จากสตรีตฟู้ด ถึง ฟู้ดทรัก - National Geographic Thailand

จากสตรีตฟู้ดถึงฟู้ดทรัก

จากสตรีตฟู้ด ถึง ฟู้ดทรัก

ลืมเรื่องแคลอรีแล้วกินซะ! ให้สมกับที่รอมาครึ่งชั่วโมง สองมือจับให้มั่น อ้าปากกว้างเข้าไว้ แล้วกัดลงไป ขนมปังนุ่มๆ ประกบหอมใหญ่ทอดกรอบ วางบนไส้เนื้อทอดชิ้นยักษ์สะใจ โปะชีสละลายเยิ้มเต็มแผ่น แซมด้วยผักกาด รองพื้นด้วยเบคอนทอดและขนมปังอีกแผ่น  คุณได้กลิ่นกรุ่นจากชีสอุ่นๆไหม  ไหนจะเนื้อนุ่มติดมันละลายในปากอีก เสียงกรุบๆ จากหอมทอดกรอบเคล้าเบคอนมันเยิ้ม ทำลายมโนธรรมในการควบคุมน้ำหนักของคุณจนราบคาบ จะเลอะเทอะนิดหน่อยก็ช่างปะไร คุณขอตามใจปากตัวเองสักวัน และยอมรับเถิดว่าเบอร์เกอร์ของพวกเขาอร่อยชะมัดยาด เพราะนาทีนี้คุณกำลัง “ฟิน”

ฟู้ดทรัก

นี่ไม่ใช่เบอร์เกอร์ที่สั่งมานั่งกินตามร้านจานด่วนขึ้นห้างทั่วไป และคุณไม่ได้อยู่ที่ลอสแอนเจลิสหรือนิวยอร์ก  แต่กำลังนั่งซัดเบอร์เกอร์คำเท่ากำปั้นอยู่ริมฟุตบาทหรือบันไดอาคารสักแห่งในกรุงเทพฯ ไม่ก็ริมรั้วนอกงานคอนเสิร์ตเก๋ๆ หรืองานออกร้านตลาดนัดแบกะดินของเหล่า “ฮิปสเตอร์” กลางกรุงสักงาน เพราะนี่คือเบอร์เกอร์จากรถขายอาหารหรือฟู้ดทรัก (Food Truck) เทรนด์ล่ามาแรงที่กำลังติดลมบนในบ้านเรา

ช้าก่อน! คุณเกือบลืมว่าแล้วก็ล้วงกระเป๋าหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมา เปิดแอปยอดฮิต  “อินสตราแกรม” มือซ้ายกระชับเบอร์เกอร์ ถ่ายภาพไส้เนื้อและชีสไหลเยิ้ม  โดยมีรถที่ว่าเป็นฉากหลัง  เลือกใช้ฟิลเตอร์ย้อมสีภาพเสียหน่อย แล้วพิมพ์ข้อความว่า “ตะเตือนใต ในที่สุดก็ได้กิน ฟินคนับ” จากนั้นจึงติดแฮชแท็ก #Mothertrucker #Burger #Fin #อร่อยน้ำตาจิไหล แล้วจึงโพสต์ แน่นอน ยอดไลค์กำลังเดินทางมา

และนี่คือ Mother Trucker ฟู้ดทรักที่คุณเพิ่งโพสต์ถึงเมื่อครู่

“ภูมิใจที่ได้กิน”

ในไทยแลนด์แดนสตรีตฟู้ดและฟู้ดคาร์ต (รถเข็นขายอาหาร)  ฟู้ดทรักเปิดตำราบทใหม่ของการขายอาหาร และพัฒนามาเป็นขวัญใจของนักแสวงกินอย่างรวดเร็ว  เนื่องจากรสชาติเฉพาะที่หาไม่ได้จากร้านแฟรนไชส์ตามห้างสรรพสินค้า และคุณภาพอาหารที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับราคา  พ่วงท้ายด้วยคุณค่าที่เจ้าของรถบางคันบอกว่า  เป็น “งานศิลปะเคลื่อนที่และเคี้ยวได้” นอกจากนี้ การที่ฟู้ดทรักบางคันตกแต่งอย่างหวือหวาแหวกขนบเก่าๆ จึงกลายเป็นขวัญใจเด็กแนวหรือเหล่าฮิปสเตอร์ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายใหม่ได้อย่างรวดเร็ว

