จนถึงหยดสุดท้าย - National Geographic Thailand

จนถึงหยดสุดท้าย

เรื่อง ลอรา ปาร์กเกอร์
ภาพถ่าย แรนดี โอลสัน

“โอ๊ะ” บราวนี วิลสัน ร้องเสียงหลงเมื่อเทปวัดระยะทางที่ฉันกำลังหย่อนลงไปในบ่อบาดาลกลางทุ่งหญ้าแพรรี ของรัฐแคนซัสหลุดมือหายวับไปในความลึกเบื้องล่าง

บ่อที่กว้างพอจะตกลงไปได้นี้สูบน้ำจากชั้นหินอุ้มน้ำโอกัลลาลา (Ogallala Aquifer) แอ่งน้ำจืดใต้ดินขนาดใหญ่ซึ่งหล่อเลี้ยงชีวิตสมัยใหม่ในหลายรัฐอันแห้งแล้งทางตอนกลางของสหรัฐฯ เรามาที่นี่เพื่อตรวจสอบสภาพชั้นหินอุ้มน้ำมาตรวัดแตะน้ำที่ระดับ 60 เมตร ต่ำกว่าปีที่แล้ว 30 เซนติเมตร ระดับที่ลดลงนี้บ่งชี้ว่าน้ำใกล้แห้งขอดเต็มที “บ่อนี้มีน้ำไม่พอสำหรับการชลประทานตลอดฤดูร้อนนี้แล้วครับ” วิลสันว่า

วิลสันเป็นผู้จัดการฝ่ายข้อมูลน้ำของหน่วยสำรวจทางธรณีวิทยาของรัฐแคนซัส และเป็นส่วนหนึ่งของทีมที่มุ่งหน้ามายังภาคตะวันตกของแคนซัสทุกฤดูหนาวเพื่อเก็บข้อมูลว่า  ชั้นหินอุ้มน้ำแห่งนี้แห้งเหือดไปรวดเร็วเพียงใด น้ำใต้ดิน เบื้องล่างสะสมตัวอยู่ในชั้นหินที่มีรูพรุนมาราว 15,000 ปี หรือก่อนสิ้นสมัยน้ำแข็งครั้งสุดท้าย  ในช่วง 60 ปีที่ผ่านมาน้ำจากชั้นหินอุ้มน้ำโอกัลลาลาถูกสูบขึ้นมาในอัตราเร็วเกินกว่าน้ำฝนและหิมะที่ละลายจะซึมลงไปทดแทนได้ทัน สาเหตุหลักเป็นเพราะเครื่องจักรกลชลประทานแบบที่อยู่ใกล้ๆนั่นเอง  ในบางพื้นที่ทางตะวันตกของแคนซัสชั้นหินอุ้มน้ำ ลดลงกว่าร้อยละ 60  ตลอดช่วงเวลาดังกล่าว  และในบางพื้นที่ชั้นหินอุ้มน้ำก็แห้งไปแล้ว  ขณะนี้การลดลงเป็นไปอย่างต่อเนื่องไม่ว่าปีนั้นจะมีน้ำมากหรือน้อย  เช่น เมื่อปี 2015 ฝนตกหนักกว่าปกติถึงร้อยละ 50-100   ทว่าระดับน้ำในบ่อยังลดลงอีก

การนั่ง “รถถัง” หรือแท็งก์พลาสติกใส่น้ำเลี้ยงปศุสัตว์ ล่องไปตามแม่น้ำแคละมัสสายตื้นๆทางตอนกลางของรัฐเนแบรสกา คือแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยว ปริมาณน้ำสองในสามของชั้นหินอุ้มน้ำโอกัลลาลาอยู่ใต้รัฐนี้ จึงมีน้ำใต้ดิน หล่อเลี้ยงน้ำพุ ลำธาร และแม่น้ำนับไม่ถ้วนไม่ขาดสาย

