ทำความเข้าใจ การปล่อยสัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาติ - National Geographic

ทำความเข้าใจการปล่อยสัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาติ

ทำความเข้าใจ การปล่อยสัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาติ

การปล่อยสัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาติ เครื่องมือชะลอวิกฤติการสูญพันธุ์

แนวคิดในการอนุรักษ์สัตว์ป่าหายาก ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่งยวด หรือสูญพันธุ์ไปจากธรรมชาติแล้วอย่างสิ้นเชิง ด้วยการนำสัตว์ชนิดเดียวกันที่เกิดจากการเพาะเลี้ยงมาปล่อยคืนสู่ธรรมชาติเพื่อทดแทนสิ่งที่ขาดหายไป ถูกหยิบยกมาถกเถียงอภิปรายในหมู่นักวิชาการ นักบริหารทรัพยากรธรรมชาติและสัตว์ป่ามานานแล้ว  กระทั่งมีการทดลองนำสัตว์ป่าในกลุ่มลิงและนกปล่อยคืนสู่ธรรมชาติในช่วงทศวรรษ 1980  และมีความพยายามใช้การปล่อยสัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาติเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งในการอนุรักษ์สัตว์ป่าในหลายประเทศทั่วโลก

ความคิดแรกเริ่มของการปล่อยสัตว์คืนสู่ธรรมชาตินั้นอาจเกิดจากแนวคิดง่ายๆ ที่มองคุณค่าด้านจิตใจ ความเมตตาและเห็นอกเห็นใจสัตว์ป่าที่ถูกล่าจนใกล้สูญพันธุ์ จึงอยากนำสัตว์ไปปล่อย แต่ขาดการติดตามอย่างเป็นระบบ การปล่อยสัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาติลักษณะนี้มีให้เห็นอยู่บ่อยๆ แต่ไม่สามารถสรุปได้ว่า เราได้ช่วยอนุรักษ์สัตว์ชนิดนั้นๆ ที่ปล่อยไปมากน้อยเพียงใด

การปล่อยสัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาติ
นกกระเรียนพันธุ์ไทยอาศัยอยู่ในกรงเตรียมปล่อย (soft release) ที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าห้วยจรเข้มาก จังหวัดบุรีรัมย์ นกกระเรียนคู่นี้เกิดในสวนสัตว์นครราชสีมาและผ่านการฝึกพฤติกรรม เช่น การหาอาหาร การรวมฝูง และเมื่อถึงวัยที่พร้อมกลับสู่ธรรมชาติ นักวิจัยจึงปล่อยพวกมันเข้าสู่กรงดังกล่าวระยะหนึ่งเพื่อปรับตัวเข้ากับพื้นที่จริง ก่อนปล่อยคืนสู่ธรรมชาติต่อไป

นับตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1980  และ 1990 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน  มีโครงการปล่อยสัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาติมากกว่า 300 ชนิดในหลายกลุ่มสัตว์  จนกระทั่งองค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติหรือไอยูซีเอ็น (International Union for Conservation of Nature: IUCN) ได้จัดตั้งกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านการปล่อยสัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาติ (Reintroduction Specialist Group) ขึ้น  และจัดทำเอกสารคู่มือมาตรฐานที่สามารถใช้อ้างอิงเป็นแนวทางปฏิบัติ

เอกสารดังกล่าวอธิบายว่า  การปล่อยสัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาติคือกระบวนการหรือความพยายามในการนำสัตว์ป่าไปปล่อยในพื้นที่ที่เคยมีสัตว์ป่าชนิดนั้นอาศัยอยู่เดิม  แต่อาจลดจำนวนลง หรือหมดไปจากพื้นที่นั้นแล้ว ให้ตั้งประชากรได้ โดยการเคลื่อนย้ายสัตว์เพื่อการอนุรักษ์นั้นมีเป้าหมายในการทำให้เกิดผลกระทบเชิงบวกที่วัดผลได้ต่อการอนุรักษ์ธรรมชาติและสัตว์ป่าในระดับประชากร  มีผลดีต่อสัตว์ชนิดนั้นโดยรวม ตลอดจนต่อระบบนิเวศและถิ่นอาศัย ไม่ใช่ประโยชน์เฉพาะตัวสัตว์ที่ปล่อยไปเท่านั้น การปล่อยสัตว์คืนสู่ธรรมชาติยังมีความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อประชากรสัตว์ป่า ระบบนิเวศ สังคมและเศรษฐกิจด้วยเช่นกัน