ลองดูอย่าง Mother Trucker ก็ได้  ฟู้ดทรักสีดำด้านสุดแนวคันนี้มีหุ้นส่วนเป็นเด็กหนุ่ม (หัวการค้า) สามคน พวกเขาเพิ่งอายุประมาณ 24-25 ปี โปรเจคต์นี้เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2557 โดยได้แรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมฟู้ดทรักในสหรัฐฯ พวกเขาตั้งใจทำเบอร์เกอร์ต้นตำรับ “ที่จริงผมไม่ใช่คนกินเบอร์เกอร์หรอกครับ แต่เห็นว่ามันง่ายและสะดวกดี เป็นฟาสต์ฟู้ดประเภท ‘Grab and Go’ ไงครับ” อาร์มี่ หิญธีระนันทน์ หนึ่งในสามผู้ก่อตั้ง Mother Trucker บอก

พอหารถที่ถูกใจได้ พวกเขาจึงไปจ้างร้านต่อเติม จากนั้นจึงตั้งชื่อรถ (ร้าน) โดยล้อเลียนคำสบถ (ออกอากาศไม่ได้) ของฝรั่ง ออกแบบกราฟิกข้างรถให้หวือหวา และเลือกใช้โทนสีดำด้าน (เขาบอกว่าถ่ายรูปขึ้น) จากนั้นก็ใช้ข้าวของเหลือใช้จากพร็อพกองถ่ายมาตกแต่ง

ด้วยรูปลักษณ์โฉบเฉี่ยวที่มาพร้อม “ถ้อยคำ” สั้น กระชับ โดนใจวัยรุ่น เช่น สกรีนบนห่อเบอร์เกอร์และข้างตัวรถอย่าง “สะใจ ใหญ่ โหด” กอปรกับหน้าตาเบอร์เกอร์ชิ้นยักษ์สะใจ  และการใช้สื่อบนโลกออนไลน์อย่างเฟซบุ๊ก จุดพลุให้พวกเขาโด่งดังในเวลาไม่ถึงปี  พวกเขาได้ออกรายการโทรทัศน์ (พวกเขาบอกว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ) และกลายเป็นฟู้ดทรักไม่กี่คันที่มีแฟนติดตามโดยไม่ต้องออกงานใหญ่ มียอดไลค์ในเฟซบุ๊คทะลุ 50,000 ไลค์ มากที่สุดในบรรดาฟู้ดทรักของไทย “นี่ไม่ใช่แค่ฟู้ดทรักครับ  แต่เป็นแบรนด์ไปแล้ว” อาร์มี่บอก

สโลว์ไลฟ์

เชียงใหม่… ละอองฝนโปรยปรายหยอกเย้าสันดอยสุเทพ ฟ้ามัวไร้แดด แต่เดินได้ชิลๆ เลือกเสื้อผ้าชิคที่สุดออกมา คว้ารถถีบแล้วออกปั่นไปตามตรอกซอกซอยกัน ไม่ต้องรีบ ชีวิตยังอีกยาวไกล

รถไดฮัทสุไฮเจ็ท (กะป๊อ) สีเหลืองทองเจือโทนน้ำตาล “จิ๊นห่อตอง” จอดอยู่ใต้ต้นโพธิ์ข้างบ้านผู้กำกับ (ตำรวจ ไม่ใช่ภาพยนตร์) ขายข้าวนึ่งห่อหมูทอด หมูฝอย และไส้อั่ว ข้าวเหนียวอุ่นๆ นอนในกระติก ตู้กระจกเรียงหมูทอดใสสะอาด เจ้าของรถกำลังพักสูบบุหรี่ชิลๆ ไม่รู้ว่านางหายแฮงก์หรือยังจากเมื่อคืน

