สำรวจโลกซ่อนเร้นของเปรู - National Geographic Thailand

สำรวจโลกซ่อนเร้นของเปรู

เรื่อง เอมมา แมร์ริส
ภาพถ่าย ชาร์ลี แฮมิลตัน เจมส์

เอลิอัส มาชีปังโก ชูเวรีเรนี คว้าธนูและลูกธนูที่ทำจากไม้ไผ่เหลาแหลมขึ้นมา  เราจะออกล่าลิงในอุทยานแห่งชาติมานูของเปรู ป่าดิบชื้นผืนใหญ่ที่ได้รับการคุ้มครองและพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก

การล่านี้ถูกกฎหมาย เอลิอัสเป็นชนพื้นเมืองเผ่ามาชีเกงคา เผ่าที่มีประชากรไม่ถึงหนึ่งพันคนซึ่งดำรงชีวิตอยู่ในอุทยาน โดยส่วนใหญ่อยู่ตามริมแม่น้ำมานูและลำน้ำสาขา  ชนพื้นเมืองที่นี่ทุกเผ่ามีสิทธิ์เก็บพืชพรรณและล่าสัตว์ป่ามาใช้ประโยชน์ แต่ห้ามนำทรัพยากรในอุทยานไปขายถ้าไม่ได้รับอนุญาต  และห้ามใช้ปืนล่าสัตว์ พวกเขาเรียกขานกันด้วยชื่อต้น เอลิอัสกับภรรยาปลูกฝ้ายและพืชผลอื่นๆในลานเล็กๆริมแม่น้ำโยมีบาโต ลูกๆของพวกเขาเก็บผลไม้และพืชสมุนไพร เอลิอัสจับปลาตัดไม้ และล่าสัตว์ โดยเฉพาะลิงแมงมุมและลิงขนปุย อันเป็นอาหารโปรดของชาวมาชีเกงคา

สรรพสิ่งดำเนินเช่นนี้มาช้านาน แต่ประชากรชนเผ่ามาชีเกงคากำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้นักชีววิทยาที่รักอุทยาน   เริ่มวิตกว่า จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อประชากรเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า จะเกิดอะไรขึ้นถ้าพวกเขาเริ่มใช้ปืน ฝูงลิงจะอยู่รอดหรือไม่ และหากไม่ได้ลิงเหล่านี้ช่วยแพร่กระจายเมล็ดพันธุ์ระหว่างที่มันตระเวนหากินไปทั่วผืนป่าแล้ว สภาพป่าจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร

ขณะที่ป่านอกอุทยานเริ่มแหว่งเว้าขึ้นเรื่อยๆ ทั้งจากการขุดเจาะก๊าซธรรมชาติ การทำเหมือง และการตัดไม้ การปกป้องอุทยานก็ทวีความสำคัญยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับคำถามที่ว่า การมีคนอยู่ในอุทยานส่งผลดีหรือผลเสียต่ออุทยานกันแน่ และการมีอุทยานส่งผลดีต่อชีวิตพวกเขาหรือไม่

เอลิอัสวัย 53 ปี มีผมหยักศกสีดำและสายตาเข้มลึก เขาสวมเสื้อฟุตบอลสีเขียว กางเกงขาสั้น และรองเท้าแตะที่ทำจากยางรถเก่าๆ เราเดินตัดทุ่งเข้าป่า โดยมีทาเลียกับมาร์ติน ลูกสาวและลูกเขยของเขา กับหลานปู่วัยรุ่นอีกคนติดตามไปด้วย ทาเลียสะพายย่ามทอมือสำหรับใส่ต้นไม้กลับบ้าน นอกจากนี้ ฉันยังมีเกลนน์ เชปเพิร์ด นักมานุษยวิทยาผู้กินอยู่และทำงานกับชาวมาชีเกงคามานาน 30 ปี ร่วมขบวนมาอีกคนหนึ่ง

ลิงแทมารีนที่โยอีนา มาเมเรีย นอนต์โซเตกา เด็กหญิงชาวมาชีเกงคาเลี้ยงไว้ เกาะศีรษะเธอไว้แน่นขณะที่เธอลงแช่ในแม่น้ำโยมีบาโต ลึกเข้าไปในอุทยานแห่งชาติมานู

หลังเข้าป่ามาได้ไม่นาน เราก็ได้ยินเสียงฝูงลิงคาปูชิน เอลิอัสปล่อยพวกมันไป เขาอดใจรอลิงชนิดอื่นที่ โปชีนี หรืออร่อยกว่า ผ่านไปอีกหนึ่งชั่วโมง ในที่สุด ทาเลียก็ยิ้มกว้างแล้วกระซิบบอกว่า โอเชโต ซึ่งหมายถึงลิงแมงมุม

