สายน้ำสายเลือด - National Geographic Thailand

สายน้ำสายเลือด

เรื่อง โรเบิร์ต เดรเพอร์
ภาพถ่าย ปาสกาล แมตร์

เรือลำใหญ่ล่องไปภายใต้ผืนฟ้าระยิบระยับด้วยแสงดาว แหวกฝ่าท้องน้ำซึ่งบางช่วงแผ่ไพศาลราวมหาสมุทร บางช่วงเล็กแคบแทบไม่ต่างจากลำธารตื้นๆ  เรือลำนี้แบกภาระหนักหน่วงอย่างน่าหวาดเสียว มันทำหน้าที่ขับดันเรือท้องแบนสามลำข้างหน้าด้วยเครื่องยนต์ที่ออกแบบให้รับน้ำหนักได้ราว 750 ตัน แต่ระวางสินค้าที่บรรทุกมา ตั้งแต่เหล็กเส้น กระสอบปูนซีเมนต์ ไปจนถึงผลิตภัณฑ์อาหารต่างๆ กลับมีน้ำหนักรวมกันมากกว่า 900 ตัน หลังคาที่ใช้ผ้าใบและผืนผ้าขึงต่อๆกันพะเยิบพะยาบอยู่เหนือเรือท้องแบนทั้งสามลำ ข้างใต้มีผู้โดยสารเบียดเสียดกันอยู่ร่วม 600 ชีวิต

ผู้โดยสารจำนวนมากเป็นผู้พำนักอาศัยอยู่ในเมืองซึ่งหวังจะได้ทำงานเก็บเกี่ยวข้าวโพดและถั่วลิสง ผู้หญิงสองสามคนนำเตาถ่านขนาดเล็กมาเสนอขายบริการทำอาหาร ขณะที่ผู้หญิงคนอื่นๆเสนอขายเรือนร่าง ทุกคนล้วนต้องทำสิ่งที่จำเป็น บนเรือมีเสียงร้องเพลง เสียงทะเลาะเบาะแว้ง และเสียงสวดมนต์

เป้าหมายของเราอยู่ที่พยายามทำความเข้าใจตัวแปรหรือปัจจัยคงที่ข้อหนึ่งในประวัติศาสตร์อันระส่ำระสายของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก แม่น้ำอันยิ่งใหญ่สายนี้ยังพอจะหยิบยื่นหนทางใหม่ๆให้ชาติที่รุมเร้าด้วยปัญหาความยากจนและการฉ้อราษฎร์บังหลวงมาช้านานแห่งนี้ได้หรือไม่ หรือแม่น้ำคองโกจะเป็นอีกจักรวาลหรือโลกที่อยู่อย่างเอกเทศ

ในมาลูกู ผู้โดยสารขึ้นจากเรือท้องแบนที่บรรทุกไม้ซุงเพียบแปล้อย่างน่าหวาดเสียว การทำไม้เป็นธุรกิจใหญ่ บนแม่น้ำคองโก และการตัดไม้ก็เป็นสาเหตุให้เกิดการพังทลายของตลิ่งซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่ง

แม่น้ำคองโกร้อยรัดเก้าประเทศในทวีปแอฟริกาเข้าด้วยกันตลอดเส้นทางการไหลราว 4,700 กิโลเมตรสู่มหาสมุทรแอตแลนติก แต่ตัวตนของแม่น้ำสายนี้กลับผูกร้อยอยู่กับสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (หรืออดีตประเทศซาอีร์) ชนิดไม่อาจแยกขาดจากกัน

“แม่น้ำคองโกคือกระดูกสันหลังของประเทศเราครับ ถ้าไม่มีกระดูกสันหลัง คนเราก็ยืนไม่ได้” อีซีดอร์ อึนเดย์เวล อี อึนเซียม อาจารย์ด้านประวัติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยกินชาซา กล่าว ความที่ไม่มีหน่วยงานบริหารจัดการอย่างจริงจังทำให้แม่น้ำคองโกเป็นเหมือนผู้สร้างความเสมอภาคชั้นยอดของชาติ แต่ก็ส่งผลให้คุณค่าของแม่น้ำในฐานะแหล่งทรัพยากรลดลงมากไปด้วย หากคำนึงถึงศักยภาพมหาศาลด้านการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำและการเกษตรบนพื้นที่ลุ่มน้ำกว้างใหญ่ถึง 3,900,000 ตารางกิโลเมตร ทั้งทวีปแอฟริกาจะเป็นหนี้บุญคุณแม่น้ำคองโก และย่อมเป็นหนี้ประเทศต้นน้ำไปโดยปริยาย แต่การณ์กลับกลายเป็นว่าแม่น้ำคองโกยังคงไหลไปตามธรรมชาติ และสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกยังคงสั่นคลอนง่อนแง่นภายใต้แรงกดดันของจำนวนประชากรที่มากเกินพอดี ความยากจน และการทุจริต