“รวมมิตรชุดหนึ่งสิคะ” ว่าแล้วนางก็กุลีกุจอปีนขึ้นรถกะป๊อ (อย่างทุลักทุเล) แล้วค่อยๆ บรรจงเปิดกระติกข้าวเหนียว คดขึ้นมาใส่ใบตอง คีบเรียงสารพัดหมูแล้วค่อยๆห่อ ช้าๆ เบาๆ อืม รับน้ำพริกหนุ่มอีกสักกระปุกด้วยแล้วกัน

เปิ้ล – อรทัย ห่านทอง เป็นแม่ค้าลุคแนวๆ วัย 34 ปี ที่มีชีวิตควรอิจฉา นางเป็นช่างภาพชาวปราจีนบุรีรับถ่ายรูปสารพัด  เคยสอนศิลปะให้เด็กๆ ตามบ้าน และมาอยู่เชียงใหม่นานแล้ว ทุกวันนี้ กิจวัตรของนางคือตื่นนอนตามแต่สังขารจะอนุญาต ขนข้าวเหนียวและสารพัดหมู (หุงและทำเองทั้งหมด) กับอุปกรณ์ขายนิดหน่อยขึ้นหลังรถกะป๊อ แล้วขับออกจากรั้วบ้านมาจอดตรงนี้แหละ แต่ขอโทษ ระยะทางจากรั้วบ้านมาถึงจุดที่จอดรถห่างไม่ถึงร้อยเมตร เราถามนางว่า เพื่อ… “จริงๆ ขี้เกียจค่ะ มันสะดวกดี มีอะไรก็โยนๆ ขึ้นรถให้หมด แล้วก็ไม่ต้องขนลงบ่อยๆ” เราขำ พอสายๆ หมูหมด ตกบ่าย นางจะขับรถไปถ่ายรูปชิลๆ

วันที่เราพบกัน มีครอบครัวชาวกรุงเทพฯ (พ่อ แม่ และลูกๆ วัยประถมปลายสองคน) มาตระเวนตามซื้อข้าวเหนียวหมูของนางถึงที่ คุณแม่ (ซึ่งดูแล้วคงเป็นผู้จัดการทุกอย่างในบ้าน) บอกกับเราว่า “เห็นมาจากรายการทางอินเทอร์เน็ต  ฉันว่าจะตระเวนกินให้ครบทุกร้านเลยค่ะ” เธอบอกว่าการใช้ใบตองทำให้เธอคิดถึงตอนเด็ก “สมัยก่อนอะไรๆ ก็สะอาดค่ะ เรียบง่าย ไม่มีสารพิษ”

จากหมูฝอยบ้านๆ ที่ลองทำให้เพื่อนกิน กลายมาเป็นหนึ่งในฟู้ดทรักเชียงใหม่ที่คนกรุงเทพฯ ตระเวนหา นางมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร ผศ.เสริมยศ ธรรมรักษ์  หัวหน้าภาควิชาสื่อสารตรา คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ อธิบายปรากฏการณ์เหล่านี้ว่า “Consumer Insight” นั่นคือ “ปม” ที่ดึงดูดให้ลูกค้ายอมซื้อสินค้า “ถ้าสะกิด ‘ปม’ ของลูกค้าได้ แบรนด์นั้นก็อาจโด่งดังชั่วข้ามคืนเลยครับ”

