ว่ายน้ำกับเหล่าพยัคฆ์ - National Geographic Thailand

ว่ายน้ำกับเหล่าพยัคฆ์

เรื่อง เกลนน์ ฮอดเจส
ภาพถ่าย ไบรอัน สเกอร์รี

มชมภาพยนตร์เรื่อง จอว์ส (Jaws) ตั้งแต่เริ่มฉายในช่วงฤดูร้อนของปี 1975  ตอนนั้นผมอายุเก้าขวบ และยังจำได้ว่าผู้ชมทั้งโรงส่งเสียงเฮดังลั่นเมื่อโบรดีฆ่าฉลามยักษ์ได้ในที่สุด  ผมรักภาพยนตร์เรื่องนี้มาก และคืนนั้นผมฝันว่าฉลามว่ายน้ำขึ้นมาจากโถส้วม แล้วไล่ตามผมไปตามโถงทางเดิน

ประสบการณ์ของผมคล้ายกับของคนทั่วไปในสหรัฐฯ และทั่วโลก  เรารักภาพยนตร์เรื่อง จอว์ส และเราหวาดกลัวฉลาม  ผมโตมากับน้ำที่บ้านของปู่ย่าบนชายฝั่งรัฐคอนเนตทิคัต และแม้ว่าผมจะยังว่ายน้ำต่อ ผมมักหวั่นใจอยู่เสมอว่า อาจถูกฉลามลากขาลงน้ำไปได้ทุกเมื่อ  แม้ว่าตั้งแต่ปี 1900 เป็นต้นมาจะมีคนถูกฉลามกัดที่ชายฝั่งคอนเนตทิคัตเพียงสองครั้งแต่ข้อเท็จจริงย่อมไม่สำคัญเท่าความรู้สึก

ดังนั้น เมื่อได้รับมอบหมายให้เขียนบทความชิ้นนี้ ผมจึงตัดสินใจทำสิ่งที่ไม่เคยอยากทำมาก่อน นั่นคือการว่ายน้ำกับฉลาม  ผมจะเรียนดำน้ำแบบสกูบา แล้วจะไปยังสถานที่แห่งหนึ่งในหมู่เกาะบาฮามาสซึ่งมีชื่อว่า หาดไทเกอร์ (Tiger Beach – หาดฉลามเสือ)  ผมจะดำน้ำกับฉลามเสือซึ่งเป็นเจ้าของสถิติทำร้ายมนุษย์มากกว่าฉลามชนิดอื่นใด เว้นแต่ฉลามขาว  นี่จะเป็นการดำน้ำครั้งแรกของผมหลังได้รับใบอนุญาต ซึ่งหมายความว่า เป็นการดำน้ำครั้งแรกนอกสระว่ายน้ำหรือหนองน้ำในแมริแลนด์  และไม่มีกรงป้องกันอันตรายเสียด้วย

แต่ผมแค่อยากลบล้างความเชื่อผิดๆของใครต่อใคร  คนที่รู้จักฉลามอย่างใกล้ชิดมักกลัวพวกมันน้อยที่สุด และไม่มีใครเข้าใกล้ฉลามไปมากกว่านักดำน้ำอีกแล้ว นักดำน้ำซึ่งทำงานที่หาดไทเกอร์พูดถึงฉลามเสือที่นั่นด้วยความรักใคร่ ในลักษณะเดียวกับที่คนพูดถึงลูกๆหรือสัตว์เลี้ยง พวกเขาตั้งชื่อเล่นให้มันและคุยจ้อถึงพฤติกรรมแปลกๆของพวกมัน

นักดำน้ำชมฉลามเสืออย่างระมัดระวังในหมู่เกาะบาฮามาส แต่เหตุการณ์ในภาพอาจไม่อันตรายอย่างที่เห็น นั่นเป็นเพราะฉลามเสือล่าเหยื่อแบบจู่โจม จึงมักไม่โจมตีนักดำน้ำซึ่งคอยจับตาดูมันอยู่ตลอดเวลา