วิถีชีวิตบางอย่างยังดำเนินไปเฉกเช่นที่เคยเป็นมา ชาวประมงเผ่าวาเจเนียยังคงสานลอบขนาดมหึมาเพื่อจับปลาในแก่งน้ำเชี่ยวกรากนอกเมืองคีซานกานี

แม่น้ำสายนี้และลำน้ำสาขาทำหน้าที่เป็นเส้นทางอพยพของมวลมนุษย์นับย้อนไปถึงยุคผู้ตั้งถิ่นฐานที่ใช้ภาษาบันตูเมื่อ 400 ปีก่อนคริสต์ศักราช สำหรับสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกในปัจจุบัน ทางน้ำเหล่านี้ทำหน้าที่ประหนึ่งเครือข่ายเนื้อเยื่อเกี่ยวพันสำคัญที่เชื่อมต่อระหว่างหมู่บ้าน เมือง มหาสมุทร และโลกภายนอก แต่นั่นยังไม่อาจสะท้อนถึงความสำคัญทั้งมวลของแม่น้ำคองโกได้ มีบันทึกทางประวัติศาสตร์มาช้านานว่า แม่น้ำคองโกใช่จะมีความสำคัญในฐานะสายน้ำอันไพศาลเท่านั้น แต่อาจเป็นแหล่งเพชร แร่ และขุมทรัพย์อื่นๆที่เป็นยอดปรารถนาของนานาอารยธรรมเป็นเวลาหลายทศวรรษที่สำนักงานการคมนาคมแห่งชาติ หรือโอนาตรา (Office National des Transports: ONATRA) มีอำนาจผูกขาดการบริหารการจราจรและการค้าทางน้ำทั้งหมด กระทั่งเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นในทศวรรษ 1990 ในช่วงปีท้ายๆของการครองอำนาจของอดีตผู้นำเผด็จการ โมบูตู เซเซ เซโก ดังที่ซิลเวสเตร มานี ตรา ฮามานี เจ้าหน้าระดับสูงของโอนาตรา ยอมรับว่า “เครื่องยนต์เรือของเราเก่าและเริ่มเสีย ทำให้เกิดความล่าช้าครั้งละนานๆ และทำให้เราสูญเสียความน่าเชื่อถือครับ”

ถนนหนทางเป็นของหายากในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก เรือสินค้าท้องแบนจึงมักเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการเดินทาง ผู้โดยสารหุงหาอาหาร นอนหลับ และพูดคุยกันท่ามกลางกองสินค้าที่โงนเงนไปมา

เพื่อเป็นการแก้ปัญหา เทียร์รี อองเดร มาเยเล จากองค์กรบริหารจัดการเส้นทางสัญจรทางน้ำ หรืออาร์วีเอฟ (Régie des Voies Fluviales: RVF) บอกว่า “นักการเมืองของเราตัดสินใจเปิดเสรีการคมนาคมบนแม่น้ำสายนี้ จุดประสงค์หลักก็เพื่อหาประโยชน์จากธุรกิจนี้เสียเองครับ” เจ้าหน้าที่รัฐคองโกออกกฎระเบียบและข้อกำหนดภาษีที่เปิดช่องให้หลีกเลี่ยงกันได้ง่ายๆ พวกเขาจ่ายเงินเดือนให้บรรดาผู้จัดการท่าเรือเพียงน้อยนิดจนการติดสินบนและการรีดไถมีชัยเหนือสิ่งอื่นใด นอกจากนี้ยังปล่อยให้หน่วยงานอย่างโอนาตรา, อาร์วีเอฟ และองค์กรกำกับดูแลแม่น้ำอื่นๆทุกองค์กรขาดแคลนทรัพยากรในการบริหารงาน สถานการณ์ยังเป็นเช่นนั้นมาจนปัจจุบัน กล่าวคือ รัฐบาลพยายามทำทุกวิถีทางให้มั่นใจว่า ทรัพยากรธรรมชาติที่ทรงคุณค่าที่สุดของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกไม่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลใดๆทั้งสิ้นผู้คนที่เดินทางขึ้นล่องแม่น้ำคองโกล้วนรู้เรื่องนี้ดีและตระหนักถึงความเสี่ยงที่รออยู่ การกอบโกยผลประโยชน์อย่างต่อเนื่องจากการทำไม้ในบริเวณลุ่มน้ำโดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งในท้องถิ่นและต่างชาติส่งผลให้ตลิ่งเกิดการพังทลายอย่างเห็นได้ชัด ความเป็นจริงข้อนี้ บวกกับความล้มเหลวของรัฐบาลในการขุดลอกแม่น้ำ การที่ลูกเรือติดสินบนเจ้าหน้าที่การท่าเรือให้เพิกเฉยต่อระวางบรรทุกส่วนเกินได้อย่างง่ายดาย และการหายไปของเรือฉุกเฉินในแม่น้ำ ทั้งหมดนี้หมายความว่า ผู้โดยสารต้องเอาชีวิตไปเสี่ยงทุกครั้งที่ก้าวเท้าลงเรือ