ฉันติดสอยห้อยตามวิลสันมาจนเกือบสิ้นสุดการเดินทางไกล 8,000 กิโลเมตรตามแนวเขตของโอกัลลาลา ซึ่งทอดยาวจากเซาท์ดาโคตาถึงเทกซัส  ฉันขับรถผ่านพื้นที่การเกษตรอันอุดมสมบูรณ์ที่สุดภูมิภาคหนึ่งและเป็นที่ตั้งของอุตสาหกรรมการเกษตรมูลค่าอย่างน้อย 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งปลูกข้าวสาลี ข้าวโพด และเลี้ยงวัวเนื้อเกือบหนึ่งในห้าของทั้งประเทศ  เวลานี้คนที่นี่กำลังเผชิญกับการตัดสินใจอันยากเย็น กล่าวคือ เกษตรกรอาจลดการใช้น้ำเพื่อยืดอายุชั้นหินอุ้มน้ำ หรือดำเนินชีวิตไปบนหนทางเดิมซึ่งทอดสู่จุดจบที่มองเห็นอยู่รำไร บางคนไม่อยากมองสถานการณ์นี้ ในแง่ลบเกินไป แต่ถ้าไม่หยุดสูบน้ำและชั้นหินอุ้มน้ำแห้งเหือดไปจริงๆ ตลาดอาหารทั่วโลกจะได้รับผลกระทบใหญ่หลวงวิกฤติที่เกิดขึ้นอย่างช้าๆนี้จะค่อยๆเผยให้เห็นในช่วงหลายสิบปีข้างหน้า ซึ่งโลกต้องผลิตอาหารเพิ่มขึ้นร้อยละ 60 เพื่อเลี้ยงปากท้องประชากรกว่าเก้าพันล้านคนในช่วงกลางศตวรรษ

การลดระดับของชั้นหินอุ้มน้ำขนาดใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกาเหนือนี้เป็นไปในทิศทางเดียวกับที่เกิดขึ้นทั่วโลก เมื่อระดับน้ำใต้ดินในเอเชีย แอฟริกา และตะวันออกกลางลดลงอย่างรวดเร็ว ชั้นหินอุ้มน้ำเหล่านี้ รวมถึงทางใต้ของโอกัลลาลา ยากจะฟื้นตัวได้  เมื่อไรน้ำหมด อาจต้องใช้เวลาหลายพันปีจึงมีน้ำเต็มเปี่ยมอีกครั้ง

ตะกอนที่ก่อตัวเป็นชั้นหินอุ้มน้ำโอกัลลาลาหลุดล่อนมาจากเทือกเขาร็อกกี ทำให้เกิดหินกรวดซึ่งนำไปใช้เป็นวัสดุก่อสร้าง หินกรวดที่กองอยู่ใกล้เมืองสเลตัน รัฐเทกซัส กินพื้นที่ถึง 37.5 ไร่

จุดหมายของวิลสันพาเราออกจากพรมแดนโคโลราโดไปทางตะวันออก 30 กิโลเมตร ผู้ใช้น้ำจากโอกัลลาลาหรือที่เรียกกันว่าชั้นหินอุ้มน้ำไฮเพลนส์มักใช้คำว่า “หนา” หรือ “บาง” เวลาพูดถึงชั้นน้ำ ซึ่งก็คือคำอธิบายลักษณะของชั้นหินอุ้มน้ำเองด้วย  โอกัลลาลาเป็นเสมือนฟองน้ำใต้ดินขนาดยักษ์ที่ประกอบด้วยหิน ทรายแป้ง ทราย และดิน น้ำทั้งหมดแทรกอยู่ในซอกพรุนของฟองน้ำ วิลสันอธิบายว่า ถ้าม้วนผิวดินด้านบนออกเหมือนพรม ฟองน้ำข้างใต้จะดูคล้ายถาดไข่ว่างเปล่าที่ประกอบด้วยยอดเขาและหุบเขาความลึกแตกต่างกันไป  ในบางพื้นที่ทางตะวันตกของเนแบรสกาซึ่งโอกัลลาลายังมีน้ำเหลือเฟือ ฟองน้ำอาจแผ่ขยายขึ้นไปถึง 300 เมตรจากผิวดิน นั่นหมายความว่าชั้นหินอุ้มน้ำดังกล่าว มีน้ำเป็นชั้น “หนา” ส่วนทางตะวันตกของแคนซัสที่เราอยู่ ชั้นหินอุ้มน้ำมีลักษณะลุ่มๆดอนๆจนทำให้ในบางพื้นที่ชั้นน้ำ “บาง” มักอยู่ห่างจากชั้นน้ำ “หนา” เพียงไม่กี่กิโลเมตร