แต่การลบล้างความเชื่อผิดๆทำได้ยาก เพราะความเป็นจริงไม่ได้มีเพียงขาวกับดำ ก่อนหน้าที่ผมจะลงดำน้ำเป็นครั้งแรกที่หาดไทเกอร์เพียงวันเดียว มีรายงานข่าวว่า ชายคนหนึ่งถูกฉลามเสือทำร้ายในฮาวาย เขารอดตายมาได้แต่ก็เป็นแผลเหวอะหวะ นี่เป็นการถูกฉลามทำร้ายหนึ่งในสามครั้งบริเวณนอกชายฝั่งโอวาฮูเฉพาะในเดือนนั้นเดือนเดียว และเป็นตัวอย่างหนึ่งของการถูกฉลามทำร้ายซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

แต่เราต้องย้ำว่า ฉลามเสือไม่ได้มีความสำคัญเพราะจำนวนคนที่มันทำร้ายเท่านั้น  ในฐานะสัตว์นักล่าระดับสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร ฉลามเสือเป็นกำลังสำคัญในการรักษาสมดุลของระบบนิเวศมหาสมุทร ด้วยการจำกัดพฤติกรรมของสัตว์ต่างๆ เช่น เต่าทะเล ด้วยเหตุนี้ ฉลามเสือจึงเป็นสิ่งจำเป็นต่อความสมบูรณ์ของระบบนิเวศหญ้าทะเล ซึ่งเป็นถิ่นอาศัยของสัตว์ทะเลมากมายหลายชนิด

ฉลามเสือใช้ชีวิตอย่างค่อนข้างปลอดภัยในน่านน้ำที่ได้รับความคุ้มครองของหมู่เกาะบาฮามาส แต่พวกมันแทบไม่เคยอยู่ที่ไหนนานๆ การอพยพมักทำให้พวกมันตกเป็นเป้าของชาวประมง

ยิ่งไปกว่านั้น บทบาทของฉลามเสือในระบบนิเวศของมหาสมุทรยังมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นอันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ  หากโลกและมหาสมุทรยังคงอุ่นขึ้นต่อไป สิ่งมีชีวิตบางชนิดจะเป็นผู้ชนะ บางชนิดจะเป็นผู้แพ้ และฉลามเสือน่าจะเป็นผู้ชนะ  ฉลามเสือชอบน้ำอุ่น กินแทบทุกอย่างที่ขวางหน้า และมีลูกครอกใหญ่ (จำนวนลูกในครอกที่น้อยของฉลามชนิดอื่นทำให้พวกมันเสี่ยงต่อการทำประมงเกินขนาด) โดยรวมแล้ว ลักษณะพิเศษเหล่านี้ทำให้ฉลามเสือเป็นฉลามที่ทรหดอดทนที่สุดชนิดหนึ่ง นอกจากนั้น พวกมันยังเป็นฉลามที่มีขนาดใหญ่ที่สุดชนิดหนึ่งอีกด้วย โดยฉลามเพศเมียที่โตเต็มวัยมีลำตัวยาวได้กว่า 5.5 เมตร และหนักกว่า 570 กิโลกรัม  มีเพียงฉลามขาวและฉลามอีกไม่กี่ชนิดที่มีขนาดใหญ่กว่า

หาดไทเกอร์ไม่ใช่หาดทราย แต่เป็นบริเวณน้ำตื้น ห่างจากเกาะแกรนด์บาฮามาไปทางทิศเหนือประมาณ 40 กิโลเมตร ลักษณะเป็นพื้นทรายที่มีหญ้าทะเลและแนวปะการัง ซึ่งเริ่มเป็นที่นิยมของนักดำน้ำเมื่อประมาณทศวรรษก่อน บริเวณนี้เป็นถิ่นอาศัยที่ดีที่สุดของฉลามเสือ และมีทัศนวิศัยเหมาะสำหรับการชมฉลามด้วยท้องน้ำลึก 6 ถึง 14 เมตร และมักใสแจ๋วอยู่เสมอ

