านั้นอย่างไร จุดนี้ก็เหมือนเป็นการสำรวจอย่างหนึ่งที่ทำให้ทราบถึงสิ่งที่ยังไม่รู้มาก่อน

 

การสำรวจ ในมุมของบอล-ยอด

พอเริ่มเดินทางและเห็นคนอื่นๆ ออกเดินทางมากขึ้น การสำรวจไม่ใช่แค่การสำรวจพื้นที่ หรือผู้คน แต่เมื่อเวลาเราเดินทาง เราก็จะได้สำรวจตัวเองไปด้วย แม้ว่า เราจะเดินทางไปไกลแค่ไหน แต่สุดท้ายเราก็ต้องมองเข้าไปในจิตใจของตัวเอง เหมือนเป็นการสำรวจภายในของตัวเอง ในวัยเด็ก เราจะมองว่าคนที่เดินทางเยอะๆ ได้ไปในที่แปลก เรามองคนเหล่านั้น เป็นเหมือนผู้ยิ่งใหญ่ และน่าทึ่งมา แต่พอเติบโตมา เราได้เห็นคนมากขึ้น ต่อให้คนที่ไม่ได้เดินทางเยอะ แต่เขารู้จักตัวตนภายในของตัวเอง เราก็รู้สึกว่าคนนั้นก็ยิ่งใหญ่เหมือนกัน และไม่ได้ต่างกันกับคนที่เดินทางเยอะๆ

พิศาล แสงจันทร์ และทายาท เดชเสถียร

 

เบื้องหลังรายการหนังพาไป

เริ่มต้นจากการส่งหนังไปประกวด และได้เดินทางไปประเทศต่างๆ เพื่อทำหนังไปประกวดอีก ด้วยหลายๆ ปัจจัย จึงกลายมาเป็นรายการทีวีที่รูปแบบเนื้อหารายการแปลกออกไปในยุคนั้น เรามองย้อนกลับไปทบทวนดู แล้วพบว่า รายการที่ถ่ายทอดออกมาเกิดจากการแก้ปัญหา เช่น เราไม่มีพิธีกร เราก็ใช้คนใกล้ตัวของเราเอง ทุกอย่างเกิดจากการแก้ปัญหา แล้วก็ผสมกันออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่คนบอกว่า มันเป็นนวัตกรรมใหม่ สุดท้ายแล้ว ผมรู้สึกว่า สมองเราจะมีความคิดสร้างสรรค์ที่ไม่สิ้นสุดเมื่อเราเจอปัญหา

“พอเริ่มเดินทางและเห็นคนอื่นๆ ออกเดินทางมากขึ้น การสำรวจไม่ใช่แค่การสำรวจพื้นที่ หรือผู้คน แต่เมื่อเวลาเราเดินทาง เราก็จะได้สำรวจตัวเองไปด้วย แม้ว่า เราจะเดินทางไปไกลแค่ไหน แต่สุดท้ายเราก็ต้องมองเข้าไปในจิตใจของตัวเอง”

พิศาล แสงจันทร์ และทายาท เดชเสถียร

 

อะไรคือแรงบันดาลใจของพี่ๆ ในการออกเดินทาง

เมื่อเราดูรายการเดินทางท่องเที่ยวในยุคนั้น เรารู้สึกว่า การเดินทางไปต่างประเทศเป็นเรื่องยาก และต้องใช้เงินจำนวนมาก ครั้งเมื่อตอนส่งหนังไปประกวดปรากฏว่าเราได้เดินทาง และค้นพบว่า การเดินทางในต่างประเทศเป็นเรื่องสนุกจังเลย และไม่เหมือนกับต่างประเทศที่เราเคยเห็นในรายการทีวี เราไม่จำเป็นต้องแต่งตัวดี ไม่ต้องกินของแพง แต่เราสนุกกับการแก้ปัญหา เราไม่จำเป็นต้องมีรถมารับ เราก็ขึ้นรถโดยสารประจำทาง เราก็ไปได้ การเดินทางจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งสามารถมีส่วนลดบัตรลด ซึ่งรายการท่องเที่ยวส่วนใหญ่ไม่ได้นำเสนอในจุดนี้ เราเลยรู้สึกว่ายิ่งเดินทางยิ่งสนุก อาจจะเป็นการสำรวจโลกที่เราไม่เคยรู้