หากจะพิจารณาใช้กระบวนการปล่อยสัตว์คืนสู่ธรรมชาติเป็นเครื่องมือสำหรับการอนุรักษ์ ไม่ว่าจะใช้เดี่ยวๆ หรือใช้ร่วมกับเครื่องมืออื่น เช่น การจัดการถิ่นอยู่อาศัยและการให้การศึกษา  สร้างจิตสำนึกหรือการป้องกันและปราบปรามผู้กระทำผิดหรือคุกคามทรัพยากร ก็ควรพิจารณาอย่างรอบคอบที่สุดเท่าที่จะทำได้

การปล่อยสัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาติ
นักวิจัยทดสอบการจับคู่ลูกเสือลายเมฆในโครงการเพาะขยายพันธุ์เสือลายเมฆของสวนสัตว์เปิดเขาเขียว โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างองค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์และสถาบันสมิทโซเนียน ประเทศสหรัฐอเมริกา

เราคงไม่สามารถใช้เครื่องมือนี้ช่วยเหลือสัตว์ป่าหายากทุกชนิดได้ ศาสตร์แห่งการปล่อยสัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาติได้พัฒนาไปจนกลายเป็นสาขาวิชาหนึ่งที่ต้องอาศัยความรู้สหวิทยาการเป็นเครื่องมือ ตั้งแต่การวางแผน การประเมินประชากรในธรรมชาติ การเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์ให้ได้จำนวนตามต้องการ การขนย้ายสัตว์จากสถานที่หนึ่งไปสู่สถานที่ปล่อย การติดตามและการประเมินอัตราการตายและอยู่รอด พันธุศาสตร์ประชากร การประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพและโรคติดเชื้อระหว่างกลุ่มประชากร เป็นต้น

กระบวนการเหล่านี้ได้รับการจัดทำเป็นคู่มือเพื่อเป็นแนวทางการดำเนินงานที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ  และได้รับการเผยแพร่โดยกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านการปล่อยสัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาติของไอยูซีเอ็น  ข้อพึงพิจารณาในการนำสัตว์ชนิดใดชนิดหนึ่งมาเข้าโปรแกรมการการปล่อยสัตว์คืนสู่ธรรมชาติ  ต้องมีกระบวนการขั้นตอนที่ถูกต้องและได้รับพิจารณาจากผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายอย่างรอบด้าน มีการใช้งบประมาณ และต้องตั้งเป้าในระยะยาวอย่างชัดเจนว่า จะทำไปถึงขั้นใดจึงจะยุติโครงการ และสัตว์ที่ต้องการอนุรักษ์สามารถอยู่รอดได้เองตามธรรมชาติ

 

สาเหตุแห่งการสูญพันธุ์ แก้ที่เหตุแล้วป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ

การปล่อยสัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาติ
เจ้าหน้าที่ทหารเรือประจำเกาะครามใหญ่ จังหวัดชลบุรี กำลังช่วยกันเก็บไข่เต่าทะเลที่ขึ้นมาวางไข่ตามแนวชายหาดเพื่อนำไปฟักและเพาะเลี้ยง ก่อนปล่อยกลับสู่ธรรมชาติ

คำถามหนึ่งที่นักอนุรักษ์ต้องขบคิดเมื่อพูดถึงการปล่อยสัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาติคือ  หากสัตว์ชนิดนั้นไม่สามารถอยู่รอดในธรรมชาติได้แล้ว เราควรพยายามปล่อยหรือไม่ เพราะสภาพแวดล้อมไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