ฉลามส่วนใหญ่ที่หาดไทเกอร์คุ้นเคยกับนักดำน้ำดี  เคยชินกับการให้อาหาร และไม่แว้งกัด  กระนั้น แม้แต่ตัวที่ไม่เคยชินกับสิ่งที่ทำอยู่เป็นประจำนี้ ซึ่งเราได้พบตัวหนึ่งระหว่างดำน้ำวันแรก ก็มักไม่เป็นภัยต่อนักดำน้ำ  ฉลามเสือเป็นนักล่าที่ซุ่มโจมตีเหยื่อ โดยใช้การซ่อนตัวและจู่โจมเข้าจับเหยื่อ ที่หาดไทเกอร์ คุณไม่ได้พุ้ยน้ำสุ่มสี่สุ่มห้า หรือว่ายน้ำอยู่บนผิวน้ำเหมือนเหยื่อที่ถูกโจมตีส่วนใหญ่ คุณอยู่ใต้น้ำในระดับเดียวกับฉลาม ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่าคุณเป็นสิ่งที่ไม่ใช่เหยื่อ การดำน้ำกับฉลามจึงปลอดภัยพอสมควร

เรื่องแนะนำ

อาณาจักรของอิสตรี

เรื่อง เจเรมี เบอร์ลิน ภาพถ่าย แคโรลิน คลุพเพิล ผืนป่าเขียวขจีทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย ติดกับพรมแดนบังกลาเทศ คือที่ตั้งของหมู่บ้านเล็กๆซึ่งมีระเบียบทางสังคมไม่เหมือนใคร ชนพื้นเมืองเผ่ากะสิราว 500 คนในหมู่บ้านมูลินนงยังคงสืบสานประเพณีการสืบทอดทางแม่ซึ่งมีมาแต่โบราณ  ณ ชุมชนแห่งนี้  ทุกสิ่งไม่ว่าจะเป็นตำแหน่ง เงินทอง ทรัพย์สิน หรืออำนาจ ล้วนตกทอดจากแม่สู่ลูกสาว พูดอีกนัยหนึ่งคือเพศหญิงคือผู้เป็นใหญ่นั่นเอง แคโรลิน คลุพเพิลช่างภาพจากเบอร์ลินใช้เวลาเก้าเดือนในช่วงสองปีพำนักอยู่กับครอบครัวชาวกะสิครอบครัวแล้วครอบครัวเล่าในหมู่บ้านที่ “สงบสุขและสะอาดอย่างไม่น่าเชื่อ” เธอได้พบกับวัฒนธรรมที่ลูกสาวคนสุดท้อง (เรียกว่า คัดดูห์) เป็นผู้รับมรดก สามีย้ายเข้าไปอยู่บ้านภรรยา และลูกๆใช้นามสกุลผู้เป็นแม่ เด็กผู้หญิงเข้าเรียนที่โรงเรียนในหมู่บ้านจนโตเป็นสาว แต่บางคนก็ย้ายไปเรียนต่อในเมืองหลวงของรัฐเมื่ออายุได้สิบเอ็ดหรือสิบสองปีหลังจากนั้นจึงเข้าเรียนในวิทยาลัยหรือกลับคืนสู่มูลินนงเพื่อดูแลพ่อแม่ พวกเธอจะแต่งงานกับใครก็ได้ที่พวกเธอเลือก การหย่าร้างหรือเลือกใช้ชีวิตโสดไม่ใช่เรื่องน่าอับอาย แต่การไม่มีลูกสาวอาจเป็นปัญหาใหญ่ เพราะมีเพียงลูกสาวเท่านั้นที่จะสืบทอดตระกูลต่อไปได้ ครอบครัวที่ไม่มีลูกสาวจึงได้ชื่อว่า เอียป-ดูห์ หรือ “สูญพันธุ์” วาเลนตินา แพคินไทน์ นักมานุษยวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยนอร์ทอีสเทิร์นฮิลล์ กล่าวและเสริมว่า ธรรมเนียมนี้มีมา “แต่โบราณ” แล้ว โดยอาจเป็นสมัยที่ชาวกะสิมีหลายคู่หลายคน จึงยากจะระบุได้ว่าใครเป็นพ่อของลูกที่เกิดมา หรืออาจเป็นครั้งที่บรรพบุรุษฝ่ายชายต้องออกไปทำศึกจึงไม่อาจดูแลเครือญาติหรือครอบครัวได้ ทุกวันนี้ ผู้ชายเป็นผู้นำในสภาหมู่บ้านมูลินนง แต่แทบไม่ได้ครอบครองทรัพย์สิน คลุพเพิลกล่าวว่า บางคนซึ่งไม่พอใจกับสถานะพลเมืองชั้นสองของตนถึงกับเรียกร้องความเสมอภาคทางเพศด้วยซ้ำไป แต่โดยส่วนใหญ่แล้ว […]