พิศาล แสงจันทร์ และทายาท เดชเสถียร

 

ที่ผ่านมาการเดินทางให้อะไรกับพวกพี่ เติบโตอะไรจากการเดินทาง

การเดินทางเป็นเหมือนส่วนหนึ่งของชีวิตเราไปแล้ว เป็นเหมือนรูปแบบการใช้ชีวิตของเรามากกว่า เราเลือกเส้นทางชีวิตที่ไม่ได้ทำงานประจำ เพราะฉะนั้น เราเลือกออกเดินทางไปเรื่อยๆ และหารายได้จากการเดินทาง จึงเป็นเหมือนแบบแผนของชีวิตในแบบที่เราออกแบบเอง

พวกเรารู้สึกว่า พอไปในหลายๆ ประเทศ โลกเรามันกว้างกว่าที่เราเคยรู้มา บางอย่างมันจริงในสังคมหนึ่ง แต่อีกในสังคมหนึ่งเป็นเรื่องไม่จริง บางที่การมองภาพว่า โลกเราต้องเป็นแบบนี้ เรารู้ว่ามันไม่จริง โลกเรามันมีความหลากหลายกว่าที่เรารู้ เพราะฉะนั้น เวลาที่เรารู้รูปแบบอะไรมา เช่น ฝรั่งเค้าทำแบบนี้ ตะวันตกเค้าคิดแบบนี้ เค้าถึงเจริญกว่าเรา เราก็จะไม่เชื่อ เราก็จะเกิดคำถามประมาณว่า ฝรั่งชาติไหน ในยุคใดของช่วงประวัติศาสตร์ พอไปเราก็จะเห็นว่า เขาก็มีพัฒนาการ มีความผิดพลาดในแบบของเขา พอไปอีกประเทศข้างๆ กัน เขาก็มีความขัดแย้งในมุมมองของฝรั่งด้วยกัน พอเราเจออะไรเรื่องพวกนี้ เราเลยรู้สึกว่า ความจริงแท้ บางทีก็ต้องฟังหลายๆ หู

 

อ่านเพิ่มเติม

ชีวิต ณ ชายแดนจีน-เกาหลีเหนือ

เรื่องแนะนำ

ตัวตนชีวิตของ เบียร์ สิงห์น้อย ช่างภาพผู้สร้างปรากฏการณ์ให้อาคารยุคโมเดิร์นของไทย