เราเห็นพวกมันกระโจนแผล็วไปตามยอดไม้รกครึ้มสูง 20 ถึง 30 เมตรเหนือศีรษะ การล่าเปิดฉากขึ้น และมีแต่ฉันคนเดียวที่สะดุดรากไม้ กระแทกเถาวัลย์ ลื่นล้มบนดินเลน และเดินชนดงหนามกับใยแมงมุมเพราะมัวแต่คอยระวังงู เอลิอัสกับครอบครัวทรงตัวได้ดีกว่า แต่การเดินในป่านี้ไม่ใช่เรื่องง่ายแม้แต่สำหรับพวกเขา การล่าสัตว์ที่ระดับพื้นดินอย่างหมูป่าเพ็กคารีอ้วนๆว่ายากแล้ว ทว่าในการยิงลิงแมงมุม นักล่าชาวมาชีเกงคาต้องตามมันให้ทัน แล้วยิงเป้าซึ่งไม่เคยอยู่นิ่งที่ความสูงเกินตึกหกชั้น

เอลิอัสนำหน้า พอเจอลิงเพศเมียเข้า เขาก็เล็งแล้วยิง แต่พลาดเป้า ถ้าเขามีปืนสั้น ลิงตัวนั้นคงตายไปแล้ว

อุทยานเนื้อที่ 17,169 ตารางกิโลเมตรแห่งนี้ครอบคลุมบริเวณลุ่มน้ำทั้งหมดของแม่น้ำมานู  จากทุ่งหญ้าที่ะดับความสูงเกือบ 4,000 เมตรทางตะวันออกของเทือกเขาแอนดีส ผ่านป่าเมฆที่มีมอสปกคลุมลงไปถึงป่าดิบชื้นในที่ลุ่มต่ำทางตะวันตกสุดของลุ่มน้ำแอมะซอน ดินแดนแห่งนี้มีสมเสร็จท่องอยู่ในป่า นกแก้วมาคอว์สีแดงโผบินอยู่บนท้องฟ้า และงูเลื้อยอยู่ตามพื้นดิน ค้างคาว 92 ชนิดครอบครองท้องฟ้ายามราตรี ไพรเมต 14 ชนิดป่ายปีนต้นไม้หลบหนีนกอินทรีฮาร์ปีที่มีช่วงปีกกว้างถึงสองเมตร ผีเสื้อร่อนบินไปทั่ว และบนทุกพื้นผิวก็มีมดไต่อยู่ทั่วไป

อุทยานแห่งนี้มีต้นไม้น้อยใหญ่นับพันชนิด หลายชนิดเกี่ยวกระหวัดกันเป็นเถาหนา ต้นไม้ชนิดหนึ่งที่มีความสำคัญสูงสุดในระบบนิเวศคือมะเดื่อ ซึ่งให้ผลทั้งปีจึงช่วยประทังชีวิตสัตว์หลายชนิดตลอดฤดูแล้ง

ระหว่างทัศนศึกษา เด็กนักเรียนชาวมาชีเกงคากินปลาที่จับได้ด้วยวิธีดั้งเดิม นั่นคือการนำรากไม้บาร์บัสโกมาตำให้เหนียวแล้วนำลงไปกวนในแม่น้ำ รากไม้จะปล่อยสารชีวพิษออกมา ทำให้ปลาแน่นิ่งไป แต่ไม่เป็นอันตรายกับ คนที่กินปลา

“ผมเห็นลิงนับร้อยตัวบนต้นไม้ต้นเดียวเลยละครับ” จอห์น เทร์โบ นักนิเวศวิทยาจากมหาวิทยาลัยดุ๊ก เล่า “คืนที่มีแสงจันทร์ส่อง ถ้าหิวขึ้นมา พวกมันจะตื่นตอนตีสองแล้วไปที่ต้นไม้ตอนตีสี่” เขากับเพื่อนร่วมงานเข้าประจำการที่สถานีชีววิทยาโคชาคาชูไม่นานหลังอุทยานก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1973

“มานูเป็นป่าเขตร้อนหนึ่งในไม่กี่ผืนที่เราจะได้สัมผัสและศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพในสภาพสมบูรณ์” เคนต์ เรดฟอร์ด นักนิเวศวิทยาของบริษัทอาร์คิเพลาโกคอนซัลติงในพอร์ตแลนด์ รัฐเมน บอก

แม้จะอุดมสมบูรณ์ แต่อุทยานแห่งชาติมานูก็ไม่ใช่สวนสวรรค์อันพิสุทธิ์ ที่นี่มีประวัติศาสตร์มากมายเหลือเกิน ผู้คนหลายเผ่าที่พูดภาษาแตกต่างกันไปอาศัยอยู่ริมแม่น้ำมานูอย่างหนาแน่นจนชนเผ่าหนึ่งถึงกับเรียกแม่น้ำสายนี้ว่า สายธารแห่งบ้านเรือน ชาวอินคาและผู้พิชิตชาวสเปนที่บุกเข้ามาในภายหลังไม่อาจสยบชนเผ่าที่นี่ลงได้ แต่การค้ากับชาวอินคากลับเชื่อมโยงพวกเขาเข้ากับภูมิภาคที่กว้างใหญ่กว่า ขณะที่โรคภัยของชาวสเปนซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปมากมายก็เริ่มยึดโยงภูมิภาคนี้เข้ากับโลกภายนอก