สังคมโลกได้เรียนรู้เรื่องวิกฤติการสูญพันธุ์ใหญ่ๆ มาแล้วหลายครั้ง แต่การสูญสิ้นของชนิดพันธุ์เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา  สิ่งสำคัญที่ควรพิจารณาในกรณีสัตว์ป่าถูกคุกคามจนสูญพันธุ์  คือสาเหตุของภัยคุกคามว่า เกิดจากสาเหตุตามธรรมชาติ หรือเป็นผลกระทบจากการกระทำของมนุษย์ทั้งทางตรงและทางอ้อม

เมื่อวิเคราะห์หาสาเหตุแห่งการสูญพันธุ์และภัยคุกคามแล้ว  เราจะสามารถประเมินความเสี่ยงและโอกาสของความสำเร็จหรือความล้มเหลวอย่างเป็นระบบได้  ซึ่งจะนำไปสู่การวางแผนฟื้นฟูประชากรและถิ่นอาศัย ตลอดจนการสื่อสารและการทำงานกับประชาชนในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ

หากประเมินแล้วพบว่า  พื้นที่ที่เหมาะสมในการเป็นถิ่นอาศัยยังมีอยู่  และได้รับการปกป้องที่ดีจากทั้งภาครัฐและประชาชน  การวางแผนเพื่อการเพาะเลี้ยงชนิดพันธุ์สัตว์เป้าหมายเพื่อปล่อยคืนสู่ธรรมชาติอาจเป็นทางเลือกที่นำมาใช้ได้ แต่ในทางกลับกัน  หากผลการศึกษาพบว่า  ไม่มีพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับสัตว์ชนิดนั้นๆ ทางเลือกที่เหลืออาจประกอบด้วยการคัดเลือก ปรับ หรือสร้างพื้นที่ใหม่ให้มีธรรมชาติใกล้เคียงกับบ้านเดิมที่สัตว์เคยอาศัย หรืออาจจำต้องยอมรับว่า  สายเกินไปที่จะช่วยให้สัตว์ชนิดนั้นๆ กลับมามีชีวิตอยู่ในธรรมชาติได้  และรอดูการสูญพันธุ์ที่เกิดขึ้นในช่วงอายุของเรา

เรื่อง บริพัตร ศิริอรุณรัตน์

ภาพถ่าย อรุณ ร้อยศรี

 

อ่านเพิ่มเติม

แอฟริกาแผ่นดินอาบยาพิษ

เรื่องแนะนำ

ใช้ชีวิต แบบทวนกระแส

  เรื่อง เคนเนดี วอร์น ภาพถ่าย คาดีร์ ฟาน โลเฮอเซน เวลาเช่นนี้เรียกว่า อีติงกาโร (itingaaro) หรือฟ้าสางยามอรุณ เกาะเพิ่งจะตื่นจากหลับใหล ผู้คนลอยคออาบน้ำในลากูนอย่างง่วงงุน บ้างวักน้ำล้างหน้า บ้างดำผุดดำว่าย ระดับน้ำขึ้นเต็มที่ เลยลากูนออกไป มหาสมุทรทอดไกลจนจรดขอบฟ้ามาราวา คาราวา ตาราวา “ทะเล ท้องฟ้า แผ่นดิน” คือเทพเจ้าโบราณสามองค์ของผู้คนในประเทศคิริบาตีหรือที่เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ชาวอี-คิริบาตี แต่เทพทั้งสามกำลังเสียสมดุล พระแม่มหาสมุทรหาได้เป็นศูนย์กลางแห่งการโอบอุ้มและดลบันดาลทุกสิ่งอย่างที่พวกเขาเคยรู้จักมาตลอด พระนางกำลังเผยพระพักตร์ที่แตกต่างออกไป เป็นโฉมหน้าอันน่าพรั่นพรึงของระดับน้ำที่รุกล้ำกลืนกินและคลื่นที่โหมซัดกระหน่ำ ทุกวันนี้ ชาวอี-คิริบาตีอยู่กับความเป็นจริงของมาราวาที่เพิ่มระดับขึ้น นี่คือช่วงเวลาของ บิบิตากิน คานวน โบง หรือ “ความเปลี่ยนแปลงของลมฟ้าอากาศที่ยาวนานหลายวัน” วลีในภาษาคิริบาตีที่หมายถึง การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (climate change) ชาวเกาะอยู่กันอย่างหวาดหวั่นและไม่มั่นใจกับวลีนี้ จะไม่ให้หวาดหวั่นได้อย่างไรเล่า ในเมื่อโลกพร่ำบอกพวกเขาว่า ประเทศเกาะซึ่งมีพื้นที่ลุ่มต่ำอย่างบ้านของพวกเขาจะจมน้ำในไม่ช้า บรรดาผู้นำของพวกเขายังบอกเองว่า คิริบาตีซึ่งประกอบด้วยหมู่เกาะปะการัง 33 เกาะ ท่ามกลางความกว้างใหญ่ไพศาลของมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลางนี้เป็น “หนึ่งในประเทศซึ่งเปราะบางที่สุดในบรรดาพื้นที่เปราะบางทั้งหลาย” พวกเขาทำนายด้วยว่า เกาะปะการังวงแหวนหรืออะทอลล์ (atoll) ตาระวาซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศจะไม่สามารถอยู่อาศัยได้อีกต่อไปภายในหนึ่งชั่วอายุคน แต่ชาวอี-คิริบาตีจำนวนมากไม่ยอมรับว่า บ้านเกิดของตนกำลังกลายเป็น “ประเทศเกาะที่รอวันอันตรธาน” และพวกเขาไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากยอมรับชะตากรรม   พวกเขาไม่คิดว่าตนเองเป็น […]