เรื่องแนะนำ

ภาษาภาพ : ประจำเดือนมกราคม

นอร์เวย์ ความสูงชันและการขาดราวป้องกันไม่อาจหยุดยั้งนักท่องเที่ยวราวปีละ 200,000 คนจากการเดินป่านานสองชั่วโมงขึ้นไปบนไพรเกสโตเลิน หรือที่รู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่า พุลพิตร็อก แผ่นหินแกรนิตแบนราบในภูมิภาครีฟิลเกอนี้ยื่นออกมาจากหนาผาเหนือน่านน้ำของลีเซอฟยอร์ด 600 เมตรเศษๆ ภาพโดย : มัสซีโม วีตาลี

พลังงานของประชาชน

เรื่อง ไมเคิล เอดิสัน เฮย์เดน ภาพถ่าย รูเบน ซัลกาโด เอสกูเดโร ประศานต์ มัณฑ์ล กดปุ่มเปิดโคมไฟแอลอีดีขนาดเท่าห่อขนมในกระท่อมที่เขาอยู่กับภรรยาและลูกสี่คน ทันใดนั้นแสงเรื่อเรืองสีเหลืองสดและสีฟ้าน้ำทะเลที่สะท้อนออกมาจากแผ่นผ้าใบมุงหลังคาและฝาผนังของครอบครัวก็อาบพื้นที่แคบๆที่พวกเขาใช้ซุกหัวนอน  มัณฑ์ลวัย 42 ปีชี้นิ้วไปตามสมบัติซึ่งมีอยู่เพียงไม่กี่ชิ้นภายในบ้าน  เขาปิดชุดผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ให้แสงสว่าง  ถอดปลั๊กออกทีละชิ้น  และหอบไปยังเต็นท์ซึ่งอยู่ห่างออกไปราว 18 เมตร ที่นั่นเขาเป็นคนขายชา หรือไจวัลลาห์ ให้คนที่เดินผ่านไปมาบนถนนอันเงียบเหงาของเมืองมโธตันทะ  เมืองที่แวดล้อมไปด้วย ผืนป่าใกล้พรมแดนด้านเหนือของอินเดีย “ชีวิตผมมันเศร้าครับ แต่ผมตั้งใจจะอยู่รอดให้ได้” มัณฑ์ลบอก “และแสงจากพลังงานแสงอาทิตย์นี่แหละที่ช่วยให้ผมเปิดร้านตอนกลางคืนได้” มัณฑ์ลผู้สร้างบ้านอย่างผิดกฎหมายบนที่ดินสาธารณะ เป็นเพียงฟันเฟืองตัวเล็กๆของเครื่องจักรทางเศรษฐกิจใหม่ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว  เป็นเครื่องจักรที่มีหลายร้อยบริษัททำงานเชิงรุกเต็มที่ในการขายเครื่องผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดเล็กให้ลูกค้าที่อยู่นอกโครงข่ายไฟฟ้าในประเทศกำลังพัฒนา ประมาณการว่ามีผู้คนราว 1,100 ล้านคนในโลกที่อยู่โดยไม่มีไฟฟ้าใช้ และเกือบหนึ่งในสี่อยู่ในประเทศอินเดียที่ซึ่งคนอย่างมัณฑ์ลถูกบีบให้ต้องพึ่งพาน้ำมันก๊าดและแบตเตอรี่ลูกใหญ่เทอะทะที่มีน้ำกรดรั่วซึมออกมา ชุดผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ของมัณฑ์ลที่ให้พลังงานแก่โคมไฟแอลอีดีสองดวงและพัดลมหนึ่งเครื่องนี้ได้พลังงานจากแผงเซลล์สุริยะขนาด 40 วัตต์  การทำงานเริ่มจากดวงอาทิตย์สาดแสงลงมายังแผง และชาร์จพลังงานเข้าเครื่องชาร์จประจุขนาดเล็กสีส้มครั้งละราวสิบชั่วโมง  มัณฑ์ลเช่าชุดผลิตไฟฟ้านี้จากซิมปาเน็ตเวิร์กส์ (Simpa Networks) ซึ่งเสนอขายแผนสมาชิกที่ออกแบบให้เหมาะกับงบของลูกค้าผู้มีรายได้น้อย ถึงกระนั้น เงินราวๆ 35 เซ็นต์ต่อวันก็ถือเป็นค่าใช้จ่ายก้อนโตสำหรับมัณฑ์ลผู้หาเลี้ยงครอบครัวด้วยเงินไม่ถึงสองดอลลาร์สหรัฐต่อวัน แต่ถึงอย่างนั้น มัณฑ์ลกลับบอกว่า การจ่ายเงินร้อยละ 20 ของรายได้เพื่อแลกกับบริการของซิมปาก็ยังดีกว่าการใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ท่ามกลางความมืด  เขาบอกว่า “ผมใช้เงินมากขนาดนี้ในการชาร์จไฟแบตเตอรี่มาก่อนหน้านี้แล้วครับ […]