ขณะมุ่งหน้าลงใต้ ฉันรู้สึกถอดใจขึ้นมา วลีที่ว่า “สูญสิ้นแบบมีการจัดการ” (managed depletion) กลายเป็นส่วนหนึ่งของคำศัพท์ประจำท้องถิ่นไปแล้ว ไม่ว่าแวะที่ไหน ฉันเป็นต้องถามใครต่อใครว่าจะเกิดอะไรขึ้นและจะทำอะไรได้บ้าง หลายคนกังวลว่าน้ำจะแห้งก่อนถึงคนรุ่นต่อไป แต่ไม่มีใครมองเห็นทางออกที่จะไม่ก่อผลกระทบทางการเงินหรือที่แย่กว่านั้นคือการล้มละลาย หลายคนบอกว่าจะปล่อยให้น้ำในบ่อเป็นผู้ตัดสิน ผู้จัดการน้ำคนหนึ่งบอกว่า เกษตรกรบางคน “คิดว่าน้ำเป็นของตัวเองและจะสูบขึ้นมาเท่าไรก็ได้จนกว่าจะหมด” ฟาร์มโคเนื้อซึ่งเป็นธุรกิจมูลค่าสูงจะยืนหยัดต่อไปได้ แต่ข้าวโพดต้องย้ายไปยังรัฐที่มีฝนชุกกว่า  ความหวังอยู่ที่เทคโนโลยี  เกษตรกรบางรายอวดแอปพลิเคชันในไอโฟนที่ตรวจสอบการใช้น้ำได้แม่นยำถึงขั้นนำน้ำซึ่งมีอยู่เพียงหนึ่งในสี่เซนติเมตรไปใช้รดพืชผลได้ให้ฉันดู

ขณะที่พายุยามค่ำทำให้ท้องฟ้าใกล้เมืองวูดริเวอร์ รัฐเนแบรสกา สว่างเรืองรอง นกกระเรียนราว 413,000 ตัวก็บินมา หากินในท้องน้ำตื้นๆของแม่น้ำแพลตต์ ซึ่งรับน้ำจากชั้นหินอุ้มน้ำโอกัลลาลา

เพื่อแก้ปัญหารายได้ลดลงเมื่อบ่อแห้ง เกษตรกรบางส่วนหันไปพึ่งแหล่งทรัพยากรหมุนเวียนแท้จริงเพียงอย่างเดียวในไฮเพลนส์  นั่นคือลม ฉันขับรถผ่านพื้นที่ซึ่งติดตั้งกังหันลมใหม่ๆไว้เป็นบริเวณกว้าง นอกเมืองฟรีโอนา รัฐเทกซัส เวสลีย์ บาร์เน็ตต์ ให้บริษัทพลังงานเช่าสิทธิการใช้ลมในอัตราราวปีละ 10,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อกังหันลมหนึ่งตัว “ถึงอย่างไรเราก็ไม่มีน้ำจะทำอะไรได้อีกแล้ว สำหรับบางคน ลมคือเครื่องช่วยชีวิตครับ” เขาบอก

พื้นที่บางส่วนของโอกัลลาลาอาจยังมีน้ำไปอีกอย่างน้อย 100 ปี แต่ใจกลางชั้นหินอุ้มน้ำแห่งนี้คือจุดที่เสี่ยงต่อการแห้งเหือดมากที่สุด เขตอันตรายนี้พาดขวางภูมิภาคเทกซัสแพนแฮนเดิลหรือพื้นที่รูปด้ามกระทะตอนเหนือสุดของรัฐเทกซัส พื้นที่ดังกล่าวก้าวเข้าสู่ยุคใหม่แห่งการแห้งเหือดถาวรแล้ว