เปลี่ยนโลกด้วยมือเรา

  เรื่อง  โรเบิร์ต คุนซิก ภาพถ่าย ลูกา โลกาเตลลี เยอรมนีกำลังริเริ่มการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญที่เรียกว่า เอแนร์จีเวนเดอ (energiewende) หรือการปฏิวัติพลังงานที่บรรดานักวิทยาศาสตร์เห็นว่า สักวันหนึ่งทุกประเทศจำเป็นต้องทำเพื่อป้องกันหายนะจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ  และในบรรดาชาติอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ด้วยกัน เยอรมนีถือเป็นผู้นำในเรื่องนี้  เมื่อปีที่แล้ว การผลิตไฟฟ้าราวร้อยละ 27 ของเยอรมนีได้มาจากแหล่งพลังงานหมุนเวียน เช่น ลมและแสงอาทิตย์ เพิ่มขึ้นจากทศวรรษก่อนถึงสามเท่า การเปลี่ยนแปลงนี้ถูกเร่งให้เร็วขึ้นหลังภัยพิบัติที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะในญี่ปุ่นเมื่อปี 2011 ซึ่งทำให้นายกรัฐมนตรีอันเกลา แมร์เคิล ประกาศจะปิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทั้ง 17 แห่งภายในปี 2022 จนถึงขณะนี้ เยอรมนีปิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไปแล้วเก้าแห่ง และผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนได้สูงกว่าปริมาณที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทั้งเก้าแห่งนั้นเคยผลิตได้เสียอีก อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้เยอรมนีมีบทบาทสำคัญยิ่งต่อโลกคือคำถามที่ว่า เยอรมนีจะเป็นผู้นำการลด ละ เลิก การใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลได้หรือไม่ นักวิทยาศาสตร์ชี้ว่า พอถึงปลายศตวรรษนี้ การปล่อยคาร์บอนที่ทำให้โลกร้อนขึ้นต้องลดลง จนแทบเหลือศูนย์ เยอรมนีซึ่งมีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสี่ของโลกให้คำมั่นว่าจะลดการปล่อยคาร์บอนครั้งใหญ่ กล่าวคือลดลงจากปี 1990 ให้ได้ร้อยละ 40 ภายในปี 2020 และลดลงอย่างน้อยร้อยละ 80 ภายในปี 2050 ตอนนี้คำสัญญาเหล่านั้นจะเป็นจริงหรือไม่ยังไม่มีใครตอบได้ การปฏิวัติพลังงานของเยอรมนีเกิดจากรากหญ้า ได้แก่พลเมืองทั่วไปและกลุ่มองค์กรพลังงานภาคประชาชนที่ลงทุนในพลังงานหมุนเวียนคิดเป็นสัดส่วนถึงครึ่งหนึ่ง แต่บริษัทผลิตไฟฟ้าขนาดใหญ่ซึ่งคงไม่เห็นดีเห็นงามกับการปฏิวัติพลังงานนี้กดดันให้รัฐบาลของแมร์เคิลชะลอการดำเนินการต่างๆ เยอรมนียังคงผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินในปริมาณสูงกว่าพลังงานหมุนเวียนมากนัก […]