เรื่อง  ราชศักดิ์ นิลศิริ
ภาพถ่าย  เอกรัตน์ ปัญญะธารา

เรื่องแนะนำ

คลื่นนักท่องเที่ยวมาแล้ว

เรื่อง ซินเทีย กอร์นีย์ ภาพถ่าย เดวิด กุทเทนเฟลเดอร์ เช้าตรู่วันจันทร์ พระอาทิตย์เพิ่งพ้นขอบฟ้า คิวบาปรากฏแก่สายตาเราเป็นครั้งแรก ตัวเกาะมีความยาวจากปลายด้านหนึ่งจรดปลายอีกด้านหนึ่งเกือบ 1,300 กิโลเมตร ขอบฟ้าเปล่งประกายระยิบระยับอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงกลายเป็นแนวสันเขาตัดกับท้องฟ้าสีชมพู และปิดท้ายด้วยหลังคาบ้านเรือน ดาดฟ้าเรือชั้นบนสุดคลาคล่ำไปด้วยทีมงานโทรทัศน์ พวกเราที่เหลือยืนเบียดเสียดกันพิงราวบนดาดฟ้าชั้นถัดลงมา บางคนแจกจ่ายธงชาติคิวบาและธงชาติสหรัฐฯผืนเล็กๆ ตอนนี้เราเห็นมาเลกอง (Malecón) หรือแนวกำแพง กันคลื่นและทางเดินที่เป็นเหมือนเฉลียงหน้าบ้านสาธารณะให้ใครก็ได้มาเดินสูดอากาศบริสุทธิ์หรือผ่อนคลายจากครัวเรือนที่แออัด ช่วงเย็นๆที่อากาศอบอุ่น ชาวคิวบามักมาเที่ยวเล่นกันที่มาเลกอง แต่ครั้งนี้เป็นปรากฏการณ์ใหม่ เพราะเพียงเก้าโมงเช้า แต่ดูเหมือนผู้คนมารวมตัวกัน พร้อมกับโบกธงของตนเอง บ้างโบกไม้โบกมือ ส่งเสียงเชียร์ด้วยความยินดี ขณะเราออกจากไมแอมีเมื่อบ่ายวันอาทิตย์ ไม่มีใครรู้ว่าจะพบเจออะไรบ้าง  มีคนคาดว่า  เรือสำราญของสหรัฐฯซึ่งจะเข้าเทียบท่าที่คิวบาเป็นลำแรกในรอบเกือบสี่สิบปีอาจก่อให้เกิดกระแสต่อต้านคัสโตร [ทั้งฟิเดล คัสโตร อดีตประธานาธิบดีผู้พี่ และราอุล คัสโตร ผู้น้อง ซึ่งเป็นประธานาธิบดีคนปัจจุบัน]  หลังรัฐบาลของประธานาธิบดีบารักโอบามาประกาศเมื่อเดือนธันวาคม ปี 2014 ว่าจะมีการฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูต  และแม้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อคิวบาของสหรัฐฯ ยังบังคับใช้อยู่ก็ตาม ขณะนี้ เมื่อเราเข้าสู่สถานีผู้โดยสารในท่าเรือของกรุงฮาวานา การเฉลิมฉลองก็จัดอย่างครึกครื้นมากเสียจนพนักงานประจำบูทแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศกับฉันต้องตะโกนคุยกันด้วยภาษาสเปนผ่านกระจกหน้าต่าง ฉัน: “ในนี้เสียงดังอย่างนี้เสมอหรือคะ” พนักงานแลกเปลี่ยนเงิน: “อะไรนะคะ” ฉัน: […]

