มองใหม่เรื่องเพศสภาพ - National Geographic Thailand

มองใหม่เรื่องเพศสภาพ

มองใหม่เรื่องเพศสภาพ

พวกเราส่วนใหญ่เรียนในชั้นเรียนชีววิทยามัธยมปลายว่า โครโมโซมเพศเป็นตัวตัดสินเพศของทารก กล่าวคือโครโมโซมเอกซ์เอกซ์ (XX) หมายถึงเด็กผู้หญิง ส่วนโครโมโซมเอกซ์วาย (XY) หมายถึงเด็กผู้ชาย แต่ในบางครั้งโครโมโซมก็ไม่ได้บอกทุกอย่าง

ปัจจุบัน  เรารู้ว่าองค์ประกอบต่างๆที่ใช้พิจารณาความเป็น “เพศชาย” และ “เพศหญิง” นั้นไม่ได้ตรงไปตรงมา อย่างที่คิด  ไม่จำเป็นว่าคนที่มีโครโมโซมเอกซ์เอกซ์จะต้องมีทั้งรังไข่ ช่องคลอด เอสโทรเจน (ฮอร์โมนเพศหญิง) อัตลักษณ์ทางเพศหญิง และพฤติกรรมของเพศหญิงเสมอไป หรือคนที่มีโครโมโซมเอกซ์วายจะต้องมีทั้งอัณฑะ องคชาต เทสโทสเตอโรน (ฮอร์โมนเพศชาย) อัตลักษณ์ทางเพศชาย และพฤติกรรมของเพศชายเสมอไป มีความเป็นไปได้ว่า ผู้ที่มีโครโมโซมเอกซ์เอกซ์อาจมีลักษณะของเพศชายในเชิงกายวิภาค สรีรวิทยา และจิตวิทยา  เช่นเดียวกับผู้ที่มีโครโมโซมเอกซ์วายอาจมีลักษณะของเพศหญิง

เอ็มบริโอแต่ละตัวจะเริ่มต้นจากอวัยวะพื้นฐานเป็นคู่ๆที่เรียกว่า โพรโท-โกแนด (proto-gonad) ซึ่งจะเจริญไปเป็นอวัยวะสืบพันธุ์ของเพศชายหรือเพศหญิงภายหลังตั้งครรภ์ได้หกถึงแปดสัปดาห์  ตามปกติการเปลี่ยนแปลงทางเพศถูกกำหนดโดยยีนบนโครโมโซมวายที่มีชื่อว่ายีน เอสอาร์วาย (SRY) ซึ่งทำให้โพรโท-โกแนดเปลี่ยนเป็นอัณฑะ จากนั้นอัณฑะจะหลั่งฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนและฮอร์โมนเพศชายอื่นๆ (เรียกรวมๆว่า แอนโดรเจน) ทำให้ทารกในครรภ์พัฒนาต่อมลูกหมาก ถุงอัณฑะ และองคชาต หากไม่มียีน เอสอาร์วาย โพรโท-โกแนดจะกลายเป็นรังไข่และหลั่งฮอร์โมนเอสโทรเจน ทารกในครรภ์จะสร้างอวัยวะเพศหญิง (เช่น มดลูก ช่องคลอด และคลิตอริสหรือปุ่มกระสัน)

แต่การทำงานของยีน เอสอาร์วาย ไม่ได้ตรงไปตรงมาเช่นนั้นเสมอ ยีนนี้อาจขาดหายไปหรือทำงานผิดปกติ ทำให้เอ็มบริโอที่มีโครโมโซมเอกซ์วายไม่สามารถพัฒนาลักษณะทางกายวิภาคของเพศชายได้ และถูกระบุตั้งแต่เกิดว่าเป็นเด็กผู้หญิง หรือความผิดปกติอาจเกิดขึ้นในโครโมโซมเอกซ์  ทำให้เอ็มบริโอที่มีโครโมโซมเอกซ์เอกซ์พัฒนาลักษณะทางกายวิภาคของเพศชายและถูกระบุตั้งแต่เกิดว่าเป็นเด็กผู้ชาย

เพศสภาพ
ตอนอายุสี่ขวบ ทรินิตี เซเวียร์ สกาย แทบไม่ปริปากพูดเลย เธอเริ่มเคี้ยวเสื้อผ้าเด็กผู้ชายของเธอ และบอกว่าอยากจะ ตัดองคชาตทิ้ง เธอรบเร้าพ่อแม่ให้พาไปหานักบำบัดซึ่งถามพวกเขาว่า “พวกคุณอยากได้เด็กผู้หญิงที่มีความสุขหรือเด็กผู้ชาย ที่ไร้ชีวิตล่ะครับ” เดอแชนนา นีล แม่ของทรินิตี สนับสนุนลูกอย่างสุดตัว ตอนนี้ทรินิตีอายุ 12 ปีแล้วและกำลังใช้ยายับยั้งวัย เริ่มเจริญพันธุ์