 

อ่านเพิ่มเติม : ชีวิตบนรถไฟเส้นทางยาวที่สุดในอินเดีย5 แหล่งผจญภัยตามสไตล์ Game of Thrones

เรื่องแนะนำ

ภาษาภาพ : ประจำเดือนมิถุนา

แอนตาร์กติกา บนเกาะคิวเวอร์วิลล์  เท้าสีสันสดใสปรากฏเต็มเฟรมภาพ เมื่อเพนกวินเจนทูกระโดดขึ้นจากน้ำเพื่อขึ้นฝั่ง คอโลนีขนาดใหญ่ที่สุดของเพนกวินชนิดนี้ในแถบคาบสมุทรแอนตาร์กติก มีนกที่จับคู่ผสมพันธุ์มากกว่า 9,000 คู่ ภาพโดย พอล เซาเดอร์ส, BIOSPHOTO สิงคโปร์ “ซูเปอร์ทรี” หรือต้นไม้ประดิษฐ์ในสวนการ์เดนส์บายเดอะเบย์  มีความสูงตั้งแต่ 25 ถึง 50 เมตร  แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศเนื้อที่ 250 ไร่แห่งนี้ ส่งเสริมเรื่องแหล่งน้ำสะอาด พลังงานแสงอาทิตย์ ความยั่งยืน และความหลากหลายทางพฤกษศาสตร์ ภาพโดย ลูกา โลกาเตลลี, INSTITUTE   ยูเครน ที่โรงยิมกลางแจ้งคาชัลคาในกรุงเคียฟ   นักยิมนาสติกของอดีตสหภาพโซเวียตแสดงให้ดูว่า  เขายังยืดหยุ่นและฟิตเปรี้ยะ แม้จะอยู่ในวัย 83 ปี  ฟิตเนสที่สร้างขึ้นแบบตามมีตามเกิดบนเนื้อที่หลายไร่ของเมืองหลวงที่กำลังตึงเครียดทางการเมืองแห่งนี้  เปิดให้ใช้ฟรีมาตั้งแต่ทศวรรษ 1970 ภาพโดย ฟีลิป ซิงเงอร์, EPA    

บทเรียนจากต้นไม้

เรื่อง แคที นิวแมน ภาพถ่าย ไดแอน คุก และเลน เจนเชล ต้นไม้ทุกต้นบอกเล่าเรื่องราว แต่บางเรื่องอาจสะเทือนอารมณ์เกินพรรณนา ไม่ว่าจะเก็บรักษาความทรงจำ โอบอุ้ม  ความเชื่อ หรือเป็นอนุสรณ์ความเศร้า ต้นไม้ยังสร้างแรงบันดาลใจ  เรื่องราวโด่งดังที่สุดเห็นจะไม่พ้นต้นแอ๊ปเปิ้ลในสวนผลไม้ที่มณฑลลิงคอล์นเชียร์ ประเทศอังกฤษ ซึ่งเล่าขานกันว่า เมื่อปี 1666 แอ๊ปเปิ้ลผลหนึ่งร่วงหล่นจากต้น และกระตุ้นให้ชายหนุ่มนามไอแซก นิวตัน นึกสงสัยว่า ทำไมแอ๊ปเปิ้ลถึงร่วงในแนวดิ่งลงสู่พื้นดินเสมอ ต้นฉบับลายมือสมัยศตวรรษที่สิบแปดบอกเล่าว่า นิวตันซึ่งเดินทางกลับบ้านจากเคมบริดจ์ (หลังกาฬโรคระบาดทำให้ต้องปิดมหาวิทยาลัย) เดินเข้าไปในสวนและครุ่นคิดใคร่ครวญ วิลเลียม สตูกลีย์ เพื่อนและนักเขียนชีวประวัติของเขา บรรยายไว้ว่า “ความคิดเรื่องแรงโน้มถ่วงผ่านเข้ามาในหัว…จากการร่วงสู่พื้นของผลแอ๊ปเปิ้ล ขณะที่เขานั่งนึกตรึกตรองอยู่” นี่ไม่ใช่ช่วงเวลาแห่งการหยั่งรู้ครั้งแรกที่เกี่ยวพันกับต้นไม้ พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ ขณะประทับใต้ต้นโพธิ์มิใช่หรือ ต้นไม้ชวนให้เราเคลิบเคลิ้ม วัฒนธรรมหลากหลายเล่าขานนิทานว่าด้วยนักบวชที่สดับตรับฟังเสียงสกุณาในพงไพรแล้วพบว่า เวลาเพียงชั่วอึดใจกลับกลายเป็นหลายร้อยปีที่ผันผ่าน ต้นไม้เป็นที่เก็บความทรงจำของธรรมชาติ กระทั่งในระดับโมเลกุล เบนจามิน สเวตต์ ผู้เขียนหนังสือ นิวยอร์ก นครแห่งแมกไม้ (New York City of Trees) กล่าวในการสัมภาษณ์ทางวิทยุว่า “เนื้อไม้ในแต่ละชั้นของวงปีประกอบด้วยอากาศบางส่วนของปีนั้นๆ […]