บทเรียนจากต้นไม้

เรื่อง แคที นิวแมน ภาพถ่าย ไดแอน คุก และเลน เจนเชล ต้นไม้ทุกต้นบอกเล่าเรื่องราว แต่บางเรื่องอาจสะเทือนอารมณ์เกินพรรณนา ไม่ว่าจะเก็บรักษาความทรงจำ โอบอุ้ม  ความเชื่อ หรือเป็นอนุสรณ์ความเศร้า ต้นไม้ยังสร้างแรงบันดาลใจ  เรื่องราวโด่งดังที่สุดเห็นจะไม่พ้นต้นแอ๊ปเปิ้ลในสวนผลไม้ที่มณฑลลิงคอล์นเชียร์ ประเทศอังกฤษ ซึ่งเล่าขานกันว่า เมื่อปี 1666 แอ๊ปเปิ้ลผลหนึ่งร่วงหล่นจากต้น และกระตุ้นให้ชายหนุ่มนามไอแซก นิวตัน นึกสงสัยว่า ทำไมแอ๊ปเปิ้ลถึงร่วงในแนวดิ่งลงสู่พื้นดินเสมอ ต้นฉบับลายมือสมัยศตวรรษที่สิบแปดบอกเล่าว่า นิวตันซึ่งเดินทางกลับบ้านจากเคมบริดจ์ (หลังกาฬโรคระบาดทำให้ต้องปิดมหาวิทยาลัย) เดินเข้าไปในสวนและครุ่นคิดใคร่ครวญ วิลเลียม สตูกลีย์ เพื่อนและนักเขียนชีวประวัติของเขา บรรยายไว้ว่า “ความคิดเรื่องแรงโน้มถ่วงผ่านเข้ามาในหัว…จากการร่วงสู่พื้นของผลแอ๊ปเปิ้ล ขณะที่เขานั่งนึกตรึกตรองอยู่” นี่ไม่ใช่ช่วงเวลาแห่งการหยั่งรู้ครั้งแรกที่เกี่ยวพันกับต้นไม้ พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ ขณะประทับใต้ต้นโพธิ์มิใช่หรือ ต้นไม้ชวนให้เราเคลิบเคลิ้ม วัฒนธรรมหลากหลายเล่าขานนิทานว่าด้วยนักบวชที่สดับตรับฟังเสียงสกุณาในพงไพรแล้วพบว่า เวลาเพียงชั่วอึดใจกลับกลายเป็นหลายร้อยปีที่ผันผ่าน ต้นไม้เป็นที่เก็บความทรงจำของธรรมชาติ กระทั่งในระดับโมเลกุล เบนจามิน สเวตต์ ผู้เขียนหนังสือ นิวยอร์ก นครแห่งแมกไม้ (New York City of Trees) กล่าวในการสัมภาษณ์ทางวิทยุว่า “เนื้อไม้ในแต่ละชั้นของวงปีประกอบด้วยอากาศบางส่วนของปีนั้นๆ […]

ภาษาภาพ : ประจำเดือนกุมภาพันธ์

เอสโตเนีย ที่หมู่บ้านคุร์ตนา ม้าแคระชื่อเจ้าเรนโบว์นอนอาบแดดในฤดูหนาว  ม้าเพศผู้วัยสี่ปีที่ตอนแล้วตัวนี้เป็นลูกผสมระหว่างม้าพันธุ์พื้นเมืองเอสโตเนียกับม้าแคระเชตแลนด์  ทั้งสองสายพันธุ์ขึ้นชื่อเรื่องความทรหดและความสามารถในการปรับตัว ภาพโดย เคิร์สตี คาลเบิร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อมองจากมุมสูง  แผ่นกระดาษสีขาวไร้รอยต่อซึ่งพับเป็นรูปดวงตา  ปูอยู่ใต้ร่างนักเต้น 81 คนจากคณะบัลเลต์นิวยอร์กซิตี ภาพคอมโพสิตขนาด 603 ตารางเมตรภาพนี้เป็นการทำงานร่วมกับเจอาร์ ศิลปินชาวฝรั่งเศส ภาพพานอรามาประกอบขึ้นจากภาพถ่ายหลายภาพ: เจอาร์ สหรัฐอเมริกา ในห้องปฏิบัติการที่มหาวิทยาลัยอะแลสกาแฟร์แบงส์ กระรอกดินอาร์กติกที่กำลังจำศีลในฤดูหนาว กลายเป็นปริศนาทางการแพทย์  สัตว์ชนิดนี้สามารถลดอุณหภูมิร่างกายให้ต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง  และหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บที่หัวได้ขณะจำศีล ซึ่งอาจกินเวลานานถึงเจ็ดเดือน ภาพโดย โจเอล ซาร์โทรี