การแปรผันทางพันธุกรรมอาจเกิดขึ้นโดยไม่เกี่ยวข้องกับยีน เอสอาร์วาย ก็ได้ อย่างเช่นกลุ่มอาการไม่ตอบสนองต่อแอนโดรเจนอย่างสมบูรณ์หรือซีเอไอเอส (complete androgen insensitivity syndrome: CAIS) ซึ่งเซลล์ของเอ็มบริโอที่มีโครโมโซมเอกซ์วายตอบสนองต่อสัญญาณฮอร์โมนเพศชายได้เพียงเล็กน้อย แม้ว่าโพรโท-โกแนดยังคงเปลี่ยนแปลงไปเป็นอัณฑะ และทารกในครรภ์สร้างแอนโดรเจนได้ แต่ไม่มีการพัฒนาอวัยวะเพศชายเกิดขึ้น ทารกจะดูเหมือนเพศหญิงคือมีทั้งคลิตอริสและช่องคลอด และส่วนใหญ่จะเติบโตโดยมีความรู้สึกว่าตนเองเป็นหญิง

เพศสภาพเป็นการผสมผสานขององค์ประกอบหลายอย่าง ทั้งโครโมโซม (เอกซ์และวาย) กายวิภาค (อวัยวะเพศภายในและภายนอก) ฮอร์โมน (ระดับของเทสโทสเตอโรนและเอสโทรเจน) จิตวิทยา (อัตลักษณ์ทางเพศที่ตนเป็นผู้กำหนด) และวัฒนธรรม (พฤติกรรมทางเพศที่สังคมเป็นผู้กำหนด) และบางครั้งผู้ที่เกิดมาพร้อมกับโครโมโซมและอวัยวะเพศของเพศหนึ่งก็ตระหนักว่า พวกเขาเป็นคนข้ามเพศซึ่งหมายความว่า  พวกเขามีอัตลักษณ์ทางเพศภายในที่เป็นไปในทางเพศตรงข้าม หรือแม้แต่ไม่ตรงกับเพศใด

ในทางชีววิทยา นักวิทยาศาสตร์บางคนคิดว่า การเป็นคนข้ามเพศอาจย้อนรอยกลับไปถึงช่องว่างในพัฒนาการของทารกในครรภ์ “การเปลี่ยนแปลงทางเพศของอวัยวะเพศเกิดขึ้นในช่วงสองเดือนแรกของการตั้งครรภ์” ดิ๊ก สวาบ นักวิจัยจากสถาบันประสาทวิทยาศาสตร์เนเธอร์แลนด์ในกรุงอัมสเตอร์ดัม เขียนไว้ “ขณะที่การเปลี่ยนแปลงทางเพศของสมองเริ่มขึ้นในช่วงครึ่งหลังของการตั้งครรภ์” ดังนั้นอวัยวะเพศและสมองจึงได้รับอิทธิพลจากสภาพแวดล้อมที่ต่างกันทั้งในเรื่อง “ฮอร์โมน สารอาหาร ยา และสารเคมีอื่นๆ” ในช่วงเวลาที่ห่างกันหลายสัปดาห์ในครรภ์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงทางเพศ

นี่ไม่ได้หมายความว่ามีสมองของ “ชาย” และ “หญิง” อย่างชัดเจน แต่อย่างน้อยก็มีลักษณะบางอย่าง เช่น ความหนาแน่นของส่วนเนื้อสีเทาของสมอง หรือขนาดของไฮโปทาลามัสที่มีแนวโน้มแตกต่างกันในระหว่างเพศ และปรากฏว่าคนข้ามเพศมีสมองที่ดูจะใกล้เคียงกับสมองของเพศที่พวกเขาระบุด้วยตัวเองในภายหลังมากกว่าเพศกำเนิด (หรือเพศที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด)

เพศสภาพ
ฮันเตอร์ คีท วัย 17 ปี ถูกกำหนดว่าเป็นเพศหญิงตอนเกิด เขารู้สึกว่าตนเองเป็นเด็กผู้ชายตั้งแต่อยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ห้า เขาบอกเรื่องนี้กับเพื่อนๆตอนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่หนึ่ง และบอกพ่อแม่ตอนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่สอง เขาได้รับการผ่าตัด เอาเต้านมออกก่อนที่จะถ่ายภาพนี้สองสัปดาห์ ตอนนี้เขาเพลิดเพลินกับการถอดเสื้อเล่นสเกตบอร์ดในละแวกบ้านที่รัฐมิชิแกน