เบื้องหลังการสร้างแบบจำลองเรือไวกิ้งในแผนที่พิเศษ “ไวกิ้ง” ฉบับเดือนมีนาคม 2560

โปรเจ็คนี้ใช้เวลานานแค่ไหน ตั้งแต่เริ่มแรกจนถึงเสร็จสิ้นก็ใช้เวลาประมาณสองเดือนครึ่ง โดยใช้ทำงานกันทั้งวันและในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ด้วย ตอนนั้นเฟร์นันโดยังมีงานอื่นอีกสองชิ้น แต่เขาก็ไม่อาจตอบปฏิเสธนี้ได้ (รวมทั้งยังรับทำภาพปกอีกด้วย) ถึงแม้ว่าเขาจะมีเวลาในการทำงานไม่มากก็ตาม นี่ไม่ใช่งานแรกเกี่ยวกับชาวไวกิ้งของเฟร์นันโดใช่ไหม เขาเป็นแฟนพันธุ์แท้ไวกิ้งเลยละครับ แถมยังมีหนังสือเกี่ยวกับไวกิ้งเป็นตั้งก่อนหน้าจะเข้ามาทำงานกับ NGM เสียด้วยซ้ำ เฟร์นันโดเคยสร้างเรือจำลองไวกิ้งยาว 1 เมตรขึ้นมาลำหนึ่งตอนยังอยู่บ้านพ่อแม่ที่สเปนและมีอายุ 23 ปี ต่อมา เมื่อสามปีก่อน เขาได้ไปเที่ยวพักผ่อนกับภรรยาในเดนมาร์ก และหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตเพื่อหาพิพิธภันฑ์ที่ดีที่สุดใกล้โคเปนเฮเกน เขาพบว่ามีพิพิธภันฑ์เรือไวกิ้งที่รอสกิลด์และอยากไปที่นั่นมาก พอถามภรรยาว่าอยากไปด้วยกันไหม เธอตอบว่า “ก็ไม่เชิงค่ะ…” แต่เธอก็ไปกับเขา เขาจำได้ว่านั่งรถทัวร์ไปถึงรอสกิลด์ในวันที่มีอากาศหนาวเย็นและขมุกขมัวไปด้วยหมอกในฤดูหนาว ทั้งคู่ใช้เวลาชมเรืออยู่ถึงสี่ชั่วโมงเต็ม แต่เขาไม่รู้ตัวหรอกว่า อีกสองสามปีต่อมาจะได้กลับมาเยือนรอสกิลด์อีกครั้งในฐานะหนึ่งในทีมงานของ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ขั้นตอนในการสร้างภาพเรือจำลองในแผนที่พิเศษไวกิ้ง เฟร์นันโดมีภาพอยู่ในหัวแล้วเกี่ยวกับฉากที่ว่า ชาวไวกิ้งล่องเรืออย่างไรและนำเรือเทียบท่าอย่างไร จากนั้นก็วาดภาพฉากเหล่านั้นขึ้นมา เขาเริ่มลงมือทำงานชิ้นนี้โดยใช้เวลา 2-3 วันแรกไปกับการตะลุยอ่านทุกอย่างเกี่ยวกับไวกิ้งเท่าที่หาได้ เมื่อได้ข้อมูลมาจำนวนหนึ่งแล้ว เขาก็เข้าใจว่า หัวใจสำคัญของการขยายอิทธิพลของชาวไวกิ้งอยู่ที่เรือของนั่นเอง เขาจึงตั้งใจวาดให้เรือเป็นพระเอก ในแผนที่ด้านที่เป็นรูปเรือ เขาได้ลองออกแบบเรือมาหลายแบบ แบบหนึ่งมีภาพร่างของเรือหกลำ อีกแบบเจาะไปที่เรือลำเดียว หลังจากหารือกับ Creative Director แล้ว พวกเขาก็ตัดสินใจกันว่า ภาพที่สื่อเรื่องราวได้ดีที่สุดควรจะเป็นภาพที่เจาะให้เห็นรายละเอียดของเรือลำเดียว แต่ควรจะเลือกลำไหนล่ะ เฟร์นันโดเลือกเรือ […]