โลกหลงใหลของนักสะสม

เรื่อง ยศธร ไตรยศ ภาพถ่ายชลิต สภาภักดิ์ หลงใหลความสุข         ผมและเพื่อนช่างภาพมีนัดกันที่คาเฟ่เล็กๆ แห่งหนึ่งย่านเกษตร-วังหิน ครั้งแรกที่เดินเข้าไปในร้านผมบอกกับเพื่อนช่างภาพว่า “ที่นี่น่าถ่ายรูปจริงๆ” เพราะมีตุ๊กตาหมีมากมายจัดวางตกแต่งอย่างลงตัวจนแทบไม่เหลือพื้นที่ให้สิ่งแปลกปลอมอย่างอื่นแทรกเข้าไป แทบจะเรียกได้ว่าที่นี่คืออาณาจักรตุ๊กตาหมี ธนาภรณ์ ประดับพลอย เจ้าของร้าน Retro Bear Cafe เล่าให้เราฟังถึงที่มาของร้านว่า “เริ่มจากการเป็นคนที่ชอบตุ๊กตาหมีมาก ก็เลยเก็บสะสมมาเรื่อยๆ จนรู้ตัวอีกทีบ้านก็กลายเป็นที่อยู่ของหมีไปแล้ว”  แววตาของเธอฉายแววความรัก “จนถึงจุดหนึ่งเราคิดว่าน่าจะลองเอามาทำอะไรสักอย่างดู เพราะตอนที่อยู่ที่บ้าน เพื่อนๆ ญาติๆ ที่มาเห็นก็จะพูดเหมือนๆ กันว่า‘เยอะจนออกทีวีได้เลยนะ’ แล้วเราเองก็สนใจอยากมีร้านเล็กๆ ของตัวเองอยู่แล้ว เลยตัดสินใจเอาตุ๊กตาที่เก็บมาตั้งแต่สมัยเด็กๆ มาเป็นของตกแต่ง” กระนั้นความสุขอีกอย่างหนึ่งซึ่งเธอคาดไม่ถึง คือที่นี่ค่อยๆกลายเป็นแหล่งรวมของคนที่มีใจรักตุ๊กตาหมีเช่นเดียวกับเธอ “เป็นความสุขอย่างหนึ่ง เมื่อที่นี่เป็นเหมือนสถานที่สำหรับพบปะพูดคุยของคนคอเดียวกัน คือคนรักตุ๊กตาหมี”   หลงใหลธรรมชาติ สมชาย ปาทาน เป็นนักสะสมหัวกะโหลกและเขาควาย เขาเติบโตมาในครอบครัวมุสลิมที่ทำโรงฆ่าสัตว์ ตั้งแต่เด็กจนโตสมชายเห็นหัววัวและควายมานับแสนหัว เพราะต้องไปตลาดค้าวัวควายกับพ่อ เมื่ออายุมากขึ้นก็เริ่มเก็บสะสมหัววัวและควายที่พ่อมอบให้ จนทุกวันนี้หัวกระโหลกวัวและควายกว่า 800 หัวตั้งเรียงรายในโกดังจนเต็ม“อยู่กับมันมาตลอด จนกลายเป็นความชอบ เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตครับ”เขาบอกนอกจากสะสมแล้ว สมชายยังจำหน่ายหัวกระโหลกเหล่านี้สำหรับผู้ที่ต้องการนำไปประดับบ้านอีกด้วย แนวคิดในการสะสมของสมชายเน้นที่ลักษณะเขาที่ต้องแปลก เช่นความยาวหรือความคด […]