ชายผู้บันทึกประวัติศาสตร์และเรื่องราวของสังคมในแต่ละยุคสมัย ผ่านการถ่ายภาพสถาปัตยกรรม วันนี้เรานัด เบียร์-วีระพล สิงห์น้อย หรือ Beersingnoi ช่างภาพสถาปัตย์ คุยเรื่องการทำงานถ่ายภาพและชีวิตของเขา เบียร์คือเจ้าของไอจีและเฟซบุ๊คเพจ Foto_momo รวมภาพถ่ายตึกและอาคารเก่ายุคโมเดิร์นที่เขาตั้งใจตระเวนถ่ายทั่วไทย นอกจากความหลงใหลในการถ่ายภาพอาคารยุคโมเดิร์น เราค้นพบว่าเบียร์ก็ชอบเรื่องประวัติศาสตร์ไม่แพ้กัน เขาอ่านหนังสือประวัติศาสตร์เยอะมาก และรักในประวัติศาสตร์ไทยมาตั้งแต่สมัยเรียนด้วย ทุกภาพถ่ายของเขาจึงมีเรื่องราวและเรื่องเล่าเบื้องหลัง เขาเคยบอกว่าตึกและอาคารคือหลักฐานของการเปลี่ยนผ่านยุคสมัย แสดงถึงค่านิยมทางสถาปัตยกรรมและเทคโนโลยีการก่อสร้างในยุคนั้น ๆ ด้วย และนี่คือบทสนทนากับ เบียร์ สิงห์น้อย ถึงตัวตนชีวิต ในฐานะช่างภาพสถาปัตยกรรมผู้สร้างปรากฏการณ์ให้อาคารยุคโมเดิร์นของเมืองไทย คุณชอบถ่ายตึกยุคโมเดิร์นหรอ ปัจจุบันก็เรียกว่าหลงใหลดีกว่า เมื่อก่อนก็ไม่ได้ชอบ ก็มองผ่านตลอด ไม่ได้มองตึกยุคนี้มาก แต่ว่าพอยิ่งหลงกับมันยิ่งมองไปทางไหนมันก็ยิ่งเจอ ตึกที่ชอบที่สุดที่เคยไปเจอมาคือตึกไหน ตึกฟักทอง เพราะว่ามันเป็นจุดเริ่มต้นจริง ๆ เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราสนใจงานประเภทนี้ ตอนนั้นมันรู้สึกว่า เฮ้ย ทำไมตึกมันเท่ขนาดนี้ ตึกมันเท่แต่ทำไมไม่มีใครพูดถึง ซึ่งพบคำตอบว่า เพราะคนส่วนมากยังไม่ได้สนใจ จริง ๆ วันนั้นที่เราไปถ่ายตึกฟักทอง ก็คือการไปทำงานนั่นแหละ ไปถ่ายรูปให้สมาคมสถาปนิกสยามซึ่งเค้าจะมอบรางวัลอาคารอนุรักษ์ ให้ทุกปี เราเองก็มีโอกาสได้ไปถ่ายตึกนี้ ตอนถ่ายตึกฟักทองก็รู้สึกว่าเราเรียนสถาปัตย์มาตั้งสี่ห้าปีทำไมไม่รู้จักตึกนี้เลย (หัวเราะ) เราประทับใจตึกนี้มากก็เลยไปหาว่าคนออกแบบตึกนี้คือใคร แล้วเค้าทำงานที่ไหนสร้างตึกที่ไหนอีกบ้าง ก็เริ่มตะเวนถ่ายผลงานของคุณอมร […]

วิวาทะว่าด้วยกำแพงแบ่งพรมแดนสหรัฐฯ-เม็กซิโก

คนอเมริกันคิดว่ากำแพงจะสามารถแก้ปัญหาได้ ทั้งที่ความจริงแล้วไม่ใช่ ชมผลงานชุดภาพถ่ายของ ริชาร์ด มิสรัก ที่สะท้อนถึงแนวคิดชาตินิยมผ่านพรมแดน

กลับไปเยือนฟุกุชิมะ

กลับไปเยือน ฟุกุชิมะ หลายปีผ่านไปหลังเกิดเหตุการณ์ภัยพิบัตินิวเคลียร์ในจังหวัด ฟุกุชิมะ ระดับของกัมมันตรังสียังคงสูงและอันตรายเกินกว่าที่มนุษย์จะอาศัยอยู่ได้ ขณะนี้บริเวณรอบๆ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่เกิดภัยพิบัติกลายสภาพมาเป็นเมืองร้าง ร่วมเดินทางกลับไปยังเมือง Futaba ที่ตั้งอยู่ห่างจากโรงไฟฟ้าราว 2.5 ไมล์ พร้อมกับชายผู้เคยอาศัยอยู่ที่นี่ ออกสำรวจเมืองอันเงียบเหงาและบ้านของเขาที่ร่องรอยของการมีชีวิตอยู่ยังคงปรากฏให้เห็น พร้อมรับฟังว่าภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในครั้งนั้นได้เปลี่ยนแปลงชีวิตเขาไปอย่างไรบ้าง ด้านรัฐบาลญี่ปุ่นใช้เงินจำนวนหลายพันล้านดอลล่าร์ในการทำความสะอาดพื้นที่รอบๆ ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ ซึ่งทำให้ช่วงหลายปีที่ผ่านมาปริมาณรังสีที่ตกค้างลดลงอย่างมาก อย่างไรก็ตามคาดกันว่าบริเวณที่ใกล้กับศูนย์กลางภัยพิบัตินั้นอาจไม่สามารถพัฒนาพื้นที่ให้กลับมาอยู่อาศัยได้อีก   อ่านเพิ่มเติม นี่คือสิ่งที่อาวุธนิวเคลียร์ทิ้งเอาไว้