มีบางสิ่งที่ต้องพูดเกี่ยวกับการแบ่งเป็นสองเพศ (binary) เราอาจกล่าวได้อย่างค่อนข้างแน่นอนว่า คนส่วนใหญ่ หรือมากกว่าร้อยละ 99 จัดตนเองไว้ตรงปลายของเพศใดเพศหนึ่ง การเป็นส่วนหนึ่งของการแบ่งเป็นสองเพศทำให้การใช้ชีวิตประจำวันง่ายขึ้น ทั้งการซื้อเสื้อผ้า เข้าทีมกีฬา และทำหนังสือเดินทาง แต่ผู้คนในปัจจุบัน โดยเฉพาะคนหนุ่มสาว กำลังตั้งคำถามไม่เพียงต่อเพศสภาพที่พวกเขาถูกกำหนดมาตั้งแต่เกิด แต่ยังรวมถึงการแบ่งเป็นสองเพศด้วย

เมื่อไม่นานมานี้ การสำรวจคนยุคสหัสวรรษซึ่งมีอายุระหว่าง 18 ถึง 34 ปีจำนวนหนึ่งพันคนพบว่า ครึ่งหนึ่งของพวกเขาคิดว่า “เพศสภาพเป็นเหมือนสเปกตรัมหรือแถบสีระหว่างสองขั้ว และบางคนก็อยู่นอกกรอบหรือการจำแนกเพศสภาพแบบเดิมๆ” และมีจำนวนไม่น้อยทีเดียวในครึ่งหนึ่งเหล่านั้นมองตัวเองว่าเป็นพวกไม่แบ่งเป็นสองเพศ [nonbinary – ไม่ระบุหรือถูกตีกรอบว่าเป็น “ชาย” หรือ “หญิง”]  ย้อนหลังไปเมื่อปี 2012  องค์กรฮิวแมนไรต์สแคมเปญ (Human Rights Campaign)  ทำการสำรวจหญิงรักร่วมเพศ ชายรักร่วมเพศ ผู้รักร่วมสองเพศ และคนข้ามเพศ อายุระหว่าง 13 ถึง 17 ปี จำนวน 10,000 คน พบว่า ร้อยละหกระบุว่าตนเองเป็น “เพศที่เลื่อนไหลไปมา” (genderfluid) “ทั้งสองเพศรวมกัน” (androgynous) หรือคำอื่นๆที่อยู่นอกช่องของเพศชายและเพศหญิง

เรื่อง โรบิน มาแรนตซ์ เฮนิก
ภาพถ่าย ลินน์ จอห์นสัน

 

อ่านเพิ่มเติม

หลากหลายโฉมหน้าของเพศสภาพในปัจจุบัน

เรื่องแนะนำ

พระแม่มารีย์ สตรีผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก

พระแม่มารีย์ สตรีผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก เวลาแห่งการประจักษ์ 17.40 น. ณ โบถส์น้อยแห่งพระศาสนจักรโรมันคาทอลิกแห่งหนึ่งที่ในบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา  อีวาน ดราจีเซวิก  คุกเข่าลงหน้าแท่นบูชา   น้อมศีรษะลงครู่หนึ่ง รอยยิ้มค่อยๆ ปรากฏบนใบหน้า  เขาเงยหน้าขึ้นมองสรวงสวรรค์ เริ่มกระซิบกระซาบ  ฟังอย่างตั้งใจ  แล้วกระซิบอีกครั้ง  บทสนทนาประจำวันของเขากับแม่พระผู้นิรมลเริ่มขึ้นแล้ว ดราจีเซวิกเป็นเด็กเลี้ยงแกะยากจนคนแรกในหกคนที่ให้ปากคำว่า เห็นภาพนิมิตของแม่พระผู้นิรมลเมื่อปี 1981พระแม่ทรงปรากฏพระองค์ต่อเด็กสาวสี่คนและเด็กหนุ่มสองคนในฐานะ “ราชินีแห่งสันติภาพ” และส่งข้อความแรกในหลายพันข้อความ  ชี้แนะให้ผู้มีศรัทธาหมั่นสวดภาวนาและขอให้คนบาปสำนึกผิด  ตอนนั้นดราจีเซวิกอายุ 16 ปี  และเมดจูกอเรเป็นหมู่บ้านในยูโกสลาเวียที่ปกครองโดยคอมมิวนิสต์ ยังไม่ใช่ศูนย์กลางปาฏิหาริย์แห่งการรักษาและการกลับใจที่ดึงดูดผู้จาริกแสวงบุญ 30 ล้านคนในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา ฉันอยู่ที่เมดจูกอเรกับชาวอเมริกันกลุ่มหนึ่ง  ส่วนใหญ่เป็นคุณพ่อจากบอสตันกับชายสองหญิงสองที่ป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย  เรามีอาร์เทอร์ บอยล์ คุณพ่อลูก 13 วัย 59 ปีเป็นผู้นำ บอยล์มาที่นี่ครั้งแรกเมื่อปี 2000  พร้อมกับมะเร็งที่กระจายไปทั่วร่างและเวลาที่เหลืออีกไม่กี่เดือน  เขารู้สึกหดหู่สิ้นหวังและคงไม่มาถ้าเพื่อนสองคนไม่เคี่ยวเข็ญ แต่คืนแรกที่มาถึง หลังจากแวะไปสารภาพบาป เขาก็รู้สึกปลอดโปร่งโล่งใจในทันที “ความกังวลและความเศร้าหมองหายเป็นปลิดทิ้งเลยครับ” เขาเท้าความหลัง “เหมือนยกภูเขาออกจากอกยังไงยังงั้นเลยครับ เหลือแต่ความโล่งเบาสบาย” เช้าวันรุ่งขึ้น  เขากับเพื่อนสองคน […]