การลดลงของชั้นหินอุ้มน้ำจะดำเนินควบคู่ไปกับผลกระทบที่รุนแรงขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่าจะทำให้ฤดูร้อนยาวนานขึ้น  เช่นเดียวกับภัยแล้งที่เกิดถี่ขึ้นและกินเวลานานมากขึ้น

เรื่องแนะนำ

คลื่นนักท่องเที่ยวมาแล้ว

เรื่อง ซินเทีย กอร์นีย์ ภาพถ่าย เดวิด กุทเทนเฟลเดอร์ เช้าตรู่วันจันทร์ พระอาทิตย์เพิ่งพ้นขอบฟ้า คิวบาปรากฏแก่สายตาเราเป็นครั้งแรก ตัวเกาะมีความยาวจากปลายด้านหนึ่งจรดปลายอีกด้านหนึ่งเกือบ 1,300 กิโลเมตร ขอบฟ้าเปล่งประกายระยิบระยับอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงกลายเป็นแนวสันเขาตัดกับท้องฟ้าสีชมพู และปิดท้ายด้วยหลังคาบ้านเรือน ดาดฟ้าเรือชั้นบนสุดคลาคล่ำไปด้วยทีมงานโทรทัศน์ พวกเราที่เหลือยืนเบียดเสียดกันพิงราวบนดาดฟ้าชั้นถัดลงมา บางคนแจกจ่ายธงชาติคิวบาและธงชาติสหรัฐฯผืนเล็กๆ ตอนนี้เราเห็นมาเลกอง (Malecón) หรือแนวกำแพง กันคลื่นและทางเดินที่เป็นเหมือนเฉลียงหน้าบ้านสาธารณะให้ใครก็ได้มาเดินสูดอากาศบริสุทธิ์หรือผ่อนคลายจากครัวเรือนที่แออัด ช่วงเย็นๆที่อากาศอบอุ่น ชาวคิวบามักมาเที่ยวเล่นกันที่มาเลกอง แต่ครั้งนี้เป็นปรากฏการณ์ใหม่ เพราะเพียงเก้าโมงเช้า แต่ดูเหมือนผู้คนมารวมตัวกัน พร้อมกับโบกธงของตนเอง บ้างโบกไม้โบกมือ ส่งเสียงเชียร์ด้วยความยินดี ขณะเราออกจากไมแอมีเมื่อบ่ายวันอาทิตย์ ไม่มีใครรู้ว่าจะพบเจออะไรบ้าง  มีคนคาดว่า  เรือสำราญของสหรัฐฯซึ่งจะเข้าเทียบท่าที่คิวบาเป็นลำแรกในรอบเกือบสี่สิบปีอาจก่อให้เกิดกระแสต่อต้านคัสโตร [ทั้งฟิเดล คัสโตร อดีตประธานาธิบดีผู้พี่ และราอุล คัสโตร ผู้น้อง ซึ่งเป็นประธานาธิบดีคนปัจจุบัน]  หลังรัฐบาลของประธานาธิบดีบารักโอบามาประกาศเมื่อเดือนธันวาคม ปี 2014 ว่าจะมีการฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูต  และแม้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อคิวบาของสหรัฐฯ ยังบังคับใช้อยู่ก็ตาม ขณะนี้ เมื่อเราเข้าสู่สถานีผู้โดยสารในท่าเรือของกรุงฮาวานา การเฉลิมฉลองก็จัดอย่างครึกครื้นมากเสียจนพนักงานประจำบูทแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศกับฉันต้องตะโกนคุยกันด้วยภาษาสเปนผ่านกระจกหน้าต่าง ฉัน: “ในนี้เสียงดังอย่างนี้เสมอหรือคะ” พนักงานแลกเปลี่ยนเงิน: “อะไรนะคะ” ฉัน: […]