ภาษาภาพ : ประจำเดือนกันยายน

บราซิล ใกล้พรมแดนบราซิล-อาร์เจนตินา  กองทัพผีเสื้อบินกรูลงยึดหัวหาดริมฝั่งแม่น้ำอีกวาซู  แอ่งน้ำอันอุดมไปด้วยแร่ธาตุเหล่านี้เกิดขึ้นเมื่อแม่น้ำลดระดับลง  และดึงดูดพวกผีเสื้อให้มาดูดกินสารอาหาร ภาพโดย ดานิเอล  ปิญเญย์รู

ภาษาภาพ : ประจำเดือนมีนาคม

ญี่ปุ่น แสงอาทิตย์อัสดงอาบไล้เมะโอะโตะอิวะ (“ศิลาสมรส”) อันศักดิ์สิทธิ์เป็นสีนวลตา เกาะหินโด่งสองเกาะนอกชายฝั่งเมืองฟุตะมิซึ่งผูกร้อยกันไว้ด้วยเชือกฟางเส้นหนานี้ เป็นสัญลักษณ์ของอิซะนะงิ (ซ้าย) และอิซะนะมิ เทพเจ้าในศาสนาชินโตที่กล่าวกันว่าเป็นผู้สร้างประเทศญี่ปุ่น ภาพโดย ดาวีเด เลนา จีน ความหนาวเย็นพบกับความแบ่งบานที่สวนแห่งหนึ่งในเมืองฮามี่ ซึ่งต้นไม้ที่กำลังออกดอกและได้น้ำเมื่อคืนก่อนมีน้ำแข็งห้อยย้อยลงมาในช่วงที่อากาศหนาวเย็นฉับพลันอยู่นานสองวันเมื่อเดือนเมษายน ต้นไม้ที่ทนต่ออากาศหนาวชนิดนี้จะอยู่รอดเพื่อผลิบานในปีถัดไป แต่อุณหภูมิที่ลดลงอย่างกะทันหันทำลายพืชผลจำนวนมากในพื้นที่แถบนี้ ภาพโดย STR/AFP/GETTY IMAGES เกาหลีเหนือ เด็กนักเรียนวัยเยาว์ในเมืองเซนวีจูเต้นรำให้กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนชมเป็นประจำ เมืองชายแดนซึ่งมีแม่น้ำยาลู่คั่นจากเมืองต้านตงของจีนนี้เปิดรับนักท่องเที่ยวจากประเทศเพื่อนบ้านมานานแล้ว และเริ่มต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวตะวันตกบางส่วนเมื่อปี 2013 ภาพโดย หวังจ้าว, AFP/GETTY IMAGES