ฉลามขาวจอมลี้ลับ

ฉลามขาวในธรรมชาติไม่ได้น่ากลัวแบบที่คิด มันดูจ้ำม่ำ แก้มย้อย จนกระทั่งเมื่อมันอ้าปากเท่านั้นแหละ...

มนตราแห่งนครที่สาบสูญ

เรื่อง ดักลาส เพรสตัน ภาพถ่าย เดฟ โยเดอร์ วันที่ 18 กุมภาพันธ์ ปี 2015 เฮลิคอปเตอร์ทหารลำหนึ่งทะยานขึ้นจากลานบินใกล้เมืองกาตากามัส ประเทศฮอนดูรัส บ่ายหน้าไปทางเทือกเขาลามอสกีเตีย เบื้องล่าง เรือกสวนไร่นาค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นลาดเนินสูงชันอาบแสงอาทิตย์ บ้างปกคลุมด้วยป่าดิบชื้น  บ้างถูกแผ้วถางเป็นฟาร์มปศุสัตว์  นักบินมุ่งหน้าไปยังช่องเขาเล็กๆรูปตัววี (V) ฝูงนกยางบินอยู่เบื้องล่าง  ยอดไม้สั่นไหวจากการเคลื่อนไหวของฝูงวานรที่มองไม่เห็นตัว  ที่นี่ไม่มีร่องรอยกิจกรรมใดๆของมนุษย์ นักบินบังคับเครื่องให้โฉบลงด้านข้างก่อนจะลดระดับลง  เป้าหมายคือพื้นที่โล่งริมฝั่งแม่น้ำ ในกลุ่มผู้ที่ก้าวลงมาจากเฮลิคอปเตอร์มีนักโบราณคดีคนหนึ่งชื่อ คริส ฟิชเชอร์ หุบเขาแห่งนี้อยู่ในภูมิภาคซึ่งเล่าลือกันมาช้านานว่าเป็นที่ตั้งของเมือง “ซิวดัดบลังกา” (Ciudad Blanca) มหานครในตำนานที่สร้างด้วยศิลาสีขาว หรือที่รู้จักกันในอีกชื่อว่า นครสาบสูญแห่งวานรเทพ  ฟิชเชอร์ไม่เชื่อตำนานเหล่านั้น แต่เชื่อว่าในหุบเขาที่เขาและเพื่อนร่วมงาน เรียกกันง่ายๆว่า ที1 (T1) นี้มีซากปรักนครสาบสูญของจริงซึ่งถูกทิ้งร้างมาอย่างน้อยครึ่งสหัสวรรษ จะว่าไปแล้ว นี่เป็นเรื่องที่เขาแน่ใจด้วยซ้ำ ในการเดินทางครั้งนี้ ทีมสำรวจใช้เทคนิคที่เรียกว่าไลดาร์ [lidar ย่อมาจาก light detection and ranging หรือการตรวจหาและวัดระยะทางด้วยแสง] เทคนิคนี้ใช้ทำแผนที่นครการากอลของชาวมายาในประเทศเบลีซ ไลดาร์ทำงานด้วยการสะท้อนลำแสงเลเซอร์อินฟราเรดนับแสนๆลำกลับขึ้นมาจากป่าดิบชื้นเบื้องล่าง และบันทึกตำแหน่งของจุดการสะท้อนแสงในแต่ละครั้ง […]