สลาลมเที่ยงคืน

เรื่อง เจเรมี เบอร์ลิน ภาพถ่าย ออสการ์ เอนันเดอร จะทำอย่างไรให้ภูเขาเปล่งแสงเรืองรอง  หิมะทอประกายกลางแสงไฟหลากสีสัน แล้วเล่นสกียามค่ำคืนสู่ยอดสูงละลานตาในอีกระดับ อย่างแรกที่คุณต้องทำคือ  เสาะหาที่ลาดชันซึ่งยังคงความเป็นธรรมชาติบนผาสูงในผืนป่าอันห่างไกลของรัฐบริติชโคลัมเบียและอะแลสกา จากนั้นก็หาวิธีขนเครื่องไม้เครื่องมือหนัก 5,000 กิโลกรัม ได้แก่ หลอดไฟขนาด 4,000 วัตต์ใหญ่เท่าเครื่องซักผ้า พร้อมเครื่องปั่นไฟเพื่อจ่ายไฟฟ้า นั่งร้าน สายไฟและเคเบิล  ขึ้นไปบนยอดเขาสูงกว่า 2,000 เมตร จากนั้นใช้เวลาอีกหลายเดือนไปกับการคำนวณกำลังไฟฟ้าและความกว้างของลำแสงไฟ   รวมถึงน้ำหนักสิ่งของ ปริมาณเชื้อเพลิงที่ต้องใช้  ระยะทาง และลักษณะภูมิประเทศ  อีกทั้งจ้างช่างคุมไฟและช่างเทคนิคฝีมือดี  แล้วเกณฑ์นักกีฬาระดับหัวแถวมาสักกลุ่ม  จับสวมชุดติดหลอดไฟและใส่แบตเตอรี่ไว้ในกระเป๋า คาดแผงหลอดไฟแอลอีดีไว้บนหลัง  เปิดกล้อง แล้วหวังว่าทุกอย่างจะเป็นไปด้วยดี ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่นิก แวกกอนเนอร์และหุ้นส่วนจากสวีตกราสส์โปรดักชันส์ทำในฤดูใบไม้ผลิปี 2014 เมื่องานถ่ายโฆษณาทำให้พวกเขามีเครื่องมือที่จำเป็นเพื่อสร้างฝันที่รอมานานให้เป็นจริง  นั่นคือถ่ายทำการเล่นสกียามค่ำคืนบนภูเขาลูกมหึมา   พวกเขาพร้อมแล้วที่จะทำความฝันให้เป็นจริงโดยได้ช่างภาพสกีชาวสวีเดน ออสการ์ เอนานเดอร์ เป็นมือถ่ายภาพนิ่งระหว่างการถ่ายทำ “ผมไม่ได้พูดเกินไปหรอกถ้าจะบอกว่างานนี้กดดันสุดๆ” แวกกอนเนอร์บอก  “หลายสิ่งหลายอย่างอาจเกิดผิดพลาดขึ้นมาได้ทุกเมื่อ” แล้วเรื่องผิดพลาดบางเรื่องก็เกิดขึ้นจริง ๆ  หลังถ่ายทำในอะแลสกาไปได้ 11 วัน  ทุกอย่างเตรียมพร้อมแล้ว แต่สายพ่วงที่สำคัญช่วงหนึ่งกลับหายไป แวกกอนเนอร์ต้องเกลี้ยกล่อมนักบินเฮลิคอปเตอร์ให้บินไกลถึง […]