ภาษาภาพ : ประจำเดือนมีนาคม

เอสโตเนีย ในโครงการส่วนตัวชื่อ “เปโลลาร์โกเกรีโด” ซึ่งนำเสนอภาพชาวอาร์เจนตินา ที่ไว้ผมยาวเป็นพิเศษช่างภาพขอให้ผู้หญิงท้องถิ่นในเมืองเนวเกนภูมิภาคปาตาโกเนียสยายผมของพวกเธอลงมา ภาพโดย อีรีนา เวร์นิง

ชีวิตเริ่มต้นที่วัย 9 ขวบ

เรื่อง อีฟ โคแนนต์ ภาพถ่าย โรบิน แฮมมอนด์ หากต้องการคำตอบตรงไปตรงมาว่า เพศสภาพกำหนดชะตาชีวิตของเราอย่างไร ลองไปถามจากปากเด็กเก้าขวบทั่วโลก เมื่ออายุเก้าขวบ เด็กชายหญิงตั้งแต่จีนถึงแคนาดา  และเคนยาถึงบราซิล บรรยายถึงความฝันอันยิ่งใหญ่เกี่ยวกับอาชีพในอนาคต ขณะที่เด็กผู้ชายไม่เห็นว่าเพศเป็นอุปสรรค แต่เด็กผู้หญิงมากมายกลับไม่คิดเช่นนั้น ณ ช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อก่อนเข้าสู่วัยรุ่น เด็กเก้าขวบสามารถประเมินโอกาสของตนเอง และข้อจำกัดที่เพศสภาพมีต่อพวกเขาและเธอได้อย่างไม่ต้องสงสัย เพื่อเข้าใจมุมมองของเด็กๆ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ตระเวนไปยังบ้าน 80 หลังในสี่ทวีป เราถามเด็กวัยเก้าขวบด้วยคำถามชุดเดียวกัน คำตอบนั้นตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อม หลายคนยอมรับทันทีว่า การทำตัวให้เป็นส่วนหนึ่งของชุมชนที่พวกเขาเรียกว่าบ้าน และบทบาทที่ถูกคาดหวัง อาจเป็นเรื่องยากลำบาก เหนื่อยหน่าย สับสน และอ้างว้าง แต่อีกหลายคนไปได้สวยเมื่อพวกเขาทลายกำแพงทางเพศลงได้ การเป็นเด็กผู้หญิงมีอะไรดีที่สุด เอเวอรี แจ็กสัน ปัดปอยผมทำไฮไลต์สีรุ้งและครุ่นคิดกับคำถาม “การเป็นเด็กผู้หญิงดีหมดทุกอย่างเลยค่ะ!” แล้วอะไรเลวร้ายที่สุดในการเป็นเด็กผู้หญิง “ก็เรื่องที่พวกเด็กผู้ชายชอบพูดว่า ‘นั่นไม่ใช่เรื่องของเด็กผู้หญิง เป็นเรื่องของเด็กผู้ชายต่างหาก’ ” เอเวอรีใช้เวลาสี่ปีแรกของชีวิตเป็นเด็กผู้ชาย และไม่มีความสุข ความที่ใช้ชีวิตเป็นเด็กหญิงข้ามเพศอย่างเปิดเผย  มาตั้งแต่ปี 2012 ปัจจุบัน เด็กน้อยชาวแคนซัสซิตีโดยกำเนิดคนนี้จึงกลายเป็นศูนย์กลางของการถกเถียงอภิปรายที่ขยายวงกว้างขึ้นเกี่ยวกับบทบาทและสิทธิทางเพศ ซันนี โภเป เด็กชายวัยเก้าขวบที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังเล็กๆใกล้นครมุมไบ […]