โบราณวัตถุเปิดเผยถึง “การดำเนินการทูตด้วย เบียร์” ในวันท้ายๆ ของอาณาจักรโบราณ

ชาววารีโบราณดื่มเบียร์ชิชาจากภาชนะที่มีการตกแต่งอย่างประณีต ในงานเลี้ยงพิธีการ ภาพถ่ายโดย KENNETH GARRETT, NAT GEO IMAGE COLLECTION การวิจัยเกี่ยวกับแก้ว เบียร์ ที่ถูกทำลายหลังงานเฉลิมฉลองครั้งใหญ่เมื่อเกือบ 1,000 ปีก่อน แสดงให้เห็นว่าอาณาจักรวารีในเปรูจัดงานฉลองครั้งสำคัญในบริเวณชายขอบของอาณาจักรที่กำลังล่มสลายได้อย่างไร ในราวคริสต์ศักราชที่ 1050 เหล่าชนชั้นนำที่อาศัยอยู่ใน Cerro Baúl ได้จัดงานฉลองเพื่อยุติงานฉลองทั้งมวล Cerro Baúl เป็นเมืองอาณานิคมหน้าด่านซึ่งตั้งอยู่ ณ ชายขอบด้านใต้สุดของอาณาจักรวารี (Wari) ในบริเวณที่ปัจจุบันคือประเทศเปรู ตำแหน่งที่ตั้งบนที่ราบสูงชันและไม่มีแหล่งน้ำธรรมชาตินับว่าไร้ประสิทธิภาพอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะเมื่อเมืองนี้เป็นจุดหมายของงานเฉลิมฉลองอย่างสุรุ่ยสุร่าย และการหมัก เบียร์ เป็นเวลากว่าสี่ศตวรรษที่ผู้นำวารีที่อาศัยอยู่ในเมือง Cerro Baúl ได้จัดงานฉลองร่วมกับทั้งคู่อริของพวกเขาจากอาณาจักร Tiwanaku และผู้นำท้องถิ่นที่อยู่ใต้การปกครองของอาณาจักรสำคัญทั้งสอง โดยในงานฉลองที่ว่านี้ พวกเขาชื่นชมภาพทิวทัศน์เหนือหุบเขา Moquegua พร้อมกับเอร็ดอร่อยกับอาหารอย่างหนูตะเภา ตัวลามะ และปลา และแน่นอน งานเฉลิมฉลองย่อมต้องมีน้ำเมา พวกเขาดื่มเครื่องดื่มลักษณะคล้ายเบียร์ที่เรียกว่าชิชา (Chicha) กันอย่างหัวราน้ำ ซึ่งเครื่องดื่มดังกล่าวหมักจากข้าวโพดและเม็ดพริกไทย แต่ในงานเฉลิมฉลองครั้งหนึ่งเมื่อ 950 ปีก่อน ซึ่งเป็นช่วงที่อาณาจักรวารีกำลังล่มสลาย เหล่าผู้ร่วมงานได้ปิดการเฉลิมฉลองด้วยการทำลายโรงหมักเบียร์ในสถานที่แห่งนี้ […]