สารอาหารใดบ้างที่มีส่วนช่วยให้ สมอง ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

สารอาหารเหล่านี้ต่างมีส่วนช่วยในการประมวลผลของ สมอง ให้สามารถทำงานได้อย่างราบรื่น ว่าแต่สารอาหารเหล่านั้นมีอะไรบ้าง ไปหาคำตอบกัน

ภาษาภาพ : ประจำเดือนเมษายน

ไอซ์แลนด์ นักท่องเที่ยววัยบำนาญชาวญี่ปุ่นเล่นสนุกด้วยการนำโคลนซิลิกามาพอกหน้าที่สปาบลูลากูน  กล่าวกันว่าน้ำจากความร้อนใต้พิภพมีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการของโรคสะเก็ดเงินและโรคผิวหนังอื่นๆ ภาพโดย คอร์เนลู คาซากู สหรัฐอเมริกา โซฟี จิลลอตตี โชว์เคสโทรศัพท์มือถือรูปคิม คาร์แดเชียน  ในการแข่งม้ารายการเคนทักกีดาร์บีครั้งที่ 140 ในเมืองลุยวิลล์ สาวคนดังในรูปไม่ได้มาร่วมงานในปีนี้ แต่ผู้ชม 164,906 คนได้เห็นเจ้าแคลิฟอร์เนียโครมคว้าชัยในสนามเชอร์ชิลล์ดาวน์ส ภาพโดย แลนดอน นอร์ดแมน สหรัฐอเมริกา ในสวนสาธารณะดรูอิดฮิลล์ที่เมืองบอลทิมอร์ สุนัขชื่อฟีบีเผชิญหน้ากับดอกแดนดิไลออน กว่าจะได้ภาพนี้มา ช่างภาพต้องถือดอกไม้เหยียดออกไปสุดแขนและใช้ไฟแฟลชช่วยขับเน้นดอกแดนดิไลออนให้ดูฟุ้งสวย ภาพโดย ไมเคิล นอร์ทรัป  

ภาพนี้ต้องขยาย : ความยิ่งใหญ่ของขุนเขา

ทัศนียภาพอันน่าทึ่งที่รายล้อม ไม่ว่าจะเป็นเมานต์เรเนียร์ที่เป็นฉากหลังหรือน้ำตกเมอร์เทิลที่อยู่ด้านหน้า อาจทำให้นักท่องเที่ยวในภาพนี้ถูกมองข้ามไป แต่พวกเขาอยู่ตรงนั้น ในเครื่องแต่งกายอย่างที่สวมใส่ทุกวี่วัน ถือไม้เท้าท่องเที่ยวอยู่ในเขตพาราไดซ์ของอุทยานแห่งชาติเมานต์เรเนียร์ในรัฐวอชิงตัน ภาพถ่ายที่ไม่อาจระบุอายุได้นี้น่าจะบันทึกไว้ภายหลังการก่อตั้งอุทยานแห่งนี้เมื่อปี 1899 ราวสิบปี เป็นผลงานของช่างภาพ แอซาเฮล เคอร์ติส และวอลเตอร์ มิลเลอร์ เคอร์ติสอุทิศตนให้เมานต์เรเนียร์ เขาถ่ายภาพที่นี่หลายพันครั้ง และช่วยก่อตั้งเมาเทนเนียร์ส สโมสรปีนเขาเพื่อการอนุรักษ์พื้นที่แห่งนี้ รายงานของเขาซึ่งเก็บรักษาไว้ที่มหาวิทยาลัยวอชิงตันมีข้อความต่อไปนี้รวมอยู่ด้วย “สิ่งไร้สาระในชีวิต ความใส่ใจเล็กๆน้อยๆที่เราให้ความสำคัญกันนักหนา ดูจะเร้นหายเมื่ออยู่ต่อหน้าขุนเขาอันยิ่งใหญ่นี้” — อีฟ โคแนนต์