เตรียมปรับรับโลกร้อน

เตรียมปรับรับ โลกร้อน เมื่อ 11 ปีก่อน  สมบัติ ชุมนุม หนุ่มใหญ่วัย 40 ปี พาโยโกะ มินามิ ภรรยาชาวญี่ปุ่น กลับมายังบ้านเกิดที่อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร เพื่อสานฝันของเขา นั่นคือการแปรนาข้าวเดิมของพ่อที่ใช้สารเคมีมายาวนาน  ไปสู่นาข้าวอินทรีย์และแปลงเกษตรผสมผสาน หลังไถปรับหน้าดินแข็งโกกเกกไร้ธาตุอาหาร และยกระดับที่นาให้สูงขึ้น เขาก็เริ่มขุดสระน้ำขนาดใหญ่ โดยผันน้ำมาจากลำห้วยวังหินที่อยู่ท้ายแปลงที่ดิน “หัวใจของการทำเกษตรคือน้ำครับ” เขาบอกขณะพาผมเดินฝ่าดงหญ้าริมคันนา เลียบสระน้ำกว้างใหญ่ที่เชื่อมต่อกับลำห้วยไหลเอื่อย  สมบัติใช้น้ำจากสระแห่งนี้รดต้นไม้ ปลูกข้าว และอุปโภคในครัวเรือน “ตอนมาทำใหม่ๆ ชาวบ้านแถวนี้หาว่าผมบ้า ไม่ใส่ยา ไม่ใส่ปุ๋ย แถมขุดสระน้ำใหญ่โต เขาไม่ขุดกันใหญ่ขนาดนี้หรอก เพราะเสียดายที่ดินปลูกข้าวครับ” เขาบอก สมบัติเคยทำงานที่องค์กรพัฒนาเอกชนด้านเกษตรอินทรีย์ในกรุงเทพฯ มาก่อน จึงมีความรู้ด้านการจัดการแปลงเกษตรพอสมควร แปลงนาของเขาปลูกข้าวหลากหลาย ทั้งข้าวหอมมะลิพันธุ์ 105 อันลือชื่อของดินแดนทุ่งกุลาร้องไห้ข้าวเหนียวกข.6 และข้าวพันธุ์ใหม่ที่กำลังมาแรงอย่าง “ไรซ์เบอร์รี่”  ที่อยู่ติดกันคือสวนผสมสารพัน  ตั้งแต่กะทกรกยันเพกา กล้วยน้ำว้ายันมะรุม ใกล้ๆกันคือโรงเรือนไก่ไข่ และกองลอมฟางที่เป็นรังของเห็ดฟาง ซึ่งภรรยาของเขาจะมาเก็บไปทำอาหารทุกเช้า มีคอกแพะและวัว (ว่างเปล่าเพราะเลี้ยงไม่ไหว) เขาใช้แผงเซลล์สุริยะผลิตกระแสไฟฟ้าใช้ในบ้าน ไม่ดูโทรทัศน์ […]

ภาพนี้ต้องขยาย : คนเล็กต้นไม้ใหญ่

ภาพโดย กิลเบิร์ต เอช. โกรฟเนอร์, NATIONAL GEOGRAPHIC CREATIVE บนลาดเขาแห่งหนึ่งของเกาะเมาอี  ใบของต้น อาเปอาเป (‘ape‘ape) ทำให้ชายที่ยืนอยู่ใต้ร่มเงาไม้ดูตัวเล็กลงไปถนัดตา  “ร่างมนุษย์ช่วยให้เห็นสัดส่วนและขนาดของพืชพรรณแปลกประหลาดและสวยงามชนิดนี้” ทีมบรรณาธิการในเวลานั้นคงต้องชื่นชอบภาพนี้เป็นพิเศษ   เพราะมีภาพถ่ายสองแบบ  (กับชายคนเดียวกัน) ปรากฏอยู่ในสารคดีว่าด้วยอัศจรรย์แห่งธรรมชาติของหมู่เกาะฮาวาย— badocams มาร์กาเร็ต จี. แซ็กโควิตซ์