ก้าวย่างจากเงื้อมเงา

เรื่อง ริชาร์ด คอนนิฟฟ์ ภาพถ่าย สตีฟ วินเทอร์ เรากำลังนั่งรอเสือดาวอยู่ในความมืดข้างเส้นทางเดินป่าตามแนวตะเข็บอุทยานแห่งชาติสัญชัยคานธีในประเทศอินเดีย อันเป็นพื้นที่ป่าขนาด 104 ตารางกิโลเมตรใจกลางมหานครมุมไบ อพาร์ตเมนต์สูงหลายชั้นปลูกเรียงรายอยู่ฝั่งตรงข้ามอุทยานนี่เอง ขณะนี้เป็นเวลา 22.00 น. เสียงล้างจานและเสียงกล่อมเด็กเข้านอนดังลอดหน้าต่างที่เปิดอยู่ เสียงหัวเราะของเด็กวัยรุ่น เสียงเร่งเครื่องมอเตอร์ไซค์ และเสียงผู้คน 21 ล้านคนจ้อกแจ้กจอแจราวกับเครื่องจักรขนาดมโหฬารณ ที่ใดที่หนึ่งในป่ารอบตัวเรา เสือดาวกำลังเงี่ยหูฟังอยู่เช่นกัน ภายในอุทยานและบริเวณโดยรอบมีเสือดาวอาศัยอยู่ประมาณ 35 ตัว โดยเฉลี่ยแล้ว แต่ละตัวมีอาณาเขตราวสี่ตารางกิโลเมตร ทั้งๆที่เสือดาวสามารถออกหากินเป็นระยะทางวันละ 15 กิโลเมตร เสือดาวที่นี่ยังถูกล้อมรอบด้วยชุมชนเมืองที่แออัดมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก โดยมีประชากรหนาแน่นถึงราว 30,000 คนต่อตารางกิโลเมตร กระนั้นเสือดาวก็ยังใช้ชีวิตอยู่อย่างสมบูรณ์พูนสุข  อาหารส่วนหนึ่งของพวกมันคือกวางดาวและสัตว์ป่าอื่นๆภายในเขตอุทยานแต่เสือดาวหลายตัวยังหากินไปตามแนวชายขอบที่ไม่ได้ล้อมรั้วแยกธรรมชาติจากอารยธรรม  ขณะที่เมืองกำลังหลับใหล พวกมันก็แอบย่องไปตามตรอกซอกซอยด้านล่าง เที่ยวลักกินสุนัข แมว หมู หนู ไก่ และแพะ ซึ่งเป็นสัตว์ที่ติดสอยห้อยตามอารยธรรมของมนุษย์ เสือดาวกินคนด้วย แต่ก็เกิดขึ้นนานๆครั้ง ช่วงสายๆของวันเสาร์วันหนึ่งในเดือนพฤษภาคม ในแถบชนบทของเมืองชุนนาร์ ห่างจากมุมไบไปทางทิศตะวันออก 150 กิโลเมตร รถยนต์สังกัดหน่วยงานรัฐบาลแล่นเข้ามาจอดที่บ้านไร่หลังเล็กแต่ดูมีฐานะ บรรยากาศคุกรุ่นด้วยความโกรธเกรี้ยว แต่ทุกคนยังควบคุมอารมณ์ไว้ได้ […]

ภาพนี้ต้องขยาย : ความยิ่งใหญ่ของขุนเขา

ทัศนียภาพอันน่าทึ่งที่รายล้อม ไม่ว่าจะเป็นเมานต์เรเนียร์ที่เป็นฉากหลังหรือน้ำตกเมอร์เทิลที่อยู่ด้านหน้า อาจทำให้นักท่องเที่ยวในภาพนี้ถูกมองข้ามไป แต่พวกเขาอยู่ตรงนั้น ในเครื่องแต่งกายอย่างที่สวมใส่ทุกวี่วัน ถือไม้เท้าท่องเที่ยวอยู่ในเขตพาราไดซ์ของอุทยานแห่งชาติเมานต์เรเนียร์ในรัฐวอชิงตัน ภาพถ่ายที่ไม่อาจระบุอายุได้นี้น่าจะบันทึกไว้ภายหลังการก่อตั้งอุทยานแห่งนี้เมื่อปี 1899 ราวสิบปี เป็นผลงานของช่างภาพ แอซาเฮล เคอร์ติส และวอลเตอร์ มิลเลอร์ เคอร์ติสอุทิศตนให้เมานต์เรเนียร์ เขาถ่ายภาพที่นี่หลายพันครั้ง และช่วยก่อตั้งเมาเทนเนียร์ส สโมสรปีนเขาเพื่อการอนุรักษ์พื้นที่แห่งนี้ รายงานของเขาซึ่งเก็บรักษาไว้ที่มหาวิทยาลัยวอชิงตันมีข้อความต่อไปนี้รวมอยู่ด้วย “สิ่งไร้สาระในชีวิต ความใส่ใจเล็กๆน้อยๆที่เราให้ความสำคัญกันนักหนา ดูจะเร้นหายเมื่ออยู่ต่อหน้าขุนเขาอันยิ่งใหญ่นี้” — อีฟ โคแนนต์

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2018 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.